Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ บทที่ 6 พรบ.ประกันสังคม 2533

Total questions: 39

Worksheet time: 23mins

Name
Class
Date
1.

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ให้ไว้ ณ วันใด

a)

11 สิงหาคม พ.ศ. 2533

b)

12 กันยายน พ.ศ. 2534

c)

31 ตุลาคม พ.ศ. 2535

d)

14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536

2.

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ใช้บังคับเมื่อใด นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

a)

ให้บังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

c)

พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

d)

พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

3.

พระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับปัจจุบัน เป็นฉบับที่เท่าใด ให้ไว้ ณ วันใด

a)

ฉบับที่ 3 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

b)

ฉบับที่ 5 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

c)

ฉบับที่ 4 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

d)

ฉบับที่ 2 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

4.

พระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับปัจจุบัน บังคับใช้เมื่อใด นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

a)

ให้บังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

c)

พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

d)

พ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

5.

ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

a)

องคมนตรี

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

c)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

d)

นายกรัฐมนตรี

6.

ข้อใดมิใช่สาเหตุ ของการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับปัจจุบัน

a)

กำหนดโทษทางอาญา ในกรณีนายจ้างไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบเพื่อให้การประกันสังคม

b)

แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการคำนวณค่าจ้างรายวันในการจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้

c)

ฉบับเดิมมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน

d)

เพื่อขยายความคุ้มครองให้นายจ้างได้รับสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น

7.

พระราชบัญญัติประกันสังคมใช้บังคับกับหน่วยงานใด

a)

หน่วยงานภาคเอกชน

b)

ราชการส่วนท้องถิ่น

c)

ราชการส่วนกลาง

d)

ราชการส่วนภูมิภาค

8.

หน่วยงานใดต่อไปนี้ที่พระราชบัญญัติประกันสังคมใช้บังคับได้

a)

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

b)

การประปานครหลวง

c)

การรถไฟแห่งประเทศไทย

d)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

9.

พระราชบัญญัติประกันสังคม ไม่สามารถใช้บังคับหน่วยงานใด

a)

1. รัฐวิสาหกิจ

b)

2. นักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงเรียนสถานพยาบาลวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยนั้น

c)

ถูกทั้งข้อ 1. และ 2

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

10.

ข้อใดมิใช่ความหมายของ “ทุพพลภาพ” ในพระราชบัญญัติประกันสังคม

a)

ความสามารถในการทำงานลดลงแต่สามารถประกอบการงานตามปกติได้

b)

การสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ

c)

การสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย

d)

การสูญเสียอวัยวะ

11.

ข้อใดไม่ถูกต้อง "ในกรณีท้องที่หนึ่งท้องที่ใดประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ"

a)

1. รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนได้

b)

2. การออกประกาศตามข้อ 1 ให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจประกอบกับเสถียรภาพของกองทุนเป็นสำคัญ

c)

3. การออกประกาศตามข้อ 1 จะลดหย่อนได้คราวละไม่เกินหกเดือน

d)

4. การออกประกาศตามข้อ 1 จะลดหย่อนปีละไม่เกินสามครา

12.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

13.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

14.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์ภรรยา)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

15.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนกรณีการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

16.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีแท้งบุตร)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

17.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

18.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีเลี้ยงดูบิดามารดา)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

19.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

20.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

21.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีวัยหนุ่มสาว)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

22.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

23.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

24.

"ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุน" ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับ (ประโยชน์ทดแทนในกรณีได้ทำงานเดือนแรก)

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

25.

ข้อใดถูกต้องหากนายจ้างผู้ใดไม่นำส่งเงินสมทบในส่วนของตนหรือในส่วนของผู้ประกันตน หรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลาที่กำหนด

a)

ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างยังมิได้นำส่ง

b)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 3 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายเดือนถัดไป

c)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 4 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายนับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ

d)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 5 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายเดือนถัดไป

26.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

27.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าประกันการเจ็บป่วย )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

28.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าบำบัดทางการแพทย์และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

29.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่ากินอยู่และรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

30.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าซ่อมยานพาหนะในขณะเดินทางมาพบแพทย์ )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

31.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าตรวจวินิจฉัยโรค )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

32.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าเสียเวลามาพบแพทย์ )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

33.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์ )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

34.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

35.

ข้อใดคือสิทธิหรือประโยชน์ทดแทนที่ลูกจ้างพึงได้รับในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ( ค่าปรับการผิดกฎจราจรในการเดินทางมาพบแพทย์ )

a)

ได้รับสิทธิ

b)

ไม่ได้รับสิทธิ

36.

ข้อใดไม่ถูกต้องในกรณี "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร"

a)

หากผู้ประกันตนอยู่กินฉันสามีภริยากับหญิงใดโดยเปิดเผยมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนด้วย

b)

มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตรสำหรับตนเองหรือภริยา

c)

หากผู้ประกันตนอยู่กินฉันสามีภริยากับชายใดโดยเปิดเผยมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกึ่งหนึ่ง

d)

ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าเดือน

37.

ข้อใดไม่ถูกต้องในกรณี "กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย"

a)

ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิ

b)

ถ้าผู้ประกันตนมิได้มีหนังสือระบุไว้ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีหรือภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนมากน้อยตามลำดับ

c)

ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้คูณด้วยสี่

d)

ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไปให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้คูณด้วยสิบสอง

38.

"ในกรณีผู้ประกันตนซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพถึงแก่ความตายก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทน หรือผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายในหกสิบเดือนนับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ ให้ทายาทของผู้นั้นซึ่งมีชีวิตอยู่ในวันที่ผู้ประกันตนหรือผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ" ข้อใดมิใช่ทายาทผู้มีสิทธิ

a)

สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานซึ่งรับใช้ผู้ประกันตนมานาน 10 ปี

b)

สามีหรือภริยา

c)

บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงิน

d)

บิดามารดา

39.

"ในกรณีที่ไม่มีทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ให้ทายาทของผู้ประกันตนหรือผู้รับเงินบำนาญชราภาพแล้วแต่กรณีมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามลำดับหากบุคคลลำดับใดมีจำนวนมากกว่าหนึ่งคนให้บุคคลลำดับนั้นได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน" ผู้ใดมินับว่าเป็นทายาท

a)

ทวด เหลน โหลน

b)

พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา

c)

พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

d)

ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา