wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การย่อยอาหาร

Total questions: 41

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

การย่อยอาหารของอะมีบา เป็นการย่อยอาหารแบบใด

a)

1) Intracellular digestion

b)

Extracellular digestion

c)

Intercellular digestion

d)

Endocellular digestion

2.

ฟองน้ำกินได้แต่อาหารชิ้นเล็ก ๆ เพราะเหตุใด

a)

ไม่มีปาก       ไม่มีทวาร

b)

มีระบบ incomplete digestive การย่อยอาหารไม่สมบูรณ์

c)

เยื่อหุ้มเซลล์เลือก semipermeable membrane ที่ผ่านเข้าออก

d)

การย่อย intracellular digestion ของ ฟองน้ำเป็นการย่อยภายในเซลล์เท่านั้น

3.

เซลล์ที่อยู่รอบช่องแกสโทรวาสคิวลาร์ของสิ่งมีชีวิตที่มีเข็มพิษช่วยในการจับเหยื่อ ทำหน้าที่ใด

          A. สร้างเอมไซม์

          B. สร้างฟูดแวคิวโอล

          C. สร้างนีมาโทซิสท์      

a)

A                                  

b)

A  B       

c)

B  C  

d)

A  B  C

4.

เซลล์ที่อยู่รอบช่องแกสโทรวาสคิวลาร์ของสิ่งมีชีวิตที่มีเข็มพิษช่วยในการจับเหยื่อ ทำหน้าที่ใด

          A. สร้างเอมไซม์

          B. สร้างฟูดแวคิวโอล

          C. สร้างนีมาโทซิสท์      

a)

A                                  

b)

A  B       

c)

B  C  

d)

A  B  C

5.

ข้อใด ไม่มี ความสัมพันธ์กัน

a)

ฟองน้ำ – โคแอนโนไซต์                   

b)

พารามีเซียม - ไลโซโซม

c)

อะมีบา – การย่อยภายนอกเซลล์   

d)

ไฮดรา – การย่อยภายในเซลล์

6.

. สิ่งมีชีวิตที่มีระบบทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ (incomplete digestive tract) พบได้ในข้อใด

a)

ฟองน้ำ พลานาเรีย     

b)

ไฮดรา ไส้เดือนดิน

c)

แมงกะพรุน พลานาเรีย  

d)

ดอกไม้ทะเล แมลง

7.

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

ก. กระต่ายเป็นสัตว์กินพืชที่มีการพัฒนาลําไส้ส่วนซีกัม (caecum) ให้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ

ข. ปลาฉลามมีความยาวของทางเดินอาหารน้อยกว่าปลานิล

ค. ไส้เดือนดินและนกมีส่วนของกิ๋นสําหรับช่วยในการย่อยอาหารเชิงกล

ข้อความใดกล่าวถูกต้อง

a)

ก และ ข  

b)

ก และ ค

c)

ข และ ค   

d)

ก ข และ ค

8.

ระบบทางเดินอาหารของสิ่งมีชีวิตที่มีการแตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการย่อยการ ดูดซึม และลําเลียงไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง พบได้ในสิ่งมีชีวิตใด

a)

ไฮดรา

b)

พารามีเซียม

c)

พลานาเรีย

d)

ไก่

9.

กระบวนการเพอริสตัลซิส (peristalsis) ไม่พบได้ที่ส่วนใด

a)

หลอดอาหาร (esophagus)      

b)

ลําไส้เล็ก (Small intestine)

c)

ลําไส้ใหญ่ (large intestine)   

d)

คอหอย (Pharynx)

10.

การย่อยอาหารโดยใช้เอนไซม์เกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด

a)

ปาก

b)

หลอดอาหาร

c)

กระเพาะอาหาร  

d)

คอหอย

11.

กระบวนการกลืนอาหาร (swallowing หรือ deglutition) ข้อใดถูกต้อง

a)

glottis เปิด อาหารผ่านเข้าสู่คอหอย

b)

glottis เปิด อาหารผ่านเข้าสู่หลอดอาหาร

c)

glottis ปิด อาหารผ่านสู่คอหอย

d)

glottis ปิด อาหารผ่านเข้าสู่หลอดอาหาร

12.

การสําลักในขณะรับประทานอาหาร เกิดจากการบกพร่องในการทํางานของโครงสร้างใด

a)

เพดานอ่อน (soft palate)  

b)

หลอดอาหาร (esophagus)

c)

ต่อมน้ําลาย (Salivary gland)

d)

ฝาปิดกล่องเสียง (epiglottis)

13.

จากสมการข้างล่างนี้ เป็นการย่อยที่พบในส่วนใด

 


                   

a)

ปาก

b)

ลําไส้เล็ก

c)

ลําไส้ใหญ่   

d)

กระเพาะอาหาร

14.

