wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Geographic Information Systems and Map Basics

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดอธิบายสาระสำคัญของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ได้ถูกต้องที่สุด?

a)

ระบบที่รวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และคน เพื่อเก็บ จัดการ วิเคราะห์ และแสดงข้อมูลเชิงพื้นที่

b)

โปรแกรมทำแผนที่ที่แสดงภาพถ่ายดาวเทียมเท่านั้น โดยไม่มีฐานข้อมูล

c)

ชุดเครื่องมือสำหรับรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อตำแหน่งพิกัดแบบเรียลไทม์อย่างเดียว

d)

แผนที่กระดาษที่พิมพ์สัญลักษณ์มาตรฐานและไม่มีการวิเคราะห์ข้อมูล

2.

ถ้าแผนที่มีสเกล 1:1,000,000 ลักษณะสำคัญของแผนที่ดังกล่าวควรเป็นอย่างไร?

a)

เป็นแผนที่สเกลเล็ก แสดงภาพรวมกว้าง รายละเอียดเชิงจุดน้อย

b)

เป็นแผนที่สเกลใหญ่ เหมาะสำหรับแผนที่แปลงที่ดินละเอียดมาก

c)

เป็นแผนที่ธีมมาติคที่เน้นข้อมูลเชิงสัญลักษณ์เฉพาะเรื่องเสมอ

d)

เป็นแผนที่อ้างอิงท้องถิ่นที่แสดงถนนทุกเส้นอย่างละเอียด

3.

ข้อใดจับคู่คำว่า “ละติจูด (Latitude)” และ “ลองจิจูด (Longitude)” ได้ถูกต้อง?

a)

ละติจูดเป็นเส้นขนานกับเส้นศูนย์สูตร ส่วนลองจิจูดเป็นเส้นโค้งตามขั้วโลก

b)

ละติจูดเป็นเส้นแนวเหนือ–ใต้ ส่วนลองจิจูดเป็นเส้นแนวตะวันออก–ตะวันตก

c)

ละติจูดมีค่ามุม 0–180 องศา ส่วนลองจิจูดมีค่ามุม 0–90 องศา

d)

ทั้งละติจูดและลองจิจูดเป็นเส้นวงกลมใหญ่ที่ตัดกันเฉพาะที่เส้นศูนย์สูตร

4.

เทคโนโลยีใดจัดอยู่ในกลุ่มการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ที่ใช้รับข้อมูลจากดาวเทียมสังเกตการณ์โลก?

a)

Landsat ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก

b)

Thaichote (THEOS) ที่เป็นระบบสื่อสารผ่านมือถือ

c)

GIS ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์เท่านั้น

d)

GPS ที่ใช้คำนวณระยะทางในอาคารปิดเท่านั้น

5.

เครื่องมือใดใช้วัดความเร็วลมในการศึกษาสภาพอากาศภาคสนาม?

a)

เครื่องวัดความชื้นสัมพัทธ์

b)

เครื่องวัดความเร็วลม Anemometer

c)

เครื่องวัดปริมาณฝน Ombrometer

d)

เครื่องวัดความดันบารอมิเตอร์แบบอากาศ

6.

การถ่ายภาพทางอากาศที่มุมกล้องเอียงเล็กน้อยจากเส้นขอบฟ้า เรียกว่าอะไร?

a)

ภาพแนวดิ่ง (Vertical)

b)

ภาพเอียงต่ำ (Low Oblique)

c)

ภาพเอียงสูง (High Oblique)

d)

ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery)

7.

ส่วนประกอบใดของแผนที่ช่วยกำหนดกรอบพิกัดและการอ้างอิงตำแหน่งบนโลกอย่างเป็นมาตรฐาน?

a)

ระบบพิกัด (Coordinate System) เช่น Geographic/Projected

b)

การโปรเจกชันแผนที่เพียงอย่างเดียว (Map Projection)

c)

สเกลแผนที่ (Scale) แบบกราฟิก

d)

สัญลักษณ์จุด เส้น พื้นที่ (Symbol)

8.

หากต้องแสดงตำแหน่งเมือง จุดตรวจ หรือสถานีตรวจวัดบนแผนที่ สัญลักษณ์ใดเหมาะสมที่สุด?

a)

สัญลักษณ์จุด (Point Symbol) เช่น วงกลมหรือเครื่องหมาย

b)

สัญลักษณ์เส้น (Line Symbol) แทนแนวถนนหรือแม่น้ำ

c)

สัญลักษณ์พื้นที่ (Area Symbol) แทนขอบเขตจังหวัด

d)

สัญลักษณ์เชิงปริมาณ (Quantitative Symbol) แบบแผนภูมิ

9.

