NEW
Font size
WorksheetsTest 161312_C7
Total questions: 30
Worksheet time: 33mins
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายความหมายของการศึกษาพหุวัฒนธรรมได้อย่างถูกต้อง
การจัดการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่าง เท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้เรียนจะมีความแตกต่างทางเพศ ชนชาติ ภาษาและวัฒนธรรมต่าง ๆ
การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างโรงเรียนกับชุมชนและสร้างสัมพันธภาพที่เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับชุมชนให้มาร่วมมือกันปฏิบัติการต่าง ๆ
การศึกษาเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเกิดจากพัฒนาการ ปรับตัว และปรับวิถีชีวิตของคน เป็นความรู้ที่เกิดจากการทดลองปฏิบัติจริงในห้องทดลอง
การจัดการศึกษาเพื่อเป็นการจัดโปรแกรมและกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ ประชาสัมพันธ์และสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
การจัดการศึกษาเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนร่วมกันระหว่างบุคคลระหว่างกลุ่มเพื่อให้ได้เรียนรู้ ร่วมกันมีความร่วมมือกันด้วยดีระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่ม
การศึกษาพหุวัฒนธรรมสามารถจำแนกความหมายออกเป็น 4 ประการ ข้อใดต่อไปนี้ให้ความหมายไม่ตรงกัน
ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การทดลองความสามารถด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน
การบูรณาการกับปรัชญาในด้านต่าง ๆ คือ การเชื่อมโยงการศึกษา พหุวัฒนธรรมกับปรัชญาต่างๆ
การลดการดูถูกเพศ เหยียดหยามด้านต่าง ๆ คือ การช่วยเหลือผู้เรียนในการพัฒนาทัศนคติในทางบวกกับบุคคลอื่นๆ
ความเป็นธรรมทางการศึกษาคือ การจัดการศึกษาจำเป็นต้องสนอง ต่อความต้องการในการเรียนรู้ของกลุ่มชนต่างๆ
ความเป็นลักษณะพหุทางวัฒนธรรมคือ เป็นการให้ความสำคัญในการ ยอมรับความแตกต่างของประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคม
บุคคลได้ต่อไปนี้มีทักษะด้านการพัฒนาตัวเอง (Personal Development)
นินจาชอบเอาคนรอบข้างไปเปรียบเทียบกับคนเก่ง
เข็มทองสอบผ่านมหาวิทยาลัยเพราะอ่านหนังสือเป็นประจำ
กันต์มักมีการทะเลาะกันกับเพื่อนในชั้นเรียน
ตังเมเป็นคนเรียนเก่งที่สุดในห้องแต่ชอบลอกการบ้านเพื่อน
เมฆมีความสามารถด้านกีฬาเป็นเลิศ แต่ชอบแข่งขันกับเพื่อน
บุคคลใดต่อไปนี้มีทักษะขั้นพื้นฐาน (Basic Skill Proficiency)
อุ๋มอิ๋มทำการบ้านไม่ได้ที่คุณครูสั่ง
กัสไม่เข้าใจกับการอธิบายของคุณครู
มาตาเป็นคนชอบพูด ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบคิด
โจ๊กสามารถเรียบเรียงลำดับนิทานที่คุณครูพูดให้ฟังได้
ถูกทั้ง มาตา และ โจ๊ก
ข้อใดให้ความหมายต่อการเสริมพลังให้กับตัวเองเพื่อการปฏิรูปสังคม (Personal Empowerment for Social Reform)
การศึกษาพหุวัฒนธรรม ทำให้ผู้เรียนทุกคนได้มีทางเลือกในการเรียนรู้ ต่าง ๆ มากขึ้น