จากสมการ

 


การย่อยโดยเอนไซม์ II เกิดขึ้นที่ส่วนใด

a)

ปาก       

b)

ลําไส้เล็ก  

c)

ลําไส้ใหญ่   

d)

กระเพาะอาหาร

15.

สารใด กระตุ้นการเปลี่ยน ทริปซิโนเจน ให้เป็น  ทริปซิน

a)

HCl  

b)

แกสตริน 

c)

ไซโมทริปซิน

d)

เอนเทอโรไซเนส

16.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการย่อยอาหาร

a)

น้ำลายมีเอนไซม์อะไมเลสย่อยแป้งได้เป็นมอลโตส

b)

กรดไฮโดรคลอริกช่วยเปลี่ยนโพรเรนินเป็นเรนินให้พร้อมทำงานได้

c)

เกลือน้ำดีทำให้ไขมันแตกเป็นหยดเล็ก ๆ และลายน้ำได้ในรูปอิมัลชัน

d)

เพปซินที่กระเพาะย่อยโปรตีนได้เป็น   พอลิเพปไทด์ที่มีขนาดสั้นลง

17.

สาร A จากอวัยวะ B ทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่ง เปปซิโนเจน ของต่อมในกระเพาะอาหาร A B  คืออะไรตามลำดับ

a)

เกลือน้ำดี และ ตับ 

b)

ซิคริติน และ ลำไส้เล็ก

c)

อะไมเลส และต่อมน้ำลาย 

d)

แกสตริน และ กระเพาะอาหาร

18.

เอนไซม์ในระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ย่อยสารใดเป็นลำดับแรก และลำดับสุดท้าย  ตามลำดับ

a)

ไขมัน และ โปรตีน 

b)

คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน

c)

โปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต      

d)

คาร์โบไฮเดรต และ โปรตีน

19.

คนไข้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดถุงน้ำดี ควรรับประทานอาหารในข้อใดต่อไปนี้จึงจะเหมาะสมที่สุด

a)

เนื้ออกไก่นึ่งและสับปะรด

b)

ปลากระพงทอดน้ำปลาและสลัดผัก

c)

ชานมไข่มุกและกล้วยแขก     

d)

น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด และถั่วพูต้ม

20.

อวัยวะใดมีบทบาทในการย่อยอาหารพวกโปรตีน

a)

ตับ ตับอ่อน กระเพาะอาหาร  

b)

ตับอ่อน กระเพาะอาหาร ลําไส้เล็ก

c)

ลําไส้เล็ก ตับ ตับอ่อน

d)

กระเพาะอาหาร ตับ ลําไส้เล็ก

21.

สาร ก และ ข ผลิตจากบริเวณใดของทางเดินอาหารคนตามลําดับ

a)

ตับ และตับอ่อน

b)

ตับอ่อนและลําไส้เล็ก

c)

ลําไส้เล็กและตับอ่อน

d)

ถุงน้ําดี และลําไส้เล็ก

22.

เอนไซม์จากเซลล์บุผนังลําไส้เล็กมีหน้าที่อะไร

ก. เปลี่ยนทริปซิโนเจน เป็นทริปซิน

ข. ย่อยเพปไทด์ ให้เป็นกรดอะมิโน

ค. ย่อยไขมันให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล

ง. ย่อยแป้งและไกลโคเจนให้เป็นมอลโทส

a)

ก และ ข   

b)

ข และ ค

c)

ก ข และ ค ง  

d)

ข ค และ ง

23.

ข้อใดกล่าวถึงการย่อยอาหารในมนุษย์ ไม่ถูกต้อง

a)

น้ำดีทำให้ไขมันแตกเป็นหยดไขมันเล็กๆ

b)

เอนไซม์จากลำไส้เล็กย่อยน้ำตาลโมเลกุลคู่

c)

เรนนินจากกระเพาะอาหารเปลี่ยนเพปซิโนเจนไปเป็นเพปซิน

d)

เอนไซม์จากตับอ่อนช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก

24.

จากภาพ จงตอบคำถามต่อไปนี้

หมายเลขที่มีการดูดซึมอาหารที่ย่อยแล้วได้มากที่สุด

a)

8

b)

9

c)

3

d)

4

25.

หมายเลขที่มีการดูดน้ำกลับคืนได้มากที่สุด คือ

a)

1

b)

4

c)

9

d)

3

26.

หมายเลขที่มีหน้าที่น้อยที่สุดในมนุษย์

a)

6

b)

1

c)

9

d)

5

27.

โครงสร้างดังกล่าวนี้เรียกว่า

a)

Villus  

b)

Rugae

c)

Segment

d)

Peristalsis

28.