ข้อมูลขอบแผนที่ (Map Margin) โดยทั่วไปควรให้สารสนเทศสำคัญใดแก่ผู้ใช้?

a)

เฉพาะชื่อแผนที่และปีพิมพ์ โดยไม่ต้องมีสเกลหรือทิศทาง

b)

สเกล คำอธิบายสัญลักษณ์ ทิศเหนือ แหล่งข้อมูล และระบบพิกัดที่ใช้

c)

เฉพาะหน่วยงานผู้จัดทำและตราสัญลักษณ์เท่านั้น

d)

เฉพาะกรอบเส้นพิกัดโดยไม่ระบุค่าเลขละติจูด–ลองจิจูด

10.

แผนที่ธีมมาติค (Thematic Map) แตกต่างจากแผนที่อ้างอิงทั่วไปในข้อใดต่อไปนี้?

a)

เน้นแสดงถนนและชั้นข้อมูลกายภาพทุกชนิดอย่างสมบูรณ์

b)

มุ่งสื่อสารข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่น ความหนาแน่นประชากร หรือการใช้ที่ดิน

c)

ใช้สเกลใหญ่เสมอเพื่อให้รายละเอียดสูงกว่าทุกประเภท

d)

ไม่มีคำอธิบายสัญลักษณ์เพราะเน้นสีสันและลวดลายเป็นหลัก

11.

วันครีษมายัน (Summer Solstice) ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับละติจูดใดของโลก?

a)

เส้นศูนย์สูตร (Equator)

b)

Tropic of Cancer ที่ละติจูดประมาณ 23.5 องศาเหนือ

c)

Tropic of Capricorn ที่ละติจูดประมาณ 23.5 องศาใต้

d)

เส้นเมอริเดียนปฐม (Prime Meridian)

12.

นักวางแผนเมืองต้องเลือกสเกลแผนที่สำหรับสำรวจผังเมืองย่านชุมชนอย่างละเอียด ควรเลือกสเกลแบบใดและเพราะเหตุใด?

a)

สเกลใหญ่ เพราะแสดงรายละเอียดสิ่งปลูกสร้างและโครงข่ายถนนได้ชัดเจน

b)

สเกลเล็ก เพราะครอบคลุมพื้นที่กว้างแม้รายละเอียดลดลง

c)

สเกล 1:1,000,000 เพราะเป็นมาตรฐานสำหรับระดับชุมชนเสมอ

d)

สเกลเชิงข้อความเท่านั้น เพราะอ่านง่ายกว่าแบบกราฟิก

13.

เมื่อเวลา ณ กรีนิชมีนไทม์ (GMT, เส้นเมอริเดียนศูนย์องศา) เท่ากับ 12.00 น. เมืองหนึ่งตั้งอยู่ที่ลองจิจูด 105 องศาตะวันออก เวลาท้องถิ่นของเมืองนั้นควรเป็นเวลาใด โดยใช้กฎ 15 องศา = 1 ชั่วโมง และคำนวณจากทิศทางตะวันออกทำให้เวลามากกว่า GMT?

a)

5.00 น.

b)

7.00 น.

c)

17.00 น.

d)

19.00 น.

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับคำว่า ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ ซึ่งใช้ระบุที่ตั้งบนพื้นผิวโลก

a)

ประกอบด้วยละติจูดและลองจิจูด อ้างอิงเส้นศูนย์สูตรและเมอริเดียนหลัก

b)

ใช้เพียงละติจูดอย่างเดียว ชี้ตำแหน่งเหนือ-ใต้เท่านั้น

c)

เป็นการแบ่งประเทศตามเส้นเขตเวลา ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งบนแผนที่

d)

อาศัยจุดควบคุมภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช้เส้นอ้างอิงใดๆ

15.

เครื่องมือใดใช้สำหรับบันทึกและวัดการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวตามหลักวิชาธรณีฟิสิกส์

a)

บารอมิเตอร์ (วัดความกดอากาศ)

b)

ไฮโกรมิเตอร์ (วัดความชื้นสัมพัทธ์)

c)

ซีส์โมกราฟ (Seismograph)

d)

เครื่องรับสัญญาณ GPS (ระบุตำแหน่ง)

16.

