wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

MID ซคก.

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องที่สุดของ "เครื่องจักรในงานอุตสาหกรรม

a)

อุปกรณ์ที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก

b)

กลไกที่เปลี่ยนพลังงานเป็นงานเชิงกลเพื่อการผลิต

c)

เครื่องมือที่ทำหน้าที่วัดขนาดชิ้นงาน

d)

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานโรงงาน

2.

เป้าหมายสูงสุดของการบำรุงรักษา (Maintenance) คือข้อใด

a)

เพื่อให้เครื่องจักรดูใหม่อยู่เสมอ

b)

เพื่อลดจำนวนพนักงานในโรงงาน

c)

เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดการขัดข้อง  

d)

เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าในการผลิต

3.

ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่หลักของหน่วยซ่อมบำรุง

a)

การตรวจเช็คเครื่องจักรตามระยะเวลา

b)

การจัดจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้า  

c)

การซ่อมแซมเมื่อเครื่องจักรชำรุด

d)

การจัดเก็บประวัติการซ่อม

4.

การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วมเรียกว่าอะไร

a)

PM

b)

CM

c)

TPM

d)

BM

5.

"การหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามตารางเวลา" จัดเป็นการบำรุงรักษาประเภทใด

a)

การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

b)

การบำรุงรักษาหลังเกิดเหตุขัดข้อง

c)

การบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง

d)

การป้องกันการบำรุงรักษา

6.

หากเครื่องจักรเสียแล้วจึงทำการซ่อม เรียกว่าการบำรุงรักษาแบบใด

a)

PM

b)

BM

c)

PdM

d)

TPM

7.

ข้อใดเป็นข้อควรระวังอันดับแรกในการใช้เครื่องจักรกล

a)

การทำความสะอาดเครื่อง

b)

การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

c)

การตรวจสอบระดับน้ำมัน

d)

การจดบันทึกเวลาทำงาน

8.

การติดตั้งป้ายเตือน "กำลังซ่อมบำรุง" มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

บอกให้รู้ว่าเครื่องจักรราคาแพง

b)

ป้องกันผู้อื่นมาเปิดสวิตช์เครื่องขณะปฏิบัติงาน  

c)

เป็นการโฆษณาหน่วยงานซ่อมบำรุง

d)

เพื่อความสวยงามของโรงงาน

9.

บุคคลใดมีหน้าที่รับผิดชอบการบำรุงรักษาเบื้องต้น (เช่น การทำความสะอาด)

a)

ผู้จัดการโรงงาน

b)

พนักงานซ่อมบำรุงภายนอก

c)

ผู้ควบคุมเครื่องจักร

d)

พนักงานบัญชี

10.

"Service Manual" หมายถึงคู่มือประเภทใด

a)

คู่มือการขาย

b)

คู่มือการซ่อมบำรุง  

c)

คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

d)

คู่มือการจัดซื้อ

11.

การตรวจสอบเครื่องจักรด้วย "ตาเปล่า" จัดเป็นการตรวจสอบประเภทใด

a)

การใช้เครื่องมือวัดละเอียด

b)

การตรวจสอบด้วยประสาทสัมผัส  

c)

การตรวจสอบทางเคมี

d)

การตรวจสอบด้วยรังสี

12.

คู่มือประเภท "Operator Manual" เน้นเนื้อหาด้านใดเป็นหลัก

a)

การหล่อแบบชิ้นส่วน

b)

วิธีการใช้งานและการปรนนิบัติบำรุงเบื้องต้น  

c)

ขั้นตอนการออกแบบเครื่องจักร

d)

รายการคำนวณโครงสร้าง

13.

"Parts List" ในคู่มือเครื่องจักรมีประโยชน์อย่างไร

a)

บอกราคากลางของเครื่องจักร

b)

แสดงชื่อและรหัสหมายเลขของชิ้นส่วนทุกชิ้น  

c)

บอกประวัติการศึกษาของผู้ออกแบบ

d)

ใช้แทนใบเสร็จรับเงิน

14.

ภาพลักษณะใดที่แสดงลำดับการถอดประกอบชิ้นส่วนได้ชัดเจนที่สุด

a)

ภาพ 3 มิติแบบภาพประกอบ

b)

ภาพลายเส้น 2 มิติ

c)

ภาพถ่ายขาวดำ

d)

ภาพร่างด้วยมือ

15.