 โครงสร้างดังกล่าวนี้พบที่อวัยวะใด

 

a)

ลําไส้เล็ก

b)

กระเพาะอาหาร

c)

ลําไส้ใหญ่

d)

หลอดอาหาร

29.

หลอดน้ำเหลืองฝอย (lacteal) หมายถึง โครงสร้างในหมายเลขใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

30.

หากรมิตาดื่มผลิตภัณฑ์vit A เป็นประจำ สารส่วนใหญ่จะมีการลำเลียงเข้าสู่ร่างกายบริเวณหมายเลขใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

31.

โซเดียมไบคาร์บอเนตที่ตับอ่อนส่งไปยัง duodenum นั้นเพื่อทําหน้าที่อะไร

a)

ย่อยอาหารโปรตีน

b)

ย่อยอาหารไขมัน

c)

ทําให้ไขมันแตกตัว

d)

ทําให้ pH ในลําไส้เหมาะสมกับการทํางานของเอนไซม์

32.

Amylase สร้างมาจากที่ไหนในร่างกาย และทําหน้าในส่วนไหนของทางเดินอาหาร

a)

ต่อมน้ําลายและตับ ทําหน้าที่ที่ปาก และกระเพาะอาหาร

b)

ตับอ่อนและเซลล์ที่ผนังลําไส้ ทําหน้าที่ที่ลําไส้เล็ก

c)

ตับและตับอ่อน ทําหน้าที่ที่กระเพาะอาหารและลําไส้เล็ก

d)

ต่อมน้ําลายและตับอ่อนทําหน้าที่ที่ปากและลําไส้เล็ก

33.

สารหมายเลข 1 หมายถึงสารใด

a)

น้ำ  

b)

มอลเตส

c)

ซูเครส

d)

แลกเทส

34.

สารหมายเลข 2 หมายถึงสารใด

a)

มอลโตส  

b)

ซูโครส

c)

เดกซ์ทริน

d)

กลูโคส

35.

สารหมายเลข 4, 5 หมายถึงสารใด

a)

กลูโคส มอลโทส    

b)

กลูโคส  กาแลกโทส

c)

มอลโทส เดกซ์ทริน 

d)

แลกโทส  ฟรักโทส

36.

สาร C และ D หมายถึงสารใดตามลําดับ

a)

น้ำ อะไมเลส   

b)

กลีเซอรอล กรดไขมัน

c)

ลิเปส, น้ำ

d)

อะมิโน กลูโคส

37.

ข้อใดเป็นจริงเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารเมื่อท่อของตับอุดตัน

 

a)

พอลิเปปไทด์สายสั้นจากกระเพาะไม่ถูกย่อยเป็นกรดอะมิโน

b)

แป้งที่เหลือจากการย่อยในปากไม่ถูกย่อยเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

c)

ไขมันในลำไส้เล็กไม่ถูกย่อยเป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล

d)

โมเลกุลของไขมันในลำไส้เล็กไม่สามารถแตกตัวเป็นหยดเล็ก ๆ

38.

โรคชนิดใดที่อาจเกิดขึ้นจากไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน

a)

ท้องเฟ้อ   

b)

อาหารไม่ย่อย

c)

กรดไหลย้อย

d)

ริดสีดวงทวาร

39.

ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนกระทบต่อระบบใดบ้าง

ก. การย่อยน้ำตาลแลกโตส

ข. การควบคุมระดับน้ำตาล

ค. การย่อยอาหารพวกโปรตีน

a)

ก  และ ข  

b)

ข  และ  ค      

c)

ก  และ ค

d)

ก  ข  และ ค

40.

คนที่ท้องว่าง และดื่มสุราจะมีอาการเมาเร็ว เนื่องจากข้อใด

a)

แอลกอฮอล์ดูดซึมได้ที่หลอดอาหาร

b)

แอลกอฮอล์ดูดซึมได้ที่กระเพาะอาหาร

c)

แอลกอฮอล์ดูดซึมได้ที่ลําไส้

d)

แอลกอฮอล์ละลายน้ำย่อยในกระเพาะได้ดี

41.

บุคคลใดสันนิฐานได้ว่า เมื่อทานข้าวกลางวันเสร็จมักมีพฤติกรรมนอนกลางวัน

a)

พี่โตNYมักปวดท้องทุกครั้งที่รับประทานอาหารเสร็จ

b)

หนูมิ้นท์มักแสบกลางอก เลอเปรี้ยวเสมอ

c)

คุณบอยมักมีเลือดปนมากับอุจจาระและเจ็บทวารหนักมาก

d)

คุณฟอร์ดถ่ายหนักวันละ 5 รอบทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน