wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชาแมลงกินได้

Total questions: 42

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงบทบาทของแมลงกินได้ในระบบนิเวศได้ถูกต้องที่สุด?

a)

สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร

b)

เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสูงสำหรับมนุษย์และสัตว์

c)

ช่วยในการสลายสารอินทรีย์อย่างเดียว

d)

มีบทบาทเฉพาะในพื้นที่เขตร้อน

2.

แมลงในอันดับใดต่อไปนี้มีการบริโภคในมนุษย์มากที่สุด?

a)

Coleoptera

b)

Orthoptera

c)

Lepidoptera

d)

Hemiptera

3.

ประเทศใดในเอเชียที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในด้านการบริโภคแมลง?

a)

ญี่ปุ่น

b)

ไทย

c)

อินเดีย

d)

เวียดนาม

4.

แมลงชนิดใดที่นิยมเลี้ยงเพื่อผลิตเป็นโปรตีนสัตว์?

a)

ผีเสื้อกลางคืน

b)

จิ้งหรีด

c)

ตั๊กแตน

d)

ด้วงงวง

5.

การเลี้ยงแมลงกินได้มีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

a)

ลดการใช้น้ำและพื้นที่ทำการเกษตร

b)

เพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจก

c)

ใช้พลังงานมากกว่าเกษตรสัตว์ใหญ่

d)

สร้างของเสียจำนวนมาก

6.

โปรตีนในจิ้งหรีดมีปริมาณเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักแห้ง?

a)

30%

b)

50%

c)

70%

d)

80%

7.

ไขมันที่พบในแมลงส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบใด?

a)

ไขมันอิ่มตัว

b)

ไขมันไม่อิ่มตัว

c)

กรดไขมันทรานส์

d)

โอเมก้า 3 เพียงอย่างเดียว

8.

แมลงชนิดใดที่มีธาตุเหล็กสูงที่สุด?

a)

ตั๊กแตน

b)

ด้วงมะพร้าว

c)

จิ้งหรีด

d)

ตัวไหม

9.

สารสำคัญที่ทำให้แมลงมีความกรอบและมีคุณค่าทางโภชนาการคือสารใด?

a)

ไคติน

b)

เซลลูโลส

c)

ไลโซไซม์

d)

เฮมิเซลลูโลส

10.

การบริโภคแมลงช่วยลดปัญหาการขาดสารอาหารชนิดใดได้ดีที่สุด?

a)

วิตามินซี

b)

ธาตุเหล็ก

c)

โอเมก้า 6

d)

ไอโอดีน

11.

การเลี้ยงจิ้งหรีดในฟาร์มแบบพื้นฐานใช้ระยะเวลาเลี้ยงกี่วัน?

a)

30-40 วัน

b)

45-55 วัน

c)

60-70 วัน

d)

75-85 วัน

12.

วัสดุใดเหมาะสมที่สุดสำหรับการวางไข่ของจิ้งหรีด?

a)

ขุยมะพร้าว

b)

ขี้เลื่อย

c)

กระดาษ

d)

แกลบ

13.

การใช้แมลงกินได้เป็นอาหารสัตว์ช่วยลดต้นทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย?

a)

10%

b)

25%

c)

50%

d)

70%

14.

การจัดการอุณหภูมิในฟาร์มจิ้งหรีดควรอยู่ในช่วงกี่องศาเซลเซียส?

a)

15-20°C

b)

20-25°C

c)

25-35°C

d)

35-40°C

15.

การใช้อาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไปในฟาร์มจิ้งหรีดจะส่งผลอย่างไร?

a)
  • ก. เพิ่มผลผลิตอย่างรวดเร็ว

b)
  • ข. ทำให้แมลงตายเร็ว

c)
  • ค. ลดต้นทุนการเลี้ยง

d)
  • ง. ทำให้แมลงเจริญเติบโตช้า

16.

ณหภูมิในฟาร์มจิ้งหรีดควรอยู่ในช่วงกี่องศาเซลเซียส?

a)

15-20°C

b)

20-25°C

c)

25-35°C

d)

35-40°C

17.

การใช้อาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไปในฟาร์มจิ้งหรีดจะส่งผลอย่างไร?

a)

เพิ่มผลผลิตอย่างรวดเร็ว

b)

ทำให้แมลงตายเร็ว

c)

ลดต้นทุนการเลี้ยง

d)

ทำให้แมลงเจริญเติบโตช้า

18.

ประเทศไทยควบคุมการผลิตแมลงกินได้ภายใต้กฎหมายใด?

a)

พ.ร.บ. ความปลอดภัยอาหาร

b)

พ.ร.บ. มาตรฐานการเกษตร

c)

พ.ร.บ. อาหารและยา

d)

พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม

19.

มาตรฐานใดของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกแมลงกินได้?

a)

ISO 9001

b)

HACCP

c)

GMP

d)

EFSA

20.

ข้อใดคือข้อกำหนดสำคัญในการผลิตแมลงกินได้ให้ปลอดภัย?

a)

ห้ามใช้สารเคมีทุกชนิด

b)

ใช้เฉพาะอาหารสัตว์คุณภาพสูง

c)

ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

d)

ถูกทุกข้อ

21.

การส่งออกแมลงกินได้ในประเทศไทยมักประสบปัญหาด้านใดมากที่สุด?

a)

การขนส่ง

b)

กฎหมายระหว่างประเทศ

c)

การตลาด

d)

การผลิต

22.