ในคู่มือการซ่อม สัญลักษณ์ "รูปถังน้ำมัน" มักหมายถึงอะไร

a)

จุดที่ต้องระวังไฟไหม้

b)

จุดที่ต้องหล่อลื่นหรือเติมน้ำมัน  

c)

จุดที่ต้องระบายอากาศ

d)

จุดที่เป็นขยะอันตราย

16.

ข้อใดคือรูปแบบของคู่มือในยุคปัจจุบันที่นิยมใช้เพื่อความรวดเร็ว

a)

แผ่นศิลาจารึก

b)

หนังสือปกแข็ง

c)

ไฟล์ดิจิทัล

d)

การบอกเล่าปากต่อปาก

17.

การดู "ตารางแก้ปัญหา" (Troubleshooting) ในคู่มือมีประโยชน์อย่างไร

a)

เพื่อหาชื่อผู้ผลิต

b)

เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขเมื่อเครื่องเกิดอาการผิดปกติ

c)

เพื่อดูราคาอะไหล่

d)

เพื่อหาที่ตั้งโรงงานผลิต

18.

ก่อนทำการถอดแยกชิ้นส่วนเครื่องจักร สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร

a)

เตรียมค้อนปอนด์

b)

ศึกษาคู่มือและลำดับขั้นตอนการถอด  

c)

ฉีดน้ำล้างเครื่อง

d)

ถอดน็อตทุกตัวออกพร้อมกัน

19.

การเขียนหมายเลขกำกับชิ้นส่วนขณะถอด มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพื่อให้ชิ้นส่วนดูสวยงาม

b)

ป้องกันความสับสนขณะประกอบกลับ  

c)

เพื่อเพิ่มราคาสินค้า

d)

เป็นเครื่องหมายทางการค้า

20.

คู่มือติดตั้ง (Installation Manual) ควรศึกษาเมื่อใด

a)

เมื่อเครื่องจักรพังเสียหาย

b)

ก่อนการติดตั้งเครื่องจักรใหม่  

c)

เมื่อต้องการขายเครื่องจักรทิ้ง

d)

เมื่อต้องการทาสีเครื่องใหม่

21.

การตรวจสอบ "ฐานเครื่อง" (Machine Base) สิ่งสำคัญที่สุดคืออะไร

a)

ความสวยงามของสี

b)

ความขนานและความได้ระดับ

c)

น้ำหนักของฐาน

d)

ความสูงของฐานจากพื้น

22.

เครื่องมือชนิดใดนิยมใช้ในการวัดระดับความราบเรียบของแท่นเครื่องมากที่สุด

a)

ตลับเมตร

b)

ไม้บรรทัดเหล็ก

c)

ระดับน้ำความละเอียดสูง

d)

ฉากตาย

23.

การตรวจสอบความสึกหรอของ "รางเลื่อน" (Way) มักเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด

a)

การเสียดสีและความสกปรก  

b)

การวางเครื่องในที่ร่ม

c)

การใช้ความเร็วรอบต่ำเกินไป

d)

การเช็ดทำความสะอาดบ่อยเกินไป

24.

"Alignment Test" หมายถึงการตรวจสอบข้อใด

a)

ตรวจสอบความตึงของโซ่

b)

ตรวจสอบศูนย์ร่วมและแนวแกนของชิ้นส่วน  

c)

ตรวจสอบสีผิวชิ้นงาน

d)

ตรวจสอบระบบไฟฟ้า

25.

การตรวจสอบความสมดุล (Balancing) มักกระทำกับชิ้นส่วนลักษณะใด

a)

ชิ้นส่วนที่อยู่นิ่งกับที่

b)

ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่แนวตรง

c)

ชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วรอบสูง  

d)

น็อตและสกรู

26.

ข้อใดคือลักษณะของ "Static Balance"

a)

การสมดุลขณะชิ้นส่วนกำลังหมุน

b)

การสมดุลขณะชิ้นส่วนหยุดนิ่ง  

c)

การสมดุลโดยใช้ลมเป่า

d)

การสมดุลด้วยระบบไฮดรอลิก

27.

เครื่องมือวัดใดใช้ตรวจสอบ "ค่าความแกว่ง" (Run-out) ของเพลาได้ดีที่สุด

a)

ไมโครมิเตอร์

b)

เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์

c)

ไดอัลเกจ

d)

บรรทัดเหล็ก

28.

การตรวจสอบชิ้นส่วนด้วยน้ำยาแทรกซึม (Dye Penetrant) ใช้เพื่อหาอะไร

a)

หาค่าความแข็ง

b)

หาความยาวชิ้นงาน

c)

หารอยร้าวที่ผิวชิ้นงาน  

d)

หาจุดศูนย์ถ่วง

29.

ความสึกหรอแบบ "Pitting" มักพบได้บ่อยในชิ้นส่วนใด

a)

ฟันเฟือง

b)

สายพาน

c)

โครงเครื่อง

d)

พลาสติกกันฝุ่น

30.

การใช้ "Feeler Gauge" เหมาะสำหรับงานตรวจสอบในข้อใด

a)

วัดความกว้างของโรงงาน

b)

วัดระยะห่างหรือช่องว่างระหว่างชิ้นส่วน  

c)

วัดความโตของเพลา

d)

วัดความลึกของรูเจาะ

31.

การบำรุงรักษา "เครื่องเจาะ" (Drilling Machine) ข้อใดควรทำเป็นประจำหลังเลิกใช้งาน

a)

ถอดมอเตอร์มาล้างน้ำ

b)

ทำความสะอาดเศษโลหะและทาแม้น้ำมันกันสนิมที่โต๊ะงาน  

c)

เปลี่ยนชุดเฟืองทุกครั้ง

d)

ทาสีเครื่องใหม่ทุกวัน

32.

หาก "สายพาน" ของเครื่องเจาะหย่อน จะส่งผลอย่างไร

a)

มอเตอร์ไหม้ทันที

b)

เกิดการลื่นไถลและส่งกำลังได้ไม่เต็มที่  

c)

ดอกเจาะจะแข็งขึ้น

d)

ประหยัดน้ำมันหล่อลื่น

33.

การอัดจาระบีที่ชุดเพลาหมุน (Spindle) ของเครื่องเจาะมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพื่อความสวยงาม

b)

เพื่อลดการสึกหรอและระบายความร้อนของตลับลูกปืน  

c)

เพื่อให้เครื่องเจาะรูได้โตขึ้น

d)

เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับเครื่อง

34.

การบำรุงรักษา "เครื่องเจียระไนลับคมตัด" (Off-hand Grinder) ข้อใดสำคัญที่สุดด้านความปลอดภัย

a)

การตรวจสอบระยะห่างระหว่างแท่นรองงานกับล้อหิน  

b)

การเช็ดฝุ่นที่ฐานเครื่อง

c)

การเปลี่ยนน็อตยึดมอเตอร์

d)

การใช้สีที่สดใส

35.

ระยะห่างที่เหมาะสมระหว่าง "แท่นรองงาน" (Tool Rest) กับ "ล้อหินเจียระไน" ไม่ควรเกินกี่มิลลิเมตร

a)

1-3 มม.  

b)

10 มม.

c)

20 มม.

d)

50 มม.

36.

เมื่อล้อหินเจียระไนมีลักษณะ "ทื่อ" หรือ "อุดตัน" (Loading) ควรแก้ไขอย่างไร

a)

ฝืนเจียระไนต่อไป

b)

นำน้ำมันมาทาที่ล้อหิน

c)

ใช้เครื่องมือแต่งหน้าหิน

d)

ทิ้งล้อหินนั้นทันที

37.

การเคาะล้อหินเจียระไนเพื่อฟังเสียง (Ring Test) ทำเพื่ออะไร

a)

ตรวจดูว่าหินแข็งหรือไม่

b)

ตรวจสอบรอยร้าวภายในล้อหิน  

c)

ตรวจสอบยี่ห้อของหิน

d)

เป็นการไล่ความชื้น

38.

แผ่นใส (Eye Shield) บนเครื่องเจียระไนมีไว้เพื่ออะไร

a)

ป้องกันแสงแดด

b)

ป้องกันเศษโลหะและประกายไฟเข้าตา  

c)

ใช้ขยายภาพชิ้นงาน

d)

ป้องกันเสียงดัง

39.

