NEW
Font size
Worksheetsหน.และรอง ชป. ชุดที่ 1
Total questions: 50
Worksheet time: 25mins
การจัดกำลังสำหรับการลาดตระเวนตามปกติชุดที่คอยบันทึกข่าวสารทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างภารกิจ ลาดตระเวนเป็นหน้าที่ของผู้ใด
ส่วนบังคับบัญชา
ชุดพยาบาล
ชุดเฝ้าตรวจ
ชุดบันทึก
เป็นจุดที่อยู่ภายในแนวเดียวกัน ซึ่งจะใช้เป็นที่รวมพลและจัดระเบียบใหม่ ในกรณีที่เกิดการปะทะข้าศึก ระหว่างการออกจากแนวทหารฝ่ายเดียวกันหรือก่อนที่จะถึงจุดนัดพบระหว่างทางแห่งแรก หมายถึงข้อใด
จุดนัดพบขั้นต้น
จุดนัดพบระหว่างทาง
จุดนัดพบ ณ ที่หมาย
จุดนัดพบในการที่กลับเข้าหน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน
เพื่อให้ได้ข่าวสารเกี่ยวกับที่ตั้งเฉพาะและพื้นที่รอบๆ หรือที่หมายหรือแผ่นบริวาร คือความหมายข้อใด
การลาดตระเวนพื้นที่
การลาดตระเวนเขต
การลาดตระเวนเส้นทาง
ไม่มีข้อใดถูก
การจัดรูปขบวนของหมู่ในการลาดตระเวนสะกดรอย ตำแหน่งแรกคือใคร
ผบ.หมู่
พลสะกดรอยหลัก
พลนับเก้า
หน.ชุดระวังป้องกัน
วิธีการยิงอาวุธต่อสู้รถถังขนาดเบา มี 4 วิธีคือข้อใด
การยิงนัดเดียว, การยิงสองนัด, ยิงเดี่ยว, ยิงคู่
นั่งยิง, นอนยิง, ยืนยิง, นั่งคุกเข่ายิง
ยิงนัดเดียว, ยิงต่อเนื่อง, ยิงคู่, ระดมยิง
ยืนยิง, นั่งคุกเข่ายิง, ยิงคู่, ยิงต่อเนื่อง
การประสานงานระหว่างหมู่ หมวดข้างเคียง เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ประสานหน่วยรองไปหน่วยเหนือ
จากหน่วยทางขวาไปทางหน่วยทางซ้าย
จากหน่วยทางซ้ายไปทางหน่วยทางขวา
ถูกทุกข้อ
ระเบียบปฏิบัติประจำสนามของ มว.ปล. และหมู่ ปล. เป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้หน่วยสามารถ ปฏิบัติได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยสามารถปฏิบัตินอกเหนือจากระเบียบปฏิบัติประจำข้างต้นนี้ได้ โดย พิจารณาจากปัจจัยทางยุทธวิธี (METT-T) ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึง รายละเอียดของระเบียบปฏิบัติประจำได้ ถูกต้องที่สุด
ระเบียบปฏิบัติประจำ ประกอบด้วยเรื่องของ การจัดเฉพาะกิจ, การควบคุมบังคับบัญชา. การยุทธ์, นิวเคลียร์ ชีวะ เคมี, การป้องภัยทางอากาศ, การยิงสนับสนุน, การควบคุมการยิงและการกระจายการยิง, การระวังป้องกันและการช่วยรบ
การจัดเฉพาะกิจ ประกอบระเบียบปฏิบัติประจำเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยยุทธวิธี (METT-T) โดย ต้องพิจารณาในเรื่องความพยายามหลักและความพยายามสนับสนุน, เพื่อช่วยสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ
ผบ.มว. มีความรับผิดชอบในการควบคุมบังคับบัญชา, การสั่งใช้ทรัพยากรณืของ มว. อย่างมี ประสิทธิผลและการใช้งาน สามารถประสานการปฏิบัติกับหน่วยข้างเคียง โดยกระทำจากขวาไปซ้าย และจาก หน้าไปหลัง
ลำดับการบังคับบัญชาในระหว่างการรบ สมาชิกคนใดคนหนึ่งอาจต้องควบคุมบังคับบัญชา มว. บ่อยครั้ง โดย มว.ปล. สามารถจัดลำดับในการบังคับบัญชา หรือไม่จัดลำดับในการบังคับบัญชา
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ประกอบการควบคุมบังคับบัญชา สำหรับระเบียบปฏิบัติ ประจำสนามของ มว.ปล.
เครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ใช้ใน มว.ปล. มี 2 ชนิด คือ วิทยุ, ทางสาย และพลนำสาร
การติดต่อสื่อสารทางสาย มีความปลอดภัยมากที่สุด โดย มว.ปล. ควรจัดตั้งข่ายการติดต่อสื่อสาร ทางสายทันที ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย หรือดำเนินการตาม “วงจรเร่งด่วน”
พลนำสารควรเปลี่ยนเส้นทางและตามตารางการปฏิบัติของตนอยู่เสมอ ทั้งนี้ กรณี ผบ.มว. ต้องการความรวดเร็ว ควรเปลี่ยนวิธีการสื่อสารเป็นวิธีอื่น
ประมวลลับและสัญญาณมีไว้เพื่อ เพิ่มความเร็วในการสื่อสาร และเพิ่มโอกาสแห่งความปลอดภัย และช่วยการควบคุมบังคับบัญชา
ข้อใดมิใช่การประมาณสถานการณ์ ประกอบการควบคุมบังคับบัญชา สำหรับระเบียบปฏิบัติประจำสนาม ของ มว.ปล.
การวิเคราะห์ภารกิจ
การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง
การวิเคราะห์หนทางปฏิบัติ
การตกลงใจ
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไว้ถูกต้องที่สุด ในการออกคำสั่งและการรายงานประกอบการควบคุมบังคับบัญชา สำหรับระเบียบปฏิบัติประจำสนามของ มว.ปล.
ก.บุคคลที่ได้รับคำสั่งจากกองร้อย อย่างน้อยที่สุดควรมี ผบ.มว. ผตน. ของ มว. และ ผบ.หน่วย สมทบ
ข.บุคคลที่ได้รับคำสั่งของ มว. อย่างน้อยที่สุด ผบ.มว., รอง ผบ.มว. ผบ.หมู่. ผตน.มว. ส.พยาบาล และ ผบ.หน่วย สมทบ
ข้อ ก ผิด และข้อ ข ถูก
ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข
ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด ในการรายงานรูปแบบประกอบการควบคุมบังคับบัญชา สำหรับระเบียบปฏิบัติ ประจำสนามของ มว.ปล.
หัวข้อการรายงานประกอบด้วย ขนาด, พฤติกรรม, ที่ตั้ง, หน่วย/เครื่องแบบ, เวลาที่พบ และ ยุทโธปกรณ
หน.ชุด และ ผบ.หมู่ รายงานการส่งกำลังบำรุงของหน่วย ตามสายการบังคับบัญชา วันละ 1 ครั้ง
หน.ชุด และ ผบ.หมู่ รายงานสถานภาพกำลังพลของหน่วย ตามสายการบังคับบัญชา วันละ 1 ครั้ง ตามที่หน่วยกำหนด
การรายงานการสูญเสียของกระสุน, ยุทโธปกรณ์และผู้บาดเจ็บของหมู่ ปล. ให้ ผบ.หมู่ รายงานต่อ ผบ.มว. โดยตรงเมื่อเสร้จสิ้นการปะทะกับข้าศึกแล้ว
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ในการเคลื่อนย้ายของหน่วยระดับ มว.ปล. สำหรับระเบียบปฏิบัติประจำสนามของ มว.ปล.
