NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบท้ายบท สมดุลเคมี
Total questions: 30
Worksheet time: 1hrs 5mins
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
เวลาและอุณหภูมิ
พื้นที่ผิวและตัวเร่งปฏิกิริยา
อุณหภูมิและตัวหน่วงปฏิกิริยา
ตัวเร่งปฏิกิริยาและธรรมชาติของสารตั้งต้น
เวลา อุณหภูมิ และพื้นที่ผิว
เมื่อเผาผงเหล็กกับแก๊สออกซิเจนจะเกิดการลุกไหม้ทันที แต่ถ้าเผาตะปูเหล็กแทนผงเหล็ก ปฏิกิริยานี้จะเกิดช้ามาก ปัจจัยใดที่ทำให้ปฏิกิริยาทั้งสองต่างกัน
เวลา
อุณหภูมิ
พื้นที่ผิว
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ตัวหน่วงปฏิกิริยา
เมื่อผสมแก๊สออกซิเจนกับแก๊สไฮโดรเจนที่อุณหภูมิห้องพบว่าไม่เกิดปฏิกิริยา แต่ถ้าผสมกันบนผิวของโลหะแพททินัม ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นทันที ปัจจัยใดที่ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้เกิดได้เร็วขึ้น
เวลา
อุณหภูมิ
พื้นที่ผิว
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ตัวหน่วงปฏิกิริยา
เมื่อเผาโลหะ A กับอากาศจะลุกไหม้อย่างรวดเร็วได้ออกไซด์ของโลหะ A แต่เมื่อวางโลหะ A ไว้ในอากาศจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอย่างช้าๆ เพราะปัจจัยใด
เวลา
อุณหภูมิ
พื้นที่ผิว
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ตัวหน่วงปฏิกิริยา
ปฏิกิริยาระหว่างของแข็งกับแก๊สเกิดขึ้นได้เอง อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปลี่ยนแปลงข้อใด
ลดความดัน
ลดอุณหภูมิ
เพิ่มความดันแก๊ส
ใช้ของแข็งที่มีอนุภาคนาดใหญ่ขึ้น
เพิ่มปริมาตรของภาชนะ
การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน
ใส่แผ่น Zn 1 ชิ้น หนัก 1 g ลงใน HCl 1 mol/dm3
ใส่ Zn ผงละเอียดหนัก 1 g ลงใน HCl 1 mol/dm3
ใส่ Zn ผงละเอียดหนัก 1 g ลงใน HCl 2 mol/dm3
ใส่แผ่น Zn 2 ชิ้นหนักชิ้นละ 0.5 g ลงใน HCl 2 mol/dm3
ใส่แผ่น Zn 4 ชิ้นหนักชิ้นละ 0.25 g ลงใน HCl 2 mol/dm3
การกระทำในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
การนำเนื้อหมูแช่ในช่องแซ่แข็ง
ใช้แคลเซียมคาร์ไบด์ช่วยในการบ่มมะม่วง
การเคี้ยวยาลดกรดชนิดเม็ดให้ละเอียดก่อนกลืน
การเปลี่ยนขนาดภาชนะที่บรรจุสารละลายที่ทำปฏิกิริยา
การเปลี่ยนปริมาตรของภาชนะที่บรรจุแก๊ส
ข้อความใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา
ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น
มีสารใหม่เพิ่มมากขึ้น
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง
มีสารใหม่เพิ่มมากขึ้น และ พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น
ข้อใดมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน
เพิ่มอุณหภูมิ ลดความดัน
เพิ่มพื้นที่ผิว ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยา
เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งตัน เพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์
เพิ่มพื้นที่ผิว เพิ่มขนาดภาชนะที่บรรจุ
ลดอุณหภูมิ เพิ่มความดัน
ข้อใดอธิบายความหมายเกี่ยวกับสมดุลปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาในระบบปิด
เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับได้
เป็นปฏิกิริยาที่มีทั้งไปข้างหน้าและย้อนกลับ
มีอัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าเท่ากับย้อนกลับ
ปริมาณสารตั้งต้นเท่ากับสารผลิตภัณฑ์
ข้อใดไม่สามารถเกิดภาวะสมดุล
การเดือดของน้ำในกาต้มน้ำ
น้ำอัดลมในขวดที่ยังไม่เปิดฝา
การตกผลึกของเกลือในนาเกลือ
การระเหิดของไอโอดีนในขวดที่ปิดฝา
ไอของปรอทในเทอร์โมมิเตอร์
ข้อใดกล่าวถูกเกี่ยวกับสมดุลไดนามิก
สภาวะที่ย้อนกลับได้ทิศทางเดียว
สภาวะที่มีการทั้งดำเนินไปแล้วหยุดนิ่ง
สภาวะที่ดำเนินไปข้างหน้าทิศทางเดียว
สภาวะที่มีทั้งดำเนินไปข้างหน้าและย้อนกลับเกิดขึ้นตลอดเวลา
สภาวะที่มีโมเลกุลของแก๊สมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา
กำหนดให้ H2(g) + I2(g) = 2HI(g) ; K = 4
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้ 2HI(g) = H2(g) + I2(g) คือข้อใด
0.25
0.5
2
4
16
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุล
ความดัน
อุณหภูมิ
ความเข้มข้น
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ความดัน อุณหภูมิ
ความเข้มข้น
จากปฏิกิริยาที่สภาวะสมดุลต่อไปนี้ (แนวข้อสอบ A-level)
2CO(g) + O2(g) = 2CO2(g) + พลังงาน
จงใช้หลักเลอชาเตอลิเออธิบายว่า ถ้าต้องการให้ได้ ผลิตภัณฑ์ลดลง จะต้องเลือกภาวะของระบบอย่างไร
เพิ่มความดัน , เพิ่มอุณหภูมิ