การบำรุงรักษามอเตอร์เครื่องเจียระไน ควรระวังเรื่องใดมากที่สุด

a)

ฝุ่นละอองจากการเจียระไนเข้าไปสะสม  

b)

การวางใกล้ถังน้ำมัน

c)

การเปิดใช้งานนาน 5 นาที

d)

การใช้มอเตอร์ขนาดเล็กเกินไป

40.

ก่อนเปิดสวิตช์เครื่องเจียระไน ควรตรวจสอบสิ่งใดเป็นอันดับแรก

a)

สีของเครื่อง

b)

ความแน่นหนาของล้อหินและการหมุนที่ไม่แกว่ง  

c)

ชื่อผู้ผลิตมอเตอร์

d)

ความยาวของสายไฟ

41.

การปรับตั้ง "สายพานวี" (V-Belt) ที่ถูกต้องควรตรวจสอบสิ่งใด

a)

สีของสายพาน

b)

ความตึงที่เหมาะสม  

c)

ความยาวของสายพานเป็นเมตร

d)

จำนวนร่องพูลเลย์

42.

วิธีการทดสอบความตึงสายพานแบบง่ายคือวิธีใด

a)

ใช้ไฟส่อง

b)

ใช้นิ้วกดลงกึ่งกลางระหว่างพูลเลย์แล้ววัดระยะยุบตัว  

c)

ฟังเสียงมอเตอร์

d)

วัดอุณหภูมิสายพาน

43.

หากปรับตั้งสายพาน "ตึงเกินไป" จะส่งผลเสียอย่างไร

a)

สายพานจะลื่น

b)

ตลับลูกปืนและเพลาได้รับภาระหนักเกินไปและเสียหายเร็ว  

c)

ประหยัดพลังงานมากขึ้น

d)

มอเตอร์จะเย็นลง

44.

การปรับตั้ง "โซ่ส่งกำลัง" (Chain Drive) ควรมีระยะหย่อน (Slack) ประมาณเท่าใดของระยะห่างศูนย์กลางเพลา

a)

0% (ต้องตึงเป๊ะ)

b)

2-3%  

c)

50%

d)

80%

45.

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับปรับตึงสายพานหรือโซ่เรียกว่าอะไร

a)

สกรูปรับตั้ง หรือลูกรอกปรับตึง

b)

ค้อนเหล็ก

c)

สว่านไฟฟ้า

d)

คีมล็อก

46.

การปรับตั้ง "ศูนย์พูลเลย์" (Pulley Alignment) ให้ตรงกันมีประโยชน์อย่างไร

a)

ป้องกันสายพานบิดตัวและลดการสึกหรอที่ขอบสายพาน  

b)

เพื่อให้สายพานมีสีสวยขึ้น

c)

เพื่อเพิ่มความเร็วรอบมอเตอร์

d)

เพื่อลดการใช้น้ำมันหล่อลื่น

47.

การหล่อลื่นโซ่ส่งกำลัง ควรใช้อะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด

a)

จาระบีเบอร์ 3

b)

น้ำมันหล่อลื่นโซ่โดยเฉพาะ

c)

น้ำเปล่า

d)

จาระบีขาว

48.

เมื่อพบว่าโซ่ "ยืด" จนสุดระยะปรับตั้ง ควรทำอย่างไร

a)

ตัดข้อโซ่ออกเรื่อยๆ

b)

ฝืนใช้ต่อไป

c)

เปลี่ยนโซ่และเฟืองโซ่ใหม่  

d)

ทาน้ำมันให้เยอะขึ้น

49.

สารหล่อลื่นในระบบสายพาน (Belt Dressing) มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อให้สายพานลื่นหลุดง่าย

b)

เพิ่มแรงยึดเกาะและลดเสียงดังของสายพาน  

c)

ใช้ทาเพื่อเปลี่ยนสีสายพาน

d)

ใช้ทำความสะอาดคราบน้ำมัน

50.

ข้อใดคือความปลอดภัยขณะปรับตั้งสายพานและโซ่

a)

ต้องปิดเครื่องและตัดระบบไฟฟ้าก่อนปฏิบัติงาน  

b)

ปรับตั้งขณะเครื่องกำลังหมุนได้เพื่อให้เห็นความตึง

c)

ไม่ต้องสวมถุงมือ

d)

ใช้มือดึงโซ่ขณะมอเตอร์ทำงาน