wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การเชือมความสัมพันธ์ฐานข้อมูลจากแผนภาพ E-R

Total questions: 30

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของแบบจำลอง E–R

a)

เอนทิตี แอททริบิวต์ ความสัมพันธ์

b)

แฟ้มข้อมูล โครงสร้างข้อมูล สื่อที่ใช้เก็บข้อมูล

c)

ข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูล การเรียกใช้ข้อมูล

d)

ส่วนโครงสร้างข้อมูล ส่วนจัดการข้อมูล ส่วนควบคุมความคงสภาพของข้อมูล

2.

ข้อใดหมายถึงแบบจำลอง E–R

a)

แผนภาพแสดงโครงสร้างของข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างแอททริบิวต์

b)

เค้าร่างของความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี แอททริบิวต์ และสมาชิกของเอนทิตี

c)

เค้าร่างของฐานข้อมูลที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี

d)

โครงสร้างของฐานข้อมูลในระดับแนวความคิด มีลักษณะของแผนภาพที่มองเห็นภาพรวมของเอนทิตี และความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี

3.

ข้อใดคือปัญหาในการสร้างแบบจำลอง E–R ที่เกิดจากเอนทิตีหนึ่งมีความสัมพันธ์กับเอนทิตีตั้งแต่ 2 เอนทิตีขึ้นไป แต่ความสัมพันธ์ในการเชื่อมโยงข้อมูลไม่สามารถทำได้

a)

Relation Trap

b)

Entity Trap

c)

Chame Trap

d)

Fan Trap

4.

การจัดระบบข้อมูลในรูปแบบบรรทัดฐานหมายถึงข้อใด

a)

การจัดกระทำข้อมูลเพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

b)

การแยกตาราง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล

c)

กระบวนการจัดระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

d)

การสร้างเค้าร่างของข้อมูลเชิงสัมพันธ์

5.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการจัดระบบข้อมูลในรูปแบบบรรทัดฐาน

a)

สร้างความสัมพันธ์ของฐานข้อมูล

b)

สร้างฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

c)

การออกแบบฐานข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น

d)

ลดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

6.

ข้อใดคือประโยชน์ของการจัดระบบข้อมูลในรูปแบบบรรทัดฐาน

a)

สร้างฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

b)

ใช้ออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

c)

ลดปัญหาของรีเลชัน

d)

นำไปใช้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้

7.

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการทำให้เป็นรูปแบบบรรทัดฐานคือข้อใด

a)

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล

b)

การแตกตารางมากเกินไป

c)

การกำหนดคีย์หลัก

d)

การเชื่อมโยงฐานข้อมูล

8.

ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีสินค้ากับลูกค้าเป็นแบบใด

   

a)

แบบกลุ่มต่อหนึ่ง

b)

แบบกลุ่มต่อกลุ่ม

c)

แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

d)

แบบหนึ่งต่อกลุ่ม

9.

ข้อใดเป็นขั้นตอนการสร้างรีเลชันขึ้นมาใหม่ 1 รีเลชัน

    

a)

การซื้อสินค้า (รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, รหัสสินค้า, ชื่อสินค้า, จำนวนสินค้า, รหัสพนักงานขาย)

b)

ลูกค้า (รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, รหัสสินค้า, ชื่อสินค้า, จำนวนสินค้า, รหัสพนักงานขาย)

c)

การสั่งซื้อ (รหัสสั่งซื้อ, รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, รหัสสินค้า, จำนวนสินค้า)

d)

สินค้า (รหัสสินค้า, ชื่อสินค้า, ราคาสินค้า, จำนวนสินค้า, รหัสลูกค้า)

10.

ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีเดิมกับรีเลชันใหม่เป็นความสัมพันธ์แบบใด

       

a)

แบบกลุ่มต่อสอง

b)

แบบกลุ่มต่อกลุ่ม

c)

แบบหนึ่งต่อหนึ่ง

d)

แบบหนึ่งต่อกลุ่ม

11.

เอนทิตีสามารถแปลงเป็นตารางได้โดยตรง โดยใช้คำสั่งใด

       

a)

CREATE TABLE

b)

GRANT TABLE

c)

SELECT TABLE

d)

UPDATE TABLE

12.

ความคงสภาพของฐานข้อมูลหมายถึงข้อใด

a)

การควบคุมให้ความสัมพันธ์ของรีเลชันเป็นไปตามกฎความคงสภาพ

b)

การควบคุมให้ข้อมูลในฐานข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ

c)

กฎความคงสภาพของเอนทิตี และการอ้างอิง

d)

การควบคุมข้อมูลที่เป็นคีย์หลักที่ของรีเลชันให้มีข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน

13.

กฎความคงสภาพของเอนทิตีคือข้อใด     

a)

การใช้ภาษาการนิยามข้อมูล (Data Definition Language) กำหนดแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์หลัก

b)

การใช้ภาษาการนิยามข้อมูล (DDL) เพื่อสร้างตารางและกำหนดคีย์หลัก

c)

คีย์หลักของรีเลชันจะต้องมีค่าข้อมูลไม่ซ้ำกันและค่าของข้อมูลคีย์หลักจะต้องมีค่าไม่เป็นค่าว่าง

d)

รีเลชันใดมีแอททริบิวต์ที่เป็นคีย์นอกอยู่ ข้อมูลที่เป็นคีย์นอกนั้นจะต้องไปปรากฏเป็นข้อมูลของ
คีย์หลักของอีกรีเลชันที่มีความสัมพันธ์กัน

14.