คำว่า การฉายแผนที่ (Map Projection) หมายถึงกระบวนการใดต่อไปนี้

a)

ถ่ายโอนพื้นผิวทรงกลมของโลกลงบนระนาบ โดยรักษาคุณสมบัติบางอย่างให้ถูกต้อง

b)

แปลงพิกัดจากองศาเป็นเมตรเพื่อนำเข้าเครื่องรับสัญญาณ GPS

c)

คำนวณเวลาโลกมาตรฐานเพื่อนำทางทางทะเล

d)

รวมข้อมูลจากดาวเทียมและสถานีภาคพื้นแบบเรียลไทม์

17.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ตามหลักการพื้นฐาน

a)

สัญญาณจากดาวเทียมหลายดวง

b)

สถานีควบคุมภาคพื้นดิน (Ground Stations)

c)

เสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ (Cell Towers) เป็นแหล่งสัญญาณหลัก

d)

เครื่องรับสัญญาณของผู้ใช้

18.

สัญลักษณ์เชิงแผนที่ชนิดใดเหมาะที่สุดในการแทนเมืองหลวงของประเทศบนแผนที่มาตราส่วนเล็ก

a)

สัญลักษณ์จุด (Point Symbol)

b)

สัญลักษณ์เส้น (Line Symbol)

c)

สัญลักษณ์พื้นที่ (Area Symbol)

d)

สัญลักษณ์เชิงคุณภาพ (Qualitative Symbol) ที่เป็นแถบสีต่อเนื่อง

19.

ข้อใดจัดเป็น 5 องค์ประกอบหลักของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ได้ถูกต้องมากที่สุด

a)

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์, ข้อมูล (Data), วิธีการ/กระบวนการ, บุคลากร (People), แอปพลิเคชันมือถือ

b)

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์, ข้อมูล, วิธีการ/กระบวนการ, บุคลากร, เครือข่ายสังคมออนไลน์

c)

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์, ข้อมูล, วิธีการ/กระบวนการ, บุคลากร, ดาวเทียม

d)

ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์, ข้อมูล, วิธีการ/กระบวนการ, บุคลากร, เครื่องพิมพ์แผนที่

20.

การรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing: RS) มีลักษณะเด่นข้อใด

a)

เก็บข้อมูลโดยไม่ต้องสัมผัสวัตถุโดยตรงด้วยเซนเซอร์บนดาวเทียมหรืออากาศยาน

b)

ต้องติดตั้งเครื่องมือวัดลงในพื้นที่ศึกษาเสมอ

c)

จำกัดเฉพาะการเก็บข้อมูลเชิงแสงช่วงคลื่นที่ตามองเห็นเท่านั้น

d)

ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีสถานีอุตุนิยมวิทยาอย่างน้อย 3 แห่ง

21.

ละติจูดใดเป็นเส้นขอบเขตบริเวณขั้วโลกเหนือ ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์กลางวันยาวนานในฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ

a)

Tropic of Cancer (เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์)

b)

Tropic of Capricorn (เส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์น)

c)

Arctic Circle (เส้นอาร์กติกเซอร์เคิล)

d)

Antarctic Circle (เส้นแอนตาร์กติกเซอร์เคิล)

22.

การมาบรรจบกันของแผ่นเปลือกโลกแบบ มหาสมุทร-มหาสมุทร (O-O) มักทำให้เกิดลักษณะภูมิลักษณ์ใดเด่นชัด

a)

แนวเทือกเขาแผ่นดินใหญ่บนทวีป และแอ่งยุบตัวกว้าง

b)

แนวหมู่เกาะภูเขาไฟ (Volcanic Island Arc) และร่องสมุทรลึก

c)

แนวภูเขาไฟตามขอบทวีป (Continental Arc) และที่ราบสูง

d)

รอยแยกแผ่นดิน (Rift Valley) กลางทวีป

23.

บริเวณธรณีแปรสัณฐานแบบรอยแยกแผ่นธรณีภาค (Divergent Boundary) ที่กลางมหาสมุทร มักสัมพันธ์กับกระบวนการใด

a)

การดันตัวของแมกมา ขยายพื้นมหาสมุทร เกิดสันเขากลางสมุทร

b)

การยุบตัวของแผ่นธรณีภาค มุดตัวลงสู่แมนเทิล

c)

การเฉือนตัวของแผ่นเปลือกโลกโดยไม่มีการสร้างหรือทำลายเปลือกโลก

d)

การสะสมตะกอนทวีปสู่แอ่งหน้าโค้งภูเขาไฟ

24.

