NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบเรื่องความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (ม.1)
Total questions: 50
Worksheet time: 25mins
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: สาร A มีความจุความร้อนจำเพาะมากกว่าสาร B ทั้งสองมีมวลเท่ากัน และเริ่มต้นที่อุณหภูมิเดียวกัน เมื่อตั้งให้ได้รับความร้อนปริมาณเท่ากัน ข้อใดถูกต้อง
อุณหภูมิของสาร A มากกว่าสาร B
อุณหภูมิของสาร A น้อยกว่าสาร B
อุณหภูมิของสาร A เท่ากับสาร B
ความจุความร้อนจำเพาะของสาร A เท่ากับสาร B
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: สารต่างชนิดกัน มีมวลเท่ากัน ได้รับความร้อนปริมาณเท่ากัน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของทั้งสองสารจะเป็นอย่างไร
เท่ากัน เพราะมวลเท่ากัน
เท่ากัน เพราะได้รับความร้อนเท่ากัน
ไม่เท่ากัน เพราะมีความจุความร้อนจำเพาะต่างกัน
ไม่เท่ากัน เพราะมีความร้อนแฝงต่างกัน
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณความร้อนที่ให้กับสาร (ΔQ) กับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น (ΔT) โดยสารทั้งสองมีมวลเท่ากัน ข้อใดถูกต้อง
สาร A มีความจุความร้อนจำเพาะมากกว่าสาร B
สาร A มีความจุความร้อนจำเพาะน้อยกว่าสาร B
สาร A มีความจุความร้อนจำเพาะเท่ากับสาร B
สาร A มีความจุความร้อนจำเพาะน้อยเท่ากับสาร B
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: เหล็กมีความจุความร้อนจำเพาะ 450 J/kg·K และน้ำมีความจุความร้อนจำเพาะ 4,180 J/kg·K เหล็กและน้ำมีมวลเท่ากัน เริ่มที่อุณหภูมิเท่ากัน หากทำให้ทั้งคู่มีอุณหภูมิลดลงเท่ากัน สารใดจะถ่ายโอนความร้อนได้มากกว่า
เหล็ก
น้ำ
เท่ากันทั้งเหล็กและน้ำ
ข้อมูลไม่เพียงพอ
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: ถ้าต้องการทำให้น้ำแข็งมวล 10 กรัม หลอมเหลวกลายเป็นของเหลวทั้งหมด จะต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด (กำหนดให้ค่าความร้อนแฝงของการหลอมเหลวน้ำแข็งเท่ากับ 80 Cal/g)
8 Cal.
8 J
800 Cal.
800 J
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: ช้อนเงินมีมวล 60 กรัม เริ่มที่อุณหภูมิ 25°C เมื่อนำไปแช่ในน้ำร้อนจนมีอุณหภูมิเป็น 60°C ช้อนเงินได้รับความร้อนเท่าใด (ความจุความร้อนจำเพาะของเงิน = 0.05 Cal/g·°C)
100 แคลอรี
105 แคลอรี
110 แคลอรี
115 แคลอรี
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: น้ำมวล 1 kg เริ่มที่อุณหภูมิ 30°C ต้องการต้มให้เดือดที่อุณหภูมิ 100°C ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำ 4,180 J/kg·K ต้องใช้ความร้อนเท่าใด
125.4 kJ
146.3 kJ
292.6 kJ
303.4 kJ
เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามคำชี้แจงตอนที่ 1: เมื่อน้ำแข็งมวล 800 กรัม มีอุณหภูมิ −10°C หากต้องการให้ละลายหมดพอดี จะต้องใช้พลังงานความร้อนอย่างน้อยเท่าใด (กำหนดให้ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำแข็ง = 0.5 Cal/g·°C และค่าความร้อนแฝงของการหลอมเหลวน้ำแข็ง = 80 Cal/g)
680 Cal.
6,800 Cal.
68,000 Cal.
680,000 Cal.
