Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลาหมอคางดำ

Total questions: 25

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ปลาหมอคางดำมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าอะไร?

a)

Pterygoplichthys pardalis

b)

Hypostomus plecostomus

c)

Pterygoplichthys disjunctivus

d)

Ancistrus cirrhosus

2.

อวัยวะใดของปลาหมอคางดำที่ช่วยในการดูดติดกับพื้นผิว?

a)

ครีบหาง

b)

ปาก

c)

เหงือก

d)

ครีบอก

3.

ปลาหมอคางดำสามารถเจริญเติบโตได้ยาวสูงสุดประมาณกี่เซนติเมตร?

a)

20-30 เซนติเมตร

b)

30-40 เซนติเมตร

c)

40-50 เซนติเมตร

d)

50-60 เซนติเมตร

4.

ลักษณะเด่นของผิวหนังปลาหมอคางดำคืออะไร?

a)

เรียบและมีเมือก

b)

มีเกล็ดแบบปกติ

c)

มีแผ่นกระดูกแข็งคล้ายเกราะ

d)

มีขนนุ่มปกคลุม

5.

ปลาหมอคางดำมีการหายใจพิเศษอย่างไร?

a)

หายใจด้วยเหงือกเท่านั้น

b)

หายใจด้วยผิวหนัง

c)

สามารถหายใจอากาศได้โดยใช้กระเพาะลม

d)

หายใจใต้น้ำเท่านั้น

6.

ปลาหมอคางดำมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ไหน?

a)

แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

b)

แถบอเมริกาใต้

c)

แถบแอฟริกา

d)

แถบยุโรป

7.

ปลาหมอคางดำมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ไหน?

a)

แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

b)

แถบอเมริกาใต้

c)

แถบแอฟริกา

d)

แถบยุโรป

8.

ปลาหมอคางดำชอบอาศัยในสิ่งแวดล้อมแบบใด?

a)

น้ำเค็มที่มีกระแสน้ำแรง

b)

น้ำจืดที่มีกระแสน้ำช้า

c)

น้ำกร่อยที่ตื้น

d)

น้ำลึกที่มีอุณหภูมิเย็น

9.

ปลาหมอคางดำกินอาหารประเภทใดเป็นหลัก?

a)

เนื้อสัตว์เท่านั้น

b)

สาหร่ายและพืชน้ำ

c)

แพลงก์ตอนสัตว์

d)

เศษอาหารที่ตกลงสู่ก้นน้ำ

10.

ช่วงใดของวันที่ปลาหมอคางดำมีความกระตือรือร้นในการหาอาหารมากที่สุด?

a)

กลางวัน

b)

เช้าตรู่

c)

กลางคืน

d)

เย็น

11.

ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?

a)

ทนต่อการขาดออกซิเจนได้ดี

b)

ทนต่อน้ำเค็มได้ดี

c)

ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี

d)

ถูกทุกข้อ

12.

ปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์น้ำจืดอย่างไร?

a)

ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

b)

แย่งแหล่งอาหารของปลาพื้นเมือง

c)

ช่วยทำความสะอาดแหล่งน้ำ

d)

ไม่มีผลกระทบใดๆ

13.

การขุดโพรงของปลาหมอคางดำส่งผลต่ออะไร?

4 lines
14.

ศน์น้ำจืดอย่างไร?

a)

ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ

b)

แย่งแหล่งอาหารของปลาพื้นเมือง

c)

ช่วยทำความสะอาดแหล่งน้ำ

d)

ไม่มีผลกระทบใดๆ

15.

การขุดโพรงของปลาหมอคางดำส่งผลต่ออะไร?

a)

เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ

b)

ลดการกัดเซาะของตลิ่ง

c)

ทำให้ตลิ่งพังทลายและน้ำขุ่น

d)

ช่วยป้องกันน้ำท่วม

16.

ปลาหมอคางดำมีผลกระทบต่อการประมงพื้นเมืองอย่างไร?

a)

เพิ่มผลผลิตการประมง

b)

ทำให้ปลาพื้นเมืองลดจำนวนลง

c)

ช่วยควบคุมศัตรูพืช

d)

ไม่มีผลกระทบต่อการประมง

17.

ปลาหมอคางดำอาจเป็นพาหะของโรคใดที่เป็นอันตรายต่อปลาพื้นเมือง?

a)

โรคเชื้อราเท่านั้น

b)

โรคไวรัสและแบคทีเรีย

c)

โรคปรสิตเท่านั้น

d)

ไม่เป็นพาหะของโรคใดๆ

18.

ปัญหาสำคัญที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงปลาคืออะไร?

a)

ช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำ

b)

ขุดโพรงทำให้บ่อรั่วซึม

c)

ช่วยกำจัดสาหร่าย

d)

เพิ่มปริมาณออกซิเจน

19.

วิธีการใดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการจับปลาหมอคางดำ?

a)

การใช้แหล่วน

b)

การใช้เบ็ดตกปลา

c)

การใช้อวนลอย

d)

การใช้ไฟฟ้า (อีเล็กโตรฟิชชิ่ง)

20.

การใช้สารเคมีกำจัดปลาหมอคางดำมีข้อเสียอย่างไร?

(a)  

21.

วิธีการใดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการจับปลาหมอคางดำ?

a)

การใช้แหล่วน

b)

การใช้เบ็ดตกปลา

c)

การใช้อวนลอย

d)

การใช้ไฟฟ้า (อีเล็กโตรฟิชชิ่ง)

22.

การใช้สารเคมีกำจัดปลาหมอคางดำมีข้อเสียอย่างไร?

a)

มีราคาแพงเท่านั้น

b)

ไม่มีประสิทธิภาพ

c)

ส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตอื่นในน้ำ

d)

ใช้งานยากเท่านั้น

23.

การป้องกันการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำควรทำอย่างไร?

a)

ปล่อยปลาหมอคางดำลงแหล่งน้ำธรรมชาติ

b)

ห้ามการนำเข้าและควบคุมการเลี้ยง

c)

ส่งเสริมการเลี้ยงในบ่อขนาดใหญ่

d)

ปล่อยให้แพร่กระจายตามธรรมชาติ

24.

หน่วยงานใดที่รับผิดชอบหลักในการควบคุมปลาหมอคางดำในประเทศไทย?

a)

กรมประมง

b)

กรมอุทยานแห่งชาติ

c)

กรมควบคุมมลพิษ

d)

กระทรวงมหาดไทย

25.

การใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำที่จับได้แล้วควรทำอย่างไร?

a)

ปล่อยกลับสู่แหล่งน้ำเดิม

b)

นำไปแปรรูปเป็นอาหารหรือปุ้ยอินทรีย์

c)

ส่งไปยังประเทศอื่น

d)

ทิ้งให้เน่าเปื่อยตามธรรมชาติ