wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

จิตวิทยา

Total questions: 48

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

การตั้งสมมสิฐาน เป็นการคิดขั้นใด

a)

ก.การคิดขั้นพื้นฐาน

b)

ข.การคิดชั้นสูง

2.

การให้เหตุผล เป็นการคิดชั้นใด

a)

ก.การคิดขั้นพื้นฐาน

b)

ข.การคิดชั้นสูง

3.

การคิดแก้ปัญหา เป็นการคิดชั้นใด

a)

ก.การคิดขั้นพื้นฐาน

b)

ข.การคิดชั้นสูง

4.

4.การสังเคราะห์ เป็นการคิดขั้นใด

a)

ก. การคิดขั้นพื้นฐาน

b)

ข. การคิดชั้นสูง

5.

5.ข้อใดคือสาเหตุของการเกิด “การคิด”

a)

ก. ความสงสัย

b)

ข. การคัดสินใจ

c)

ค. การแก้ปัญหา

d)

ง. ถูกทุกข้อ

6.

6. การทำงานข่องสมองกับการคิดมีการแบ่งการทำงานของสมองเป็นกี่ขั้นตอน

a)

ก. 4 ขั้นตอน

b)

ข. 5 ขั้นตอน

c)

ค. 6 ขั้นตอน

d)

ง. 7 ขั้นตอน

7.

7. “การคิดเชิงลึก คิดละเอียดจากเหตุไปผล" คือการคิดแบบใด

a)

ก. การนำไปใช้

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การสังเคราะห์

d)

ง. การประเมิน

8.

8. ”การคิดตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลเปรียบเทียบกับมาตรฐาน“ คือการคิดแบบใด

a)

ก. การนำไปใช้

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การสังเคราะห์

d)

ง. การประเมิน

9.

9.แผนภูมิที่ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผลกระทบและสาเหตุ

a)

ก.Brain Diagram

b)

ข.Tree Diagram

c)

ค.Fish Bone Diagram

d)

ง.Mind Mapping Diagram

10.

10. จากแมนภูมิ ข้อใดคือสาเหตุรอง

a)

ก. เกมดึก

b)

ข. หลับในห้องเรียน

c)

ค. เบื่อการเรียนแบบเดิมๆ

d)

ง. ไม่มีเทคนิคเทคนิคการสอนแบบใหม่ๆ

11.

11. การทำแผนผังก้างปลาควรกำหนดประโยคปัญหาที่ส่วนใดของปลา

a)

ก. หัวปลา

b)

ข. ก้างปลา

c)

ค. ครีบปลา

d)

ง. หางปลา

12.

12. Mind Mapping diagram ถูกพัฒนาขึ้นที่ประเทศใด

a)

ก. ญี่ปุ่น

b)

ข. อังกฤษ

c)

ค. อเมริกา

d)

ง. สิงคโปร์

13.

13.“ เป็นวิธีการจดบันทึกความคิดจากสมองในลักษณะคล้ายแผนภาพที่แตกแขนงเหมือนกิ่งไม้และเชื่อมโยงกัน” คือแผนภูมิใด

a)

ก. Brain diagram

b)

ข. Tree diagram

c)

ค. Fish bone diagram

d)

ง. Mind Mapping diagram

14.

14.การใช้สีที่หลากหลายใน Mind Mapping diagram สีใดที่สมองของเราจำแม่นที่สุด

a)

ก. สีแดง

b)

ข. สีขาว

c)

ค. สีเหลือง

d)

ง. สีน้ำเงิน

15.

15. ความสามารถในการใช้คำพูดหรือประโยคที่มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการตอบสนองของผู้ตอบทักษะใด

a)

ก. ทักษะการอธิบาย

b)

ข. ทักษะการตั้งคำถาม

c)

ค. ทักษะการคิดเชิงบวก

d)

ง. ทักษะการสะท้อนคิด

16.

16. ทักษะทักษะใด ผู้เขียนที่จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องราวอย่างถูกต้องชัดเจน

a)

ก. ทักษะการอธิบาย

b)

ข. ทักษะการตั้งคำถาม

c)

ค. ทักษะการคิดเชิงบวก

d)

ง. ทักษะการสะท้อนคิดอ่านหนัง

17.

17. คำถามใดช่วยกระตุ้นให้เกิดการสังเกต

a)

ก. เด็กๆ รู้รังนกหมายถึงอะไร

b)

ข. เด็กๆ เห็นอะไรในภาพนี้บ้าง

c)

ค. เด็กๆ ทราบไหมนกก็นอนในเป็นอาหาร

d)

ง. เด็กๆ คิดว่าการยิงนกเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่17

18.

18. ”นักศึกษาลองคิดซิว่าในกล่องนี้มีอะไรอยู่ “ เป็นคำถามลักษณะใด

a)

ก. คำถามชี้บ่ง

b)

ข. คำถามถามนำ

c)

ค. คำถามให้ทบทวนความจำ

d)

ง. คำถามเร้าความสนใจ

19.

19.“ ศาลหนูเมื่อเข้าสู่ร่างกายและสะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อกระดูกผิวหนังตับไตจะทำให้โลหิตจางกล้ามเนื้ออ่อนแอและเกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ” คือการเขียนอธิบายแบบใด

a)

ก. การเขียนอธิบายลำดับขั้นตอน

b)

ข. การเขียนอธิบายโดยให้คำนิยาม

c)

ค. การเขียนอธิบายโดยใช้ตัวอย่าง

d)

ง. การเขียนอธิบายจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์

20.

20. ไม่ใช่ ลักษณะการใช้คำถามที่ดี

a)

ก. ถามอย่างมั่นใจ

b)

ข. เตรียมคำถามล่วงหน้า

c)

ค. ถามแล้วมีเวลาสาธยาย

d)

ง. ถามที่ละหลายคนเเละตอบพร้อมกัน

21.

21. การสะท้อนคิดเกิดจากอะไร

a)

ก. การสังเกตและการแยกแยะ

b)

ข. การสังเกตและการตั้งคำถาม

c)

ค. การตั้งคำถามและการแยกแยะ

d)

ง. การตั้งคำถามและการประเมิน

22.

22.ข้อใดคือขั้นตอนการสะท้อนคิดของ Kolb's experiential teamingข้อไดคือขั้นตอนการสะท้อนคิดของ Kolb's experiential leaming

a)

ก. Action Plan, Conclusion, Reflective Observation, Active Experimentation

b)

ข. Description, Action Plan, Concrete Experience, Reflective Observation,

c)

ค. Evaluation, Feelings, Abstract Conceptualization, Active Experimentation

d)

ง. Concrete Experience, Reflective Observation, Abstract Conceptualization,

Active Experimentation

23.

23. ก่ารเรียนการสอนในห้องเรียน คือการเรียนรู้ขั้นใด

a)

ก. ชั้นการสร้างมโนทัศน์

b)

ข. ขั้นการทดลองปฏิบัติจริง

c)

ค. ขั้นประสบการณ์รูปธรรม

d)

ง. ชั้นการคิดเห็นทบทวนไตร่ตรอง

24.

24. การเขียนสรุปสิงที่ได้เรียนรู้ คือการเรียนรู้ขั้นใด

a)

ก. ชั้นการสร้างมโนทัศน์

b)

ข. ชั้นการทดลองปฏิบัติจริง

c)

ค. ชั้นประสบการณ์รูปธรรม

d)

ง. ชั้นการคิดเห็นทบทวนไตร่ตรอง

25.

25. การสรุปการเรียนรู้งอกมาเป็น Model คือการเรียนรู้ขั้นใด

a)

ก. ชั้นการสร้างมโนทัศน์

b)

ข. ชั้นการทดลองปฏิบัติจริง

c)

ค. ชั้นประสบการณ์รูปธรรม

d)

ง. ชั้นการคิดเห็นทบทวนไตร่ตรอง

26.

26. การฝึกปฏิบัติโดยการทดลองและตรวจสอบ คือการเรียนรู้ขั้นใด

a)

ก. ชั้นการสร้างมโนทัศน์

b)

ข. ชั้นการทดลองปฏิบัติจริง

c)

ค. ชั้นประสบการณ์รูปธรรม

d)

ง. ชั้นการคิดเห็นทบทวนไตร่ตรอง

27.

27. ทักษะการสะท้อนคิดต้องมีการตระหนักรู้ในตนเองกี่

a)

ก. 3 ขั้นตอน

b)

ข. 4 ขั้นตอน

c)

ค. 5 ขั้นตอน

d)

ง. 6 ขั้นตอน

28.

28. ข้อโดคือคำถามที่ใช้ในการสะท้อนคิด

a)

ก. เขาเป็นใคร

b)

ข. วันรู้สึกอย่างไรกับคนคนนี้

c)

ค. ฉันจะทำงานกับเขาได้อย่างไร

d)

ง. ถูกทุกข้อ

29.

29. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่าอะไร

a)

ก. Skulls Thinking

b)

ข. Critical Thinking

c)

ค. Reasoning Thinking

d)

ง. Problem-solving Thirting

30.

30. การคิดอย่างมีวิจกรณญาณ มีความหมายตรงกับข้อโด

a)

ก. เป็นการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

b)

ข. เป็นการรวมความรู้ย่อยให้เป็นข้อมูลใหม่

c)

ค. ความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานของการคิดระดับสูง

d)

ง. ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผสและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

31.

31. องค์ประกอบของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ก. การใช้เหตุผล, การเปิดใจ, การวิเคราะห์, การใช้ตรรกะ

b)

ข. การใช้ตรรกะ, การใช้เหตุผล, มีความเหมาะสม, วิธีการปฎิบัติตน

c)

ค. การวิเคราะห์, การเปิดใจ, กำหนดประเด็นปัญหา, การประยุกต์ใช้

d)

ง. การเปิดใจ, ความเหมาะสม, กำหนดปัญหา, การประยุกต์ใช้

32.

32.การใช้เหตุผลมองจากใหญ่ไปหาเล็ก คือวิธีการให้เหตุผลแบบใด

a)

ก. แบบนิรนัย

b)

ข. แบบอุปนัย

c)

ค. แบบอุปมาน

d)

ง. แบบหนุมาน

33.

33.การใช้เหตุผลมองจากเล็กไปหาใหญ่ คือวิธีการให้เหตุผลแบบใด

a)

ก. แบบนิรนัย

b)

ข. แบบอุปนัย

c)

ค. แบบอุปมาน

d)

ง. แบบหนุมาน

34.

34.ข้อใดคือข้อจำกัดของการให้เหตุผลแบบนิรนัย34.ข้อใดคือข้อจำกัดของการให้เหตุผลแบบนิรนัย

a)

ก. ข้อสรุปที่ได้จากการให้เหตุผลเป็นที่ยอมรับว่าเป็นจริงนั้นอาจจะเกิดข้อซัดแย้งกับข้อความที่เป็นเหตุยังไม่ได้อ้างไว้ก่อนเพราะข้อความ่ที่เป็นเหตุยังมีอยู่อีกมากมีจำนวนไม่จำกัด

b)

ข. จากการสังเกตข้อเพ็จจริงจากเหตุหรือสมมุติฐานในเหตุการณ์หรือตัวอย่างที่หามา แล้วนำมาสรุปเป็นการวางนัยทั่วไปอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้องก็ได้เพราะอาจมีตัวอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อสรุปที่ได้มาใหม่แน่นอนกว่าทำให้ข้อสรุปนั้นผิดไป

c)

ค. การให้เหตุผลแบบนิวนัยไม่สามารถสรุ่ปผสตามที่คาดหวังได้ต้องสรุปให้เป็นไปตามเหตุการณ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น

d)

ง. ข้อสรุปที่มาจากการให้เหตุผล เป็นการวางนัยทั่วไปซึ่งไม่ได้ให้ความจริงกับเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ข้อสรูป นี้อวจจะถูกต้องหรือผิดก็ได้และเป็นเพียงข้อสรุปที่มีความจริงว่าจะเป็นสิ่งที่จะถูกต้องเท่านั้น

35.

35. ข้อโดไม่ไช่ลักษณะของผู้ที่มีการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

a)

ก. เป็นผู้ที่มีโงกว้าง

b)

ข. กระคือรือวันในการหาข้อมูล

c)

ค. มีความไวต่อความรู้สึกของผู้ปื่น

d)

ง. ไม่เปลี่ยนความคิดเป็นที่คนมีอยู่ถึงแม้มีข้อมูลที่มีเหตุผลมากกว่า

36.

36. องค์ประกอบแรกที่จะช่วยให้เกิดกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณคือข้อใด

a)

ก. การคิดหล่อง

b)

ข. การวิเคราะห์

c)

ค. การทำความเข้าใจ

d)

ง. การอนุมานอย่างรอบด้าน

37.

37.การคิดเชื่อมโยง ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่าอะไร

a)

ก. Creative Thinking

b)

ข. System Thinking

c)

ค. Analytical Thinking

d)

ง. Associating Thinking

38.