รอยเลื่อน (Fault) ที่เกิดจากแรงดึง (Tension) ทำให้บล็อกหินด้านห้อยเลื่อนลงเมื่อเทียบกับด้านพาด คือรอยเลื่อนชนิดใด

a)

รอยเลื่อนปกติ (Normal Fault)

b)

รอยเลื่อนย้อน (Reverse Fault)

c)

รอยเลื่อนเฉือนตามแนวนอน (Strike-slip Fault)

d)

รอยเลื่อนผสมแบบออบลีค (Oblique-slip Fault)

25.

กระบวนการใดทำให้เกิด "ทะเลสาบรูปเกือกม้า" (Oxbow Lake) ตามแนวโค้งแม่น้ำ?

a)

การตัดขาดของคดโค้งแม่น้ำเดิมจากการเปลี่ยนเส้นทางของมียานเดอร์ (Meander)

b)

การละลายชั้นดินถาวรที่เย็นจัดตลอดปี (Permafrost)

c)

การยุบตัวของปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่เกิดแอ่งคาลเดรา (Caldera)

d)

การเกิดธารน้ำแข็งไหลกัดเซาะเป็นรูปตัวยูในหุบเขา

26.

บรรยากาศชั้นใดที่อยู่ใกล้ผิวโลกที่สุดและเป็นที่เกิดสภาพอากาศประจำวัน?

a)

โทรโพสเฟียร์ (Troposphere)

b)

สตราโตสเฟียร์ (Stratosphere)

c)

มีโซสเฟียร์ (Mesosphere)

d)

เธอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere)

27.

ข้อใดอธิบายบทบาทสำคัญของ "สตราโตสเฟียร์" (Stratosphere) ได้ถูกต้องที่สุด?

a)

เป็นชั้นที่มีโอโซนช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์

b)

เป็นชั้นที่เมฆฝนก่อตัวหนาแน่นและเกิดพายุฟ้าคะนองบ่อยครั้ง

c)

เป็นชั้นที่มีอุกกาบาตเผาไหม้หมดก่อนถึงพื้นโลก

d)

เป็นชั้นที่มีอุณหภูมิสูงสุดของชั้นบรรยากาศทั้งหมด

28.

แสงเหนือ-แสงใต้ หรือ "ออโรรา" (Aurora) มักเกิดเด่นชัดในบรรยากาศชั้นใดมากที่สุด?

a)

โทรโพสเฟียร์ (Troposphere)

b)

สตราโตสเฟียร์ (Stratosphere)

c)

มีโซสเฟียร์ (Mesosphere)

d)

เธอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere)

29.

ลมทะเล (Sea Breeze) มักพัดเข้าหาฝั่งในช่วงเวลาใดของวันตามหลักความแตกต่างการรับความร้อนของน้ำและพื้นดิน?

a)

ช่วงกลางวันเมื่อพื้นดินร้อนกว่า ทำให้อากาศลอยตัวและลมพัดจากทะเลเข้าสู่ฝั่ง

b)

ช่วงกลางคืนเมื่ออุณหภูมิทะเลลดต่ำกว่า ทำให้ลมพัดจากฝั่งสู่ทะเล

c)

ช่วงรุ่งเช้าเมื่ออุณหภูมิทะเลสูงสุด ทำให้ลมสงบชั่วคราว

d)

ช่วงหัวค่ำเมื่อเกิดไอน้ำหนาแน่น ทำให้ลมพัดเข้าฝั่งแรงที่สุด

30.

ช่วงน้ำขึ้นใหญ่ "สปริงไทด์" (Spring Tide) จะเกิดขึ้นเมื่อใดตามตำแหน่งดวงจันทร์-ดวงอาทิตย์-โลก?

a)

เกิดทุก 8 วัน เมื่อดวงจันทร์อยู่เสี้ยว

b)

เมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงแนวเดียวกัน ทำให้แรงดึงดูดรวมกันสูงสุด

c)

เกิดจากพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) ที่ซ้อนทับน้ำขึ้นปกติ

d)

เกิดเฉพาะในฤดูมรสุมเมื่อความกดอากาศต่ำมาก

31.

