NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบกลางภาค ม.6/2 รายวิชาการอ่านและพิจารณาวรรณกรรม
Total questions: 40
Worksheet time: 3600secs
1.ข้อใดคือลักษณะสำคัญที่สุดที่แยกนักอ่าน 'ที่มีประสิทธิภาพ' ออกจากนักอ่านทั่วไป?
สามารถอ่านได้รวดเร็วและจบเล่มภายในวันเดียว
สามารถระบุและทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้เขียนและสาระสำคัญของเรื่องได้ตั้งแต่ต้น
สามารถออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้องตามหลักภาษา
ชอบอ่านนวนิยายและเรื่องสั้นเป็นหลัก
2.เมื่อพบข้อมูลที่ 'ขัดแย้ง' กับความเชื่อเดิมของตนเอง นักอ่านที่ดีควรมีปฏิกิริยาอย่างไร?
คัดลอกส่วนที่ขัดแย้งไปหาเพื่อนเพื่อขอความเห็น
ส่งข้อความไปโต้เถียงกับผู้เขียนทันที
หยุดอ่านทันทีและตัดสินว่าสารนั้นไม่น่าเชื่อถือ
พยายามทำความเข้าใจมุมมองใหม่ วิเคราะห์หลักฐานที่นำเสนอ และประเมินความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้งนั้น
3.นักอ่านที่ดีควรมีนิสัยอย่างไรในการจัดการกับ 'คำศัพท์ใหม่' ที่ไม่คุ้นเคยขณะอ่าน?
สมมติความหมายเอาเองตามใจชอบ
พยายามเดาความหมายจากบริบทของประโยคหรือย่อหน้านั้นก่อน หากยังสงสัยจึงจดไว้ค้นหาในภายหลัง
ข้ามคำศัพท์นั้นไปแล้วอ่านต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลา
หยุดอ่านทุกคำที่สงสัยและเปิดพจนานุกรมทันที
4.ข้อใดคือลักษณะของ 'การอ่านเชิงปฏิสัมพันธ์' (Interactive Reading) ที่นักอ่านที่ดีมักทำ?
การจับคู่คำศัพท์กับคำจำกัดความเท่านั้น
การเชื่อมโยงเนื้อหาที่กำลังอ่านเข้ากับความรู้เดิมและประสบการณ์ส่วนตัวเพื่อสร้างความหมายใหม่
การอ่านออกเสียงดัง ๆ เพื่อให้คนอื่นได้ยิน
การรับสารจากผู้เขียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่คิดเห็นอะไรเพิ่มเติม
5.หากคุณกำลังอ่านบทความที่เต็มไปด้วยข้อมูลทางสถิติและงานวิจัย นักอ่านที่ดีควรมีทัศนคติอย่างไรต่อ 'แหล่งที่มาของข้อมูล'?
เชื่อถือเฉพาะแหล่งที่มาที่รู้จักเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
พิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งที่มา ดูว่าผู้เขียน/หน่วยงานมีคุณวุฒิหรือความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นหรือไม่
เชื่อถือข้อมูลทั้งหมดทันทีที่มีกราฟและตัวเลขประกอบ
ละเลยแหล่งที่มา เพราะเน้นเฉพาะตัวเลขและผลสรุปเท่านั้น
6.นักอ่านที่ดีจะใช้ทักษะ 'การอ่านเชิงสังเคราะห์' (Synthesizing) ในขั้นตอนใด?
การอ่านทีละย่อหน้าและทำความเข้าใจความหมายพื้นฐาน
การอ่านซ้ำแหล่งข้อมูลเดิมเป็นครั้งที่สอง
การจดบันทึกเฉพาะคำศัพท์ที่น่าสนใจ
การนำข้อมูลและแนวคิดจากหลายแหล่งที่มามารวมกันและสร้างเป็นความรู้หรือข้อสรุปใหม่
7.ความเข้าใจ 'ความหมายตามตัวอักษร' (Literal Meaning) ของสารที่อ่าน หมายถึงอะไร?
การนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลอื่น
การเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนซ่อนไว้หรือบอกเป็นนัย
การเข้าใจความหมายที่บอกไว้อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ในข้อความ
การประเมินความน่าเชื่อถือของผู้เขียน
8.เมื่ออ่านย่อหน้าหนึ่ง นักอ่านควรให้ความสำคัญกับการค้นหาส่วนใดมากที่สุด เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของย่อหน้านั้น?
คำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
ตัวอย่างประกอบหรือรายละเอียดปลีกย่อย
เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ
ประโยคใจความสำคัญ
9.ทักษะใดที่ใช้ในการ 'ค้นหาข้อมูลเฉพาะเจาะจง' (Specific Information) ในเอกสารอย่างรวดเร็ว เช่น การหาเบอร์โทรศัพท์หรือวันที่จัดงาน?
การอ่านเชิงตีความ (Interpreting)
การอ่านแบบกวาดสายตา (Skimming)
การอ่านเชิงวิจารณญาณ (Critical Reading)
การอ่านแบบจับใจความ (Scanning)
10.องค์ประกอบใดของสารที่ช่วยให้ผู้อ่านทราบว่าสารนั้นมีโครงสร้างอย่างไร และช่วยในการทำนายเนื้อหาที่กำลังจะอ่านได้?
คำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
ตัวอักษรและสีที่ใช้ในการพิมพ์
ชื่อผู้เขียนและเลขหน้าเท่านั้น
หัวข้อ หัวข้อรอง แผนภาพ และผังมโนทัศน์
11.มารยาทในการอ่านที่ดีที่สุดคือข้อใด?
การให้เกียรติและเคารพต่อเนื้อหาและผู้เขียน โดยการอ้างอิงแหล่งที่มาหากมีการนำไปใช้ต่อ
การอ่านออกเสียงดัง ๆ เพื่อให้ผู้คนรอบข้างได้รับฟังเนื้อหาด้วย
การขีดเขียนหรือทำเครื่องหมายในหนังสือหรือเอกสารของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
การพับหน้ากระดาษเพื่อทำเครื่องหมายแทนการใช้ที่คั่นหนังสือ
12.
หากจุดมุ่งหมายหลักในการอ่านของคุณคือการ 'หาข้อเท็จจริง' 'หลักการ' และ 'ทฤษฎี' เพื่อนำไปอ้างอิงในรายงาน คุณกำลังอ่านเพื่อวัตถุประสงค์ใด?
เพื่อฝึกทักษะการอ่านออกเสียง
เพื่อโต้แย้งและเอาชนะผู้อื่น
เพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย
เพื่อหาความรู้และเหตุผล
13.เมื่อนักเรียนอ่าน 'บทความแสดงความคิดเห็น (Opinion Piece)' บนสื่อออนไลน์ และมีคำถามในใจว่า 'ผู้เขียนมีอคติหรือไม่?' หรือ 'หลักฐานที่ยกมาน่าเชื่อถือเพียงใด?' การอ่านของนักเรียนมีจุดมุ่งหมายในระดับใด?
การอ่านเชิงตีความ
การอ่านเชิงพื้นฐาน
การอ่านเชิงวิจารณญาณและประเมินค่า
การอ่านเพื่อค้นหาความหมายของคำศัพท์
14.การอ่านประเภทใดที่มุ่งเน้นการทำความเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกรายละเอียด เพื่อวิเคราะห์โครงสร้าง การใช้ภาษา และความสัมพันธ์ของแนวคิดในสาร?
การอ่านแบบจับใจความ
การอ่านแบบกวาดสายตา
การอ่านแบบเจาะลึก/ละเอียด
การอ่านเพื่อความบันเทิง
15.เมื่อผู้อ่านตั้งใจอ่านนวนิยายหลายเล่มในชุดเดียวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อความเพลิดเพลินและฝึกความคุ้นเคยกับภาษา การอ่านนี้จัดเป็นประเภทใด?
การอ่านแบบเจาะลึก (Intensive Reading)
การอ่านแบบกว้างขวาง (Extensive Reading)
การอ่านแบบจับใจความ (Scanning)
การอ่านเพื่อการวิจัย (Research Reading)
16.การอ่านเพื่อ 'วิจารณ์' และ 'ประเมินค่า' ความน่าเชื่อถือของบทความ โดยการเปรียบเทียบกับหลักฐานอื่น ๆ จัดเป็นการอ่านประเภทใดในระดับสูงสุด?
การอ่านเชิงตีความ (Interpretive Reading)
การอ่านเชิงพื้นฐาน (Literal Reading)
การอ่านแบบกวาดสายตา (Skimming)
การอ่านเชิงวิจารณญาณ (Critical Reading)
17.นักเรียนอ่านคำนำ สารบัญ และหัวข้อหลักของหนังสือเล่มใหม่ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ การอ่านนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเภทใด?