ข้อใดบอกความหมายของอุณหภูมิได้ถูกต้อง
ขนาดของความร้อนในวัตถุ
ความอุณหภูมิร้อนในวัตถุ
ระดับความร้อนในวัตถุ
พลังงานความร้อนในวัตถุ
ข้อใดถูกต้อง
เคลวิน - ระบบเอสไอ
องศาฟาเรนไฮต์ - ระบบเมตริก
องศาเซลเซียส - ระบบอังกฤษ
องศาเซลเซียส - ระบบเอสไอ
ข้อใดไม่ใช่หน่วยวัดอุณหภูมิ
บาร์เรล
เคลวิน
โรมเมอร์
ฟาเรนไฮต์
ถ้านำน้ำที่ต้มไปวางไว้ที่อุณหภูมิ 194∘ F น้ำจะมีลักษณะตามข้อใด
น้ำเย็นจัด
น้ำร้อนจัด
น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง
น้ำระเหยกลายเป็นไอ
อุณหภูมิของร่างกายคนปกติเท่ากับ 37∘ C มีค่าเท่ากับกี่องศาฟาเรนไฮต์
37∘ F
86.6∘ F
98.6∘ F
108.0∘ F
วัตถุใดมีอุณหภูมิ 35∘ C มีค่าเท่ากับกี่เคลวิน
273K
308K
−238K
−373K
อุณหภูมิในข้อใด เมื่อเทียบกันแล้วจะรู้สึกร้อนมากที่สุด
100∘ F
35∘ C
300K
28∘R
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
อุณหภูมิ 313K เย็นกว่าที่อุณหภูมิ 40∘R
อุณหภูมิ 27∘ C เย็นกว่าที่อุณหภูมิ 20∘R
อุณหภูมิ 20∘R เย็นกว่าที่อุณหภูมิ 90∘ F
อุณหภูมิ 90∘ F เย็นกว่าที่อุณหภูมิ 313K
ถ้านำน้ำที่ต้มไปวางไว้ที่อุณหภูมิ 194∘ F น้ำจะมีลักษณะตามข้อใด
น้ำเย็นจัด
น้ำร้อนจัด
น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง
น้ำระเหยกลายเป็นไอ
สารชนิดหนึ่งมีอุณหภูมิ 8K จะมีอุณหภูมิที่องศาโรเมอร์
212 องศาโรเมอร์
265 องศาโรเมอร์
−212 องศาโรเมอร์
−265 องศาโรเมอร์
ปริมาตรของสารเมื่อได้รับความร้อนจะเป็นอย่างไร
ลดลง
เท่าเดิม
เพิ่มขึ้น
ลดลงหรือเพิ่มขึ้น
แก๊ส ของแข็ง และของเหลว เมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เปลี่ยนสถานะ ปริมาตรเท่าเดิม
เปลี่ยนสถานะ ปริมาตรเพิ่มขึ้น
เกิดการขยายตัว ปริมาตรเท่าเดิม
เกิดการขยายตัว ปริมาตรเพิ่มขึ้น
เมื่อได้รับความร้อน พลังงานภายในของสารจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
พลังงานภายในเปลี่ยนเป็นพลังงานศักย์
พลังงานภายในเปลี่ยนเป็นพลังงานกล
พลังงานภายในเพิ่มขึ้น
พลังงานภายในลดลง
ข้อใดเรียงลำดับการขยายตัวของสารเมื่อได้รับความร้อนถูกต้อง (จากมากไปหาน้อย)
ของแข็ง ของเหลว แก๊ส
ของเหลว แก๊ส ของแข็ง
แก๊ส ของแข็ง ของเหลว
แก๊ส ของเหลว ของแข็ง
เมื่อน้ำได้รับความร้อนจนกลายเป็นไอ การเคลื่อนที่ของโมเลกุลของน้ำจะเป็นไปตามข้อใด
เคลื่อนที่ช้าลง
เคลื่อนที่เท่ากัน
จับกันแน่นขึ้น
เคลื่อนที่เร็วและเป็นอิสระ
การขยายตัวของของแข็ง (เช่น เหล็ก) เมื่อได้รับความร้อน เป็นการขยายตัวในรูปแบบใด
การขยายตัวเชิงเส้น
การขยายตัวเชิงพื้นที่
การขยายตัวเชิงปริมาตร
การขยายตัวเชิงผิว
จากข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง 1. โมเลกุลของแก๊สมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันน้อย จึงทำให้พลังงานจลน์มาก 2. ความร้อนของสารเกิดจากการสั่นของโมเลกุล 3. อุณหภูมิของสารสูง แสดงว่ามีความร้อนมาก
1 และ 2
2 และ 3
1 และ 3
1 2 และ 3
ข้อความต่อไปนี้ข้อใดกล่าวผิด
ของแข็งเป็นสภาพที่โมเลกุลมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมาก จึงมีปริมาตรและรูปร่างแน่นอน
ของเหลวมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยกว่าของแข็ง โมเลกุลของเหลวจึงเคลื่อนที่ตลอดเวลา
แก๊สเป็นสภาพที่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้อยที่สุด
ของแข็งเป็นสภาพที่โมเลกุลไม่มีการสั่น จึงไม่มีความร้อนอยู่เลย
สารจะรับความร้อนได้มากน้อยเพียงใด ไม่ขึ้นกับปริมาณใด
มวลของสาร
ความจุความร้อนจำเพาะของสาร
อุณหภูมิของสาร
ปริมาณความร้อนที่ให้
เมื่อของเหลวได้รับความร้อน อนุภาคของของเหลวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
พลังงานลดลง เคลื่อนที่ช้าลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
พลังงานลดลง เคลื่อนที่ช้าลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น
พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น
พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
ลูกปิงปองบุบลงเมื่อปะทะพื้น หนูนาอยากทำอย่างไรเพื่อให้ลูกปิงปองกลับมาเป็นเหมือนเดิม
นำไปต้ม
แช่ในตู้เย็น
แช่ในแอลกอฮอล์
แช่ในสารละลายกรด
ในฤดูหนาวแม่น้ำบางแห่งมีผิวน้ำแข็ง แต่ปลาใต้ผิวน้ำแข็งยังมีชีวิตอยู่ได้เพราะเหตุใด
เพราะสัตว์น้ำที่อยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งไม่เคลื่อนที่