ไบโอม "ทุนดรา" (Tundra) มีลักษณะใดเด่นเป็นพิเศษ?

a)

มีฝนชุกตลอดปีและป่าดิบเขียวชอุ่มหลายชั้นเรือนยอด

b)

มีชั้นดินเยือกแข็งถาวรที่เรียกว่าเพอร์มาฟรอสต์ (Permafrost)

c)

เป็นป่าสนไทกาที่มีฤดูร้อนยาวนานอุณหภูมิสูง

d)

เป็นทุ่งหญ้าสะวันนาที่มีไฟป่าประจำฤดูแล้ง

32.

ตามการจัดภูมิอากาศแบบเคิปเปิน (Köppen) พื้นที่ป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rainforest) สอดคล้องกับรหัสใดมากที่สุด?

a)

Af (ร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี)

b)

Aw (ร้อนชื้น ฝนตามฤดูกาลเด่นชัด)

c)

BWh (ทะเลทรายร้อน แห้งแล้งจัด)

d)

ET (ทุนดรา อากาศหนาว)

33.

ลมภูเขา (Mountain Breeze) โดยทั่วไปจะพัดจากบริเวณใดไปยังบริเวณใดเมื่อยามค่ำคืนในพื้นที่ภูเขา?

a)

พัดจากไหล่เขาลงสู่หุบเขาเพราะอากาศเย็นหนาแน่นไหลลง

b)

พัดจากหุบเขาขึ้นสู่ไหล่เขาเพราะอากาศอุ่นลอยขึ้น

c)

พัดจากชายฝั่งขึ้นสู่สันเขาเนื่องจากแรงโคริโอลิส

d)

พัดเฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้นไม่เกิดกลางคืน

34.

ชั้นบรรยากาศใดเป็นบริเวณที่อุกกาบาตส่วนใหญ่เผาไหม้จนส่องสว่างเป็นดาวตกก่อนถึงพื้นโลก?

a)

โทรโพสเฟียร์

b)

สตราโตสเฟียร์

c)

มีโซสเฟียร์

d)

เธอร์โมสเฟียร์

35.

แรงเฉือน (Shear) ระหว่างแผ่นเปลือกโลกสัมพันธ์กับโครงสร้างธรณีวิทยาแบบใดมากที่สุด?

a)

รอยเลื่อนปกติ (Normal Fault)

b)

รอยเลื่อนย้อน (Reverse Fault)

c)

รอยเลื่อนตามแนวระดับเลื่อนขนาน (Strike-slip Fault)

d)

หุบเขาริฟต์ (Rift Valley)

36.

ข้อใดอธิบายหน้าที่เด่นของชั้น "มีโซสเฟียร์" (Mesosphere) ได้เหมาะสมในเชิงป้องกันโลก?

a)

กรองรังสี UV ส่วนใหญ่ทั้งหมดของดวงอาทิตย์

b)

เป็นเขตที่อุกกาบาตเผาไหม้และสลายตัวจำนวนมากก่อนตกถึงพื้น

c)

เป็นชั้นที่เกิดออโรร่าหลักจากอนุภาคประจุพลังงานสูง

d)

เป็นชั้นที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการดูดซับรังสีอินฟราเรด

37.

ข้อใดอธิบาย “น้ำเกิดเสมอภาค” (Neap Tide) ได้ถูกต้องที่สุด เมื่อแรงดึงดูดของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ตั้งฉากกัน ทำให้ช่วงต่างระดับระหว่างน้ำขึ้นและน้ำลงเป็นอย่างไร?

a)

ต่างระดับน้ำขึ้น-น้ำลงน้อยที่สุด เกิดประมาณทุก 8 วันครึ่ง

b)

ต่างระดับน้ำขึ้น-น้ำลงมากที่สุด เกิดทุก 15 วัน

c)

ระดับน้ำนิ่งไม่ขึ้นไม่ลงต่อเนื่องหลายวัน

d)

เกิดเฉพาะในซีกโลกเหนือเท่านั้น

38.

เลือกข้อที่จับคู่ไบโอม (Biome) กับคำเรียกในภูมิภาคต่าง ๆ ได้ถูกต้องเกี่ยวกับ “ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น” (Temperate Grassland)

a)

ทุ่งหญ้า (Prairie) พบในอเมริกาเหนือ, สะวันนา (Savanna) เป็นรูปแบบเดียวกัน

b)

ทุ่งหญ้า (Prairie) พบในเขตอบอุ่นชื้น, สเตปป์ (Steppe) พบในเขตร้อนชื้น

c)

ปัมปัส (Pampas) ใช้เรียกทุ่งหญ้าในอเมริกาใต้, ไทกา (Taiga) เป็นป่าสนเขตอบอุ่นหนาว

d)

สเตปป์ (Steppe) เป็นทุ่งหญ้าแห้งแล้งกว้างใหญ่, ทุนดรา (Tundra) เป็นเขตหนาวไม่มีไม้ยืนต้น

39.

ข้อใดบรรยายความแตกต่างระหว่าง “ป่าสน” (Coniferous Forest) กับ “ไทกา” (Taiga) ได้ใกล้เคียงความจริงที่สุด

a)

ทั้งสองเป็นป่าผสมผลัดใบคล้ายกัน พบในเขตร้อนเป็นหลัก

b)

ป่าสนคือป่าที่เด่นด้วยสนใบเข็ม พบกว้างในละติจูดสูง ส่วนไทกาคือเขตป่าสนกว้างใหญ่ของซีกโลกเหนือ

c)

ป่าสนคือป่าร้อนชื้นชายฝั่ง ส่วนไทกาเป็นทุ่งหญ้าสูงชื้น

40.

ไบโอม “ชาพาพรัล” (Chaparral) มีลักษณะภูมิอากาศและพืชพรรณอย่างไรจึงจัดแยกจากป่าอื่น ๆ ได้?

a)

หน้าร้อนร้อนชื้น หน้าหนาวหนาวจัด มีไม้ใบกว้างผลัดใบหนาแน่น

b)

อากาศเมดิเตอร์เรเนียน ร้อนแห้งในฤดูร้อน หน้าหนาวอบอุ่นชื้น มีไม้พุ่มใบแข็งทนไฟ

c)

ฝนตกสม่ำเสมอทั้งปี มีไม้สนหนาแน่น

d)

หนาวเย็นยาวนาน พืชส่วนใหญ่เป็นไลเคนและมอส

41.

“ป่าไม้ผลัดใบเขตอบอุ่น” (Temperate Deciduous Forest) โดยทั่วไปมีฤดูกาลและการปรับตัวของพืชอย่างไร?

a)

มีสองฤดูหลัก ร้อนและฝน พืชเขียวชอุ่มตลอดปี

b)

มีสี่ฤดูชัดเจน ใบไม้ผลัดร่วงในฤดูใบไม้ร่วงเพื่อประหยัดน้ำและพลังงาน

c)

ฝนตกมากในหน้าร้อน พืชเป็นสนใบเข็มทนหนาว

d)

แห้งแล้งตลอดปี พืชส่วนใหญ่เป็นหญ้าเตี้ย

42.

ข้อใดตรงกับความหมายของคำว่า Prairie และ Steppe ในบริบทของทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นมากที่สุด

a)

Prairie หมายถึงทุ่งหญ้าชื้นสูง ส่วน Steppe หมายถึงทุ่งหญ้าแห้งแล้งกว่า

b)

Prairie คือทุ่งหญ้าเขตร้อน ส่วน Steppe คือป่าผลัดใบ

c)

Prairie และ Steppe เป็นชื่อเรียกทุนดราในคนละทวีป

d)

Prairie คือไทกา ส่วน Steppe คือป่าสน

43.

ให้พิจารณาการกระจายตัวของไบโอม ถ้าภูมิภาคหนึ่งมีอุณหภูมิต่ำยาวนาน ดินเย็นจัด มีพืชจำพวกไลเคนและมอสเด่น ควรจัดอยู่ในไบโอมใด

a)

สะวันนา (Savanna)

b)

ทุนดรา (Tundra)

c)

ชาพาพรัล (Chaparral)

d)

ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น (Temperate Grassland)

44.

สถานการณ์ใดต่อไปนี้น่าจะเกิด Neap Tide ได้มากที่สุด ให้เลือกคำตอบที่สอดคล้องกับหลักดาราศาสตร์พื้นฐาน

a)

ช่วงดวงจันทร์เต็มดวงและดับดวง เมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก เรียงแนวเดียวกัน

b)

ช่วงขึ้นครึ่งดวงและแรมครึ่งดวง เมื่อแรงดึงดูดดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ตั้งฉากกัน

c)

ช่วงสุริยุปราคาเท่านั้น เพราะแรงดึงดูดรวมเป็นศูนย์

d)

เกิดเมื่อกระแสน้ำลมแรงพัดสวนกระแสน้ำขึ้นลง

45.

