wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กฎหมายอาญาและความผิด

Total questions: 49

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

คดีนี้ นายสุริยา อายุ 18 ปี กับเด็กหญิงซูรานา อายุ 14 ปี เป็นแฟนกัน โดยทั้งสองคนไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ วันเกิดเหตุนายสุริยาพาเด็กหญิงซูรานา ไปบ้านของนายมารุต ซึ่งเป็นน้าชายของนายสุริยา แต่วันนั้นนายมารุตไม่อยู่บ้าน ปรากฎว่านายสุริยาจึงเข้าไปกอด จูบ และจะกระทำชำเราเด็กหญิงซูรานา แต่เด็กหญิงซูรานา ขัดขืนต่อสู้ นายสุริยาจึงบีบคอเด็กหญิงซูรานา จนสิ้นใจตาย แต่นายสุริยา เข้าใจว่าเด็กหญิงซูรานาสลบ จึงได้กระทำชำเราเด็กหญิงซูรานา จนสำเร็จความใคร่ ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายสุริยา มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

4 lines
2.

นายสุริยา ไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิด คือ ไม่มีผู้อื่นให้กระทำชำเรา

4 lines
3.

ในกรณีนายสุริยาบีดคอเด็กหญิงซูรานาจนถึงแก่ความตาย จะเห็นว่านายสุริยาบีบคอเพื่อให้เด็กหญิงซูรานายอมให้ตนกระทำชำเราเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำให้เด็กหญิงซูรานาตาย นายสุริยาจึงไม่เจตนาฆ่าเด็กหญิงซูรานา แต่การกระทำของนายสุริยาเป็นการใช้กำลังทำร้ายเด็กหญิงซูรานาจนถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐

4 lines
4.

ในกรณีดังกล่าวนายสุริยา จึงไม่มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ทวิ (๒)

4 lines
5.

สำหรับความผิดเกี่ยวกับศพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๖/๑ จะเห็นว่านายสุริยาเข้าใจว่าเด็กหญิงซูรานายังไม่ตาย จึงเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม จึงถือไม่ได้ว่านายสุริยาเจตนากระทำชำเราศพ จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๖/๑

4 lines
6.

คดีนี้นายหนึ่ง นายสอง นายสาม นายสี่ นายห้า นายหก นายเจ็ด นายแปด นายเก้า นายสิบ นายสิบเดอ็ด นายสิบสอง กับพวกที่หลบหนีซึ่งยังจับไม่ได้ ทั้งหมดซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาว ได้ร่วมกันนัดหยุดงานและชุมนุมประท้วงเนื่องจากถูกเลิกจ้าง โดยโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาวได้มีการเลิกจ้างลูกจ้างบางส่วนเนื่องจากไม่มีแขกเข้าพักในโรงแรมช่วงวิกฤตโควิดฯ ในการชุมนุมประท้วงดังกล่าวมีการปิดกั้นประตูทางเข้าออกโรงแรมและมีการขว้างปาวัตถุก้อนอิฐก้อนหินเข้าไปในโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนนิพัทอุทิศฯ ภายหลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว นายเอพนักงานโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาวโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มายังโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาว เพื่อเข้าระงับเหตุกาณ์ดังกล่าว เมื่อพันตำรวจโทไก่เดินมาถึงโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาวที่เกิดเหตุจึงได้ใช้โทรโข่งแจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเปิดทางเข้าออกโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาว และหยุดการขว้างปาสิ่งของเข้าไปในโรงแรมหาดใหญ่เด่นดาว และขอให้ยุติการชุมนุม

4 lines
7.

ให้ท่านวินิจฉัยว่านายหนึ่ง นายสอง นายสาม นายสี่ นายห้า นายหก นายเจ็ด นายแปด นายเก้า นายสิบ นายสิบเดอ็ด นายสิบสอง จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่

a)

ไม่มีความผิด

b)

มีความผิดฐานมั่วสุม

c)

มีความผิดฐานขว้างปาสิ่งของ

d)

มีความผิดฐานปิดกั้นทางเข้าออก

8.

การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นการมั่วสุมและทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านในเมือง เมื่อนายหนึ่ง ถึงนายสิบสอง ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป จึงมีความผิดฐานมั่วสุมกันทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๑๕ วรรคหนึ่ง

4 lines
9.

นายหนึ่ง ถึงนายสิบสอง ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป จึงมีความผิดฐานมั่วสุมกันทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (เทียบกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๘๗/๒๕๓๖)

4 lines
10.

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๑๖ มุ่งประสงค์ลงโทษผู้ที่ขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ไม่ยอมเลิกการมั่วสุมกัน เพื่อกระทำความผิดตามความในมาตรา ๒๑๕ อันเป็นการกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้กระทำได้ลงมือใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญหรือทำให้เกิดการวุ่นวายอันเป็นความผิดสำเร็จตามความในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๑๕ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าพันตำรวจโทไก่สั่งให้นายหนึ่ง ถึงนายสิบสองกับพวกเลิกชุมนุมประท้วง ภายหลังที่มีการกระทำความผิดตามความในมาตรา ๒๑๕ ไปแล้ว แม้นายหนึ่ง ถึงนายสิบสองกับพวกจะไม่ยอมเลิกชุมนุมประท้วง การกระทำของนายหนึ่ง ถึงนายสิบสอง ก็คงเป็นความผิดตามความในมาตรา ๒๑๕ วรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๑๖ ด้วย (ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๖-๓๔๗/๒๕๓๕ และ ๓๘๕๘๙/๒๕๕๔)

4 lines
11.

คดีนี้ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เวลากลางวัน นายแอ๊ด เข้าไปในบ้านของ

4 lines
12.

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่านายแอ๊ดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ เพราะเหตุใด

4 lines
13.

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่านายแอ๊ดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ เพราะเหตุใด

4 lines
14.

ในกรณีที่นายแอ๊ดเข้าไปในบ้านนายวาเลนไทน์ เพื่อจะทวงเงินที่นายอ๊อด ยืมไปจากนายอารงถือว่าเป็นการเข้าไปในบ้านของนายอ๊อด โดยมีเหตุอันสมควร จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก แต่เมื่อนายอ๊อด ไล่ให้นายแอ๊ดออกไปจากบ้าน นายแอ๊ดก็ไม่มีสิทธิ์จะอยู่ในบ้านของนายอ๊อด อีกต่อไป การที่นายแอ๊ดยังคงอยู่ในบ้านของนายอ๊อด นายแอ๊ดจึงมีความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔

4 lines
15.

ในกรณีที่นายแอ๊ด ตบศีรษะนายวาเลนไทน์ เพื่อให้นายอ๊อด ยอมลงลายมือชื่อในสัญญากู้เท่านั้น จึงไม่ใช่เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายอันจะเป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม มาตรา ๓๖๕ (๑) ประกอบกับมาตรา ๓๖๔ ตามประมวลกฎหมายอาญาแต่ประการใด (ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๑๕/๒๕๖๓)

4 lines
16.

ในกรณีการบังคับชำระหนี้คืนจากลูกหนี้มันมีกฎหมายกำหนดขั้นตอนในการฟ้องร้องดำเนินคดีและบังคับคดีไว้แล้ว หากนายแอ๊ดต้องการบังคับชำระหนี้จากนายอ๊อด นายอีดต้องดำเน

4 lines
17.

การที่นายแอ๊ดนำรถยนต์ของนายอ๊อด ไปเก็บไว้ และเป็นประกันการชำระหนี้โดยพลการแบบนี้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายจึงถือได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง อันเป็นการเอากุญแจรถยนต์และรถยนต์ของนายอ๊อด ไปโดยทุจริตแล้ว เพราะฉะนั้นการกระทำของนายแอ๊ด จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๘) หรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

18.

การที่นายแอ๊ดตบศีรษะของนายอ๊อด เขาไม่ได้ตบเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้นายอ๊อด ยื่นให้ซึ่งทรัพย์หรือเพื่อยึดถือทรัพย์นั้นไว้ แต่เป็นการตบศีรษะของนายอ๊อด เพื่อให้นายอ๊อด ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืม เป็นการกระทำที่แยกจากการเอารถยนต์ของนายอ๊อด ไปหรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

19.