การศึกษาพหุวัฒนธรรม ทำให้ผู้เรียนมีสมาธิในการเรียนรู้ และสามารถคิดวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง
การศึกษาพหุวัฒนธรรมสามารถทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะพื้นฐานในการอ่านออกเขียนได้ ทักษะทางการคิดคำนวณ และทักษะ กระบวนการทางสติปัญญาต่าง ๆ
การศึกษาพหุวัฒนธรรม เป็นกระบวนการเริ่มต้นที่โรงเรียนก่อนแล้วขยายออกไปสู่ สังคม โดยการสร้างทัศนคติ ค่านิยม ลักษณะนิสัย และทักษะต่าง ๆ ของผู้เรียน
ถูกทุกข้อ
กลุ่มชาติพันธ์ุ คืออะไร
กลุ่มคนที่อยู่ด้วยกันเพราะต้องอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน
กลุ่มคนที่มีขนบธรรมเนียม ประเพณีเป็นแบบแผนเดียวกัน
กลุ่มคนที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม เชื้อชาติและสัญชาติสอดคล้องกัน
กลุ่มคนที่มีจุดกำเนิดของบรรพบุรุษร่วมกัน
ถูกทุกข้อ
ข้อใดเกิดจากการแบ่งแยกจากลักษณะทางภูมิศาสตร์
ความหนาแน่นของประชากรที่มีมากทำให้มีอยู่ไม่มากพอทำใหมีการตอบสนองความต้องการขยายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ได้
ในสังคมบางสังคมมีการแบ่งชนชั้น และคนที่อยู่ในชนชั้นต่ำที่สุด จะถือเป็นกลุ่มชน ที่อยู่นอกระบบสังคมนั้น
กลุ่มชนที่มีชาติพันธุ์ต่างจากคนส่วนใหญ่ และตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณที่ห่างไกล ชาวเขา มักจะถูกตัดขาดจากสังคมพื้นราบ โดยไม่ได้รับข่าวสาร การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
การขยายอาณาเขตของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยการผนวกดินแดนเพิ่ม อาจเกิด จากการตกลงกันตามสนธิสัญญา หรือเกิดจากการขยายดินแดง หลังจากชนะสงคราม
ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ อาจมีสาเหตุมาจากการที่คนจำนวนหนึ่งอพยพ ย้ายถิ่น เข้าไปอยู่ในสังคมอื่น โดยที่คนกลุ่มนี้มีลักษณะทางวัฒนธรรมแตกต่างจากคนในสังคมที่ตนย้ายเข้า ไปอยู่ รูปแบบของการย้ายถิ่นมีได้หลายรูปแบบ
ชาวกะเหรี่ยงมักเรียกตัวเองว่าอย่างไร
ปกาเกอะญอ
กะกะอามา
ปมาชะอำ
อมำเชอะชะ
ตเลิงกา
ลักษณะบ้านเรือนชนเผ่าม้งมีลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นอย่างไร
นิยมสร้างบ้านอยู่ที่ราบลุ่ม
นิยมสร้างบ้านติดกับแม่น้ำ
นิยมสร้างบ้านกับชายฝั่ง
นิยมสร้างบ้านอยู่บนภูเขาสูง
นิยมสร้างบ้านอยู่บนที่สูง
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้เป็นเครื่องนำทางในการปฏิรูปโรงเรียนเมื่อต้องการนำการศึกษาพหุวัฒนธรรมไปใช้
การสร้าง ความรู้ (Knowledge Construction)
การบูรณาการเนื้อหา (Content Integration)
ความยุติธรรมในการสอน (An Equity Pedagogy
การลดอคติ หรือความลำเอียง (Prejudice Reduction)
เพื่อสอนหรือให้การศึกษา (Teach or Education)
การศึกษาพหุวัฒนธรรมเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการประท้วงหรือคัดค้านทางสังคมในช่วงปีใด
ค.ศ. 1960 และ 1970
ค.ศ. 1980 และ 1990
ค.ศ. 1940 และ 1950
