wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเก็บคะแนน โลกดาราศาสตร์ เล่ม 3

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรส่งผลต่อการแพร่กระจายของสารอาหารและมลพิษอย่างไร

a)

ทำให้สารอาหารและมลพิษถูกทำลาย

b)

ทำให้สารอาหารและมลพิษกระจายไปทั่วโลก

c)

ไม่มีผลกระทบต่อการแพร่กระจาย

d)

ทำให้สารอาหารและมลพิษจมลงก้นมหาสมุทรทั้งหมด

e)

ทำให้สารอาหารและมลพิษสะสมเฉพาะในบริเวณชายฝั่ง

2.

การไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรสามารถช่วยลดภาวะเรือนกระจกได้อย่างไร

a)

โดยการละลายน้ำแข็งขั้วโลก

b)

โดยการทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

c)

โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กักเก็บไว้

d)

ไม่มีบทบาทในการลดภาวะเรือนกระจก

e)

โดยการเพิ่มปริมาณสารอาหารในมหาสมุทร

3.

หากกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ (AMOC) ช้าลงหรือหยุดลง จะส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศของยุโรปอย่างไร


a)

ไม่มีผลกระทบใดๆ

b)

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของน้ำขึ้น-น้ำลง

c)

ทำให้ฤดูหนาวมีความรุนแรงและหนาวเย็นมากขึ้น

d)

ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

e)

ทำให้ฤดูหนาวมีความอบอุ่นมากขึ้น

4.

ข้อใดเป็นผลกระทบหลักของกระแสน้ำเย็นต่อภูมิอากาศของพื้นที่ชายฝั่ง


a)

ทำให้เกิดฝนตกหนัก

b)

ทำให้เกิดลมพายุที่รุนแรง

c)

ทำให้เกิดพายุหมุนบ่อยครั้ง

d)

ไม่มีผลกระทบต่อภูมิอากาศ

e)

ทำให้พื้นที่ชายฝั่งมีอุณหภูมิต่ำและมีอากาศแห้งแล้ง

5.

การหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบวงกว้าง (Gyres) ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร


a)

เป็นสาเหตุหลักของการเกิดคลื่นสึนามิ

b)

ไม่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

c)

เป็นตัวนำพาสารอาหารจากก้นทะเลขึ้นมาสู่ผิวน้ำ

d)

เป็นตัวที่ช่วยกระจายสิ่งมีชีวิตในทะเล

e)

เป็นตัวช่วยลดมลพิษในทะเล

6.

การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในมหาสมุทร เช่น จากสภาพภูมิอากาศโลกที่ร้อนขึ้น ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร

a)

ทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรหยุดนิ่ง

b)

ทำให้ระดับน้ำทะเลลดลง

c)

ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้น

d)

ทำให้น้ำในมหาสมุทรมีความเป็นกรดลดลง

e)

ส่งผลให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง

7.

การไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรช่วยควบคุมสภาพอากาศของโลกได้อย่างไร

a)

ทำให้เกิดการสะท้อนแสงอาทิตย์

b)

ทำหน้าที่เป็นตัวกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

c)

ทำหน้าที่กระจายความร้อนและพลังงานจากเขตร้อนไปยังขั้วโลก

d)

ไม่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศ

e)

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความดันบรรยากาศ

8.

ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) เป็นผลมาจากอะไร

a)

การหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ผิดปกติ

b)

การหมุนเวียนของกระแสน้ำแบบเทอร์โมฮาไลน์ที่เร็วขึ้น

c)

กระแสน้ำเย็นในมหาสมุทรแปซิฟิกไหลแรงขึ้น

d)

การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก

e)

การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำแข็งขั้วโลก

9.

การยกตัวของน้ำ (Upwelling) ส่งผลต่อระบบนิเวศในมหาสมุทรอย่างไร

a)

ทำให้เกิดการสะสมของน้ำมันบนผิวน้ำ

b)

ทำให้น้ำผิวหน้ามีความเค็มลดลง

c)

ลดจำนวนแพลงก์ตอนและสิ่งมีชีวิตทางทะเล

d)

ทำให้บริเวณนั้นมีปริมาณออกซิเจนต่ำลง

e)

ทำให้บริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่ประมงที่อุดมสมบูรณ์

10.

กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรส่งผลต่อลักษณะลมฟ้าอากาศอย่างไร

a)

ทำให้เกิดฝนตกน้อยลงในบริเวณชายฝั่ง

b)

ไม่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศบนบก

c)

ทำให้เกิดการก่อตัวของน้ำแข็งในทะเล

d)

ทำให้พื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียงมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีฝนตกชุก

e)

ทำให้พื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียงมีอุณหภูมิต่ำลง

11.

การไหลเวียนของน้ำในมหาสมุทรส่งผลต่อภูมิอากาศของโลกอย่างไร

a)

ไม่มีผลกระทบต่อภูมิอากาศ

b)

ทำให้เกิดกระแสลมเฉพาะในมหาสมุทร

c)

เป็นตัวช่วยควบคุมสภาพอากาศในระดับโลกโดยการกระจายความร้อนและสารอาหาร

d)

ทำให้โลกมีอุณหภูมิคงที่ในทุกพื้นที่

e)

เป็นสาเหตุหลักของการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเท่านั้น

12.

วัฏจักรการไหลเวียนของน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยความแตกต่างของความหนาแน่นระหว่างอุณหภูมิและความเค็ม มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร

a)

การไหลเวียนแบบวงกว้าง (Gyres)

b)

กระแสน้ำผิวหน้า (Surface Currents)

c)

การไหลเวียนในท้องถิ่น (Local Circulation)

d)

กระแสน้ำขึ้น-น้ำลง (Tidal Currents)

e)

สายพานลำเลียงในมหาสมุทร (Ocean Conveyor Belt)

13.

กระแสน้ำใดที่นำพาความเย็นจากบริเวณละติจูดสูงลงมาสู่บริเวณละติจูดต่ำ

a)

กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม

b)

กระแสน้ำเย็นที่ไหลตามชายฝั่ง

c)

กระแสน้ำวนในมหาสมุทร

d)

กระแสน้ำขึ้น-น้ำลง

e)

กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิก

14.

ปรากฏการณ์ใดที่เกิดขึ้นเมื่อลมพัดเอาน้ำผิวหน้าออกจากชายฝั่ง ทำให้เกิดการไหลขึ้นมาของน้ำจากก้นมหาสมุทร

a)

น้ำขึ้น-น้ำลง (Tides)

b)

การไหลตามชายฝั่ง (Coastal Currents)

c)

การยกตัวของน้ำ (Upwelling)

d)

การไหลเวียนของกระแสน้ำแบบเทอร์โมฮาไลน์ (Thermohaline)

e)

การจมตัวของน้ำ (Downwelling)

15.

การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรแบบวนเป็นวงกว้าง (Gyres) ในซีกโลกเหนือ หมุนในทิศทางใด

a)

ทวนเข็มนาฬิกา

b)

หมุนในทิศทางสลับกันไปมา

c)

หมุนตามกระแสน้ำลึก

d)

ไม่มีทิศทางที่แน่นอน

e)

ตามเข็มนาฬิกา

16.

บริเวณใดที่มีการก่อตัวของกระแสน้ำลึกที่มีความหนาแน่นสูงและจมตัวลงสู่ก้นมหาสมุทร

a)

บริเวณเส้นศูนย์สูตร

b)

บริเวณขั้วโลก

c)

บริเวณปากแม่น้ำ

d)

บริเวณทะเลทราย

e)

บริเวณที่เป็นแหล่งเกิดพายุหมุน

17.

แรงใดที่ทำให้อากาศร้อนในมหาสมุทรเบี่ยงเบนไปทางขวาในซีกโลกเหนือและทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลไปทางขั้วโลก

a)

แรงสู่ศูนย์กลาง

b)

แรงคอริออลิส

c)

แรงเสียดทาน

d)

แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์

e)

แรงดันน้ำ

18.

กระแสน้ำใดที่นำพาความร้อนจากบริเวณเส้นศูนย์สูตรไปยังขั้วโลก

a)

กระแสน้ำใต้น้ำแข็ง

b)

กระแสน้ำเย็นที่ไหลตามชายฝั่ง

c)

กระแสน้ำผิวน้ำอุ่น

d)

กระแสน้ำขึ้น-น้ำลง

e)

กระแสน้ำลึก

19.

การไหลเวียนแบบเทอร์โมฮาไลน์ (Thermohaline Circulation) เกิดขึ้นจากปัจจัยใด

a)

แรงลมและแรงเสียดทาน

b)

กระแสลมกรด

c)

แรงขึ้นและลงของน้ำทะเล

d)

การปะทะของกระแสน้ำอุ่นและเย็น

e)

อุณหภูมิและความเค็ม

20.

