NEW
Font size
S
M
L
XL
Worksheetsแบบทดสอบ ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ช.3
Total questions: 25
Worksheet time: 13mins
Name
Class
Date
1.
ข้อใดคือธุรกิจที่เปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
a)
ธุรกิจค้าส่ง
b)
ธุรกิจบริการ
c)
ธุรกิจค้าปลีก
d)
ธุรกิจการผลิต
2.
ห้างหุ้นส่วนตามข้อใดที่จะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้
a)
บริษัทจำกัด
b)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
c)
ห้างหุ้นส่วนสามัญ
d)
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
3.
กิจการประเภทใดมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป
a)
บริษัทจำกัด
b)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
c)
ห้างหุ้นส่วนสามัญ
d)
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
4.
ข้อใดเป็นร้านประเภทการค้าส่ง
a)
โลตัส
b)
คาร์ฟูร์
c)
แม็คโคร
d)
โฮมโปร
5.
ข้อใดเป็นร้านขายสินค้าเฉพาะอย่าง
a)
ร้านรองเท้ายี่ห้อบาจา
b)
ร้านเสื้อผ้านำสมัย
c)
ร้านขายของชำทั่วไป
d)
ร้านเครื่องเขียน
6.
กองทุนประกันสังคมจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด
a)
ก.สร้างหลักประกันในด้านอาชีพให้แก่ประชาชน
b)
ข.สร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำเนินชีวิตให้แก้ประชาชน
c)
ค.เพื่อให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดี ปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ
d)
ง.เพื่อให้ประชาชนสามารถบรรเทาค่ารักษาพยาบาลได้เป็นอย่างดี
e)
จ.เพื่่อให้ประชาชนมีเงินสมทบกรณีชราภาพและได้บำนาญ
7.
ข้อใดไม่อยู่ในความครอบคลุมของประโยชน์ทดแทน ของประกันสังคม
a)
ก.กรณีประสบอันตรายหรือบาดเจ็บ
b)
ข.กรณีเสียชีวิตหรือตาย
c)
ค.กรณีค่าการศึกษาบุตร
d)
ง.กรณีว่างงาน
e)
จ.กรณีชราภาพ
8.
กฏหมายประกันสังคมมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง
a)
ก.ผู้ประกันตนหรือลูกจ้าง นายจ้าง รัฐบาล
b)
ข.สำนักงานประกันสังคม ผู้ประกอบการ แรงงาน
c)
ค.ลูกจ้าง แรงงาน กรรมกร คนทำงาน ช่างทั่วไป
d)
ง.นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล และบุคคลทั่วไป
e)
จ.รัฐบาล สถานประกอบการ บุคคลทัวไป
9.
สถานประกอบการ หรือนายจ้าง ที่มีลูกจ้างตั้งแต่กี่คนขึ้นไป ถึงจะต้องนำลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม
a)
ก. 1 คนขึ้นไป
b)
ข. 5 คนขึ้นไป
c)
ค. 10 คนขึ้นไป
d)
ง. 50 คนขึ้นไป
e)
จ. 100 คนขึ้นไป
10.
นายจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องนำส่งเงินสมทบของลูกจ้าง เมื่อใด
a)
ก.นำส่งรวมกับส่วนของนายจ้างให้แก่สนง.ประกันสังคมทุกๆสิ้นเดือน แต่ก่อนวันที่ 10 ของเดือนถัดไป
b)
ข.นำส่งรวมกับส่วนของนายจ้างและรัฐบาลส่งให้แก่สนง.ประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
c)
ค.นำส่งส่วนของลูกจ้างและรัฐาบาลส่งให้แก่สนง.ประกันสังคมภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป
d)
ง.นำส่งรวมกับส่วนของนายจ้างส่งให้แก่สนง.ประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
e)
จ.นำส่งส่วนของนายจ้าง ลูกจ้าง ส่งให้แก่ศาลากลางจังหวัดนั้นๆ ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
11.
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่แห่งใด
a)
ก.ที่ทำการอำเภอของแต่ละอำเภอ
b)
ข.ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
c)
ค.ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
d)
ง.ที่ทำการองคืการบริหารส่วนตำบล
e)
จ.เทศบาลจังหวัดเชียงใหม่
12.
นายจ้างจะหักเงินสมทบของลูกจ้าง เพื่อชำระเข้าสู่ระบบประกันสังคม เป็นจำนวนเท่าไหร่
a)
ก.ขึ้นอยู่กับกฏหมายกำหนด ตามฐานเงินเดือนของลูกจ้างคนๆนั้น
b)
ข.หักเงินสมทบของลูกจ้างจำนวน 10 % ของเงินเดือนทุกๆเดือน
c)
ค.นายจ้าง ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนร้อยละ 15 ของค่าจ้างและรัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง
d)
ง.นายจ้าง ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนร้อยละ 5 ของค่าจ้างและรัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง
e)
จ.หักเงินสมทบของลูกจ้างจำนวน 15 % ของเงินเดือนทุกๆเดือน
13.
การจัดตั้งกองทุน ของสำนักงานประกันสังคม เพือเป็นทุนใช้จ่ายให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทนตามบทบัญญัติได้ ซึ่งข้อใดไม่เข้า องค์ประกอบของกองทุน..
a)
ก.เงินสำรองจ่ายรายปีจากรัฐบาล
b)
ข.เงินสมทบจากรัฐบาล นายจ้าง ลูกจ้าง
c)
ค.เงินที่ได้จากการบริจาค หรือเงินอุดหนุนต่างๆ
d)
ง.เงินค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบปรับ
e)
จ.เงินต่างๆที่ตกเป็นของกองทุน
14.
ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ จะต้องเข้าสู่กระบวนการกฏหมายประกันสังคมหรือกองทุนประกันสังคม และเข้าสู่พรบ.คุ้มครองผู้ประกันตน ตามมาตราใด
a)
ก.มาตรา 40 (1)
b)
ข.มาตรา 40 (2)
c)
ค.มาตรา 39
d)
ง.มาตรา 33
e)
จ.บทบัญญัติว่าด้วยกฏหมายประกันสังคมและคุ้มครองแรงงาน
15.
ผู้ประกันตน หรือลูกจ้าง จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ ถึงจะเข้าสู่ กระบวนการทางกฏหมายประกันสังคมหรือกองทุนประกันสังคม และเข้าสู่พรบ.คุ้มครองผู้ประกันตน
a)
ก.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
b)
ข.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์
c)
ค.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์
d)
ง.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
e)
จ.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
16.
ผู้ประกันตน หรือลูกจ้าง จะต้องมีอายุไม่เกินกว่าเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ในกระบวนการทางกฏหมายประกันสังคมหรือกองทุนประกันสังคม
a)
ก.จะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
b)
ข.จะต้องมีอายุไม่เกิน 59 ปีบริบูรณ์
c)
ค.จะต้องมีอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์
d)
ง.จะต้องมีอายุไม่เกิน 56 ปีบริบูรณ์
e)
จ.จะต้องมีอายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์
17.
ลูกจ้างมีรายได้เท่าไหร่ที่ไม่จำเป็นต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม
a)
ก.1,500 บาทต่อเดือน
b)
ข.1,550 บาทต่อเดือน
c)
ค.1,600 บาทต่อเดือน
d)
ง.1,650 บาทต่อเดือน
e)
จ.1,700 บาทต่อเดือน
18.
เงินสมทบที่ลูกจ้างส่งเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะแบ่งเป็นก้อนๆ ในแต่ละกรณี ดังนั้น สนง.ประกันสังคมจะหักเงินไว้กรณีชราภาพ ร้อยละเท่าไหร่
a)
ก.ร้อยละ 1.5
b)
ข.ร้อยละ 2
c)
ค.ร้อยละ 1
d)
ง.ร้อยละ 3
e)
จ.ร้อยละ 5
19.
การนำส่งเงินสมทบ เข้าสู่ระบบประกันสังคม เป็นหน้าที่ของใครต่อไปนี้
a)
ก.แผนกธุรการของบริษัท
b)
ข.ผู้ประกันตนหรือลูกจ้าง
c)
ค.เจ้าของกิจการหรือนายจ้าง
d)
ง.สำนักงานประกันสังคม จังหวัดนั้นๆ
e)
จ.รัฐบาลไทย
20.
ประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนจะได้รับตามสิทธิจากกองทุนประกันสังคม ตามแต่กรณี ข้อใดไม่อยู่ในสิทธิ์ที่ผู้ประกันตนพึ่งจะได้รับตามสิทธิ์นั้นๆ
a)
ก.กรณีเสียชีวิต
b)
ข.กรณีทุพพลภาพ
c)
ค.กรณีสงเคราะห์บิดามารดา
d)
ง.กรณีชราภาพ
e)
จ.กรณีว่างงาน
21.
ผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในโรงงานอุตสาหกรรม จะสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในกรณีใด
a)
ก.กรณีทุพพลภาพ
b)
ข.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
c)
ค.กรณีประสบอุบัติเหตุในที่ทำงานไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ นายจ้างต้องดูแลลุกจ้าง แต่ลูกจ้างจะได้เงินทดแทนตาม พรบ.กฏหมายเงินทดแทน
d)
ง.ใช้สิทธิ์ประกันสังคมในโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น
e)
จ.ใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ทุกโรงพยาบาลกรณีเร่งด่วน
22.
หากผู้ประกันตนต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน จะคำนวณจากฐานค่าจ้างต่ำสุดเดือนละ 1,650 บาทหรือกี่บาท
a)
ก.80 บาท
b)
ข.81 บาท
c)
ค.82 บาท
d)
ง.83 บาท
e)
จ.84 บาท
23.
หากผู้ประกันตนออกจากงาน ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมต่ออีกกี่เดือน
a)
ก.3 เดือน
b)
ข.4 เดือน
c)
ค.5 เดือน
d)
ง.6 เดือน
e)
จ.12 เดือน
24.
หากผู้ประกันตนออกจากงาน ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมใน 4 กรณี ข้อใดไม่ได้รับความคุ้มครอง
a)
ก.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
b)
ข.กรณีคลอดบุตร
c)
ค.กรณีทุพพลภาพ
d)
ง.กรณีเสียชีวิต
e)
จ.กรณีว่างงาน
25.
เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือตายหรือสูญเสีย ลูกจ้างหรือทายาทมีสิทธิได้รับผลประโยชน์ กรณีใดไม่เกี่ยวข้อง
a)
ก.กรณีการสูญเสียอวัยวะ
b)
ข.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
c)
ค.กรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ
d)
ง.กรณีทุพพลภาพ
e)
จ.กรณีชราภาพ
Reset
