Worksheetsกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืชC3 C4 และ CAM
Total questions: 10
Worksheet time: 10mins
ข้อใดคือลักษณะใบของพืชที่มีโครงสร้างแบบ Kranz type (มข. 51)
ใบพืช C3
ใบพืช C4
ใบพืช CAM
ใบพืช C4 และ ใบพืช CAM
ข้อใดคือพืชที่ปิดปากใบในเวลากลางวัน (มข. 51)
มะม่วง
อ้อย
ไมยราบ
กระบองเพชร
การสร้างกรดฟอสโฟกลีเซอริก (Phosphoglyceric acid, PGA) ของพืช C3 เกิดจากการรวมตัวของก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์กับสารในข้อใด (มข. 56)
Rubisco
G3P
RuBP
PGAL
ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น นักวิทยาศาสตร์ คาดการณ์ว่าในอนาคต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า สภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อพืชอย่างไร (มข. 58)
พืชทุกชนิดจะมีอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มสูงขึ้น
ส่งผลให้พืช C3 เจริญเติบโตดีขึ้น แต่ส่งผลน้อยมากต่อพืช C4
ส่งผลให้พืช C4 เจริญเติบโตดีขึ้น แต่ส่งผลน้อยมากต่อพืช C3
ส่งผลให้พืช C3 เจริญเติบโตดีขึ้น แต่ส่งผลให้พืช C4เจริญเติบโตน้อยลง
ถ้าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่นการขาดน้ำ อุณหภูมิสูง หรือดินเค็ม การตรึง CO2 ของพืชบางชนิดจะเป็นแบบ CAM ซึ่งจะมีการสะสมสารอะไรต่อไปนี้ไว้ในแวคิวโอลในเวลากลางคืน (มข. 50)
PEP
PGA
OAA
Malic acid
การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ ของพืชพวก CAM จะเกิดขึ้นกี่ครั้งและเกิดที่ใด (มข. 50)
2 ครั้ง เกิดที่ mesophyll และ bundle sheath cells
2 ครั้ง เกิดในเซลล์เดียวกันแต่ต่างเวลา
1 ครั้งเกิดที่ mesophyll
1 ครั้ง เกิดใน bundle sheath cells
การตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ของใบข้าว เกิดขึ้นที่ส่วนใด (มข. 56)
Mesophyll cell
Mesophyll cell และ Palisade cell
Bundle sheath cell และ Palisade cell
Palisade cell และ Spongy cell
เพราะเหตุใดพืชที่ปิดปากใบเวลากลางวันและเปิดปากใบเวลากลางคืนเช่น กระบองเพชร จึงสามารถสร้างอาหารเองได้ (มข. 55)
เพราะก๊าซ CO2 สามารถซึมผ่านคิวติเคิลเข้าสู่ภายในใบได้ในเวลากลางวัน
เพราะสะสมอาหารไว้มากในลำต้นและราก
เพราะสามารถตรึง CO2 ในเวลากลางคืน โดยกิจกรรมของเอนไซม์ PEP carboxylase
เพราะสามารถสร้างน้ำตาลได้ในเวลากลางคืน โดยกิจกรรมของวัฏจักรคัลวิน
ในเวลากลางคืน เราจะตรวจพบการสะสมของกรดมาลิกซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากกรดออกซาโลแอซิติกในพืชซีเอเอ็ม (CAM) ที่บริเวณใดมากที่สุด (PAT2 พ.ย. 57)
แวคิวโอล
คลอโรพลาสต์
ไซโทพลาสซึม
ลิวโคพลาสต์
การที่พืช C4 มีการตรึงสารประกอบอนินทรีย์ของคาร์บอน 2 ครั้ง ทำให้เกิดผลดีต่อพืชอย่างไร (PAT2 มี.ค. 56)
พืชมีอัตราการดูดกลืนพลังงานแสงและคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากขึ้น
พืชจะมีอัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิสูงขึ้น และทำให้เกิดกระบวนการโฟโตเรสไพเรชันขึ้น
พืชตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่เซลล์มีโซฟิลล์ได้มากขึ้น จึงส่งผ่านคาร์บอนอะตอมไปยังกระบวนการโฟโตเรสไพเรชันได้มากขึ้น
สามารถเพิ่มความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบันเดิลชีทได้มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับความเข้มข้นของออกซิเจน จึงทำให้ปฏิกิริยาการตรึงออกซิเจนโดย RuBP เกิดได้น้อยลง