การอ่านแบบกวาดสายตา (Skimming)
การอ่านแบบเจาะลึก (Intensive Reading)
การอ่านเชิงตีความ (Interpretive Reading)
การอ่านเพื่อการวิจัย (Research Reading)
18.ความหมายของการอ่านที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดคือข้อใด
การมองเห็นและจดจำคำศัพท์ที่อยู่ในประโยค
การค้นหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้งาน
การออกเสียงตัวอักษรตามที่ปรากฏในข้อเขียน
การรับรู้ตัวอักษรและแปรความหมายเป็นความคิดเพื่อสื่อสารกับผู้เขียน
19.การกำหนดวัตถุประสงค์ในการอ่าน (เช่น อ่านเพื่อหาข้อเท็จจริง หรืออ่านเพื่อความเพลิดเพลิน) เป็นกิจกรรมที่ควรทำในขั้นตอนใดของกระบวนการอ่าน
เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดขั้นตอน
ขั้นระหว่างการอ่าน (During Reading)
ขั้นหลังการอ่าน (Post-reading)
ขั้นก่อนการอ่าน (Pre-reading)
20.การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Reading) ซึ่งรวมถึงการประเมินความน่าเชื่อถือและความสมเหตุสมผลของสาร จัดอยู่ในองค์ประกอบใดของกระบวนการอ่าน
การประเมินค่า (Evaluation)
การซึมซับ (Assimilation)
ความเข้าใจตามตัวอักษร (Literal Comprehension)
การตีความ (Interpretation)
21.วรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และจินตนาการของผู้แต่ง โดยมีรูปแบบบังคับทางฉันทลักษณ์ เรียกว่าวรรณกรรมประเภทใด
ร้อยแก้ว
บทละคร
สารคดี
ร้อยกรอง
22.ข้อใดจัดเป็นวรรณกรรมประเภท 'บันเทิงคดี' (Fiction) ทั้งหมด
ข่าว, นวนิยาย, บันทึกประจำวัน
ชีวประวัติ, สารคดีท่องเที่ยว, บทความ
เรื่องสั้น, นวนิยาย, นิทาน
พจนานุกรม, ตำราเรียน, นิทานพื้นบ้าน
23.วรรณกรรมประเภท 'สารคดี' (Non-fiction) มีวัตถุประสงค์หลักตามข้อใด
มุ่งสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นหลัก
มุ่งถ่ายทอดข้อเท็จจริงและความรู้
มุ่งเน้นความสวยงามของฉันทลักษณ์
มุ่งเน้นการเสียดสีสังคมเพียงอย่างเดียว
24.วรรณคดีการละคร (Dramatic Literature) มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากวรรณกรรมประเภทอื่นอย่างไร
มุ่งให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ต้องแต่งเป็นร้อยแก้วเท่านั้น
มีบทสนทนาและการแสดงกำกับ
ไม่มีตัวละครดำเนินเรื่อง
26.ข้อใดเป็นเกณฑ์หลักในการแบ่งวรรณกรรมออกเป็น 'ร้อยแก้ว' และ 'ร้อยกรอง'
เนื้อหาของเรื่อง
รูปแบบการเรียบเรียงถ้อยคำ
ความยาวของเรื่อง
ความนิยมของผู้อ่าน
25.วรรณกรรมประเภทใดที่มักถ่ายทอดต่อกันมาด้วยปากต่อปากก่อนจะมีการจดบันทึก
วรรณกรรมร่วมสมัย
วรรณกรรมมุขปาฐะ
บทความทางวิชาการ
นวนิยายแปล
27.เรื่อง 'พระอภัยมณี' ของสุนทรภู่ จัดเป็นวรรณกรรมประเภทใดหากแบ่งตามลักษณะคำประพันธ์
ร้อยแก้ว
สารคดีชีวประวัติ
ร้อยกรอง
บทความทางศาสนา
28.
ข้อใดคือคำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของ 'ร้อยแก้ว'
บทประพันธ์ที่เน้นการใช้คำศัพท์ยากๆ และศัพท์บาลีสันสกฤตเท่านั้น
งานเขียนที่มีการบังคับสัมผัสสระและสัมผัสอักษรอย่างเคร่งครัด
ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นโดยไม่มีข้อบังคับเรื่องฉันทลักษณ์ แต่มีความสละสลวย
งานเขียนที่ต้องอ่านเป็นทำนองเสนาะเพื่อให้เกิดความไพเราะ
29.
