NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบกลางภาค เทคนิคการขาย
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
1. พนักงานขายควรมี "ความรู้เกี่ยวกับคู่แข่ง" เพื่ออะไร
ก. เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างธุรกิจ
ข. เพื่อเสนอขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง
ค. เพื่อพัฒนาแผนการขายที่เหมาะสมกับสินค้า
ง. เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ขององค์กรให้ทันสมัย
2. สถานการณ์ :
ลูกค้าแสดงอารมณ์ไม่พอใจและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้า พนักงานขายควรใช้วิธีการใดในการแก้ปัญหา
ก. แนะนำสินค้าใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ข. เสนอส่วนลดพิเศษเพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้า
ค. หลีกเลี่ยงการตอบคำถามจนกว่าลูกค้าจะสงบ
ง. แสดงความเข้าใจและชี้แจงด้วยเหตุผลที่ชัดเจน
3. จากข้อมูลที่ศึกษา "การขาย" มีความสำคัญอย่างไรต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ
ก. เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนสินค้ากับเงินตรา
ข. เป็นแหล่งรายได้และกำไรที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต
ค. เป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มการผลิตและลดต้นทุนการ ผลิต
ง. เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น
4. นักขายที่มี "ความตรงต่อเวลา" มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจอย่างไร
ก. ลดความเสี่ยงในการแข่งขันกับคู่แข่ง
ข. ช่วยประหยัดเวลาในการวางแผนการขาย
ค. เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้กับลูกค้าใหม่
ง. สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้า
5. จากข้อมูลในบทเรียน การขายเป็นกิจกรรมที่ "เชื่อมโยงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ"
นักเรียนคิดว่าการสื่อสารแบบใดที่เหมาะสมที่สุดในกระบวนการนี้
ก. ใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพื่อแสดงจุดเด่นของสินค้า
ข. การสื่อสารสองทางเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ค. เน้นการพูดให้มากกว่าการฟังเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสินค้า
ง. ใช้คำพูดโน้มน้าวโดยไม่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้า
6. เหตุใด "ทัศนคติที่ดีของพนักงานขาย" จึงมีความสำคัญต่อการประสบความสำเร็จในการขาย
ก. ช่วยเพิ่มโอกาสในการเสนอขายสินค้าเพิ่มเติม
ข. ช่วยลดเวลาที่ใช้ในการแก้ไขข้อสงสัยของลูกค้า
ค. ช่วยให้พนักงานขายสามารถโน้มน้าวลูกค้าได้โดยง่าย
ง. ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวสินค้าและบริการ
7. ในขั้นตอน "การติดตามผลหลังการขาย" พนักงานขายควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
ก. จัดส่งของขวัญให้ลูกค้าหลังการซื้อ
ข. นำเสนอสินค้าใหม่ทุกครั้งที่ติดต่อกับลูกค้า
ค. ลดราคาให้ลูกค้าทุกรายเพื่อสร้างความพึงพอใจ
ง. สอบถามความคิดเห็นลูกค้าและนำไปปรับปรุงบริการ
8. สถานการณ์ : ลูกค้าไม่มั่นใจในความคุ้มค่าของสินค้า วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการตอบสนองคืออะไร
ก. ลดราคาเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
ข. ยืนยันว่าลูกค้าคิดผิดและให้เหตุผลชี้แจง
ค. ใช้โปรโมชั่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าลูกค้าได้รับมูลค่าเพิ่ม
ง. อธิบาย Feature-Advantage-Benefit (FAB) ของสินค้าอย่างละเอียด
9. ในการนำเสนอสินค้า พนักงานขายควรปรับวิธีการสื่อสารให้เหมาะสมกับลักษณะลูกค้าอย่างไร
ก. ยึดติดกับรูปแบบการนำเสนอที่บริษัทกำหนดไว้
ข.ใช้การอธิบายรายละเอียดแบบกระชับกับลูกค้าทุกประเภท
ค. ใช้ภาษาเชิงเทคนิคเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าซับซ้อนและมีคุณค่า
ง. สังเกตและปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารตามพฤติกรรมและความชอบของลูกค้า
10. สถานการณ์ :
ลูกค้ากล่าวว่า “ฉันยังไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติของสินค้านี้เหมาะกับฉัน”
พนักงานขายควรตอบอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขาย
ก. "ให้ฉันเล่าประสบการณ์จากลูกค้ารายอื่นที่ใช้งานสินค้าแบบนี้ให้ฟังนะคะ"
ข. "ไม่ต้องกังวลค่ะ เรามีโปรโมชั่นพิเศษให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น"
ค. "หากคุณไม่มั่นใจตอนนี้ คุณอาจต้องการเวลาคิดก่อน"
ง. "สินค้านี้เหมาะกับทุกคนค่ะ คุณไม่ต้องคิดเยอะ"
11. ขั้นตอนใดสำคัญที่สุดใน "การปิดการขาย"
ก. การชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมดของลูกค้าอย่างละเอียด
ข. การสร้างแรงจูงใจโดยเสนอโบนัสหรือส่วนลดเพิ่มเติม
ค. การยืนยันข้อมูลและแสดงความมั่นใจในคุณภาพสินค้า
ง. การสังเกตสัญญาณการซื้อจากลูกค้าและตอบสนองอย่างเหมาะสม
12. สถานการณ์ :
ลูกค้าแสดงความสนใจในสินค้าแต่ยังลังเล เทคนิคใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปิดการขาย
ก. แจ้งว่าโปรโมชั่นจะหมดภายในเวลาจำกัด
ข. แนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ
ค. เสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่คล้ายคลึงกัน
ง. ชี้แจงว่าลูกค้ารายอื่นก็เลือกซื้อสินค้าชนิดเดียวกัน
13. เทคนิค “การปิดการขายแบบการเลือก (choice)” มีเป้าหมายอย่างไร
ก. เน้นประโยชน์ของสินค้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
ข. เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าโดยเสนอเฉพาะสินค้าเด่นที่สุด
ค. แนะนำตัวเลือกสินค้าทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
ง. ลดความลังเลของลูกค้าโดยให้เลือกทางเลือกที่จำกัด เช่น สีหรือรุ่น
14. เหตุใดการ “ทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค” จึงเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการขาย
ก. เพื่อสร้างฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อใช้ในอนาคต
ข. เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าในระยะสั้น
ค. เพื่อเพิ่มการขายสินค้าโดยเน้นลดราคาต่อหน่วย
ง. เพื่อกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
15. จากหลัก 6W1H คำถาม "Who" ช่วยให้นักขายเข้าใจอะไรเกี่ยวกับลูกค้า
ก. สถานที่ที่ลูกค้าพบเห็นสินค้า
ข. ลักษณะนิสัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ
ค. เหตุผลที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าจากคู่แข่ง
ง. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซื้อ เช่น รายได้และอายุ
16. เทคนิค "Voice of Customer" มีเป้าหมายสำคัญอย่างไร
ก. เพื่อระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายในระยะสั้น
ข. เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ตามข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้า
ค. เพื่อกำหนดมาตรฐานการบริการที่ดึงดูดลูกค้าใหม่
ง. เพื่อรวบรวมคำร้องเรียนของลูกค้าและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
17. ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า
ก. การเปรียบเทียบราคาสินค้ากับคู่แข่งในตลาด
ข. การศึกษาเฉพาะเจาะจงด้านค่านิยมทางวัฒนธรรมในชุมชน
ค. ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์ ซึ่งมุ่งเน้นที่แรงจูงใจทางอารมณ์
ง. ความเชื่อส่วนบุคคลที่ได้รับการหล่อหลอมจากประสบการณ์ในอดีต
18. ในบริบทของการขายออนไลน์ในยุค 4.0 สิ่งใดที่ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญมากที่สุด
ก. ราคาและโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ
ข. การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญหรือคนดัง
ค. การเข้าถึงข้อมูลสินค้าได้ง่ายและรวดเร็ว
ง. ความสวยงามของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
19. คำถาม "Why" ในหลัก 6W1H มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อการทำความเข้าใจลูกค้า
ก. เพื่อวิเคราะห์ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าช่วงใดของปี
ข. เพื่อระบุว่าสินค้าสามารถหาซื้อได้จากช่องทางใด
ค. เพื่อค้นหาเหตุผลที่ลูกค้าเลือกซื้อสินค้า หรือบริการ
ง. เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดโดยเน้นคุณสมบัติเด่นของสินค้า
20. การเข้าใจ "แรงจูงใจของลูกค้า" ช่วยให้ธุรกิจได้เปรียบในด้านใด