เพิ่มความดัน , ลดอุณหภูมิ
ลดความดัน , เพิ่มอุณหภูมิ
ลดความดัน , อุณหภูมิคงที่
ลดความดัน , ลดอุณหภูมิ
จากสมการ
Cu(s) + Br2(aq) ⇌ Cu2+(aq) + 2Br- (aq)
ข้อใดเขียนค่าคงที่สมดุลได้ถูกต้อง
การทดลองที่อุณหภูมิ 250 ํC มีสมการดังนี้
PCl5(g) ⇌ PCl3(g) + Cl2(g)
ที่ภาวะสมดุลพบ PCl5 = 1.5 mol/dm3,
PCl3 = 0.2 mol/dm3 และ Cl2 = 0.3 mol/dm3
จงหาค่า K
0.02
0.04
0.06
0.08
2H2(g) + 2Br2(g) ⇌ 2HBr(g)
มีค่า K = 8.1 x 1011
แล้วค่า K ของ H2(g) + Br2(g) ⇌ HBr(g)
มีค่าเท่าใด
4.0 x 105
9.0 x 105
4.0 x 1011
8.1 x 1011
สมดุลไดนามิก หมายความว่า ณ ภาวะสมดุล
การเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า และย้อนกลับดำเนินต่อไป
ระบบจะยังมีสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์
ความเข้มข้นของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์มีค่าคงที่
ความเข้มข้นของสารตั้งต้น และผลิตภัณฑ์มีค่าเท่ากัน
ข้อใดคือปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนภาวะสมดุลได้
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสารตั้งต้น
การเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ถูกทุกข้อ
การเปลี่ยนแปลงในข้อใดต่อไปนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
ก) น้ำระเหยกลายเป็นไอในภาชนะปิด
ข) เกล็ดไอโอดีนละลายน้ำ
ค) เนื้อหมูถูกทิ้งไว้ 3 วัน แล้วเน่า
ง) ลูกเหม็นระเหิดในที่โล่งแจ้ง
ก. เท่านั้ น
ก. และ ข.
ก. ข. และ ค.
ก. และ ง.
ง เท่านั้น
ถ้าปฏิกิริยาต่อไปนี้อยู่ในภาวะสมดุล
X(s) + Y2+(aq) <-------> X2+(aq) + Y(s)
ข้อสรุปใดถูกต้อง
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์เท่ากัน
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์คงที่
ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเท่ากัน
ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์เท่ากัน
ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์และสารตั้งต้นไม่ทำปฏิกิริยากัน
จากกราฟที่กำหนดให้คำกล่าวใดถูกต้อง
เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร C
เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มอุณหภูมิ
เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยา
เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร C และ B
เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร B
ปฏิกิริยา N2 + 3H2 <------> 2NH3 เป็นปฏิกิริยาการคายความร้อนสภาวะทั้งหมดในข้อใดมีผลทำให้ NH3 ลดลง
เพิ่ม H2 เพิ่มความร้อน เพิ่มปริมาตร
ลด NH3 ลดความร้อน ลดความดัน
ลด NH3 ลดความร้อน ลดความดัน
ลด N2 เพิ่มความร้อน ลดความดัน
เพิ่ม NH3 ลดความร้อน เพิ่มปริมาตร
ปฏิกิริยา N2O4 (g) ↔ 2NO2 (g) ที่อุณหภูมิหนึ่งมีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ 4.0
และมีความเข้มข้น NO2 ที่จุดสมดุลเท่ากับ 2.0 M เมื่อเพิ่มปริมาตรของ
ภาชนะเป็นสองเท่าที่อุณหภูมิเดียวกัน จะมีความเข้มข้นของ NO2 เท่าใด
0.11
0.52
0.96
1.00
1.24
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะที่สำคัญของสมดุลเคมี
เป็นปฏิกิริยาผันกลับได้
เกิดในระบบปิดเท่านั้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้าเท่ากับ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ
ความเข้มข้นของสาร ณ สมดุลต้องเท่ากัน
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาเคมีต่อไปนี้ในรูปอัตราส่วนความเข้มข้นของสาร ข้อใดถูกต้อง
ไม่มีข้อใดถูก
ปฏิกิริยา 2 NH3 → N2 + 3H2 ที่ 300 Co พบว่าความเข้มข้นของ NH3 ลดลงจาก 0.0150 mol/L เป็น
0.0020 mol/L ในเวลา 100 วินาที จงคำนวณอัตราการเกิด N2 ในหน่วย mol/L⋅s
1.3 x 10-4
2.6 x 10-4
4.3 x 10-5
6.5 x 10-5
8.5 x 10-5
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานของปฏิกิริยา
A(g) + B(g) —— C(s) + D(g) มีลักษณะตามกราฟ พลังงานก่อกัมมันต์
และพลังงานที่ดูดหรือ คาย มีค่าเท่าใด
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / molและ ดูดพลังงาน = 7 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / molและ ดูดพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 15 kJ / mol และ ดูดพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / mol และ คายพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 14 kJ / mol และ คายพลังงาน = 8 kJ / mol
ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
จะทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานต่ำลง