ผบ.หน่วย สามารถเลือกรูปขบวนการเคลื่อนย้าย โดยอาศัยการพิจารณาปัจจัยทางยุทธวิธีและ ความเป็นไปได้ที่ปะทะกับข้าศึก
รูปขบวนของชุดยิงนั้น ต้องมีลักษณะที่กำลังพลทุกคนสามารถมองเห็น หน.ชุดยิง ของตนเองได้ โดยพื้นฐานแล้ว จะใช้รูปขบวนแถวตอน เมื่อเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ หรือทัศนวิสัยจำกัด
รูปแบบของ หมู่ ปล. นั้น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าชุดยิง โดยปกติแล้วใช้รูปขบวนแถวตอน, รูปแบบแถวตอนหน้ากระดาน, รูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่ง เพื่อทำการเคลื่อนย้ายหน่วย
รูปแบบของ มว.ปล. ขึ้นอยู่ปัจจัยทางยุทธวิธีเป็นเครื่องกำหนด โดย มว.ปล. นิยมใช้รูปขบวน สามเหลี่ยมแหลมหน้า เมื่อยังไม่ทราบสถานการณืแน่ชัด แต่ว่าจะปะทะกับข้าศึกข้างหน้าในเวลาอันใกล
มว.ปล. ใช้รูปขบวนการเคลื่อนที่แบบใด เมื่อต้องการเพิ่มอำนาจการยิงสุงสุดไปทางข้างหน้า โดยทราบ สถานการณ์ของข้าศึกดีแล้ว
รูปขบวนสามเหลี่ยมแหลมหลัง
รูปขบวนสามเหลี่ยมแหลมหน้า
รูปขบวนหมวดหน้ากระดาน หมู่หน้ากระดาน
รูปขบวนหมวดหน้ากระดาน หมู่แถวตอน
วิธีการเคลื่อนที่ หรือเทคนิคการเคลื่อนที่ของ มว.ปล. สามารถกำหนดได้จากการวิเคราะห์ภารกิจ ด้วย ปัจจัยทางยุทธวิธีและความเป็นไปได้ที่จะปะทะข้าศึก ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติของหน่วย
หน่วยใช้วิธีการเดินทาง เมื่อคาดว่าการปะทะอาจจะยังไม่เกิดขึ้นและความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ
หน่วยใช้วิธีการเดินทางเฝ้าตรวจ เมื่อคาดว่าการปะทะอาจจะเกิดขึ้นแต่ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ
หน่วยใช้วิธีการเฝ้าตรวจสลับ เมื่อคาดว่าน่าจะมีการปะทะหรือมีแนวโน้มของการปะทะและ ความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญ
หน่วยใช้วิธีการเฝ้าตรวจสลับ เมื่อคาดว่าการปะทะยังไม่เกิดและความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญ
การปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุก มว.ปล. เมื่อรับภารกิจจาก ผบ.ร้อย แล้ว ผบ.มว. หรือผู้แทนที่ตกลงใจได้ ประสานกับหน่วยเหนือ, หน่วยสนับสนุน และหน่วยข้างเคียงในเรื่องใดบ้าง
แผนการยิงสนับสนุน
แผนการดำเนินกลยุทธ์
การติดต่อสื่อสารและสัญญาณ
ทุกข้อที่กล่าวมา
การเดินทางด้วยเท้า ในการเดินทางบนถนนในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย มว. จะเคลื่อนที่ด้วยแถวตอนเรียง หนึ่งทั้งสองข้างถนน โดยไม่มีการแยกชุดยิง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเดินทางของหน่วย
ระยะต่อระหว่างบุคคล ควรมีระยะประมาณ 3 – 5 เมตร
ระยะระหว่าง มว. ควรมีระยะประมาณ 25 - 50 เมตร
อัตราเร็วในการเดินทางต่อวันคือ 8 ชม. โดยปกติกำหนดอัตราในการเดินทางเป็น 4 กม./ชม.
ควรกำหนดให้มีการเดินทาง 45 นาที พัก 15 นาที เพื่อให้ทหารมีเวลาพักที่เพียงพอต่อการปฏิบัติ ภารกิจ
ข้อใดมิใช่ขั้นตอนหรือกระบวนการในการจัดระเบียบใหม่ของ มว.ปล. เมื่อปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุก เรียบร้อยแล้ว
ผบ.มว. จัดสายการบังคับบัญชาขึ้นใหม่ และจัดกำลังพลลงตำแหน่งสำคัญที่วางไว้
ผบ.มว. จัดตั้งการติดต่อสื่อสารกับ ผบ.ร้อย หน่วยข้างเคียง และชุดยิงสนับสนุนของกองพัน
ผบ.มว. รายงานสภาพ สป.5 ต่อ บก.ร้อย ทำการเบิก สป.5 ตามยอดที่ต้องการและเฉลี่ยกระสุน หรือยุทโธปกรณ์ตามเหมาะสม
ผบ.มว. ซักซ้อมการปฏิบัติในกิจที่ตนเองเห็นว่ายังมีข้อบกพร่อง
ข้อใดไม่ใช่การเตรียมการ สำหรับการปฏิบัติการรบด้วยวิธีการตั้งรับของ มว.ปล.
ผบ.มว./ผบ.หมู่ ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ ตรวจสอบที่วางตัวของหมู่, ที่ตั้งอาวุธสำคัญ, ที่ตั้ง ทก. และ ตก.
รอง ผบ.มว. ตรวจอาวุธและเครื่องมือ เครื่องใช้ของ มว. ที่ได้รับมอบ
จัดทำแผ่นจดระยะพลยิงแต่ละคน ๆ ละ 2 แผ่น ตัวจริงเก็บไว้ที่อาวุธ ส่วนสำเนาเก็บไว้ที่ ผบ.หมู่
เบิก สป.1, สป.4, สป.5 เพิ่มเติม และนำไปวาง ณ ที่มั่นของ มว. ข้างหน้า
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ถึงการปฏิบัติของ มว.ปล. ในการปฏิบัติการรบด้วยวิธีตั้งรับ
มว.ปล. ทำการหยุดหน่วย ณ ตำบลที่มีการกำบังและซ่อนพรางสุดท้ายก่อนถึงที่มั่นตั้งรับ
ผบ.มว. แบ่งเขตรับผิดชอบและเขตการยิงให้แก่หมู่ กำหนดที่ตั้งเครื่องมือ แจ้งเตือนการเข้ามาของ ข้าศึกและอุปกรณ์แจ้งเตือนสารเคมีและที่ตั้งอาวุธสำคัญ
สร้างเครื่องกีดขวางและดัดแปลงที่มั่นตั้งรับให้แข็งแรง ตลอดแนวขอบหน้าพื้นที่การรบที่ รับผิดชอบ โดยประยุกต์เครื่องกีดขวางที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติมจุดที่เปราะบาง
จัดตั้งข่ายการติดต่อสื่อสาร และประสานเกี่ยวกับเขตการยิงที่เหลื่อมล้ำกันกับหน่วยข้างเคียง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีพื้นที่อับกระสุน
ในการตั้งรับมีมาตรการควบคุมการยิง เพื่อรวมและกระจายอำนาจการยิง ประกอบด้วยมาตรการอะไรบ้าง ถูกต้องที่สุด
การยิงตรงหน้า การยิงทางข้าง,และการยิงทางลึก
เขตการยิง, พื้นที่ระดมยิง, อัตราการยิง, ความเร่งด่วนการยิง
เขตการยิง, พื้นที่ระดมยิง, ประเภทของการยิง, ลำดับความเร่งด่วนการยิง, อัตราเร็วในการยิง
การยิงเล็งตรง, การยิงเล็งจำลอง, พื้นที่ระดมยิง, ลำดับความเร่งด่วนการยิง, ความเร็วในการยิง
ความเร่งด่วนของงาน หมายถึง รายการของกิจต่าง ๆ ซึ่ง ผบ.มว. ใช้เพื่อควบคุมเพื่อให้ทราบว่า กิจใดเป็น ของผู้ใด ใครทำก่อนทำหลังโดยปกติความเร่งด่วนของงานสำหรับหมวดปืนเล็ก ประกอบด้วยอะไร ที่ต้อง ปฏิบัติก่อน
จัดกำหนดที่ตั้งยิงให้อาวุธ
จัดตั้งที่บังคับการหมวด
จัดส่วนระวังป้องกันเฉพาะบริเวณ
ประสานงานหน่วยข่างเคียง
การเดินทางด้วยเท้า ในการเดินทางบนถนนในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย มว. จะเคลื่อนที่ด้วยแถวตอนเรียง หนึ่งทั้งสองข้างถนน โดยไม่มีการแยกชุดยิง ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเดินทางของหน่วย
ระยะต่อระหว่างบุคคล ควรมีระยะประมาณ 3 – 5 เมตร
ระยะระหว่าง มว. ควรมีระยะประมาณ 25 - 50 เมตร
อัตราเร็วในการเดินทางต่อวันคือ 8 ชม. โดยปกติกำหนดอัตราในการเดินทางเป็น 4 กม./ชม.
ควรกำหนดให้มีการเดินทาง 45 นาที พัก 15 นาที เพื่อให้ทหารมีเวลาพักที่เพียงพอต่อการปฏิบัติ ภารกิจ
แผนการยิงสนับสนุนในการปฏิบัติของทุกขั้นตอนในการเข้าตี จะต้องครอบคลุมพื้นที่ใดบ้างของที่หมาย
ด้านข้างซ้าย ข้างขวา และหลังที่หมาย
ด้านหน้า ด้านหลัง และบนที่หมาย
ด้านหน้า ด้านหลัง และหลังที่หมาย
ผิดทุกข้อ
ความมุ่งหมายหลักของการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย
เพื่อทำลายการเข้าตะลุมบอนในระยะใกล้ของข้าศึกต่อที่มั่นฝ่ายเรา
เพื่อทำลายการเข้าตะลุมบอนในระยะไกลของข้าศึกต่อที่มั่นฝ่ายเรา
เพื่อทำลายการเข้าตะลุมบอนในระยะใกล้ของฝ่ายเราต่อที่มั่นฝ่ายข้าศึก
เพื่อทำลายการเข้าตะลุมบอนในระยะไกลของฝ่ายเราต่อที่มั่นฝ่ายข้าศึก
1 หมวดรถถัง (ทบ.สหรัฐ) ประกอบด้วยรถถังกี่คัน
3 คัน
4 คัน
5 คัน
6 คัน
ในการรบด้วยวิธีรับ หมวด/หมู่ ปล. ใช้เครื่องกีดขวางเพื่ออะไร
แยกทหารราบและรถถังข้าศึกออกจากกัน
แยกที่หมายให้โดดเดี่ยวจากกัน
จำกัดการตีโต้ตอบของข้าศึก
ช่วยป้องกันทางปีก
ข้อใดเป็นหลักพื้นฐาน ในการเจาะ และการกวาดล้างเครื่องกีดขวาง
การยิงกดข้าศึก
การกำบังตรวจการณ์
ลดค่าความต้านทาน
ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นหลักพื้นฐานทั้งหมด
