wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบซ่อมเสริมชีววิทยา กลางภาค

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดเรียงลำดับชั้นวงของดอกไม้ จากด้านในออกสู่ด้านนอกได้อย่างถูกต้อง
a)
1. calyx corolla gynoecium androecium
b)
2. calyx corolla androecium gynoecium
c)
3. androecium gynoecium corolla calyx
d)
4. gynoecium androecium corolla calyx
2.
จากภาพ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
a)
1. ก และ ข
b)
2. ข และ ค
c)
3. ค และ ง
d)
4. ก, ค และ ง
3.
พิจารณาตารางผลการศึกษาส่วนประกอบของดอก ดังนี้ (X = ไม่พบโครงสร้าง / = พบโครงสร้าง) พืชในข้อใดจัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower)
a)
1. ก และ ข
b)
2. ข และ ค
c)
3. ก และ ง
d)
4. ก ค และ จ
4.
จากรูปข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
1. เป็นดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower)
b)
2. 1 ดอกมีหลายรังไข่
c)
3. เป็นดอกครบส่วน (complete flower)
d)
4. 1 ดอกมีเพียงออวุลเดียว
5.
จากรูปดอกชนิดนี้มีโอกาสจะพัฒนาไปเป็นผลชนิดใด
a)
1. ผลเดี่ยว (simple fruit)
b)
2. ผลกลุ่ม (aggregate fruit)
c)
3. ผลรวม (multiple fruit)
d)
4. ผลเดี่ยวจากดอกช่อ
6.
เมื่อ megaspore ทำหน้าที่แบ่งเซลล์แบบ mitosis ทั้งหมด 3 ครั้ง จะได้ทั้งหมด 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส เซลล์ใดมีจำนวนนิวเคลียสต่างจากเซลล์อื่น
a)
1. egg cell
b)
2. polar nuclei
c)
3. synergid cell
d)
4. antipodal cells
7.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
a)
1. microspore (2n) มีการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ได้เป็น megaspore mother cell (n) จำนวน 4 เซลล์
b)
2. microspore mother cell (2n) เป็นการสร้างสปอร์เพศเมีย ได้เซลล์ลูกเป็น microspore (n)
c)
3. megaspore mother cell (2n) เป็นการสร้างสปอร์เพศเมีย ได้เซลล์ลูกเป็น megaspore (n)
d)
4. megaspore และ microspore ต่างก็มีจำนวนชุดโครโมโซมเป็น n
8.
จากแผนภาพ A และ B คือข้อใด ตามลำดับ
a)
1. A = microspore B = megaspore
b)
2. A = megaspore B = microspore
c)
3. A = megaspore mother cell B = megaspore
d)
4. A = microspore mother cell B = microspore
9.
เซลล์ในตำแหน่ง A มีชื่อเรียกว่าอะไร
a)
1. antipodal cells
b)
2. polar nuclei
c)
3. egg cell
d)
4. synergid cells
10.
ในกระบวนการปฏิสนธิคู่ (double fertilization) ไซโกต และเอ็นโดสเปิร์มเกิดจากการผสมของนิวเคลียสบ้าง ตามลำดับ
a)
1.
b)
2.
c)
3.
d)
4.
11.
เซลล์ในตำแหน่ง C มีจำนวนชุดโครโมเซมเท่าไหร่
a)
1. n
b)
2. 2n
c)
3. n+n
d)
4. 3n
12.
ข้อใดอธิบายได้ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกระบวนการปฏิสนธิซ้อน (double fertilization)
a)
1. แมลงพาละอองเรณู (pollen) ไปตกลงบนยอดของเกสรตัวเมีย (stigma)
b)
2. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (mitosis) ของเซลล์เจเนอเรทิฟ (generative cell) จะได้สเปิร์ม (sperm) 2 เซลล์
c)
3. เมกะสปอร์ (megaspore) แบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (mitosis) ได้ 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส
d)
4. สเปิร์ม (sperm) เข้าผสมกับเซลล์ไข่ (egg cell) และโพลาร์นิวคลีไอ (polar nuclei)
13.