ก. การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน
ข. การวางแผนลดความถี่ของการติดต่อกับลูกค้า
ค. การออกแบบโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ง. การขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่
21. ตามทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์ ความต้องการใดที่พนักงานขายควรตอบสนองเป็นอันดับแรกสำหรับลูกค้ารายใหม่
ก. ความต้องการพื้นฐาน
ข. ความต้องการความปลอดภัย
ค. ความต้องการการยกย่องนับถือ
ง. ความต้องการความรักและการยอมรับ
22. เทคนิค "การตั้งคำถามเพื่อสำรวจความต้องการ" มีความสำคัญอย่างไรในกระบวนการขาย
ก. เพื่อโน้มน้าวลูกค้าให้ยอมรับข้อเสนอของนักขาย
ข. เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าเปลี่ยนใจระหว่างการนำเสนอสินค้า
ค. เพื่อเข้าใจลึกซึ้งถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
ง. เพื่อกำหนดราคาสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า
23. เหตุใด "วิธีโซ่ไม่มีปลายหรือวิธีปากต่อปาก" จึงเหมาะสำหรับสินค้าสัมผัสไม่ได้หรือสินค้าพิเศษ
ก. เพราะช่วยลดต้นทุนการโฆษณาได้อย่างมาก
ข. เพราะช่วยให้พนักงานขายเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ทันที
ค. เพราะสร้างความเชื่อมั่นผ่านคำแนะนำจากคนที่ลูกค้าไว้วางใจ
ง. เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
24. การแสวงหารายชื่อลูกค้าอนาคตมีความสำคัญต่อธุรกิจในด้านใดมากที่สุด
ก. ช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าให้ต่ำลง
ข. ช่วยกระตุ้นยอดขายเฉพาะในกลุ่มลูกค้าประจำ
ค. ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและสร้างฐานลูกค้าใหม่
ง. ช่วยให้พนักงานขายสามารถลดความถี่ในการติดต่อกับลูกค้า
25. คู่แข่งทางตรง หมายถึงอะไรในบริบทของธุรกิจ
ก. คู่แข่งที่มีราคาสินค้าสูงกว่าเรา
ข. คู่แข่งที่มีฐานลูกค้าอยู่ในต่างประเทศ
ค. คู่แข่งที่มีเป้าหมายลูกค้าแตกต่างจากเรา
ง. คู่แข่งที่นำเสนอสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะใกล้เคียงหรือเหมือนกัน
26. ตัวอย่างใดที่เป็นลักษณะของคู่แข่งทางอ้อม
ก. ร้านอาหารที่ขายสเต็กแข่งขันกับร้านขายข้าวแกง
ข. ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าแบรนด์เนมในตลาดเดียวกัน
ค. ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดที่ขายเบอร์เกอร์แข่งขันกับร้านเบอร์เกอร์อื่น
ง. บริษัทเครื่องสำอางแข่งขันกับบริษัทที่ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
27. ทำไม “การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี” จึงสำคัญต่อการขาย
ก. เพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับคู่แข่งโดยตรง
ข. ลดปัญหาในการจัดการข้อร้องเรียนจากลูกค้า
ค. ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายและไว้วางใจในระยะยาว
ง. ช่วยให้พนักงานขายสามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็ว
28. ในกระบวนการโน้มน้าวใจลูกค้า การฟัง มีบทบาทสำคัญอย่างไร
ก. เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับลูกค้า
ข. เพื่อให้พนักงานขายสามารถเสนอสินค้าได้รวดเร็วขึ้น
ค. เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการทำโปรโมชั่นในอนาคต
ง. เพื่อเข้าใจความต้องการและข้อกังวลของลูกค้าอย่างแท้จริง
29. แรงจูงใจใดที่ลูกค้ามักใช้ตัดสินใจซื้อสินค้าจำนวนจำกัด
ก. แรงจูงใจจากเหตุผล เช่น การประเมินคุณภาพและราคา
ข. แรงจูงใจจากอารมณ์ เช่น ความพิเศษและเอกลักษณ์ของสินค้า
ค. แรงจูงใจจากตัวผลิตภัณฑ์ เช่น ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ง. แรงจูงใจจากการอุปถัมภ์ร้านค้า เช่น ความสะดวกสบายของที่ตั้ง
30. เหตุใดการ “วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย” จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการขาย
ก. เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่ง
ข. เพื่อเพิ่มโอกาสในการเสนอขายสินค้าในราคาสูง
ค. เพื่อให้พนักงานขายสามารถตัดสินใจไม่ติดต่อลูกค้าที่มีโอกาสซื้อน้อย
ง. เพื่อให้พนักงานขายสามารถปรับการนำเสนอให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า
