Worksheetsคอม4
Total questions: 31
Worksheet time: 16mins
Name
Class
Date
1.
ชื่อ นามสกุล
4 lines
2.
เลขที่
4 lines
3.
ในการแต่งนิทาน ควรมีการจัดระเบียบเนื้อเรื่องอย่างไรเพื่อให้เข้าใจง่าย?
a)
บทนำ, เนื้อเรื่อง, และบทสรุป
b)
ตัวละคร, สถานที่, และเหตุการณ์
c)
บทพูด, ภาพประกอบ, และบทสรุป
d)
การแนะนำตัวละคร, บทพูด, และการตัดสินใจ
4.
ส่วนประกอบใดที่ไม่สำคัญในการแต่งนิทาน?
a)
จุดหักเห
b)
บทนำ
c)
เนื้อเรื่องหลัก
d)
บทสรุป
5.
การใช้ตัวละครที่มีลักษณะเฉพาะในนิทานช่วยอะไร?
a)
ทำให้เรื่องราวน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
b)
ทำให้การอ่านนิทานยากขึ้น
c)
เพิ่มความยุ่งเหยิงในเนื้อเรื่อง
d)
ลดความสำคัญของเนื้อเรื่องหลัก
6.
จุดหักเหในนิทานหมายถึงอะไร?
a)
จุดที่นิทานเริ่มต้นจุด
b)
จุดที่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับตัวละคร
c)
ที่ทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนแปลงไป
d)
จุดที่ตัวละครค้นพบสิ่งใหม่
7.
ทำไมการมีบทสรุปในนิทานถึงสำคัญ?
a)
เพื่อให้เรื่องราวจบลงอย่างสมบูรณ์และชัดเจน
b)
เพื่อเพิ่มความยาวของนิทาน
c)
เพื่อทำให้ตัวละครมีบทบาทมากขึ้น
d)
เพื่อเพิ่มความซับซ้อนให้กับเรื่องราว
8.
สตอรี่บอร์ดมีประโยชน์อย่างไรในการสร้างนิทาน?
a)
ช่วยในการจัดระเบียบเอกสาร
b)
ช่วยในการเพิ่มความยาวของนิทาน
c)
ช่วยในการตกแต่งนิทาน
d)
ช่วยในการวางแผนและจัดระเบียบเนื้อเรื่อง
9.
ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการสร้างสตอรี่บอร์ด?
a)
วางแผนเนื้อเรื่อง
b)
วาดภาพ
c)
ระบายสี
d)
ตรวจสอบรายละเอียด
10.
เมื่อลงสีในภาพสตอรี่บอร์ด ควรคำนึงถึงอะไร?
a)
การใช้สีที่สวยงามที่สุด
b)
การใช้สีที่ตรงกับเนื้อเรื่องและอารมณ์
c)
การใช้สีที่หลากหลาย
d)
การใช้สีที่ไม่ซ้ำกัน
11.
ขนาดของภาพในสตอรี่บอร์ดควรเป็นอย่างไร?
a)
ขนาดที่เล็กที่สุด
b)
ขนาดที่ใหญ่ที่สุด
c)
ขนาดที่สามารถแสดงรายละเอียดได้ชัดเจน
d)
ขนาดที่เป็นมาตรฐาน
12.
การวาดภาพในสตอรี่บอร์ดควรให้ความสำคัญกับอะไร?
a)
การแสดงอารมณ์และการกระทำของตัวละคร
b)
การตกแต่งภาพให้สวยงาม
c)
การเพิ่มสีสันให้มากที่สุด
d)
การใช้เทคนิคการวาดที่ซับซ้อน
13.
สตอรี่บอร์ดที่มีลำดับไม่เป็นระเบียบจะมีผลต่ออะไร?
a)
ความเข้าใจและการติดตามเนื้อเรื่อง
b)
ความยาวของนิทาน
c)
ความสวยงามของภาพ
d)
จำนวนภาพในนิทาน
14.
ภาพในสตอรี่บอร์ดควรมีลักษณะอย่างไร?
a)
ชัดเจนและตรงกับเนื้อเรื่อง
b)
สวยงามและตกแต่ง
c)
ใหญ่และเด่น
d)
เล็กและไม่ชัดเจน
15.
เมื่อต้องการให้ภาพในสตอรี่บอร์ดมีความชัดเจน ควรทำอย่างไร?
a)
ใช้เทคนิคการวาดที่มีรายละเอียด
b)
ใช้สีสันที่สดใส
c)
ใช้ขนาดภาพที่เล็ก
d)
ใช้สีพื้นหลังที่เข้ม
16.
การระบายสีในสตอรี่บอร์ดมีความสำคัญอย่างไร?
a)
ช่วยให้ภาพมีความละเอียดสูง
b)
ช่วยให้ภาพดูสวยงามขึ้น
c)
ช่วยให้การวาดภาพง่ายขึ้น
d)
ช่วยให้ภาพมีชีวิตชีวาและเข้าใจง่ายขึ้น
17.
ในการสร้างการเคลื่อนไหวของภาพใน PowerPoint ควรใช้ฟังก์ชันใด?
a)
การเปลี่ยนภาพ (Transitions)
b)
การเคลื่อนไหว (Animations)
c)
รูปแบบสไลด์ (Slide Layout)
d)
ธีม (Themes)
18.
การเพิ่มภาพจากสตอรี่บอร์ดลงใน PowerPoint สามารถทำได้โดยใช้คำสั่งใด?
a)
แทรก > รูปภาพ (Insert > Picture)
b)
แทรก > วิดีโอ (Insert > Video)
c)
ออกแบบ > พื้นหลัง (Design > Background)
d)
สไลด์โชว์ > บันทึกการบรรยาย (Slide Show > Record Narration)
19.
วิธีการเปลี่ยนสไลด์ใน PowerPoint ใช้ฟังก์ชันใด?
a)
การเปลี่ยนภาพ (Transitions)
b)
การเคลื่อนไหว (Animations)
c)
สไลด์มาสเตอร์ (Slide Master)
d)
การออกแบบ (Design)
20.
การสร้างการเคลื่อนไหวของตัวละครใน PowerPoint ควรใช้ฟังก์ชันใด?
a)
การออกแบบ (Design)
b)
รูปแบบสไลด์ (Slide Layout)
c)
การจัดเรียงสไลด์ (Slide Sorter)
d)
แผงการเคลื่อนไหว (Animation Pane)
21.
เมื่อต้องการเพิ่มข้อความใน PowerPoint ควรใช้ฟังก์ชันใด?
a)
กล่องข้อความ (Text Box)
b)
รูปร่าง (Shape)
c)
รูปภาพ (Picture)
d)
ตาราง (Table)
22.
วิธีการเพิ่มเสียงใน PowerPoint คือการใช้ฟังก์ชันใด?
a)
แทรก > วิดีโอ (Insert > Video)
b)
แทรก > เสียง (Insert > Audio)
c)
ออกแบบ > พื้นหลัง (Design > Background)
d)
สไลด์โชว์ > บันทึกการบรรยาย (Slide Show > Record Narration)
23.
เอฟเฟคชนิดใดที่ใช้ในการเพิ่มความน่าสนใจให้กับการเคลื่อนไหวใน PowerPoint?
a)
เอฟเฟคการเคลื่อนไหว (Animation Effects)
b)
เอฟเฟคการเปลี่ยนภาพ (Transition Effects)
c)
ธีมการออกแบบ (Design Themes)
d)
รูปแบบสไลด์ (Slide Layout)
24.
เมื่อต้องการเพิ่มเสียงประกอบฉากใน PowerPoint ควรใช้ฟังก์ชันใด?
a)
เครื่องมือเสียง (Audio Tools)
b)
เครื่องมือวิดีโอ (Video Tools)
c)
เครื่องมือรูปภาพ (Picture Tools)
d)
เครื่องมือสไลด์ (Slide Tools
25.
การเลือกเอฟเฟคที่เหมาะสมสำหรับการเคลื่อนไหวใน PowerPoint ควรพิจารณาจากอะไร?
a)
ความสวยงามของเอฟเฟค
b)
ขนาดของเอฟเฟค
c)
ความน่าสนใจและการเสริมเนื้อเรื่อง
d)
การเลือกสีของเอฟเฟค
26.
การเพิ่มเสียงพูดใน PowerPoint สามารถทำได้โดยใช้ฟังก์ชันใด?
a)
บันทึกการบรรยาย (Record Narration)
b)
แทรกวิดีโอ (Insert > Video)
c)
แทรกกล่องข้อความ (Insert > Text Box)
d)
การนำเสนอภาพนิ่ง > บันทึกเสียง (Slide Show > Record Audio)
27.
การบันทึกงานใน PowerPoint เป็นไฟล์ MP4 ควรใช้คำสั่งใด?
a)
ไฟล์ > บันทึกเป็น > MP4 (File > Save As > MP4)
b)
ไฟล์ > บันทึกเป็น > วิดีโอ (File > Save As > Video)
c)
ไฟล์ > ส่งออก > สร้างวิดีโอ (File > Export > Create a Video)
d)
ไฟล์ > เผยแพร่ > สร้างวิดีโอ (File > Publish > Create Video)
28.
หลังจากบันทึกงานเป็นไฟล์ MP4 แล้ว ขั้นตอนถัดไปคืออะไร?
a)
อัปโหลดไฟล์ MP4 ลงในช่อง YouTube ของโรงเรียน
b)
เปิดไฟล์ MP4 และแก้ไข
c)
บันทึกไฟล์ MP4 เป็น PDF
d)
ตัดไฟล์ MP4 ให้สั้นลง
29.
ขั้นตอนใดในการอัปโหลดไฟล์ MP4 ลงใน YouTube?
a)
ส่งไฟล์ MP4 ไปยังอีเมล
b)
เปิดไฟล์ MP4 ในเบราว์เซอร์
c)
ใช้คำสั่ง "Save As" เพื่อบันทึกไฟล์
d)
คลิกที่ปุ่ม "อัปโหลด" และเลือกไฟล์ MP4
30.
เมื่ออัปโหลดไฟล์ MP4 ลงใน YouTube ควรทำการตั้งค่าหรือการจัดการอะไร?
a)
เปลี่ยนชื่อไฟล์ MP4
b)
ตั้งชื่อเรื่อง, ใส่คำอธิบาย, และตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
c)
แก้ไขขนาดไฟล์ MP4
d)
เปลี่ยนสีของไฟล์ MP4
31.
การเลือกฟอร์แมตไฟล์ MP4 เพื่ออัปโหลดลง YouTube ควรเลือกแบบใด?
a)
WMV
b)
AVI
c)
MOV
d)
MP4
100 %