ค.ศ. 1900 และ 1910
ค.ศ. 1920 และ 1930
ข้อใดคือประเด็นที่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาพหุวัฒนธรรม
ความสำคัญของการศึกษาพหุวัฒนธรรม
การนำการศึกษาพหุวัฒนธรรมไปใช้ในการจัดการศึกษา
ลักษณะของโรงเรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ความหมายของการศึกษาพหุวัฒนธรรม
ถูกทุกข้อ
ข้อใดคือความหมายของการลดการดูถูก เหยียดหยามทางด้านเผ่าพันธุ์ เพศ และด้านอื่นๆ
การเชื่อมโยงการศึกษาพหุวัฒนธรรมกับปรัชญาต่างๆ
การช่วยเหลือผู้เรียนในการพัฒนาทัศนคติในทางบวกกับบุคคลอื่นๆ เป็นการเผชิญหน้ากับการเหยียดหยามทางเผ่าพันธุ์ ทางเพศ และ ทางด้านอื่น ๆ ทั้งในระบบการศึกษา และในสังคม
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเกิดจากพัฒนาการปรับตัว และปรับวิถีชีวิตของคน เป็นความรู้ที่เกิดจากการทดลองปฏิบัติจริงในห้องทดลองทางสังคม
เป็นการให้ความสำคัญในการยอมรับความแตกต่างของประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในสังคม
การจัดการศึกษาจำเป็นต้องสนองตอบต่อความต้องการในการเรียนรู้ของกลุ่มชนต่างๆ
อธิปัตย์ คลี่สุนทร (2552) ได้ให้ความหมายของการศึกษาพหุวัฒนธรรม (Multicultural Education) ไว้ว่าอย่างไร
เป็นกระบวนการให้การศึกษาระดับขั้นพื้นฐานที่สถานศึกษาจะต้องช่วยให้เด็ก เยาวชน ประชาชนเข้าใจ ไม่รังเกียจ และยอมรับซึ่งความแตกต่างในเรื่องของความเป็นชนกลุ่มน้อย ด้านเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา ลัทธิความเชื่อ ความเป็นอยู่ เพศ ที่อาจจะไม่ได้รับความเท่าเทียมกันในบางเรื่อง
โปรแกรมการศึกษาแบบสหวิทยาการที่จัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ต่างๆ ให้เหมาะกับบรรยากาศทางวิชาการ สังคม และความต้องการของผู้เรียน ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายในด้านชนชาติ เพศ ชาติพันธุ์ หรือเบื้องหลังทางภาษาของผู้เรียน
แนวคิดที่ว่าด้วย ผู้เรียนทุกคนควรได้รับประสบการณ์ทางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันในโรงเรียนไม่ว่าพวกเขาจะมาจากกลุ่มไหนก็ตาม เช่น มีความแตกต่างทางเพศ ชนชาติ ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ภาษา ชนชั้นทางสังคม ศาสนา หรือ ข้อแตกต่างด้านอื่น ๆ เป็นต้น
เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายในอุดมคติ คือ การพยายามทำให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นจริง เช่น ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา และการขจัดรูปแบบการปฏิบัติต่อกันอย่างแตกต่าง หรือการเหยียดหยามกัน เป็นต้น ที่ยังไม่สามารถบรรลุได้อย่างเต็มที่ในสังคมมนุษย์
เป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูป เพื่อเปลี่ยนแปลงโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอื่น ๆ เพื่อให้ผู้เรียนจากทุกชนชั้นทางสังคม เพศ เชื้อชาติ ภาษา และ กลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้มีโอกาสในการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน
“การศึกษาพหุวัฒนธรรมทำให้ผู้เรียนทุกคนได้มีทางเลือกในการเรียนรู้ต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งทางเลือกต่าง ๆเหล่านี้มีความสอดคล้องกับลักษณะทางวัฒนธรรมนั้น ๆ ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการปฏิบัติในระดับต่างๆของการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนสามารถที่จะพัฒนาได้สูงสุดตามความสามารถของตนเอง” เป็นความหมายของประเด็นอะไรที่ผู้วิจัยได้สรุปไว้
เป็นการเสริมพลังให้กับตัวเองเพื่อการปฏิรูปสังคม (Personal Empowerment for Social Reform)
ทำให้ผู้เรียนมีทักษะขั้นพื้นฐาน (Basic Skill Proficiency)
ทำให้ผู้เรียนเกิดความกระจ่างในด้านทัศนคติ และค่านิยม (Attitudes and Value Clarification)
ทำให้ผู้เรียนได้รับความเสมอภาค และความเป็นเลิศทางการศึกษา (Educational Equity and Excellence)
เป็นการพัฒนาตัวเอง (Personal Development)
“ชาติพันธุ์ คือ สิ่งที่แสดงถึงพื้นฐานความเป็นมนุษย์ในแต่ละเชื้อชาติและแสดงถึงวิวัฒนาการของระบบสังคมการเมือง โดยในแต่ละภูมิภาคมักประกอบไปด้วยกลุ่มคนหลากหลายเผ่าพันธุ์ โดยแต่ละเชื้อชาติก็จะมีวัฒนธรรมและประเพณีที่สวยงามเป็นของตนเอง ซึ่งจัดว่าเป็นสีสันทางชาติพันธุ์ของมนุษย์อย่างหนึ่งและเป็นความงดงามของสังคมโลกที่ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย” เป็นความหมายชาติพันธุ์ของผู้ใด
สุกัญญา สุจฉายา
สมพร เจษฎาญานเมธา
เสรี ซาเหลา
อมรา พงศาพิชญ์
วสันต์ ปัญญาแก้ว
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสาเหตุของการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์
เกิดจากการผนวกดินแดน
เกิดจากการแบ่งแยกโดยวัฒนธรรมชนชั้น
เกิดจากการย้ายถิ่น
เกิดจากการแบ่งแยกทางการเมือง
เกิดจากการแบ่งแยกจากลักษณะทางภูมิศาสตร์
ข้อใดเป็นตัวอย่างกลุ่มชาติพันธุ์
ม้ง
ไทยเชื้อสายจีน
กะเหรี่ยง
ไต หรือไทใหญ่
ถูกทุกข้อ
การนำการศึกษาพหุวัฒนธรรมไปใช้ในการจัดการศึกษา มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
2 ประเภท 1) การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) 2) การลดอคติหรือความลำเอียง (Prejudice Reduction)
3 ประเภท 1) การบูรณาการเนื้อหา (Content Integration) 2) การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) 3) การลดอคติหรือความลำเอียง (Prejudice Reduction)
4 ประเภท 1) การบูรณาการเนื้อหา (Content Integration) 2) การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) 3) การลดอคติหรือความลำเอียง (Prejudice Reduction) 4) ความยุติธรรมในการสอน (An Equity Pedagogy)
5 ประเภท 1) การบูรณาการเนื้อหา (Content Integration) 2) การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) 3) การลดอคติหรือความลำเอียง (Prejudice Reduction) 4) ความยุติธรรมในการสอน (An Equity Pedagogy) 5.