หลังจากเกิดการปฏิสนธิแล้วส่วนของเกสรตัวเมียที่จะเจริญไปเป็นเอมบริโอ เอนโดสเปิร์ม เมล็ด และผล เรียงตามลำดับคือข้อใด
a)
1.ออวุล /รังไข่ /ไข่ /โพลาร์นิวเคลียส
b)
2.โพลาร์นิเคลียส / ออวุล / ถุงเอมบริโอ /รังไข่
c)
3.ไข่ /ถุงเอมบริโอ /รังไข่ /ออวุล
d)
4.ไข่ /โพลาร์นิวเคลียส /ออวุล/รังไข่
14.
เอ็มบริโอประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
a)
1.รากแรกเกิด (radicle)
b)
2.ลำต้นแรกเกิด (caulicle)
c)
3.ยอดแรกเกิด (plumule)
d)
4.เปลือกเมล็ด (seedcoat)
15.
การเปรียบเทียบเนื้อเยื่อเจริญและเนื้อเยื่อถาวร ข้อใดกล่าว ถูก
a)
1. เนื้อเยื่อเจริญมีการแบ่งเซลล์แบบ Meiosis เนื้อเยื่อถาวรมีการแบ่งเซลล์แบบ Mitosis
b)
2. เนื้อเยื่อเจริญมีผนังเซลล์หนา เนื้อเยื่อถาวรผนังเซลล์เปลี่ยนไปทำหน้าที่อื่น
c)
3.เนื้อเยื่อเจริญพบทุกส่วนของพืช เนื้อเยื่อถาวรพบที่ปลายยอดและปลายราก
d)
4.เนื้อเยื่อเจริญและเนื้อเยื่อถาวร จำแนกตามความสามารถในการแบ่งเซลล์
16.
เมื่อวัดความสูงของต้นข้าว พบว่าส่วนของลำต้นสูงขึ้น 10 เซนติเมตร ใน 1 เดือน ทั้งนี้เป็นผลมาจากเนื้อเยื่อเจริญในข้อใด
a)
1. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย
b)
2. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย และเนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ
c)
3. เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อ และ เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง
d)
4. เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลาย เนื้อเยื่อเจริญเหนือข้อและ เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง
17.
ข้อใดที่กล่าวถึงลักษณะโดยทั่วไปของเนื้อเยื่อเจริญได้ชัดเจนที่สุด
a)
ข้อ1
b)
ข้อ2
c)
ข้อ3
d)
ข้อ4
18.
สีย้อม safranin สามารถย้อมติดโครงสร้างที่มี ลิกนิน (lignin) เป็นองค์ประกอบได้อย่างถาวร จากข้อมูลที่กำหนดให้เซลล์ในข้อใดต่อไปนี้ที่จะย้อมติดสี safranin
a)
1. ก และ ค
b)
2. ข และ ค
c)
3. ค และ ง
d)
4. ข, ค และ ง
19.
จากภาพคือโคงสร้างชื่อว่าอะไร
a)
1. รากฝอย
b)
2. รากขนอ่อน
c)
3. รากอากาศ
d)
4. รากแก้ว
20.
จากภาพ A คืออะไร และพัฒนามาจากเนื้อเยื่อส่วนใดตามลำดับ
a)
1. รากแขนง , Pericycle
b)
2. รากแขนง , Epidermis
c)
3. ขนราก , Epidermis
d)
4. ขนราก , Parenchyma
21.
รากพืชที่ยาวขึ้นเพื่อให้รากเคลื่อนที่ลงไปในดินได้เป็นเพราะมีการเจริญของบริเวณใด
a)
1. หมวกราก
b)
2. บริเวณแบ่งเซลล์
c)
3. บริเวณการยืดตามยาวของเซลล์
d)
4. บริเวณการเปลี่ยนสภาพและการเจริญเต็มที่ของเซลล์
22.