เพราะสัตว์น้ำที่อยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งเกิดการเคลื่อนที่มากขึ้น
เพราะน้ำด้านล่างยังคงเป็นของเหลวและมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำแข็ง
เพราะน้ำด้านล่างของแม่น้ำมีความหนาแน่นน้อยกว่าส่วนบนที่เป็นน้ำแข็ง
เมื่อนำลูกโป่งไปให้ความร้อน ลูกโป่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ลูกโป่งไม่พองตัว
ลูกโป่งพองตัวมากขึ้น
ลูกโป่งหดตัว
ลูกโป่งแตก
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องการขยายตัวของสสารไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
การเปิดฝาขวดแก้วที่ปิดแน่นทำได้โดยเทน้ำเย็นบนฝาขวดแก้วจะทำให้เปิดขวดง่ายขึ้น
อากาศร้อนใต้หลังคาจะลอยตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศออกทางช่องระบายอากาศที่ดีของหลังคา
การขยายตัวและหดตัวของอุปกรณ์ในเครื่องวัดอุณหภูมิสามารถใช้วัดอุณหภูมิของสิ่งต่าง ๆ ได้
การสร้างรางรถไฟต้องออกแบบให้มีช่องว่างเล็ก ๆ เป็นช่วง ๆ เพื่อให้โลหะสามารถขยายตัวได้
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
แผ่นเหล็กจะถ่ายความร้อนได้ดีกว่าผงเหล็ก
น้ำเย็นจะดูดกลืนความร้อนได้เร็วกว่าน้ำร้อน
ลูกปิงปองจะดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าลูกกอล์ฟ
วัตถุที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนจะถ่ายความร้อนได้ดีกว่าวัตถุโลหะ
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น เมื่อใช้มือจับวัตถุที่ร้อนแล้วรู้สึกร้อน แสดงว่าเกิดเหตุการณ์ใด
วัตถุมีอุณหภูมิสูง
มือได้รับความร้อนจากวัตถุ
ไม่มีการถ่ายโอนความร้อนเกิดขึ้น
ความร้อนจากมือถ่ายโอนไปยังวัตถุ
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น ในการเกิดสมดุลความร้อน ข้อใดเป็นจริง
อุณหภูมิที่เพิ่ม เท่ากับอุณหภูมิที่ลด
มวลที่เพิ่ม เท่ากับมวลที่ลด
ปริมาณความร้อนที่เพิ่ม เท่ากับปริมาณความร้อนที่ลด
ทุกข้อที่กล่าวมา
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น สถานการณ์ใด ไม่มีการเกิดสมดุลความร้อน
การผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็นแล้วปล่อยไว้ให้เกิดการปรับอุณหภูมิ
ถ้วยโลหะที่ร้อนตั้งไว้ให้เย็นลง
การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นลง
น้ำแข็งผสมน้ำอัดลมที่ละลายจนก้อนเล็กลงเรื่อยๆ
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น น้ำร้อนปริมาตร 1 ลิตร อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ปล่อยทิ้งไว้จนมีอุณหภูมิห้อง น้ำจะได้รับหรือสูญเสียความร้อนเท่าใด (ค่าความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส และอุณหภูมิห้องประมาณ 30 องศาเซลเซียส)
น้ำได้รับความร้อน 30 แคลอรี
น้ำได้รับความร้อน 30 กิโลแคลอรี
น้ำสูญเสียความร้อน 30 แคลอรี
น้ำสูญเสียความร้อน 30 กิโลแคลอรี
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น น้ำ 300 กรัม อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ผสมกับเหล็กมวล 100 กรัม อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส จงกำหนดอุณหภูมิผสม (ค่าความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส และของเหล็กเท่ากับ 0.115 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส)
26.65 องศาเซลเซียส
12.85 องศาเซลเซียส
11.88 องศาเซลเซียส
28.82 องศาเซลเซียส
ใช้สมการ Qสูญเสีย=Qได้รับ เมื่อจำเป็น ต้องการผสมน้ำโดยใช้น้ำมวล 3,000 กรัม ที่มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เข้ากับน้ำร้อนมวล 2,000 กรัม อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส จงคำนวณอุณหภูมิผสมทันทีเมื่อเกิดสมดุลความร้อน (ความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส)
55 องศาเซลเซียส
56 องศาเซลเซียส
57 องศาเซลเซียส
58 องศาเซลเซียส
การถ่ายโอนความร้อนที่ไม่เกิดการเคลื่อนที่ของสสาร เป็นการถ่ายโอนความร้อนรูปแบบใด
การพาความร้อน
การนำความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
การดูดกลืนความร้อน
นักเรียนจับปลายลวดด้านหนึ่ง และนำปลายอีกด้านไปอังเหนือเปลวไฟ เหตุใดจึงรู้สึกร้อนมือ
เกิดการนำความร้อน
เกิดการพาความร้อน
เกิดการกระจายความร้อน
เกิดการแผ่รังสีความร้อน
ข้อใดเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ต้องอาศัยตัวกลาง 1. การนำความร้อน 2. การพาความร้อน 3. การแผ่รังสีความร้อน
เฉพาะ 1.
