wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวาน

Total questions: 19

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปีที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้มาพบแพทย์ด้วยอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย และหายใจลึก DTX พบว่า 700 mg/dL, คีโตนในเลือดเป็นลบ, ออสโมลาลิตีในเลือด 320 mOsm/kg การแทรกแซงทางการพยาบาลครั้งแรกควรเป็นอะไร?

a)

ให้สารละลายเกลือปกติ 0.9% ทางหลอดเลือดดำ

b)

ให้ฮอร์โมนอินซูลินทางใต้ผิวหนัง

c)

ตรวจระดับคีโตนในปัสสาวะเพิ่มเติม

d)

ประเมินระดับความรู้สึกตัว

2.

ผู้ป่วยชายอายุ 65 ปีที่เป็นเบาหวานมีอาการปัสสาวะบ่อยและอ่อนเพลียอย่างรุนแรง พบ DTX เท่ากับ 680 mg/dL, Serum osmolality เท่ากับ 340 mOsm/kg, และ Na+ เท่ากับ 123 mEq/L การแทรกแซงทางการพยาบาลที่เหมาะสมคืออะไร?

a)

ให้ 0.45% NaCl IV แทนที่จะเป็น 0.9% NSS

b)

ให้ potassium chloride IV 40 mEq ทันที

c)

ให้ insulin 0.1 unit/kg/hour IV drip

d)

หยุดการให้ของเหลวทันทีเพื่อป้องกันบวม

3.

ผู้ป่วยหญิงอายุ 30 ปีเข้ารับการรักษาด้วยอาการหายใจเร็วและลึก, อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 450 mg/dL, K+ 3.2 mEq/L, pH 7.28 ควรมีแนวทางการให้อินซูลินอย่างไร?

a)

ให้โบลัสอินซูลินปกติ 10 หน่วยและเริ่มการให้ทางหลอดเลือดดำ

b)

เริ่มการให้ทางหลอดเลือดดำที่อัตรา 0.1 หน่วย/กก./ชม. โดยไม่ชักช้า

4.

แนวทางการให้อินซูลินควรเป็นอย่างไร?

a)

ให้โบลัสอินซูลินปกติ 10 หน่วยแล้วเริ่มการให้ทางหลอดเลือดดำ

b)

เริ่มการให้ทางหลอดเลือดดำที่อัตรา 0.1 หน่วย/กก./ชม. โดยไม่ให้โบลัส

c)

ให้อินซูลินทางใต้ผิวหนัง 5 หน่วยทุก 4 ชั่วโมง

d)

งดการให้อินซูลินเนื่องจากระดับ K+ ต่ำ

5.

การเปลี่ยนแปลงใดที่ควรทำก่อนการให้อินซูลิน?

a)

ให้ NSS IV

b)

ให้โพแทสเซียมคลอไรด์ IV ก่อน

c)

ให้โซเดียมไบคาร์บอเนต IV

d)

ให้การให้สารอินซูลิน IV ทันที

6.

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงถึง 240 mg/dL ควรเปลี่ยนของเหลวประเภทใด?

a)

0.9% NSS

b)

0.45% NaCl

c)

10% Dextrose

d)

Lactated Ringer

7.

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มี HHS และ Na+ 125 mEq/L คืออะไร?

a)

ภาวะหัวใจล้มเหลว

b)

บวมในสมอง

c)

โพแทสเซียมต่ำ

d)

ไม่ทราบ

8.

เงื่อนไขที่มีความเสี่ยงสูงสุดสำหรับผู้ป่วยที่มี HHS และระดับ Na+ ที่ 125 mEq/L คืออะไร?

a)

ภาวะหัวใจล้มเหลว

b)

บวมในสมอง

c)

ภาวะโพแทสเซียมต่ำ

d)

ภาวะกรดด่าง

9.

การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับอินซูลินแบบฐาน-โบลัสในระหว่างการรักษา DKA ควรทำอย่างไร?

a)

หยุดการใช้ฐานอินซูลิน

b)

ดำเนินการต่อฐานอินซูลิน

c)

เปลี่ยนจากฐานอินซูลินเป็นอินซูลินผสม

d)

ให้ฐานอินซูลินหลังจากหยุดการให้ทางหลอดเลือดดำ

10.

หากผู้ป่วยที่มี HHS ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายระดับน้ำตาลในเลือดภายใน 1 ชั่วโมง การกระทำที่เหมาะสมของพยาบาลคืออะไร?

a)

เพิ่มอัตราการให้ของเหลว

b)

เพิ่มอัตราการให้สารอินซูลินทางหลอดเลือดดำ

c)

ให้โพแทสเซียมทางหลอดเลือดดำ

d)

ให้โซเดียมไบคาร์บอเนตทางหลอดเลือดดำ

11.

เกณฑ์ใดที่ควรประเมินเป็นหลักเพื่อกำหนดว่าผู้ป่วยฟื้นตัวจาก DKA หรือไม่?

a)

ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 200 mg/dL

b)

ระดับเบต้า-ไฮดรอกซีบิวทิเรต < 0.6 mmol/L

c)

pH ในเลือด > 7.0

d)

ระดับไบคาร์บอเนต > 18 mmol/L

12.

เกณฑ์ใดที่ควรพิจารณาเป็นหลักสำหรับการฟื้นฟูจาก DKA?

a)

ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 200 mg/dL

b)

เบต้า-ไฮดรอกซีบิวทิเรต < 0.6 mmol/L

c)

pH ในเลือด > 7.0

d)

ระดับไบคาร์บอเนต > 18 mmol/L

13.

ในกรณีของ DKA ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ ควรเริ่มให้ของเหลวประเภทใด?

a)

NSS 0.9%

b)

Dextrose 10%

c)

Ringer lactate

d)

NaHCO3

14.

เมื่อใดควรพิจารณาหยุดการให้สารอินซูลินทางหลอดเลือดดำ?

a)

ระดับน้ำตาลในเลือด < 150 mg/dL

b)

pH > 7.3

c)

ระดับไบคาร์บอเนต 15 mmol/L

d)

Na+ > 140 mEq/L

15.

ผู้ป่วยที่ใช้ปั๊มอินซูลินและมี DKA ควรทำอย่างไร?

a)

ปรับอัตราปั๊มอินซูลินให้เหมาะสม

b)

หยุดใช้ปั๊มอินซูลินและรักษาตามแนวทางมาตรฐาน

c)

เพิ่มโบลัสอินซูลินผ่านปั๊ม

d)

ใช้ปั๊มอินซูลินร่วมกับอินซูลินพื้นฐาน

16.

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระดับโพแทสเซียมต่ำในผู้ป่วย DKA คืออะไร?

4 lines
17.

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดที่เกี่ยวข้องกับระดับโพแทสเซียมต่ำในผู้ป่วย DKA คืออะไร?

a)

การเต้นของหัวใจผิดปกติ

b)

บวมในสมอง

c)

ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

d)

ตับอักเสบ

18.

เมื่อใดที่ผู้ป่วย DKA ที่ได้รับอินซูลินทางหลอดเลือดดำควรเปลี่ยนไปใช้อินซูลินทางใต้ผิวหนัง?

a)

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 150 mg/dL

b)

เมื่อระดับเบต้า-ไฮดรอกซีบิวทิเรตน้อยกว่า 0.6 mmol/L

c)

เมื่อระดับ pH อยู่ที่ 7.0

d)

เมื่อระดับไบคาร์บอเนตอยู่ที่ 10 mmol/L

19.

คำแนะนำใดที่ควรให้เพื่อป้องกัน DKA ที่เกิดซ้ำ?

a)

การจัดการในระหว่างการเจ็บป่วย

b)

การออกกำลังกายหนักในขณะน้ำตาลต่ำ

c)

การลดอินซูลินทันทีเมื่อรู้สึกเหนื่อย

d)

การลดคาร์โบไฮเดรตในทุกมื้ออาหาร