wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ใครแคป/บันทึกหน้าจอ ขอให้สอบตกทุกวิชา

Total questions: 40

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.
  1. 1. ข้อใดอธิบายนิยามของการเขียนย่อความได้ถูกต้องที่สุด

a)

การรวบรวมใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม่

b)

การนำใจความสำคัญของเรื่องมาเรียบเรียงใหม่ให้สั้น

c)

การสรุปใจความสำคัญของเรื่องให้ชัดเจน

d)

การเขียนให้มีใจความครบถ้วน มีขนาดที่สั้น เข้าใจง่าย

2.
  1. 2. ส่วนประกอบของการเขียนย่อความมีกี่ส่วน

a)

1 ส่วน

b)

2 ส่วน

c)

3 ส่วน

d)

4 ส่วน

3.
  1. 3. ส่วนที่เขียนย่อหน้าแรกเพื่อให้ผู้อ่านทราบที่มาของเรื่องเรียกว่าส่วนใด

a)

ส่วนข้อมูลของเรื่อง

b)

ส่วนใจความสำคัญ

c)

ส่วนคำนำ

d)

ส่วนนำเรื่อง

4.

4. ถ้าเรื่องที่เขียนย่อความไม่มีชื่อเรื่องผู้ที่เขียนย่อความควรทำอย่างไร

a)

ไม่ต้องระบุชื่อเรื่อง

b)

นำชื่อตอนมาระบุแทน

c)

ใส่ชื่อผู้แต่งแทนชื่อเรื่อง

d)

ตั้งชื่อใหม่ให้เหมาะสม

5.

5. ข้อใดไม่ใช่วิธีการย่อความ

a)

อ่านเรื่องให้ละเอียด

b)

เขียนคำนำตามแบบ

c)

เขียนชื่อเรื่องไว้กลางหน้า

d)

คงราชาศัพท์ไว้

6.

6. ข้อใดกล่าวถูกต้องตามหลักการย่อความ

a)

คำนำที่ไม่ต้องระบุวันที่มีเพียงร้อยกรองเท่านั้น

b)

ผู้ย่อต้องตั้งชื่อเรื่องใหม่ เมื่อชื่อเดิมไม่เหมาะสม

c)

เขียนย่อความสามารถระบุสรรพนามบุรุษที่ 1,2 ได้

d)

การเขียนย่อความต้องระบุวันที่ทุกเรื่อง

7.
  1. 7. "ย่อ........ของ.......ถึง.......เรื่อง......ลงวันที่......ความว่า"

  2. เป็นคำนำของการย่อความประเภทใด

a)

นิทาน

b)

จดหมาย

c)

สุนทรพจน์

d)

ปาฐกถา

8.
  1. 8. ย่อความประเภทใดที่ต้องมี "เนื่องในโอกาส" ปรากฏในส่วนของคำนำเสมอ

a)

ร้อยแก้ว

b)

ร้อยกรอง

c)

จดหมาย

d)

คำพูด

9.

9. คำว่า "จาก" ในคำนำ หมายถึงข้อใด

a)

ชื่อผู้แต่ง

b)

ชื่อผู้แปล

c)

ชื่อหนังสือ

d)

ชื่อเรื่อง

10.

10. การเขียนสรุปความสามารถตัดสิ่งใดออกได้

a)

ใจความ

b)

ราชาศัพท์

c)

พลความ

d)

สรรพนาม

11.
  1. 11. เมื่อสรุปความเจอคำราชาศัพท์ควรทำสิ่งใด

a)

แปลความ

b)

ถอดความ

c)

ขยายความ

d)

คงไว้

12.

12. ข้อใดห้ามใช้สำหรับการเขียนย่อความและสรุปความ

a)

อักษรย่อ

b)

สรรพนาม

c)

ใจความ

d)

ร้อยแก้ว

13.
  1. 13. ข้อใดอธิบายนิยามของหมวกแต่ละสีตามทฤษฎีหมวก 6 ใบในการสรุปความไม่ถูกต้อง

a)

หมวกสีขาว แทน ข้อเท็จจริงและตัวเลข

b)

หมวกสีดำ แทน ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

c)

หมวกสีเขียว แทน ข้อดีและความคิดในเชิงบวก

d)

หมวกสีฟ้า แทน ความคิดรวบยอดสรุปภาพรวม

14.

14. หากนักเรียนต้องการสะท้อนมุมมองด้านอารมณ์และความรู้สึกในการสรุปความ ควรใช้นิยามของหมวกสีใด

a)

หมวกสีเขียว

b)

หมวกสีแดง

c)

หมวกสีเหลือง

d)

หมวกสีฟ้า

15.

15. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความเป็นมาของคัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทยศาสตร์สงเคราะห์

a)

รัชกาลที่ 6 ทรงให้รวบรวมตำราแพทย์

b)

มีการก่อตั้งโรงเรียนราชแพทยาลัย

c)

มีการก่อตั้งโรงเรียนเวชสโมสร

d)

จัดพิมพ์สมบูรณ์โดยพระยาพิศณุประสาทเวชช

16.

16. แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง แบ่งเป็นเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดกี่คัมภีร์

a)

7 คัมภีร์

b)

10 คัมภีร์

c)

14 คัมภีร์

d)

18 คัมภีร์

17.

17. ข้อใดไม่ใช่สังเขปเนื้อหาคัมภีร์ฉันทศาสตร์

a)

อาการของโรคและการรักษาโรคแบบกว้าง ๆ

b)

ธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ

c)

คุณสมบัติของแพทย์ผู้รักษาโรค

d)

ลักษณะของแพทย์ที่ดีและแพทย์ที่ไม่ดี

18.

18. อวัยวะทั้งหมดในร่างกายเปรียบเป็นสิ่งใด

a)

ร่างอนันต์

b)

ปิตตํ

c)

กายนคร

d)

ธาตุวิภังค์

19.

19. ข้อใดเปรียบเทียบความสำคัญของอวัยวะไม่ถูกต้อง

a)

แพทย์ เปรียบได้กับ อุปราช

b)

จิตใจ เปรียบได้กับ กษัตริย์

c)

น้ำดี เปรียบได้กับ วังหน้า

d)

โรค เปรียบได้กับ ข้าศึก

20.

20. ปิตตํ (อ่านว่า ปิด-ตัง) หมายถึงสิ่งใด

a)

แพทย์

b)

สมอง

c)

น้ำดี

d)

ร่างกาย

21.

21. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแพทย์ที่ควรจะเป็น

a)

อย่าดูหมิ่นตำรา

b)

อย่าอวดรู้ อวดชำนาญ

c)

อย่าปฏิเสธว่าโรคเกิดจากกรรม

d)

อย่าหลงในลาภ ตลอดจนสิ่งที่ได้มาด้วยเสน่หา

22.

22. ข้อใดกล่าวถึงจรรยาบรรณแพทย์ได้ถูกต้อง

a)

ยาที่ดีจะไม่ทำให้โรคที่เคยเป็นแล้วกลับมาเป็นซ้ำ

b)

พิจารณาปริมาณยาให้เหมาะสมแก่ฐานะผู้ไข้

c)

ไม่ควรประมาทโรค เพราะโรคยิ่งหนัก ต้องใช้ยาที่ดี

d)

หากรักษาโรคไม่หาย อาจเป็นเพราะภูตผีปีศาจ

23.

23. ข้อใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์ข้างต้น

a)

อย่ากล่าวตามใจตนว่าโรคนี้เคยรักษาหายมาแล้ว

b)

ไม่มีโรคใดรักษาให้หายขาดได้ในระยะเวลาอันสั้น

c)

คนต่างกัน ต้องรักษาต่างกัน

d)

รักษาไม่หาย อาจเพราะเคราะห์กรรมและตัวยา

24.

24. คำว่า "ต่างเนื้อก็ต่างยา" หมายถึงข้อใด

a)

แต่ละคนรักษาไม่เหมือนกัน แม้เป็นโรคเดียวกัน

b)

การใช้ยาแต่ละชนิดควรคำนึงถึงความต้องการผู้ไข้

c)

สรรพคุณยาแต่ละตัวขึ้นอยู่กับเนื้อหรืออาหารที่กิน

d)

หากเป็นโรคเดียวกัน ควรรักษาและให้ยาเหมือนกัน

25.

25. จากข้อ 24 ตรงกับสำนวนใด

a)

ยาหม้อใหญ่

b)

พิมเสนแลกเกลือ

c)

หวานเป็นลม ขมเป็นยา

d)

ลางเนื้อชอบลางยา

26.
  1. 26. คำประพันธ์ที่ใช้ในคัมภีร์ฉันทศาสตร์เป็นประเภทใด

a)

อินทรวิเชียรฉันท์ 11

b)

กาพย์ยานี 11

c)

กาพย์ฉบัง 16

d)

โคลงสี่สุภาพ

27.

27. ความเชื่อใดที่ไม่ปรากฏในคัมภีร์ฉันทศาสตร์

a)

การถือศีลภาวนา

b)

พระพุทธศาสนา

c)

ไสยศาสตร์

d)

อาถรรพเวท

28.

28. คุณค่าเรื่องแพทย์แผนไทยที่ปรากฏในคัมภีร์ฉันทศาสตร์คือข้อใด

a)

การฝังเข็ม

b)

การย่างไฟ

c)

การปลูกฝี

d)

การใช้สมุนไพร

29.

29. การอ้างอิงแบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

2 ประเภท คือ ส่วนหน้ากับส่วนหลังรายงาน

b)

2 ประเภท คือ ส่วนเนื้อหากับส่วนท้ายรายงาน

c)

3 ประเภท คือ ส่วนต้น ส่วนกลางและส่วนท้าย

d)

3 ประเภท คือ ส่วนต้น ส่วนเนื้อหาและส่วนท้าย

30.

30. ข้อใดกล่าวถึงการอ้างอิงไม่ถูกต้อง

a)

การอ้างอิงสามารถระบุในเนื้อหาของรายงานได้

b)

การอ้างอิงส่วนเนื้อหาต้องใส่ต้นข้อความเสมอ

c)

การอ้างอิงส่วนเนื้อหารายงาน เป็นแบบ "นามปี"

d)

ถูกเฉพาะ ข้อ ก และ ข้อ ค

31.

31. การเขียนบรรณานุกรมในปัจจุบันนิยมใช้รูปแบบใด

a)

IPA 7th

b)

API 7th

c)

APA 7th

d)

KPA 7th

32.

32. จากข้อ 31 มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าอย่างไร

a)

Information Psychological Association

b)

American Psychological Association

c)

American Psychological Information

d)

Knowledge Psychological Association

33.

33. ข้อใดไม่ใช่หลักการเขียนบรรณานุกรม

a)

ต้องเรียงลำดับตามพจนานุกรมเสมอ

b)

ใช้เครื่องหมายมหัพภาคในการคั่นระหว่างข้อมูล

c)

เมื่อเขียนไม่พอ ให้ขึ้นบรรทัดใหม่แล้วชิดซ้ายเสมอ

d)

เครื่องหมายทวิภาคจะอยู่หลังตำแหน่งชื่อจังหวัดเสมอ

34.
  1. 34. ข้อมูลในข้อใดบ้างที่จำเป็นต้องเขียนในบรรณานุกรม

a)

ข้อที่ 1 2 3 4 5 6

b)

ข้อที่ 1 2 4 6

c)

ข้อที่ 1 2 3 5 6

d)

ข้อที่ 1 2 4 5

35.

35. ข้อมูลในข้อใดจำเป็นน้อยที่สุดในการเขียนบรรณานุกรม

a)

ข้อที่ 3

b)

ข้อที่ 5

c)

ข้อที่ 6

d)

ข้อที่ 7

36.

36. หากต้องเรียงข้อมูลเฉพาะที่กำหนดให้ถูกต้องตามหลักการเขียนบรรณานุกรมสามารถเรียงข้อมูลได้ตามข้อใด

a)

ข้อที่ 1 3 2 4 5 6

b)

ข้อที่ 2 1 4 6

c)

ข้อที่ 3 1 2 5 6

d)

ข้อที่ 1 4 2 5

37.

37. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักการเขียนบรรณานุกรม

a)

ไม่มีข้อมูลชุดใดที่นำมาเขียนได้เลยโดยไม่ต้องปรับแก้

b)

ข้อมูลที่นำมาเขียนบรรณานุกรมได้เลย โดยที่ไม่ต้องปรับตำแหน่งหรือตัดส่วนใดส่วนหนึ่ง มีเพียงข้อ 4

c)

ข้อมูลที่นำมาเขียนได้โดยไม่ต้องตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออก แต่ต้องมีการปรับตำแหน่งคือ ข้อที่ 1 และ 5

d)

ข้อมูลที่ต้องตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกก่อนแล้วจึงจะสามารถนำมาเขียนได้ คือ ข้อที่ 1 3 และ 4

38.

38. เครื่องหมายใดไม่ต้องใช้ในการเขียนบรรณานุกรม

a)

มหัพภาค

b)

จุลภาค

c)

นขลิขิต

d)

ยัติภาค

39.

39. ข้อใดกล่าวถึงหลักการเขียนบรรณานุกรมได้ถูกต้องที่สุด

a)

ตำแหน่งหลังจังหวัดที่พิมพ์เป็นตำแหน่งเดียวที่ต้องใช้เครื่องหมายจุลภาค เพราะตำแหน่งอื่นใช้ทวิภาค

b)

กรณีไม่พบจังหวัดที่พิมพ์ ให้ใช้ ม.ป.พ. ในตำแหน่งชื่อจังหวัดแทน

c)

กรณีไม่พบชื่อผู้แต่ง ให้ระบุชื่อหนังสือไว้ในตำแหน่งชื่อผู้แต่งหรือตำแหน่งแรกแทน

d)

การเขียนชื่อผู้แต่งต้องเขียนเฉพาะชื่อกับนามสกุลเว้นแต่มีอิสริยยศ ให้ระบุฐานันดรตามด้วยพระนาม

40.

40. ข้อใดเขียนบรรณานุกรมได้ถูกต้องที่สุด

a)

สำนวนไทย. (2546). ตาก: ทีลอซูการพิมพ์.

b)

ดร.สี สัน. (ม.ป.ป.). การพูด. ม.ป.ท. : ม.ป.พ.

c)

อเนก บูชา. (2567). คำคม. ภูเก็ต: ถลางอินเตอร์

d)

อนัญทิพย์, เจ้านาง. (1892). หอคำ. (พิมพ์ครั้งที่ 1). เวียงเชียงรุ้ง: บัวไหลปริ้นต์ติ้ง.