วรรณกรรมร้อยแก้วประเภทใดที่เน้นการเล่าเรื่องราวที่สมมติขึ้น โดยมีความสมจริงของตัวละครและเหตุการณ์
บันเทิงคดี
ตำนาน
สารคดี
พงศาวดาร
30.องค์ประกอบสำคัญของเรื่องสั้น (Short Story) ที่ทำให้แตกต่างจากนวนิยายคืออะไร
มีโครงเรื่องหลักเพียงโครงเรื่องเดียวและมุ่งสู่จุดหมายอย่างรวดเร็ว
เน้นการพรรณนาฉากอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกแง่มุม
ต้องมีบทอัศจรรย์แทรกอยู่เสมอ
มีตัวละครจำนวนมากและซับซ้อน
31.วรรณคดีร้อยแก้วเรื่องใดที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็น 'ยอดของนิทาน'
หัวใจนักรบ
ราชาธิราช
ไตรภูมิพระร่วง
สามก๊ก
32.ข้อใดเป็นลักษณะของ 'ร้อยแก้วเชิงวิชาการ'
การใช้ภาษาที่กำกวมเพื่อให้ผู้อ่านได้ตีความ
การสร้างตัวละครสมมติขึ้นมาประกอบการอธิบาย
การมุ่งเน้นความเพลิดเพลินและอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก
การนำเสนอข้อเท็จจริง มีหลักฐานอ้างอิง และใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา
33.ในองค์ประกอบของร้อยแก้วประเภทบันเทิงคดี 'แก่นของเรื่อง' (Theme) หมายถึงอะไร
สถานที่เกิดเหตุในเรื่อง
รายชื่อตัวละครทั้งหมดในเรื่อง
แนวคิดสำคัญหรือจุดมุ่งหมายหลักที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร
บทสนทนาระหว่างตัวเอกกับตัวร้าย
34.ข้อใดคือลักษณะเด่นที่สำคัญที่สุดที่แยก 'ร้อยกรอง' ออกจาก 'ร้อยแก้ว'
การใช้คำศัพท์ที่ทันสมัย
การเขียนบรรยายเหตุการณ์ตามความเป็นจริงเท่านั้น
การไม่จำกัดความยาวของบทประพันธ์
การมีข้อบังคับทางฉันทลักษณ์ เช่น สัมผัส จำนวนคำ และจังหวะ
35.ข้อบังคับเรื่อง 'เอก-โท' เป็นลักษณะเฉพาะของคำประพันธ์ประเภทใด
ร่ายยาว
โคลงสี่สุภาพ
กลอนสุภาพ
กาพย์ยานี 11
36.คำประพันธ์ประเภทใดที่บังคับเรื่อง 'คำครุ-คำลหุ'
กาพย์ฉบัง 16
กลอนบทละคร
ฉันท์
โคลงกระทู้
37.ข้อใดคือลักษณะของ 'สัมผัสสระ'
คำที่มีสระเดียวกันและตัวสะกดในมาตราเดียวกัน
คำที่มีพยัญชนะต้นตัวเดียวกัน
คำที่มีวรรณยุกต์ระดับเสียงเดียวกัน
คำที่ขึ้นต้นวรรคด้วยคำว่า 'เมื่อนั้นมา
38.วรรณคดีเรื่อง 'พระอภัยมณี' แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใดเป็นหลัก
ฉันท์
ลิลิต
กลอนสุภาพ
โคลง
39.
การเล่น 'สัมผัสใน' (สัมผัสสระหรือพยัญชนะภายในวรรค) มีประโยชน์อย่างไร
เพิ่มความไพเราะและช่วยให้จังหวะการอ่านรื่นหูมากขึ้น
ทำให้เนื้อเรื่องดูสั้นลง
เป็นข้อบังคับที่ถ้าไม่มีจะถือว่าสอบตกตามฉันทลักษณ์
ช่วยประหยัดจำนวนคำในการแต่ง
40.'รสวรรณคดีไทย' ข้อใดหมายถึงบทแห่งความโกรธแค้น ตัดพ้อ หรือด่าว่า
สัลลาปังคพิสัย
เสาวรจนี
นารีปราโมทย์
พิโรธวาทัง