คดีนี้ นายกายขับรถจักรยานยนต์ไปเที่ยว นายกายเห็นนางสาวรัตติกาล อายุ ๒๑ ปีขับรถจักรยานยนต์ผ่านไป นายกายเกิดความคิดอยากลวนลามนางสาวรัตติกาล จึงขับรถเบียดแซงรถจักรยานยนต์ของนางสาวรัตติกาล เป็นเหตุให้นางสาวรัตติกาลล้มลงข้างถนน โดยใบหน้าของนางสาวรัตติกาลฟาดกระแทกกับพื้นถนนอย่างแรงจนดวงตาซ้ายบวมช้ำ ส่วนรถจักรยานยนต์ของนางสาวรัตติกาลได้รับความเสียหาย แล้วนายกายก็ได้เข้าไปถอดกางเกงของนางสาวรัตติกาลลงมาถึงหัวเข่า ขณะนั้นมีรถจักรยานยนต์ของนางสาวมาริษาขับผ่า

4 lines
20.

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายกายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘

b)

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘

c)

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๐

d)

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙

e)

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗

21.

ให้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ (๑) เพราะการที่นางสาวรัตติกาล ตาบอดมันเป็นผลโดยตรงและเป็นผลธรรมดาที่ย่อมเกิดขึ้นได้ มันเป็นผลโดยตรงและเป็นผลธรรมดาที่ย่อมเกิดขึ้นได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๓ จากการถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บจนดวงตาบอบช้ำ (เทียบเคียงกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๑๖/๒๕๐๒และ ๒๑๗๓/๒๕๖๔)

4 lines
22.

ในกรณีที่นายกายขับรถเบียดแซงจนรถจักรยานยนต์ของฮและนางสาวรัตติกาล ล้มลงข้างถนน เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของนางสาวรัตติกาลได้รับความเสียหาย อย่างนี้นายกายมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของนางสาวรัตติกาล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘ และย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าการขับรถเบียดแซงจนรถจักรยานยนต์ของนางสาวรัตติกาลล้มลงข้างถนนนั้น จะทำให้รถได้รับความเสียหายได้ นายกายจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามความในมาตรา ๓๕๘ โดยย่อมเล็งเห็นผลเป็นเจตนาย่อมเล็งเห็นผล

4 lines
23.

ในกรณีที่นายกายถอดกางเกงนางสาวสวยลงมาจนถึงหัวเข่า ในขณะที่นางสาวรัตติกาลได้รับบาดเจ็บ นายกายมีความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘ วรรคหนึ่ง

4 lines
24.

นายกายถอดกางเกงนางสาวสวยลงมาจนถึงหัวเข่า ในขณะที่นางสาวรัตติกาลได้รับบาดเจ็บ นายกายมีความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘ วรรคหนึ่ง แต่นายกายไม่มีความผิดฐานกระทำอนาจารโดยเป็นเหตุให้นางสาวรัตติกาลได้รับอันตรายสาหัสซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๐ (๑) เพราะการที่นางสาวรัตติกาลได้รับอันตรายสาหัสไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำอนาจารของนายกาย

4 lines
25.

ในกรณีนี้เราจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องของหลักผลโดยตรง หมายความว่าหากผลนั้นเป็นผลโดยตรงผู้กระทำต้องรับผิดในผลนั้น หากไม่ใช่ผลโดยตรงผู้กระทำก็ไม่ต้องรับผิดในผลนั้นซึ่งผลโดยตรงก็คือผลตามทฤษฎีเงื่อนไขที่มีสาระสำคัญว่าถ้าไม่มีการกระทำผลจะไม่เกิดถือว่าผลเกิดจากการกระทำอันนั้นของนายกาย

4 lines
26.

และหลักผลธรรมดา หมายความว่าหากผลโดยตรงเป็นผลดีทำให้ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้นผลโดยตรงนั้นจะต้องเป็นผลที่ตามธรรมดาย่อมเกิดขึ้นได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๓ หากไม่ใช่ผลธรรมดาผู้กระทำก็ไม่ต้องรับผิดในผลธรรมดานั้น

4 lines
27.

การที่นางสาวรัตติกาลตาบอดนั้นเป็นผลโดยตรงและเป็นผลธรรมดาที่ย่อมเกิดขึ้นได้จากการที่นายกายขับรถเบียดเซ็งจนรถจักรยานยนต์ของนางสาวรัตติกาล และนางสาวรัตติกาลล้มลงข้างถนน นายกายต้องรับผิดตามความในประมวลกฎหมายอาญามาตราใด?

a)

มาตรา ๒๙๗ (๑)

b)

มาตรา ๖๓

c)

มาตรา ๓๓๙

d)

มาตรา ๒๘๐

28.

ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ตามความในประมวลกฎหมายอาญามาตราใด?

a)

มาตรา ๒๙๗ (๑)

b)

มาตรา ๖๓

c)

มาตรา ๓๓๙

d)

มาตรา ๒๘๐

29.

ความผิดฐานกระทำอนาจารตามความในมาตราใด?

a)

มาตรา ๒๗๘

b)

มาตรา ๒๗๙

30.

คดีนี้ นายแสนมีสาเหตุโกรธเคืองกับนายใส วันหนึ่ง เมื่อนายแสนเดินผ่านนายใสไปได้ประมาณ 5 เมตร พอลับมุมตึก นายใสตะโกนด่าไล่หลังนายแสน ว่า "ไอ้แสนไอ้คนเลว ไอ้คนโกหก ไอ้ตอแหล" ซึ่งนายแสนก็ได้ยิน เมื่อนายแสนกลับถึงบ้านจึงได้ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มเพื่อนไปถึงนายใส ว่า "ไอ้ใสคนเลว ไอ้ใสคนโกหก ไอ้ใสคนตอแหล" นายใสก็ได้เปิดอ่านไลน์นั้น หลังจากนั้นนายแสนและนายใสต่างก็โพสต์ข้อความลงเฟสบุคของตนเองโดยระบุชื่อของอีกฝ่ายนึง ว่า"ไอ้คนเลว ไอ้คนโกหก ไอ้คนตอแหล คนลวงโลกอย่างนี้ใครคบค้าสมาคมด้วยก็เสียชื่อเสียง" ซึ่งเป็นเฟสบุคกลุ่มเครือข่ายเพื่อนของตัวเอง นายพันธ์ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งสองฝ่ายได้เปิดเฟสบุ๊กเข้ามาดูข้อความที่ทั้งนายแสนและนายใสโพสต์แล้วจึงอยากให้เพื่อนทั้งสองคนคืนดีกัน จึงนัดนายแสนกับนายใส

4 lines
31.

การกระทำของนายแสนและนายใสเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่เพราะเหตุใด

4 lines
32.

ในกรณีที่นายใส ตะโกนด่านายแสน ว่า "ไอ้แสนไอ้คนเลว ไอ้คนโกหก ไอ้ตอแหล" เป็นถ้อยคำด่าที่เป็นการดูหมิ่นนายแสน แม้นายแสนจะเดินพ้นมุมตึกไปแล้วแต่นายแสนก็ยังได้ยินคำด่าของนายใส จึงเป็นการกระทำที่เป็นการด่าซึ่งหน้านายใสจึงมีความผิดฐานดูหมิ่นนายแสนซึ่งหน้าอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๓

4 lines
33.

ในกรณีที่นายแสน ส่งข้อความในไลน์กลุ่มเพื่อนว่า "ไอ้ใสคนเลว ไอ้ใสคนโกหก ไอ้ใสคนตอแหล" เป็นถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่นนายใส เมื่อนายใสเปิดไลน์อ่าน หรือมีคนอื่นมาเปิดไลฟ์กลุ่มนั้นก็ได้เห็นข้อความนั้น ถ้อยคำดูหมิ่นดังกล่าว ไม่ใช่รู้เฉพาะนายใสเท่านั้น ผิดหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญา มาต

4 lines
34.

อ้ใสคนตอแหล" เป็นถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่นนายใส เมื่อนายใสเปิดไลน์อ่าน หรือมีคนอื่นมาเปิดไลฟ์กลุ่มนั้นก็ได้เห็นข้อความนั้น ถ้อยคำดูหมิ่นดังกล่าว ไม่ใช่รู้เฉพาะนายใสเท่านั้น ผิดหมิ่นประมาท ตาม ป.อาญา มาตรา 326 แต่ ไม่เป็นการทำให้แพร่หลายด้วยการโฆษณา นายแสนจึงมีความผิดฐานดูหมิ่นนายใสด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๘

4 lines
35.