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระแสน้ำผิวหน้าในมหาสมุทรคือข้อใด

a)

ความแตกต่างของความเค็ม

b)

แรงโน้มถ่วงของโลก

c)

การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก

d)

การขึ้นและลงของน้ำทะเล

e)

แรงลม

21.

ไพโนไคลน์ (pycnocline) คือชั้นใดของมหาสมุทร

a)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความเค็มอย่างรวดเร็ว

b)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

c)

ชั้นที่มีปริมาณแสงสว่างสูงสุด

d)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความลึกอย่างรวดเร็ว

e)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นอย่างรวดเร็ว

22.

ในบริเวณที่มีการระเหยของน้ำสูงและปริมาณน้ำฝนต่ำ จะมีผลต่อการแบ่งชั้นของน้ำอย่างไร

a)

ทำให้ชั้นน้ำผิวหน้ามีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นและจมตัวลง

b)

ไม่มีผลต่อการแบ่งชั้นของน้ำ

c)

ทำให้ชั้นแฮโลไคลน์มีความชัดเจนน้อยลง

d)

ทำให้ชั้นน้ำผิวหน้ามีความหนาแน่นลดลง

e)

ทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งบนพื้นผิว

23.

ความหนาแน่นของน้ำทะเลขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

a)

ความเร็วลมและปริมาณแสงอาทิตย์

b)

ความลึกและกระแสน้ำ

c)

อุณหภูมิและความลึก

d)

ความดันเท่านั้น

e)

อุณหภูมิและความเค็ม

24.

การไหลของน้ำจากมหาสมุทรอาร์กติกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นตัวอย่างของกระบวนการใดที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งชั้นของน้ำ

a)

การไหลเวียนของกระแสน้ำตามแรงสู่ศูนย์กลาง (Centripetal Currents)

b)

การไหลเวียนของกระแสน้ำเกิดจากการขึ้น-ลงของน้ำ (Tidal Currents)

c)

การไหลเวียนของกระแสน้ำผิวหน้า (Surface Currents)

d)

การไหลเวียนของกระแสน้ำอุณหภูมิและความเค็ม (Thermohaline Circulation)

e)

การไหลเวียนของกระแสน้ำชายฝั่ง (Coastal Currents)

25.

บริเวณใดที่การแบ่งชั้นของน้ำในมหาสมุทรไม่ชัดเจนหรือไม่มีเลย

a)

บริเวณทะเลเปิด

b)

บริเวณที่มีกระแสน้ำเชี่ยว

c)

บริเวณใกล้ปากแม่น้ำ

d)

บริเวณขั้วโลก

e)

บริเวณเส้นศูนย์สูตร

26.

ปัจจัยใดต่อไปนี้ที่ทำให้ความเค็มของน้ำในมหาสมุทรลดลง

a)

การไหลของน้ำจืดจากแม่น้ำ

b)

การจมตัวของน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำ

c)

การระเหยของน้ำ

d)

การไหลของกระแสน้ำอุ่น

e)

การก่อตัวของน้ำแข็งในทะเล

27.

ชั้นแฮโลไคลน์ (halocline) คืออะไร

a)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความเค็มอย่างรวดเร็ว

b)

ชั้นที่มีสารอาหารในปริมาณมาก

c)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว

d)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันอย่างรวดเร็ว

e)

ชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นอย่างรวดเร็ว

28.

ชั้นใดในมหาสมุทรที่เป็นส่วนที่ได้รับแสงอาทิตย์และมีอุณหภูมิสูงสุด

a)

ชั้นไพโนไคลน์

b)

ชั้นน้ำลึก

c)

ชั้นเทอร์โมไคลน์

d)

ชั้นน้ำผิวหน้า

e)

ชั้นแฮโลไคลน์

29.

น้ำในมหาสมุทรที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะมีคุณสมบัติอย่างไรเมื่อเทียบกับน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า

a)

มีความเค็มต่ำกว่าและหนาแน่นน้อยกว่า

b)

ไม่มีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิ

c)

มีความเค็มต่ำกว่าและหนาแน่นกว่า

d)

มีความเค็มสูงกว่าและหนาแน่นน้อยกว่า

e)

มีความเค็มสูงกว่าและหนาแน่นกว่า

30.

ปัจจัยหลักใดที่ทำให้เกิดการแบ่งชั้นของน้ำในมหาสมุทร

a)

อุณหภูมิและความดัน

b)

ปริมาณแสงอาทิตย์และลม

c)

ปริมาณออกซิเจนและสารอาหาร

d)

ความลึกและกระแสน้ำ

e)

อุณหภูมิและความเค็ม