หากต้องการปลูกพืชไร่ทนแล้งและเลี้ยงสัตว์กินหญ้าในพื้นที่กว้างของเขตอบอุ่นด้านในทวีป ควรเลือกไบโอมใดจึงเหมาะสมที่สุด

a)

ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นแบบสเตปป์

b)

ป่าสนไทกา

c)

ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น

d)

ชาพาพรัลชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน

46.

เปรียบเทียบไบโอม Savanna กับ Temperate Grassland ข้อใดอธิบายความแตกต่างด้านภูมิอากาศได้เหมาะสม

a)

Savanna มีฤดูแล้งยาวกับฝนตามมรสุม ส่วน Temperate Grassland มีฝนกระจายไม่สม่ำเสมอและอากาศเย็นกว่า

b)

Savanna หนาวจัดยาวนาน ส่วน Temperate Grassland ร้อนชื้นตลอดปี

c)

ทั้งสองมีฝนตกสม่ำเสมอและอุณหภูมิคงที่ทั้งปี

d)

Savanna และ Temperate Grassland เป็นพื้นที่ชื้นสูงเหมือนป่าดิบ

47.

ข้อใดอธิบายการปะทุแบบ “ฮาวาเอียน” (Hawaiian) ได้ถูกต้องที่สุด?

a)

ลาวาไหลเป็นทางยาว เหลวข้นต่ำ ควันเถ้าน้อย

b)

เถ้าถ่านหนาทึบ พ่นเป็นคอลัมน์สูงมาก

c)

ระเบิดรุนแรงเป็นช่วงๆ เศษหินพุ่งสูงสลับหยุด

d)

มักเกิดโดมหนืดหนา ลาวาไหลช้าเป็นก้อนบล็อก

48.

หากพบเถ้าถ่านภูเขาไฟพุ่งขึ้นเป็นคอลัมน์สูงถึงสตราโทสเฟียร์ มีเสียงระเบิดดังและเถ้าปกคลุมกว้าง ควรจัดเป็นการปะทุแบบใด?

a)

พลิเนียน (Plinian)

b)

ฮาวาเอียน (Hawaiian)

c)

วัลเคเนียน (Vulcanian)

d)

สตรอมโบเลียน (Strombolian)

49.

ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ของสาเหตุสึนามิทั่วโลกที่เกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเล?

a)

ประมาณสามในสี่ของทั้งหมด

b)

น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของทั้งหมด

c)

เกือบทั้งหมดเกิน 95%

d)

ประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น

50.

ปรากฏการณ์ใดจัดว่าเป็นการเคลื่อนที่ของมวลวัสดุลาดเขาที่มีน้ำพาอนุภาคละเอียดไหลอย่างรวดเร็วและขุ่นข้นหลังฝนหนัก?

a)

โคลนถล่ม (Mud Flow)

b)

การร่วงหล่นของหิน (Rock Fall)

c)

คืบดินช้าๆ (Soil Creep)

d)

สลัมพ์พังทลายเป็นแผ่น (Slump)

51.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของ “ดินไหลช้า” หรือ Creep?

a)

การเอียงของเสา/ต้นไม้ช้าๆ ระยะยาว

b)

ก้อนหินหลุดตกอย่างฉับพลันจากหน้าผา

c)

มวลดินไหลเร็วเป็นกระแสหนืดหลังฝนหนัก

d)

แผ่นดินลื่นไถลลงมาทีเดียวเป็นบล็อกใหญ่

52.

Solifluction มักเกิดในบริเวณใดและมีสภาพพื้นดินแบบไหน?

a)

เขตหนาวเย็น ดินชั้นล่างเป็นน้ำแข็งละลายทำให้ดินชั้นบนไหลช้า

b)

เขตร้อนชื้น ดินทรายแห้งลมพัดพา

c)

เขตกึ่งแห้งแล้ง ชั้นดินเกลือผลึกผลักดันผิวดิน

d)

ชายฝั่งทะเลทราย คลื่นซัดทำให้ดินไหลลงสู่ทะเล

53.