ในกรณีที่นายแสนหรือนายใสโพสต์ข้อความระบุชื่อของอีกฝ่ายหนึ่ง ว่า"ไอ้คนเลว ไอ้คนโกหก ไอ้คนตอแหล คนลวงโลกอย่างนี้ใครคบค้าสมาคมด้วยก็เสียชื่อเสียง" ซึ่งเป็นเฟสซบุ๊กกลุ่มเครือข่ายเพื่อนของทั้งสองคนคำว่า "ไอ้คนเลว คนโกหก คนตอแหล" เป็นคำ "ดูหมิ่น" ส่วนคำว่า "คนลวงโลกอย่างนี้ใครคบค้าสมาคมด้วยก็เสียชื่อเสียง" เป็นข้อความที่ใส่ความบุคคลอื่นว่าเป็นคนไม่ดีคบไม่ได้โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลอื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง การกระทำของนายแสนและนายใสจึงเป็นการโฆษณาด้วยการบันทึกอักษรต่อกลุ่มเครือข่ายของเพื่อนของตนเอง เมื่อนายพันธ์ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งสองคนเข้าไปดูเฟซบุ๊กของทั้งสองคน จึงเป็นการลงข้อความใส่ความต่อบุคคลที่สามอันเป็

4 lines
36.

คดีนี้บิดาของนายเอกป่วยต้องการใช้เลือดด่วน แต่บิดาของนายเอกมีเลือดหมู่เลือดที่หายาก และเลือดของนายเอกก็ยังใช้ไม่ได้ ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ นายเอกจึงประกาศขอซื้อเลือดหมูดังกล่าว นายโทเดินทางมาพบนายเอกที่โรงพยาบาล และแจ้งว่าตนเองนั้นมีเลือดหมูตามที่นายเอกกำลังต้องการ แต่ตนเองจะขายเลือดในราคาขวดละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าขณะนั้นอาการของบิดานายเอกทรุดหนักขึ้นและถ้าหากว่าไม่ได้เลื่อดทันทีจะเสียชีวิต นายเอกก็ไม่มีเงินพอ จึงต่อรองกับนายโทขอลดราคาเลือดให้เหลือขวดละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่นายโทไม่ยอม และจะเดินทางกลับบ้าน นายเอกจึงร่วมกับพวกอีกสามคน ร่วมกันใช้กำลังจับนายโทไว้ไม่ให้นายโทขัดขืน แล้วนายเอก

4 lines
37.

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายเอกกับพวกนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานอะไรหรือไม่ เพราะเหตุใด

4 lines
38.

นายโท แจ้งว่าเขาต้องการขายเลือดขวด ๕๐๐,๐๐๐ บาท มันเป็นกรณีที่นายโทแสดงเจตนาที่จะถือเอาเลือดของตน ว่าถ้านำเลือดออกจากร่างกายแล้วนายโทจะถือเอาเลือดของตน เป็นทรัพย์ตามกฎหมาย

4 lines
39.

นายเอกใช้อุปกรณ์เจาะเลือดออกมาจากร่างกายของนายโทได้เลือดจำนวน ๑ ขวด แล้วนำไปให้แพทย์ เป็นการเอาเลือดซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเจตนา เมื่อนายเอกกับพวกไม่มีเงินซื้อแล้วใช้กำลังเจาะเลือดของผู้อื่นไปจึงเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น จึงเป็นการกระทำโดยทุจริต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔

4 lines
40.

นายเอกกับพวกอีก ๓ คน ใช้กำลังจับนายโทไว้ไม่ให้นายโทขัดขืนแล้วทำการเอาเลือดของนายโทไป เป็นการลักทรัพย์โดยการใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป จึงมีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคแรก

4 lines
41.

ระมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป จึงมีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคแรก ในกรณีที่นายเอกกับพวกใช้กำลังจับนายโทไว้ไม่ให้การดิ้นนั้น แล้วทำการเจาะเลือดที่แขนของนายโทได้เลือดไปจำนวน ๑ ขวด เป็นเหตุให้นายโทอ่อนเพลียจนหน้ามืดไป แบบนี้เป็นการทำร้ายนายโทจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ขายโดยเจตนาจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ อีกบทหนึ่ง และเป็นการกระทำให้นายโทปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๐ วรรคแรก โดยเจตนาอีกบทหนึ่งด้วย

4 lines
42.

อย่างไรก็ตามครับ แม้การกระทำของนายเอกกับพวกจะครบองค์ประกอบความผิดและไม่มีกฎหมายยกเว้นความผิด แต่เมื่อพิจารณาในส่วนของกฎหมายยกเว้นโทษแล้วนายเอกกับพวกกระทำความผิดเนื่องจากขณะนั้น อาการป่วยของบิดานายเอกนั้นทรุดหนักขึ้น ถ้าไม่ได้เลือดทันทีในขณะนั้นบิดาของนายเอกจะเสียชีวิตจึงเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นเพื่อให้ผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนไม่ได้ก่อขึ

4 lines
43.

