wayground logo

Lembar Kerja Gratis yang Dapat Dicetak

BARU

Ukuran huruf

S
M
L
XL
Lembar kerja

เคล็ดไม่ลับฉบับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

Total soal: 20

Worksheet time: 10mins

Nama
Kelas
Tanggal
1.

ข้อใดไม่ใช่ นโยบาย WHO UNICEF และกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างไร

a)

ทารกแรกเกิดควรได้รับน้ำนมแม่และน้ำควบคู่กันจนถึง 6 เดือน

b)

สนับสนุนให้เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ได้รับนมแม่อย่างเดียว

c)

เป้าหมายในปี 2568 ทารกร้อยละ 50 จะได้กินนแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน

d)

เด็กแรกเกิดควรได้รับนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และกินนมแม่ควบคู่อาหารจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น

2.

นโยบาย "โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก" มีเป้าหมายหลักคืออะไร

a)

ลดการใช้สูตรนมผงในการเลี้ยงทารก

b)

ลดค่าใช้จ่ายการคลอดและการเลี้ยงบุตร

c)

ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว

d)

ลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของทารก

3.

ข้อใด ไม่ใช่ บันได 10 ขั้น สู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

a)

ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อออกจากโรงพยาบาล

b)

ช่วยมารดาเริ่มให้ลูกดูดนมแม่ภายใน 1 วันแรกหลังคลอด

c)

ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีทักษะในการนำนโยบายไปปฏิบัติ

d)

ไม่ให้นมผสม น้ำ หรืออาหารอื่นแก่เด็กแรกเกิดนอกจากนมแม่ เว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

4.

สิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งออกซิโทซินได้ดี คือข้อใด

a)

ความเครียด

b)

การดื่มน้ำอุ่น

c)

เสียงร้องของทารก

d)

การนอนหลับ

5.

สารอาหารในน้ำนมแม่ ที่ช่วยในการสร้างภูมิต้านทานมากที่สุด คือระยะใด

a)

ระยะที่ 1 น้ำนมเหลือง (Colostrum)

b)

ระยะที่ 2 น้ำนมปรับเปลี่ยน (Transitional milk)

c)

ระยะที่ 3 น้ำนมแม่ (Mature milk)

d)

ข้อ ข และ ค ถูกต้อง

6.

ประโยชน์ต่อทารกจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือข้อใด

a)

ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าเกณฑ์

b)

เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ

c)

ทำให้ทารกอิ่มนาน ไม่หิวบ่อย

d)

ป้องกันภาวะแพ้ยาและอาหารได้ 100%

7.

ประโยชน์ต่อแม่จากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือข้อใด

a)

ลดมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่

b)

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษ

c)

ทำให้มดลูกมีความแข็งแรง

d)

ทำให้แม่มีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น

8.

ปัจจัยด้านทารกที่มีผลต่อการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ทารกอยู่หออภบาลเด็กป่วย

b)

ทารกมีภาวะพังพืดใต้ลิ้น

c)

ทารกติดจุกนมยาง

d)

ทารกแฝด

9.

ปัจจัยด้านมารดาที่มีผลต่อการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ลักษณะหัวนม/เต้านม

b)

ความตั้งใจ/การวางแผนมีบุตร

c)

การสนับสนุนจากที่ทำงาน

d)

รายได้ครอบครัว

10.

การประเมินหัวนม เต้านมลักษณะปกติ คือ ข้อใด

a)

หัวนมยาว 1.5 ซม. ลานนมกว้าง

b)

หัวนมยาว 0.5 ซม. ลานนมยืดหยุ่น

c)

หัวนมบุ๋ม  ลานนมแคบ

d)

หัวนมนุ่ม ลานนมแข็ง

11.

การแก้ไขปัญหาหัวนมสั้น ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

การใช้นิ้วโป้ง 2 นิ้ว คลี่หัวนมออกในทิศตรงกันข้าม (Hoffmann’s maneuver)

b)

ใช้อุปกรณ์ดึงหัวนม (Niipple puller)

c)

ปทุมแก้ว (breast cup)

d)

ใช้น้ำอุ่นประคบหัวนม (warm compress)

12.