การที่ทหารต้องสร้างที่มั่นต่อสู้โดยดัดแปลงเพิ่มเติมจากที่กำบังตามธรรมชาติที่มีอยู่ในภูมิประเทศ เรียกว่า อะไร
การตั้งรับ
การรุก
การซ่อนพราง
การพราง
ข้อใดไม่ใช่วัสดุที่ใช้ในการพราง
สีดินและสีเขียวอ่อนชนิดแท่ง
สีทรายและสีเขียวอ่อนชนิดแท่ง
สีโคลนต่าง ๆ
สีน้ำต่าง ๆ
การพรางบริเวณร่มเงา เช่น รอบขอบตา, ใต้จมูก, ใต้คาง ไม่ควรใช้สีอะไรทา
สีเขียวอ่อน
สีทราย
ผงถ่านหรือเขม่า
สีโคลนต่าง ๆ
ที่กำบังด้านหน้าจะต้องมีความหนาเท่าไร
อย่างน้อย 40 ซม. หรือ 15 นิ้ว
อย่างน้อย 30 ซม. หรือ 10 นิ้ว
อย่างน้อย 46 ซม. หรือ 18 นิ้ว
อย่างน้อย 50 ซม. หรือ 20 นิ้ว
ที่มั่นต่อสู้ที่ขุดลึก การนำดินมาทำกำแพงป้องกันได้หนากว่าแรงระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ ที่มั่นที่ขุดลึกจะ ลดการแผ่รังสีที่ผ่านเข้าไปในหลุม การแผ่รังสีจะถูกลดลงกี่ส่วนต่อความลึกกี่นิ้ว
2 ส่วน ต่อความลึก 10 นิ้ว
2 ส่วน ต่อความลึก 16 นิ้ว
2 ส่วน ต่อความลึก 20 นิ้ว
2 ส่วน ต่อความลึก 26 นิ้ว
ในการสร้างที่กำบังเหนือศีรษะ หลังการปูแผ่นผ้ายางกันน้ำแล้ว โรยดินทับบนผ้ายางหนาประมาณกี่นิ้ว
3 – 5 นิ้ว
4 – 6 นิ้ว
5 – 7 นิ้ว
6 – 8 นิ้ว
ปืนกลยิงกวาดข้ามหน่วยทางข้างหน้า จะต้องยิงสูงเหนือพื้นดินเท่าไร
1 เมตร
1.2 เมตร
1.5 เมตร
2.5 เมตร
คูติดต่อเพื่อให้การกำบัง เมื่อเคลื่อนที่ไปมาระหว่างที่มั่น ความลึกของคูที่จะขุด ควรมีความลึกประมาณกี่ ฟุต กว้างกี่ฟุต
ลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต
ลึก 3 ฟุต กว้าง 2 ฟุต
ลึก 3 ฟุต กว้าง 3 ฟุต
ลึก 4 ฟุต กว้าง 3 ฟุต
รังสีนิวเคลียร์ทำให้เกิดผู้บาดเจ็บและถ่วงเวลาการเคลื่อนที่ รังสีจะแผ่อยู่เป็นเวลาหลายวัน ครอบคลุม พื้นที่กว้างไกล จะเกิดขึ้นเป็น 2 ระดับ อะไรบ้าง
รังสีความร้อน, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, แรงผลัก
แรงผลัก, แรงระเบิด
รังสีนิวเคลียร์เริ่มแรก, รังสีนิวเคลียร์ตกค้าง
สารเคมีทำลายเม็ดเลือด จะมีอาการอย่างไรบ้าง
อาการไอ, แน่นหน้าอก, คลื่นไส้
ปวดศีรษะ,ชักกระตุก, ริมฝีปากเป็นสีแดง
วิงเวียน, น้ำตาไหล, ริมฝีปากเป็นสีแดง
หายใจลำบาก, อาเจียน, ชักกระตุก
ปืนกล ขนาด .05 นิ้ว ส่ายทางข้างได้เท่าใด
600 มิลเลียม
700 มิลเลียม
800 มิลเลียม
900 มิลเลียม
ปืนกล M 60 ส่ายทางข้างเท่าใด
800 มิลเลียม
825 มิลเลียม
850 มิลเลียม
875 มิลเลียม
ปืนกล M 60 ยิงกวาดสูงสุดได้เท่าใด
400 เมตร
500 เมตร
600 เมตร
700 เมตร
ปืนพก M1911 A1 มีระยะหวังผลสูงสุดเท่าใด
40 เมตร
50 เมตร
60 เมตร
70 เมตร
การยิงเดี่ยวของอาวุธต่อสู้รถถังขนาดเบา M72 A1 ทำการยิงได้ในระยะเท่าใด
50 เมตร
60 เมตร
70 เมตร
80 เมตร
หากเราพบรอยเลือดในลักษณะเป็นสีชมพูหรือสีแดงเรื่อ ๆ มีฟอง แสดงว่ามีแผลบริเวณใด
ลำตัว
ปอด
ท้อง
ไม่มีข้อถูก
รอยเลือดจากบาดแผลที่ศีรษะมีลักษณะใด
มีสีชมพู หรือสีแดงเรื่อ ๆ
มีลักษณะเป็นเมือกข้น
มีลักษณะสีเข้มมีกลิ่น
ไม่มีข้อใดถูก
การจัดชุดสะกดรอยแบบแผน จะจัดให้มีนักสะกดรอยกี่คน
1 คน
2 คน
3 คน
4 คน
ในการต่อต้านการสะกดรอย ถ้าหากเราจะมุ่งหน้าไปลำธารจะต้องทำการเปลี่ยนทิศทางการเดินก่อนถึงลำ ธารกี่เมตร
50 เมตร
100 เมตร
150 เมตร
200 เมตร
ในการเคลื่อนที่เข้าอาคารชั้นล่าง ควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก
รีบเคลื่อนที่เข้าไปทางประตู หน้าต่าง อย่างรวดเร็ว
ขว้างระเบิดมือเข้าไปในตัวอาคาร
ใช้ปืนใหญ่ต่อสู้รถถังยิงเข้าไป เพื่อทำช่องทางเข้าอาคาร
ถูกทุกข้อ
ปืนกลขนาด .05 นิ้ว อัตราการยิงสูงสุดเท่าใด
450 – 550 นัด/นาที
600 – 700 นัด/นาที
750 – 850 นัด/นาท
900 – 1,000 นัด/นาท
ในการรบ หน่วยข้าศึกใช้เครื่องกีดขวางในการหยุดหรือยับยั้งการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้าม โดยการใช้ทุ่น ระเบิด การตรวจค้นทุ่นระเบิด (PROBING FOR MINES) ของข้าศึก วิธีการใดกล่าวผิด
ถอดหมวกเหล็ก สายโยงบ่า นาฬิกา แหวน เข็มขัด ป้ายโลหะ และสิ่งที ่อาจเป็นอุปสรรคในการ เคลื่อนที่
นำปืนและอุปกรณ์ฝากไว้กับทหารในชุดยิง
คุกเข่า (หรือนอนหงาย) และใช้มือตรวจหาลวดสะดุดข้างหน้า และผูกลวดสะดุดก่อนทำการตรวจ
หากิ่งไม้ยาวประมาณ 30 ซม. (12 นิ้ว) ใช้ในการตรวจค้นทุ่นระเบิด และปลายกิ่งไม้แหลม ห้าม ใช้โลหะตรวจ
การเตรียมระบบการจุดระเบิดที่ใช้เป็นพื้นฐาน สำหรับการระเบิดทำลายทั่ว ๆ ไป ซึ่งระบบการจุดระเบิด มีอยู่ 2 ชนิด คือ
ระบบการจุดแบบสัมผัสและแบบไม่สัมผัส
ระบบการจุดแบบปะทุ และไม่ปะทุ
ระบบการจุดโดยไม่ใช้ไฟฟ้า และระบบการจุดโดยใช้ไฟฟ้า
ระบบการจุดแบบเปิดและระบบการจุดแบบปิด