38.การคิดเชื่องโยง หมายถึงข้อใด

a)

ก. การคิดในระบบบิดมีชอบเขตจำกัดมีแนวคิดที่ไม่เปลี่ยนแปลง

b)

ข. การคิดเพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาโดยอาศัยการหยังเห็นเป็นสำคัญ

c)

ค. การคิดที้ได้จากการรับรู้ มีการเปรียบเทียบลักษณะที่เหมือนและแตกต่างกัน

d)

ง. ความสามารถในการเชื่อมโยงประสบการณ์และความรู้ต่าง ๆ จากหลายแหล่งมาร้อยเรียงเพื่อให้เห็นภาพใหญ่

39.

39. การคิดเชื่อมโยง จัดอยู่ในการคิดประบาทใด

a)

ก. การคิดประเภทสัมพันธ์

b)

ข. การคิดประเภทสัมพัทธ์

c)

ค. การคิดประเภทรวบยอด

d)

ง. การคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหา

40.

40.ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะขอผู้ที่มีการคิดเชื่อมโยง

a)

ก. สามารถนำความรู้มาประยุกต์หรือปรับใช้กับตัวเองได้

b)

ข. สามารถนำความรู้จากแหล่งต่าง ๆ มาเรียบเรียงต่อกันได้

c)

ค. สามารถบอกความสัมพันธ์ว์หว่างข้อมูลได้อย่างมีความหมาย

d)

ง.สามารถเปียบเทียบข้อดีและะข้อเสียขิงสิ่งที่เราัดสินอย่างเท่าเทียม

41.

41.การให้ผู้ป่วยได้ระบายความปรารถนาหรือปัญหา เป็นการคิดเชื่อมโยงลักษณะใด

a)

ก. การฟัน

b)

ข. การคิดที่เป็นอิสระ

c)

ค. การคิดที่ถูกควบคุม

d)

ง. การสร้างวิมานในอากาศ

42.

42. "เป็นรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการให้เหตุผล (Reasoning) หรือ การตัดสินใจ Uudgment) ในการให้เหตุผลจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบและพิจารณาจากข้อเท็จจริง" เป็นการคิดเชื่อมโยงลักษณะใด

a)

ก. การฟัน

b)

ข. การคิดที่เป็นอิสระ

c)

ค. การคิดที่ถูกควบคุม

d)

ง. การสร้างวิมานในอากาศ

43.

43.ข้อใดคือความหมายของการคิดสร้างสรรค์

a)

ก. กระบวนการคิดของสนองในเรื่องที่ผ่านมา

b)

ข. กระบวนการคิดของสมองในเรื่องอาชีพในอนาคต

c)

ค. กรมบวนการคิดของหมองที่ร่วมประสบการณ์เดิมจัดให้อยู่ในรูปแบบใหม่

d)

ง. ถูกทุกข้อ

44.

44. การคิดสร้างสรรค์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่าอะไร

a)

ก. Creative Thinking

b)

ข. System Thinking

c)

ค. Analytical Thinking

d)

ง. Associating Thinking

45.

45. ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์

a)

ก. เป็นผู้ที่ตื่นตัวอยู่หลอดเวลา

b)

ข. ขอบแสดงออกมากกว่าเก็บกดไว้

c)

ค. เปิดรับประสบการณ์ต่าง ๆ ไม่หลีกเลี่ยง

d)

ง. ถูกทุกข้อ

46.

46. กระบวนการคัดสร้างสรรค์ของทอแรนซ์ มีที่ข้อ

a)

ก. 3 ข้อ

b)

ข. 4 ข้อ

c)

ค. 5 ข้อ

d)

ง. 6 ข้อ

47.

47.ลักษณะความคิดแปลกใหม่ที่แตกต่างจากความคิดเดิม เช่น การเลี้ยงกบในกล่องโฟม เป็นความคิดประเภท

a)

ก. ความคิดริเริ่ม

b)

ข. ความคิดคล่องแคล่ว

c)

ค. ความคิดยืนหยุ่น

d)

ง. ความคิดละเอียดอ่อน

48.

48. การบุหมวกด้านในที่ประดิษฐ์จากกล่องนม ด้วยผ้าเพื่อให้สวมใส่สบาย เป็นการคิดในลักษณะใด

a)

ก. ความคิดริเริ่ม

b)

ข. ความคิดคล่องแคล่ว

c)

ค. ความคิดยืนหยุ่น

d)

ง. ความคิดละเอียดอ่อน