ข้อใดกล่าวถึงการใช้สารเคมีในฟาร์มแมลงได้ถูกต้อง?

a)

ใช้ได้เฉพาะยาฆ่าแมลง

b)

ห้ามใช้สารเคมีทุกชนิด

c)

ใช้สารฆ่าเชื้อในระดับที่ปลอดภัย

d)

ใช้ได้เฉพาะอาห

23.

แมลงชนิดใดที่นิยมบริโภคในประเทศไทยมากที่สุด?

a)

จิ้งหรีด

b)

ตั๊กแตน

c)

ดักแด้ไหม

d)

ด้วงมะพร้าว

24.

ประเทศใดต่อไปนี้ที่ไม่ถือว่าแมลงกินได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร?

a)

ไทย

b)

ญี่ปุ่น

c)

อินเดีย

d)

สหรัฐอเมริกา

25.

เมนู “ดักแด้ไหมทอด” มีต้นกำเนิดจากภูมิภาคใดในประเทศไทย?

a)

ภาคเหนือ

b)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

c)

ภาคกลาง

d)

ภาคใต้

26.

ข้อใดไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการกินแมลง?

a)

กลัวเชื้อโรค

b)

ความเชื่อเกี่ยวกับวัฒนธรรม

c)

ความรู้สึกขยะแขยง

d)

ขาดคุณค่าทางโภชนาการ

27.

วัตถุดิบแมลงชนิดใดที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นผงโปรตีน?

a)

จิ้งหรีด

b)

ตั๊กแตน

c)

ด้วงมะพร้าว

d)

ดักแด้ไหม

28.

การบริโภคแมลงในแอฟริกามีความสำคัญเนื่องจากเหตุผลใด?

a)
  • ก. แหล่งโปรตีนราคาถูก

b)
  • ข. วัฒนธรรมดั้งเดิม

c)
  • ค. ความขาดแคลนอาหารจากแหล่งอื่น

d)
  • ง. ถูกทุกข้อ

29.

ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำให้แมลงกินได้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก?

a)

การปรับปรุงรสชาติ

b)

การตลาดที่ดี

c)

การวิจัยและพัฒนา

d)

ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

30.

ในตลาดยุโรป ผลิตภัณฑ์จากแมลงรูปแบบใดได้รับความนิยมมากที่สุด?

a)

แมลงทอดกรอบ

b)

ผงโปรตีน

c)

อาหารแช่แข็งจากแมลง

d)

สแน็กพร้อมทาน

31.

ข้อใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนเมืองเริ่มบริโภคแมลงมากขึ้น?

a)

ราคาแมลงถูก

b)

การตลาดสร้างภาพลักษณ์ที่ดี

c)

สนับสนุนกระแสสุขภาพและความยั่งยืน

d)

รสชาติอร่อย

32.

ประเทศใดในยุโรปที่เป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแมลง?

a)

สวิตเซอร์แลนด์

b)

ฝรั่งเศส

c)

เนเธอร์แลนด์

d)

เยอรมนี

33.

การเพิ่มมูลค่าให้แมลงกินได้ในรูปแบบใดเป็นที่นิยมในปัจจุบัน?

a)

การทำแป้งโปรตีน

b)

การปรุงรสหลากหลาย

c)

การสร้างบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ

d)

ถูกทุกข้อ

34.

ข้อใดเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักสำหรับผลิตภัณฑ์โปรตีนจากแมลง?

a)

นักกีฬา

b)

ผู้สูงอายุ

c)

ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ

d)

ถูกทุกข้อ

35.

ในการส่งออกแมลงกินได้ ประเทศไทยมีตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคใด?

a)

ยุโรป

b)

อเมริกาเหนือ

c)

เอเชีย

d)

ตะวันออกกลาง

36.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการแปรรูปแมลงเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีน?

a)

เก็บรักษาได้นาน

b)

ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ

c)

รสชาติคงเดิม

d)

ขยายตลาดได้กว้าง

37.

การสร้างเรื่องราว (storytelling) ของผลิตภัณฑ์จากแมลงควรเน้นประเด็นใด?

a)

ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

b)

คุณค่าทางโภชนาการ

c)

วัฒนธรรมท้องถิ่น

d)

ถูกทุกข้อ

38.

การใช้ QR Code ในการตลาดของผลิตภัณฑ์จากแมลงช่วยเรื่องใด?

a)

การให้ข้อมูลสินค้า

b)

การตรวจสอบแหล่งที่มา

c)

การสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

d)

ถูกทุกข้อ

39.

ข้อใดเป็นความท้าทายในการทำตลาดแมลงกินได้ในยุโรป?

a)

กฎระเบียบด้านอาหาร

b)

การปรับรสนิยมของผู้บริโภค

c)

การสร้างความไว้วางใจด้านความปลอดภัย

d)

ถูกทุกข้อ

40.

การสร้างแบรนด์แมลงกินได้ควรมีลักษณะอย่างไร?

a)

สื่อถึงความทันสมัย

b)

มีความยั่งยืนและรักษ์โลก

c)

มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

d)

ถูกทุกข้อ

41.

ข้อใดคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำการตลาดสำหรับแมลงกินได้?

a)

การเน้นวัตถุดิบเป็นหลัก

b)

การสื่อสารเรื่องความปลอดภัย

c)

การสร้างภาพลักษณ์ที่น่ากลัว

d)

การมุ่งเน้นความยั่งยืน

42.

ข้อใดเป็นแนวโน้มในอนาคตของแมลงกินได้?

a)

การเป็นแหล่งอาหารหลักของโลก

b)

การใช้ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม

c)

การผสมในอาหารสัตว์อย่างแพร่หลาย

d)

ถูกทุกข้อ