wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบท้ายหน่วยเรื่องปฏิกิริยาเคมี ปวส 30000-1303 1/2568

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.
ชื่อ-นามสกุล
4 lines
2.
กลุ่ม
a)
สชย.1/9
b)
สทค.1/7
c)
สทค.1/9
3.
เลขที่
4 lines
4.
1. ข้อใดกล่าวถึงปฏิกิริยาเคมีได้ถูกต้อง
a)
1. สีผิดไปจากสารตั้งต้น
b)
2. สถานะต้องเปลี่ยนไป
c)
3. มีการเปลี่ยนเเปลงพลังงาน
d)
4. เป็นสารเดิมที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น
e)
5. สมบัติของสารใหม่เเตกต่างจากสารตั้งต้น
5.
2. ข้อใดเป็นปฏิกิริยาเคมี
a)
1. การฉีกกกระดาษ
b)
2. น้ำโคลนตกตะกอน
c)
3. การระเหิดของลูกเหม็น
d)
4. การเหม็นหืนของน้ำมันเมื่อทิ้งไว้นานๆ
e)
5. การทำทิงเจอร์ไอไอดีน โดยผสมไอโอดีนกับเอทานอล
6.
3. ข้อใดไม่ใช่การเกิดปฏิกิริยาเคมี
a)
1. เหล็กเกิดสนิม
b)
2. ส้มเน่าเมื่อวางทิ้งไว้
c)
3. การระเบิดของไดนาไมต์
d)
4. มะม่วงหล่นจากต้นจนเละ
e)
5. การสังเคราะห์ด้วยเเสงของพืน
7.
4. “ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่ออนุภาคของสารตั้งต้น จะต้องมีการเคลื่อนที่ชนกันก่อน” จากคำกล่าวข้างต้นเกี่ยวข้องกับข้อใด
a)
1. พลังงานก่อกัมมันต์
b)
2. พลังงานสลายพันธะ
c)
3. ทฤษฎีการชนโมเลกุล
d)
4. กฎอัตราการเกิดปฏิกิริยา
e)
5. ทฤษฎีสารเชิงซ้อนที่ถูกกระตุ้น หรือทฤษฎีสภาวะเเทรนซิซัน
8.
5. ปัจจัยในข้อใด มีผลต่อการชนกันของอนุภาคของสารตั้งต้นจนเกิดปฏิกิริยา
a)
1. พลังงานยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของอนุภาคสารตั้งต้น
b)
2. พลังงานจลย์ของอนุภาคที่เคลื่อนทื่ชนกันเเละพลังงานก่อกัมมันต์
c)
3. พลังงานศักย์ของอนุภาคทที่เคลื่อนที่ชนกันเเละพลังงานก่อกัมมันต์
d)
4. พลังงานศักย์ของอนุภาคทที่เคลื่อนที่ชนกันเเละทิศทางการชนของอนุภาค
e)
5. พลังงานจลน์ของอนุภาคทที่เคลื่อนที่ชนกันเเละทิศทางการชนของอนุภาค
9.
6. สาร A ทำปฏิกิริยากับ สาร B ได้สาร C โดยเริ่มต้นสาร C มีความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร เมื่อเวลาผ่านไป 20 วินาที ความเข้มข้นของสาร C เป็น 1.5 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเฉลี่ยเป็นเท่าไร
a)
1. 0.01 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรต่อชั่วโมง
b)
2. 0.02 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรต่อชั่วโมง
c)
3. 0.03 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรต่อชั่วโมง
d)
4. 0.04 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรต่อชั่วโมง
e)
5. 0.05 โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตรต่อชั่วโมง
10.
7. เมื่อเผาผงเหล็กในอากาศจะเกิดการลุกไหม้ทันทีแต่ถ้าเผาตะปูเหล็กแทนผงเหล็ก ปฏิกิริยาจะเกิดช้ามากเป็นเพราะเหตุใด
a)
1. ผงเหล็กมีปริมาตรน้อยกว่า
b)
2. ผงเหล็กมีพื้นที่ผิวมากกว่า
c)
3. อุณหภูมิผงเหล็กสูงกว่าตะปู
d)
4. ธรรมชาติของผงเหล็กกับตะปูต่างกัน
e)
5. พลังงานกระตุ้นของผงเหล็กน้อยกว่า
11.
8. ปัจจัยใดมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลดลง
a)
1. การเพิ่มความดัน
b)
2. การเพิ่มอุณหภูมิ
c)
3. การเติมตัวเร่งปฏิกิริยา
d)
4. การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น
e)
5. การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนเเทนสารที่เป็นผง
12.
9. ผลของความเข้มข้นต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาในข้อใดถูกต้อง
a)
1. ช่วยเพิ่มพลังงานจลน์ของสารตั้งต้น
b)
2. ช่วยลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาเคมี
c)
3. ช่วยเพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา
d)
4. ช่วยลดพลังงานยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล
e)
5. ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนกันของสารตั้งต้น
13.
10. ข้อใดทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นของแข็งเกิดเร็วขึ้น
a)
1. ลดอุณหภูมิ
b)
2. ลดขนาดของภาชนะ
c)
3. ลดความดัน
d)
4. เติมตัวหน่วงปฏิกิริยา
e)
5. เพิ่มพื้นที่ผิว
14.
11. เมื่อให้สาร A ทำปฏิกิริยากับสาร B ในหลอดทดลองทิ้งไว้สักครู่ พบว่าข้างหลอดทดลองมีน้ำหยดมาเกาะ ปฏิกิริยาระหว่าง A และ B จัดเป็นปฏิกิริยาชนิดใด
a)
1. ปฏิกิริยาเเทนที่
b)
2. ปฏิกิริยาการเเยกสลาย
c)
3. ปฏิกิริยาการสังเคราะห์
d)
4. ปฏิกิริยาการคายความร้อน
e)
5. ปฏิกิริยาดูดความร้อน
15.
12. ข้อใดกล่าวถึงการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันได้ถูกต้อง
a)
1. ฝนกรดเกิดจากการกระทำของมนุษย์เท่านั้น
b)
2. การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ จะเกิดเขม่าควันขึ้น
c)
3. การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ จะเกิดเเก็สคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ
d)
4. คอนกรีตเเละโลหะเมื่อสัมผัสกับเเก๊สออกซิเจนเเละความชื้นทำให้เกิดสนิม
e)
5. ฝนกรดเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม