NEW
Font size
Worksheetsunit 1 วัสดุในงานอุตสาหกรรมไฟฟ้า
Total questions: 16
Worksheet time: 8mins
ข้อใดจัดเป็นวัสดุประเภทโลหะที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากมีสมบัติการนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม
พลาสติก
ทองแดง
เซรามิก
ยาง
สมบัติใดของวัสดุที่แสดงถึงความสามารถในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าได้ดี
ความเหนียว
ความแข็งแรง
ความต้านทานไฟฟ้า
การนำความร้อน
วัสดุประเภทใดที่มักใช้เป็นฉนวนไฟฟ้าในงานอุตสาหกรรมไฟฟ้า เนื่องจากมีสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม และทนทานต่ออุณหภูมิสูง
อะลูมิเนียม
ทองเหลือง
เซรามิก
ตะกั่ว
ในการเลือกใช้วัสดุสำหรับสายไฟฟ้า ควรพิจารณาสมบัติใดเป็นอันดับแรกเพื่อให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่านได้สะดวก
ความแข็ง
ความหนาแน่น
การนำไฟฟ้า
สีของวัสดุ
การทดสอบความสามารถในการให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวัสดุได้สะดวกเรียกว่าการทดสอบอะไร
การทดสอบความแข็ง
การทดสอบความเหนียว
การทดสอบการนำไฟฟ้า
การทดสอบความต้านทานแรงดึง
วัสดุใดที่มีสมบัติทางกลที่ดี ทนทานต่อแรงกระแทก และมักใช้ทำโครงสร้างหรือส่วนประกอบที่ไม่ต้องนำไฟฟ้าในอุปกรณ์ไฟฟ้า
ก. เงิน
ข. แก้ว
ค. พลาสติก
ง. คาร์บอน
ดสอบความสามารถในการให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวัสดุได้สะดวกเรียกว่าการทดสอบอะไร
การทดสอบความแข็ง
การทดสอบความเหนียว
การทดสอบการนำไฟฟ้า
การทดสอบความต้านทานแรงดึง
วัสดุใดที่มีสมบัติทางกลที่ดี ทนทานต่อแรงกระแทก และมักใช้ทำโครงสร้างหรือส่วนประกอบที่ไม่ต้องนำไฟฟ้าในอุปกรณ์ไฟฟ้า
เงิน
แก้ว
พลาสติก
คาร์บอน
หากต้องการเลือกวัสดุมาทำไส้หลอดไฟที่ต้องทนต่ออุณหภูมิสูงมากและให้แสงสว่างได้ดี ควรเลือกวัสดุประเภทใด
ทองคำ
ทังสเตน
พีวีซี
ไม้
ข้อใดคือวิธีการทดสอบที่ใช้เพื่อวัดค่าความต้านทานของวัสดุไฟฟ้า
การใช้เครื่องมือวัดแรงดึง
การใช้โอห์มมิเตอร์
การใช้เครื่องวัดความแข็ง
การใช้กล้องจุลทรรศน์
ทำไมเซรามิกจึงเหมาะกับการนำมาผลิตเป็นฉนวนไฟฟ้าแรงสูง
มีน้ำหนักเบา
มีความต้านทานไฟฟ้าสูงมาก
มีความเหนียวสูง
นำความร้อนได้ดี
หากต้องการเลือกวัสดุที่ยืดหยุ่น ทนทานต่อการโค้งงอ และเป็นฉนวน
ก. ทองคำ
ข. ทังสเตน
ค. พีวีซี
ง. ไม้
ทำไมเซรามิกจึงเหมาะกับการนำมาผลิตเป็นฉนวนไฟฟ้าแรงสูง
มีน้ำหนักเบา
มีความต้านทานไฟฟ้าสูงมาก
มีความเหนียวสูง
นำความร้อนได้ดี
หากต้องการเลือกวัสดุที่ยืดหยุ่น ทนทานต่อการโค้งงอ และเป็นฉนวนไฟฟ้าสำหรับหุ้มสายไฟ ควรเลือกวัสดุประเภทใด
เหล็ก
เซรามิก
ยาง
ทองแดง
การทดสอบสมบัติของวัสดุไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างไร
เพื่อความสวยงามของผลิตภัณฑ์
เพื่อความสะดวกในการขนส่ง
เพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานและปลอดภัยในการใช้งาน
เพื่อลดต้นทุนการผลิต
สมบัติใดที่บ่งบอกถึงความสามารถของวัสดุในการทนทานต่อแรงกระแทกหรือการเสียรูปโดยไม่แตกหักง่าย
ความแข็ง
ความเหนียว
ความเปราะ
การนำไฟฟ้า