เฉพาะ 2.
1 และ 2
1, 2 และ 3
การแผ่รังสีความร้อนเกิดขึ้นในบริเวณสูญญากาศได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ได้ เพราะบริเวณสูญญากาศเกิดการแผ่รังสีความร้อนได้ดีที่สุด
ไม่ได้ เพราะบริเวณสูญญากาศไม่มีสารเป็นตัวพาความร้อน
ได้ เพราะบริเวณสูญญากาศมีความกดดันของอากาศน้อยมาก ทำให้เคลื่อนที่ได้เยอะ
ได้ เพราะการแผ่รังสีความร้อนไม่จำเป็นต้องอาศัยอนุภาคของตัวกลาง
การแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่ายโอนแบบใด
การส่งผ่านความร้อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
การส่งผ่านความร้อนโดยรวมไปทิศเดียว
การถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่นของโมเลกุล
การส่งผ่านความร้อนจากของเหลว
การใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหารเพื่อให้อาหารร้อนได้นานขึ้น เป็นการนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนแบบใดมาใช้ประโยชน์
การนำความร้อน
การพาความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน
การดูดกลืนความร้อน
ด้ามจับหม้อที่ใช้ต้มอาหารร้อนมักทำด้วยพลาสติก เพื่อจุดประสงค์ใด
เพื่อความสะดวกในการใช้
เพื่อความสวยงามถูกใจผู้ซื้อ
เป็นฉนวนป้องกันความร้อน
ป้องกันการพาความร้อน
เมื่อนำภาชนะโลหะตั้งบนเตาแก๊ส น้ำในภาชนะจะเดือดได้เพราะได้รับการถ่ายโอนความร้อนจากเตาแกสโดยวิธีใด
การนำความร้อน และการพาความร้อน
การพาความร้อน และการแผ่รังสีความร้อน
การกระจายความร้อนและการนำความร้อน
การแผ่รังสีความร้อน และการนำความร้อน
ทำให้แท่งแก้วมวล 0.5 กิโลกรัม มีอุณหภูมิสูงขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 200 องศาเซลเซียส ต้องให้ความร้อนแก่แท่งแก้วกี่แคลอรี (ความร้อนจำเพาะของแก้ว 0.2 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส) (1 คะแนน)
17,500 แคลอรี
8,750 แคลอรี
35,000 แคลอรี
1,750 แคลอรี
ต้องใช้ปริมาณความร้อนกี่แคลอรีในการทำให้เอทิลแอลกอฮอล์มวล 300 กรัม ที่อุณหภูมิ 78 องศาเซลเซียส เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สทั้งหมดที่อุณหภูมิ 78 องศาเซลเซียส (ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอของเอทิลแอลกอฮอล์ 205 แคลอรี/กรัม) (1 คะแนน)
61,500 แคลอรี
6,150 แคลอรี
615,000 แคลอรี
41,000 แคลอรี
ผสมน้ำ 10 กรัม ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส กับน้ำ 90 กรัม ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส อุณหภูมิหลังผสมจะเท่าไร (กำหนดให้ความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1 แคลอรี/กรัม·องศาเซลเซียส) (1 คะแนน)
90 องศาเซลเซียส
50 องศาเซลเซียส
80 องศาเซลเซียส
70 องศาเซลเซียส