รายการการเปลี่ยนแปลงหมายถึงข้อใด

a)

คำสั่งที่ใช้ในการควบคุมรายการเปลี่ยนแปลง

b)

คำสั่งการกระทำในการเพิ่ม ลบ หรือปรับปรุงข้อมูล

c)

ส่วนของโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อใช้จัดการข้อมูลในฐานข้อมูล เช่น การเพิ่ม การลบ หรือการ–
ปรับปรุงข้อมูล

d)

รายการที่ผู้ใช้ฐานข้อมูลต้องการเพิ่ม ลบ หรือปรับปรุงข้อมูล

15.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติของรายการเปลี่ยนแปลง

a)

มีความสัมพันธ์กัน

b)

ไม่มีค่าว่าง (Null Value)

c)

การเป็นงานเดียว

d)

ทำให้มีการปรับปรุงฐานข้อมูล

16.

ข้อใดเป็นปัญหาการเข้าถึงข้อมูลในฐานข้อมูลพร้อมกัน

a)

ปัญหาการสูญเสียผลของการแก้ไข

b)

ปัญหาการแสดงผลข้อมูล

c)

ปัญหาการจัดลำดับการเข้าถึงข้อมูล

d)

ปัญหาการประมวลผลข้อมูล

17.

วิธีที่นิยมใช้ในการควบคุมภาวะการเข้าถึงข้อมูลพร้อมกันคือวิธีใด

a)

การค้นหาข้อมูล (Searching)

b)

การปรับปรุงข้อมูล (Updating)

c)

การจัดเรียงลำดับ (Sorting)

d)

การล็อก (Locking)

18.

การล็อกทำให้เกิดปัญหาใด

a)

ล็อกผิดประเภท

b)

ความขัดแย้งของข้อมูล

c)

ล็อกค้าง

d)

ล็อกผิดระดับ

19.

ข้อใดคือความสำคัญของการสำรองข้อมูลและการกู้คืนข้อมูล

a)

การรักษาความคงสภาพของข้อมูล

b)

การป้องกันรายการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล

c)

การป้องกันและรักษาความสัมพันธ์

d)

การป้องกันการหยุดชะงักของระบบ

20.

การรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลหมายถึงข้อใด

a)

การป้องกันการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล

b)

การรักษาความคงสภาพของข้อมูล

c)

การป้องกันข้อมูลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานฐานข้อมูล

d)

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เกิดจากรายการเปลี่ยนแปลง

21.

วิธีการป้องกันรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลคือข้อใด

a)

การรักษาความคงสภาพของข้อมูล

b)

การกำหนดกฎการใช้และควบคุมข้อมูล

c)

การล็อก

d)

การกำหนดสิทธิ์

22.

ขั้นตอนที่สามของเชื่อมความสัมพันธ์ ใน PHPMyAdmin เลือกเมนูใด

a)

เลือกคีย์หลักและคีย์รอง

b)

นำเมาส์ลากเส้นเชื่อมความสัมพันธ์

c)

เลือกคีย์หลักกับคีย์หลัก

d)

Triggers

23.

ขั้นตอนที่สองของเชื่อมความสัมพันธ์ ใน PHPMyAdmin เลือกเมนูใด

a)

Designer

b)

Create relationship

c)

Tracking

d)

Triggers

24.

ขั้นตอนแรกของเชื่อมความสัมพันธ์ ใน PHPMyAdmin เลือกเมนูใด

a)

Designer

b)

Central Columns

c)

Tracking

d)

Triggers

25.

ระบบฐานข้อมูลแบบรวม หมายถึงข้อใด

a)

ฐานข้อมูลที่มีระบบจัดการฐานข้อมูลแบบรวม

b)

ฐานข้อมูลที่รวมโครงสร้างข้อมูล ข้อมูล และความสัมพันธ์ของข้อมูลไว้ด้วยกัน

c)

ฐานข้อมูลที่รวมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และพีเพิลแวร์ไว้ด้วยกัน

d)

ฐานข้อมูลที่รวมทั้งข้อมูลและระบบจัดการฐานข้อมูลไว้ในฮาร์ดแวร์เดียวกัน

26.

การมองผ่านการเก็บซ้ำมีข้อเสียคือข้อใด

a)

เปลืองพื้นที่ในหน่วยความจำ

b)

เกิดการรบกวนข้อมูลบ่อยครั้ง

c)

การแก้ไขข้อมูลช้าลง

d)

ความซ้ำซ้อนของข้อมูล

27.

ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หมายถึงข้อใด

a)

การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล

b)

การนำข้อมูลในฐานข้อมูลมาแปลงให้เป็นรีเลชัน

c)

การรวมรีเลชันที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกัน

d)

ความสัมพันธ์ของตาราง 2 มิติ

28.

ข้อใดเป็นข้อดีของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

a)

สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้

b)

เข้าใจง่าย

c)

มีพอยท์เตอร์ในการเชื่อมโยงข้อมูล

d)

ทำให้การออกแบบฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

29.

รีเลชัน หมายถึงข้อใด

a)

คีย์หลักที่มีข้อมูลไม่ซ้ำกัน เป็นค่าเอกลักษณ์

b)

ตาราง 2 มิติ

c)

ค่าที่ให้แก่แอททริบิวต์ในกรณีที่ยังไม่พร้อมที่จะใส่ข้อมูล

d)

ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล

30.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์

   

a)

เอนทิตี แอททริบิวต์ สมาชิกของเอนทิตี

b)

ส่วนแฟ้มข้อมูล ส่วนระบบจัดการฐานข้อมูล ส่วนการเรียกใช้ข้อมูล

c)

ส่วนระบบจัดการฐานข้อมูล ส่วนจัดเก็บข้อมูล ส่วนเรียกใช้ข้อมูล

d)

ส่วนโครงสร้างข้อมูล ส่วนจัดการข้อมูล ส่วนควบคุมความคงสภาพของข้อมูล