สี acetocarmine เป็นสีย้อมที่นิยมใช้ในการศึกษาโครโมโซมของเซลล์ชนิดต่าง ๆ หากนำสารนี้มาย้อมส่วนปลายรากพืชที่กำลังเจริญเติบโต บริเวณใดของปลายรากที่จะพบเห็นโครโมโซมติดสีย้อม acetocarmine ชัดเจนที่สุด
a)
1. root cap
b)
2. zone of cell division
c)
3. zone of cell elongation
d)
4. zone of cell maturation
23.
สตีล (stele) คือ ส่วนใดของราก
a)
1. ส่วนที่อยู่ถัดจากชั้นคอร์เทกซ์เข้ามาด้านในของราก
b)
2. ส่วนที่อยู่ถัดจากเนื้อเยื่อชั้นผิวเข้ามาด้านในของราก
c)
3. ส่วนที่อยู่ถัดจากมัดท่อลําเลียงเข้ามาด้านในของราก
d)
4. ส่วนที่อยู่ถัดจากชั้นเอนโดเดอร์มิสเข้ามาด้านในของราก
24.
ต้นถั่วเขียวที่ไม่ได้รับน้ำมานาน ทำให้บริเวณรากขาดน้ำ หากนักเรียนรดน้ำให้กับต้นถั่วเขียวดังกล่าว จงเรียงลำดับที่เนื้อเยื่อที่น้ำมีการลำเลียงผ่านเข้ามาจนถึงโครงสร้างที่เปรียบเสมือนท่อน้ำ
a)
1. epidermis → cortex → pericycle → endodermis → xylem
b)
2. epidermis → endodermis → cortex → pericycle → xylem
c)
3. endodermis → cortex → epidermis → pericycle → xylem
d)
4. epidermis → cortex → endodermis → pericycle → xylem
25.
จากรูปข้อใดกล่าวผิด
a)
1. บริเวณ C และ D เป็นเนื้อเยื่อพื้นส่วนใหญ่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อพาเรงคิมา
b)
2. เซลล์ A คือซีฟทิวเมมเบอร์ (sieve-tube member) จัดอยู่ในเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ (xylem)
c)
3. บริเวณ B เป็นชั้น pericycle เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณสตีล
d)
4. รูปภาพนี้เป็นรูปรากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
26.
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างภายใน ของรากพืชใบเลี้ยงคู่และรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
a)
1. ภาพ X คือรากพืชใบเลี้ยงคู่ สังเกตจากในชั้นสตีล(stele)มีพิธ(pith)
b)
2. ภาพ Y คือรากพืชใบเลี้ยงคู่ สังเกตจากในชั้นสตีล(stele)มีพิธ(pith)
c)
3. ภาพ X คือรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สังเกตจากลักษณะของไซเลม (xylem)
d)
4. ภาพ Y คือรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สังเกตจากลักษณะของไซเลม (xylem)
27.
ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของ ลำต้น ไม่ถูกต้อง
a)
1. ลำต้นทำหน้าที่ชูกิ่งก้าน ดอก และผล
b)
2. ลำต้นเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำ ธาตุอาหารและอาหารไปยังส่วนต่างๆ
c)
3. ลำต้นจะต้องเจริญอยู่เหนือระดับผิวดินเท่านั้น
d)
4. ลำต้นพิเศษสามารถสะสมอาหารได้
28.
วงปี (annual ring) พบในส่วนใดของลำต้นพืช และเกิดจากการสร้างของเนื้อเยื่อชนิดใด ตามลำดับ
a)
1. เปลือกไม้ (bark) ,เนื้อเยื่อ primary xylem
b)
2. เปลือกไม้ (bark) ,เนื้อเยื่อ secondary xylem
c)
3. เนื้อไม้ (wood) ,เนื้อเยื่อ primary xylem
d)
4. เนื้อไม้ (wood) ,เนื้อเยื่อ secondary xylem
29.
ภายในลำต้นไม่มีโครงสร้างข้อใด
a)
ก. Cortex
b)
ข. Phloem
c)
ค. Endodermis
d)
ง. Epidermis
30.