ปการเสริมพลังวัฒนธรรมโรงเรียน (An Empowering School Culture)
6 ประเภท 1) การบูรณาการเนื้อหา (Content Integration) 2) การสร้างความรู้ (Knowledge Construction) 3) การลดอคติหรือความลำเอียง (Prejudice Reduction) 4) ความยุติธรรมในการสอน (An Equity Pedagogy) 5) การเสริมพลังวัฒนธรรมโรงเรียน (An Empowering School Culture) 6) ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษานานาชาติ (International Education)
โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเริ่มต้นประมาณกี่ปีมาแล้ว
90 ปี
80 ปี
70 ปี
60 ปี
50 ปี
ข้อใดคือความสำคัญของการศึกษาพหุวัฒนธรรม
ทำให้ผู้เรียนเกิดความกระจ่างในด้านทัศนคติ และค่านิยม
ทำให้ผู้เรียนมีทักษะขั้นพื้นฐาน
เป็นการพัฒนาตัวเอง
เป็นการเสริมพลังให้กับตนเองเพื่อปฏิรูปสังคม
ถูกทุกข้อ
ความแตกต่างทางชาติพันธุ์เกิดจากข้อใดบ้าง
เกิดจากการแบ่งแยกโดยวัฒนธรรม
เกิดจากการแบ่งแยกจากลักษณะทางภูมิศาสตร์
เกิดจากการผนวกแผ่นดิน
เกิดจากการย้ายถิ่น
ทุกข้อที่กล่าวมา
ข้อใดคือกลุ่มชาติพันธุ์ของไทย
ม้ง
อารยัน
ดราวิเดียน
กะเหรี่ยง
ถูกทั้งข้อ ก และ ง
ข้อใดคือรูปแบบในการจัดการศึกษาของ Bank
การเพิ่มบทเรียนที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
การสอนการให้ความช่วยเหลือกันในกลุ่ม และบุคคลที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม
การเปลี่ยนแปลงหลักสูตร และการสอนที่สามารถสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ของความแตกต่างทางวัฒนธรรม
ถูกทั้งข้อ ก ข และ ค
ไม่มีข้อใดถูก
ข้อใดคือรูปแบบในการจัดการศึกษาของ Sleeter and Grant
การสอนความแตกต่างทางวัฒนธรรมแก่ผู้เรียน
การศึกษากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยให้ความสำคัญที่การเอาใจใส่ การให้ความเคารพ และการยอมรับในกลุ่มนั้น ๆ
การเน้นไปที่การสดการมีอคติต่อกัน
การเน้นความสัมพันธ์ของคนที่มีความแตกต่างกันให้สามารถอยู่ร่วมกัน
ถูกทุกข้อ
เมื่อโรงเรียนต้องการนำการศึกษาพหุวัฒนธรรมไปใช้ต้องมีอะไรบ้าง
การบูรณาการเนื้อหา การเสริมพลังวัฒนธรรมโรงเรียน และการลดอคติ หรือความลำเอียง
การบูรณาการเนื้อหา การสร้างความรู้ การลดอคติ หรือความลำเอียง ความยุติธรรมในการสอน และการเสริมพลังวัฒนธรรมโรงเรียน
การบูรณาการเนื้อหา และการสร้างความรู้
การสร้างความรู้ การบูรณาการเนื้อหา การเสริมพลังวัฒนธรรมโรงเรียน และการลดอคติ หรือความลำเอียง
การบูรณาการเนื้อหา การลดอคติ และความยุติธรรมในการสอน
ข้อใดไม่ใช่ทางแก้ปัญหาความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมนิยม
รัฐริเริ่มให้มีความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมในหน่วยงานรัฐ
รัฐพยายามสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมหลักและกำจัดวัฒนธรรมรอง
สร้างความเท่าเทียมและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ๆ
สร้างความเข้าใจและการยอมรับกลุ่มต่าง ๆในสังคม
ถูกทุกข้อ
ข้อใดไม่ใช่ปัญหาอันเนื่องมาจากความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้รับความเท่าเทียม
กลุ่มเพศที่สามโดนปฏิบัติอย่างรังเกียจ
การที่ศาสนาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง
ความพยายามแยกตัวเป็นเอกราช
คนผิวสีโดนทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
ท่านคิดว่าการยอมรับในวัฒนธรรมอื่น ๆ มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร
จำเป็น เพราะทุกวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อคนแต่ละกลุ่ม
จำเป็น เพราะกฎหมายบังคับไว้
ไม่จำเป็น เพราะเราไม่ได้สนใจวัฒนธรรมอื่น ๆ เหล่านั้น
ไม่จำเป็น เพราะเรามีวัฒนธรรมหลักอยู่แล้ว
ไม่มีข้อใดถูก
ท่านคิดว่าอะไรไม่ถือว่าเป็นความแตกต่างหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม
เพศ
ชาติพันธุ์
ศาสนา
เงิน
ไม่มีข้อใดถูก