การแก้ไขอาการคัดตึงเต้านมควรทำอย่างไร

a)

ประคบอุ่นให้นุ่ม แล้วกระตุ้นให้ทารกดูด

b)

งดให้เต้านมข้างนั้น แล้วบีบน้ำนมออก

c)

ใช้ยาปฏิชีวนะ แล้วนวดเต้านม

d)

ใช้ผ้ารัดเต้านม แล้วใช้หลัก 4 ดูด

13.

สิ่งที่บ่งบอกว่าทารกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ คือข้อใด

a)

ทารกฉี่บ่อย 6 ครั้งขึ้นไป

b)

ทารกอึ วันละ 4-ครั้ง เหมือนขี้แพะ

c)

ทารกหลับนาน 2-3 ชั่วโมง

d)

ได้ยินเสียงดูดนมชัดเจน

14.

ลักษณะการดูดนมของทารกที่ถูกวิธี ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ท้องลูกแนบท้องแม่

b)

ทารกเหยียดตัวตรง

c)

คางทารกยันเต้านมแม่

d)

ริมฝีปากบานออก

15.

ท่าอุ้มแบบใดเหมาะกับมารดาที่มีเต้านมเล็ก

a)

ท่าลูกนอนขวางตัก (Cradle hold)

b)

ท่าลูกนอนขวางตักแบบประยุกต์ (Cross-Cradle hold)

c)

ท่าฟุตบอล (football hold)

d)

ท่านอน (side-lying hold)

16.

น้ำนมแม่ที่บีบออกมาแล้วสามารถเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา (อุณหภูมิ 2–4°C) ได้นานเท่าใด?

a)

ไม่เกิน 4 ชั่วโมง

b)

ไม่เกิน 1-2 วัน

c)

ไม่เกิน 3-8 วัน

d)

ไม่เกิน 8-10 วัน

17.

เมื่อต้องการให้นมที่แช่เย็นหรือแช่แข็งกับทารก ควรทำอย่างไร

a)

ต้มนมให้เดือดก่อนให้ลูกกิน

b)

อุ่นน้ำนมด้วยหม้ออบลมร้อน

c)

แช่ถุงนมในน้ำอุ่นหรือน้ำไหลผ่าน

d)

ละลายน้ำนมด้วยไมโครเวฟ

18.

สิ่งที่ช่วยให้มารดามีน้ำนมที่เพียงพอในการเลี้ยงดูทารก ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ท่าอุ้มและการงับลานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาหัวนมแตก/แผลถลอก

b)

ประคับประคองให้มารดาไม่เครียด เพื่อลดการขัดขวางการหลั่งน้ำนม

c)

ถ้าพบว่าทารกมีลิ้นยึดตรึง ควรรีบส่งพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

d)

ให้ทารกดูดเต้านมที่ละข้างในแต่ละมื้อ เพื่อให้น้ำนมมีเพียงพอ

19.

เมื่อทารกดูดนมแม่ไม่ได้ในระยะหลังคลอด บุคลากรในโรงพยาบาลควรจัดการอย่างไร

a)

แนะนำให้ใช้นมแพะทดแทนไปก่อน

b)

แนะนำให้หยุดให้นมก่อน แล้วผ่อนคลายจิตใจ

c)

ประเมินสาเหตุและช่วยกระตุ้นให้ทารกเข้าเต้า

d)

ให้ทารกฝึกดูกจุกยางก่อน แล้วนำมาหัดดูดหัวนมแม่

20.

หากท่านพบว่า มารดาหลังคลอดร้องไห้ บอกว่า “น้ำนมไหลน้อย ไม่รู้จำทำอย่างไร” การกระทำของบุคลากรทางสาธารณสุข ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

แนะนำให้ญาติเข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูบุตร

b)

สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย พูดคุยและให้กำลังใจ

c)

กระตุ้นให้มมารดาดื่มน้ำมากๆและรับประทานอาหารอย่างเพียงพอทุกมื้อ

d)

บอกมารดาว่า “ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องทำอะไร รอเวลาสักนิดให้น้ำนมมาตามธรรมชาติ”