ถ้าพบว่าวงปีของลําต้นพืชประกอบด้วย ไซเล็มที่มีลักษณะกว้างและมีสีจาง นักเรียนคิดว่า แคมเบียมท่อลําเลียง (vascular cambium) ของพืชชนิดนี้จะมีลักษณะอย่างไร
a)
1. มีแคมเบียมท่อลําเลียงขนาดเล็ก
b)
2. แคมเบียมท่อลําเลียงมีผนังเซลล์หนา
c)
3. แคมเบียมท่อลําเลียงเจริญในฤดูนํ้ามาก
d)
4. แคมเบียมท่อลําเลียงเจริญในฤดูนํ้าน้อย
31.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดอยู่ในส่วนของเปลือกไม้ (bark)
a)
1. cork
b)
2. periderm
c)
3. secondary xylem
d)
4. secondary phloem
32.
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเจริญเติบโตแบบทุติยภูมิของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่
a)
1. วาสคิวลาร์แคมเบียมแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเนื้อเยื่อลำเลียงทุติยภูมิ
b)
2. โฟลเอ็มปฐมภูมิอาจสลายไปหรือเปลี่ยนเป็นเซลล์ที่แข็งแรงขึ้น
c)
3. ไซเล็มที่อยู่รอบนอกยังคงสามารถลำเลียงน้ำได้
d)
4. ไซเล็มที่อายุมากที่สุดจะพบอยู่ด้านนอกสุดของลำต้น
33.
จากภาพเป็นโครงสร้างอะไร ของพืชกลุ่มใด
a)
1. รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
b)
2. รากของพืชใบเลี้ยงคู่
c)
3. ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
d)
4. ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่
34.
หากโครงสร้างของพืชในภาพมีการเจริญเติบโตขั้นทุติยภูมิ เซลล์บริเวณใดจะทำหน้าที่แบ่งเซลล์เพื่อสร้าง secondary xylem และ secondary phloem
a)
secondary xylem และ secondary phloem
b)
1. บริเวณระหว่าง A และ B
c)
2. บริเวณระหว่าง B และ C
d)
3. บริเวณ C
e)
4. บริเวณระหว่าง C และ D
35.
สารใดที่ช่วยป้องกันการคายน้ำที่ผิวใบ
a)
1. คิวติน
b)
2. เมลานิน
c)
3. คอร์เทกซ์
d)
4. คลอโรพลาสต์
36.
ใบไม้ทั่วๆ ไปด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ เนื่องจาก
a)
1. ชั้นเอพิเดอร์มิสด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ
b)
2. ชั้นคิวติเคิลของด้านท้องใบหน้ามากกว่าด้านหลังใบ
c)
3. คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบจะมีมากกว่าด้านท้องใบ
d)
4. คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบมีสีเข้มมากกว่าด้านท้องใบ
37.
จากภาพลักษณะของใบ ใบชนิดใดเป็นของพืชใบเลี้ยงคู่
a)
1. ภาพ A
b)
2. ภาพ B
c)
3. ภาพ A และ C
d)
4. ภาพ B และ D
38.
ส่วนใดของใบที่มีคลอโรพลาสต์หนาแน่นมากที่สุด
a)
1. เซลล์สปองจี
b)
2. เซลล์แพลิเซด
c)
3. เซลล์เนื้อเยื่อชั้นผิว
d)
4. มัดท่อลําเลียง
39.
เซลล์ในข้อใดทําหน้าที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายนํ้าของใบ
a)
1. เซลล์เส้นใย
b)
2. เซลล์คุม
c)
3. เซลล์ข้างเซลล์คุม
d)
4. เซลล์สปองจี
40.
จากภาพตัดขวางของเนื้อเยื่อของใบพืช บริเวณ A และ B มีความแตกต่างกัน อย่างไร
a)
1. A มีนิวเคลียส B ไม่มีนิวเคลียส
b)
2. A ไม่มีนิวเคลียส B มีนิวเคลียส
c)
3. A มีคลอโรพลาสต์ B ไม่มีคลอโรพลาสต์
d)
4. A ไม่มีคลอโรพลาสต์ B มีคลอโรพลาสต์