ม่ได้เลือดทันทีในขณะนั้นบิดาของนายเอกจะเสียชีวิตจึงเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นเพื่อให้ผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนไม่ได้ก่อขึ้นเพราะความผิดของตน และการที่นายเอกกับพวกกระทำความผิดเพื่อช่วยชีวิตบิดาของนายเอกนั้น นายเอกกับพวกกระทำความผิดด้วยความจำเป็น และเมื่อเปรียบเทียบความปลอดภัยในร่างกายของนายโทกับชีวิตของบิดานายเอกนั้นการกระทำนั้นจะเห็นว่าไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ นายเอกกับพวกจึงไม่ต้องรับโทษ ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ อันเป็นเหตุยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๗ (๒) นายเอกกับพวกจึงไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดที่กระทำต่อนายโทเพราะมีกฎหมายยกเว้นโทษ

4 lines
44.

ข้อสังเกตความผิดฐานลักทรัพย์เราต้องพิจารณาเสียก่อนว่า วัตถุที่ลักนั้นเป็นทรัพย์หรือไม่ วัตถุที่จะเป็นทรัพย์ได้นั้นต้องเป็นสิ่งที่ (๑) คือต้องมีราคา (๒) อาจถือเอาได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘ คำว่า "อาจจะมีราคา" หมายความว่า มันมีคุณค่าทางทรัพย์สินเงินทองหรือคุณค่าทางจิตใจก็ได้ ในเรื่องของการที่อาจถือเอาได้นั้น

4 lines
45.

สิ่งที่ (๑) คือต้องมีราคา (๒) อาจถือเอาได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘ คำว่า "อาจจะมีราคา" หมายความว่า มันมีคุณค่าทางทรัพย์สินเงินทองหรือคุณค่าทางจิตใจก็ได้ ในเรื่องของการที่อาจถือเอาได้นั้นร่างกายมนุษย์ไม่เป็นสัตว์เนื่องจากมนุษย์ไม่อาจถือเอาได้ แม้แต่ส่วนที่ขาดหลุดออกจากร่างกายหรือแม้กระทั่งศพของมนุษย์ก็ไม่เป็นศัพท์เช่นเดียวกัน การตัดสินผมออกจากศีรษะตัดเหนือขนไปปะอีกคนหนึ่ง ตัดเนื้อของคนนึงไปปะอีกคนหนึ่ง ควักดวงตาของคนนึงไปใส่ให้กับอีกคนหนึ่ง หรือถ่ายเลือดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง มันอาจจะเป็นการทำร้ายร่างกายแต่ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ นอกจากจะได้ความว่าส่วนของร่างกายที่ขาดหลุดออกไปนั้นมีผู้ถือเอาแล้วจึงเป็นทรัพย์ที่ลักได้ อย่างเช่นเส้นผมที่มีผู้หวงแหนเพื่อใช้ทำเป็นวิกเสริมแต่งทรงผม ก็สามารถซื้อขายกันได้ เลือดที่เก็บไว้ใช้ในทางการแพทย์ก็สามารถซื้อขายกันได้เช่นเดียวกันกับเนื้อหนังหรือว่าดวงตา ถ้าหากจะมีการหวงสามารถซื้อขายกันอย่างเช่นดวงตาที่เก็บไว้ใช้ในสถานพยาบาล เหล่านี้ถือว่าเป็นทรัพย์ผิดลักทรัพย์ได้ แต่ถ้าจับคนมาถ่ายเลือด

4 lines
46.

การซื้อขายอวัยวะเช่นดวงตาถือว่าเป็นทรัพย์ผิดลักทรัพย์ได้หรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

47.

การถ่ายเลือดโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของถือว่าเป็นการลักทรัพย์หรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

48.

การขายเลือดโดยการถ่ายเลือดออกจากร่างกายถือว่าเป็นการทำผิดฐานอะไร?

a)

ลักทรัพย์

b)

ทำร้ายร่างกาย

49.

ศพจะกลายเป็นทรัพย์ได้เมื่อมีผู้ถือเอาหรือไม่?

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่