NEW
Font size
WorksheetsPRE-TEST ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนักเรียนพิเศษ
Total questions: 20
Worksheet time: 20mins
1.การทำงานเป็นสหวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) ในการช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ควรประกอบด้วยใคร
เฉพาะครู
ครู นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด และ ผู้ปกครอง
เฉพาะแพทย์และพยาบาท
เฉพาะผู้บริหารโรงเรียน
2.ความจำเป็นพิเศษ (Special Education Needs) หมายถึงข้อใดต่อไปนี้
ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายเท่านั้น
ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษเท่านั่น
ผู้เรียนที่มีความแตกต่างหรือข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
ผู้เรียนที่มีปัญหาทางครอบครัวเท่านั่น
4.เมื่อผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมครูควรทำอย่างไรเป็นลำดับแรก
ลงโทษทันที
วิเคราะห์สาเหตุของพฤติกรรม
ส่งไปหาผู้ปกครอง
ไล่ออกจากห้องเรียน
3.ข้อใดเป็นตัวอย่างของการเสริมแรงทางสังคม (Social Reiforcement)
การชมเชย ยิ้ม หรือกอด
การให้เงิน
การให้ของเล่น
การให้อาหาร
5.การสังเกตพฤติกรรมแบบ ABC ประกอบด้วยองค์ประกอบใดบ้าง
Action, Behavior, Control
Antecedent, Behavior, Consequence
Activity, Brain, Cognition
Attitude, Belief, Character
6.การเสริมแรงเชิงบวก (Positive Reinforcement) คือสิ่งใด
การลงโทษเมื่อทำผิด
การให้รางวัลหรือสิ่งดี ๆ หลังจากแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์
การเพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
การตำหนิหรือต่อว่าเมื่อทำผิด
7.ข้อใดเป็นสัญญาณเตือนว่าผู้เรียนกำลังจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงน้ำเสียง ท่าทาง หรือสีหน้า
การทำกิจกรรมตามปกติ
การยิ้มแย้ม
การนั่งเงียบ
8.การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) หมายถึงข้อใด
การจัดการศึกษาเฉพาะสำหรับผู้เรียนพิการในโรงเรียนพิเศษ
การให้ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเรียนร่วมกับผู้เรียนปกติในห้องเรียนเดียวกัน
การแยกห้องเรียนสำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถสูง
การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยโดยไม่มีหลักสูตรที่ชัดเจน
9.Social Story เป็นเทคนิคที่เหมาะกับการสอนอะไร
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ทักษะทางสังคมและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม
การอ่านและการเขียน
ดนตรีและศิลปะ
10.พฤติกรรมการทำร้ายตนเอง (Self-injurious behavior) ของผู้เรียน ครูควรจัดการอย่างไร
ปล่อยให้เป็นไป เพราะจะหยุดเอง
ใช้การลงโทษเพื่อให้เลิกทำ
ป้องกันการบาดเจ็บ หาสาเหตุ และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
แยกผู้เรียนออกจากกลุ่มทันที
11.การประเมินหน้าที่ของพฤติกรรม (Functional Behavior Assessment) มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
เพื่อหาข้อผิดพลาดของผู้เรียน
เพื่อจัดกลุ่มผู้เรียน
เพื่อให้คะแนนพฤติกรรม
เพื่อเข้าใจสาเหตุและหน้าที่ของพฤติกรรม
12.หลักการสำคัญในการจัดการพฤติกรรมเชิงบวก (Positive Behavior Support) คือข้อใด
การลงโทษทันทีเมื่อเกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
การป้องกันและสร้างเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์
การแยกผู้เรียนออกจากห้องเรียน
การใช้รางวัลในทุกสถานการณ์
13.ข้อใดไม่ใช่หลักการของการปรับพฤติกรรมเชิงบวก (PBS)
เน้นการป้องกันปัญหา
ใช้การลงโทษทางกายเป็นหลัก
สอนทักษะใหม่แทนการลงโทษ
เน้นการปรับสภาพแวดล้อม
14. เทคนิค ABC Analysis ในการวิเคราะห์พฤติกรรม ประกอบด้วยองค์ประกอบใดบ้าง
Attention, Behavior, Consequence
Antecedent, Behavior, Consequence
Action, Before, Change
Assessment, Behavior, Control
15.พฤติกรรมเป้าหมาย (Target Behavior) ควรมีลักษณะใด
เป็นพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนและวัดได้
เป็นพฤติกรรมที่เดาได้
เป็นพฤติกรรมทั่วๆไป
เป็นพฤติกรรมที่ซับซ้อน
16.การใช้ Prompting ในการสอน หมายถึงอะไร
การตำหนิและดุด่า
การให้คำใบ้ แนะนำ หรือช่วยเหลือเพื่อให้แสดงพฤติกรรมที่ต้องการ
การให้ทำซ้ำหลายครั้ง
การให้รางวัล
17.การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ควรคำนึงถึงข้อใดเป็นสำคัญ
การจัดที่นั่งแบบเดิมตลอดเวลา
การใช้แสงสว่างมากที่สุด
การแยกผู้เรียนออกจากลุ่ม
การลดสิ่งรบกวน จัดพื้นที่อย่างมีระบบ และสร้างความรู้สึกปลอดภัย
18.เมื่อใดที่ควรปรับหรือเปลี่ยนแผนการปรับพฤติกรรม
ทุกสัปดาห์
เฉพาะเมื่อผู้ปกครองร้องเรียน
เมื่อไม่เห็นความก้าวหน้าหรือมีปัญหาเพิ่ม
ไม่ควรปรับเลย
19.การใช้ Visual Schedule หรือตารางภาพเหมาะกับผู้เรียนกลุ่มใด
ผู้เรียนที่มีความสามารถสูง
ผู้เรียนออทิสติกหรือผู้เรียนที่มีปัญหาการสื่อสาร
ผู้เรียนปกติทั่วไป
ผู้เรียนที่เรียนเก่ง
20.ข้อใดเป็นตัวอย่างของ Antecedent Strategy
การให้รางวัลหลังแสดงพฤติกรรมดี
การจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมเพื่อป้องกันพฤติกรรมปัญหา
การลงโทษหลังทำผิด
การเพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