ข้อใดจัดเป็น “หินร่วง” (Rock Fall) ได้เหมาะสมที่สุด?

a)

ก้อนหินแตกหลุดจากผนังชันแล้วร่วงตกอย่างรวดเร็ว

b)

ดินเหนียวอิ่มน้ำไหลเป็นโคลนตามร่องห้วย

c)

แผ่นดินถล่มเป็นมวลใหญ่เลื่อนไถลตามระนาบอ่อนตัว

d)

ตะกอนกรวดทรายคืบคลานช้าแทบไม่รู้สึก

54.

คำใดหมายถึงบริเวณกึ่งสงบกลางพายุหมุนเขตร้อนที่ท้องฟ้าโปร่งเมื่อเทียบกับรอบๆ?

a)

ตา (Eye)

b)

กำแพงตา (Eyewall)

c)

แถบฝน (Rainbands)

d)

เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)

55.

ในพายุฝนฟ้าคะนอง ช่วงใดที่กระแสอากาศยกตัว (Updraft) และกระแสอากาศจมตัว (Downdraft) แข็งแรงพอๆ กัน ทำให้เกิดลมแรง ฝนหนัก และฟ้าผ่ามาก?

a)

ระยะเติบโต (Cumulus Stage)

b)

ระยะเต็มที่ (Mature Stage)

c)

ระยะสลายตัว (Dissipating Stage)

d)

ระยะทอร์นาโด (Tornado Stage)

56.

ไฟป่าแบบใดลุกไหม้อยู่ที่ผิวดิน ลามผ่านเศษใบไม้ กิ่งไม้ และหญ้าแห้ง?

a)

ไฟผิวดิน (Surface Fire)

b)

ไฟใต้ดิน (Ground Fire)

c)

ไฟเรือนยอด (Crown Fire)

d)

ไฟพีท (Peat Fire)

57.

เหตุใดไฟป่าถึงเป็นภัยพิบัติสำคัญต่อระบบนิเวศและชุมชนมนุษย์?

a)

ทำลายที่อยู่อาศัยและคุณภาพอากาศ กระทบเศรษฐกิจและสุขภาพ

b)

เพียงทำให้พื้นดินร้อนขึ้นชั่วคราวโดยไม่มีผลอื่น

c)

เพิ่มความชื้นในอากาศช่วยลดภัยแล้ง

d)

มีผลเฉพาะในป่าดิบชื้นไม่กระทบพื้นที่อื่น

58.

ข้อใดต่างจากพายุหมุนเขตร้อนประเภทอื่นในรายการต่อไปนี้มากที่สุด เนื่องจากเป็นกระแสลมหมุนขนาดเล็กอายุสั้นบนบก?

a)

ทอร์นาโด (Tornado)

b)

ไต้ฝุ่น (Typhoon)

c)

ดีเปรสชัน (Depression)

d)

คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge)

59.

จากตัวเลือกต่อไปนี้ ข้อใดอธิบาย “ดินถล่ม” (Landslide) ได้ครอบคลุมที่สุด?

a)

การเคลื่อนที่ลงลาดของดิน หิน หรือเศษตะกอนภายใต้แรงโน้มถ่วง โดยอาจเป็นการเลื่อนไถล ร่วง หรือไหล

b)

การทับถมของตะกอนลมพัดบนที่ราบสูงเท่านั้น

c)

การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนในทะเลลึก

d)

การกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นในฤดูมรสุม

60.

ข้อใดต่อไปนี้นิยามประเภทของภัยแล้งได้ถูกต้องที่สุด โดยอิงจากการจัดจำแนกแบบมาตรฐานที่ใช้คำเฉพาะทางต่อไปนี้: Meteorological Drought คือภัยแล้งจากความผิดปกติของปริมาณฝน, Agricultural Drought เกี่ยวข้องกับความชื้นในดินต่อผลผลิต, Hydrological Drought เกี่ยวข้องกับระดับน้ำในแม่น้ำ–อ่างเก็บน้ำ, และ Economic Drought เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อการผลิตและตลาด?

a)

Meteorological Drought คือการที่ผลผลิตการเกษตรลดลงเพราะดินขาดความชื้น

b)

Agricultural Drought คือระดับน้ำในแม่น้ำลดลงต่อเนื่องจนกระทบการใช้น้ำต้นทุน

c)

Hydrological Drought คือปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

d)

Economic Drought คือการหยุดชะงักของกิจกรรมเศรษฐกิจจากการขาดแคลนน้ำแม้สภาพอุตุนิยมวิทยาเริ่มฟื้นตัว