wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ารสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธพิสัย

Total questions: 25

Worksheet time: 2hrs 5mins

Name
Class
Date
1.

หากต้องการสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมการฟังในระดับ ความเข้าใจ ควรเลือกพฤติกรรมใดเป็นตัวชี้วัดหลัก

a)

การวิจารณ์ความน่าเชื่อถือของผู้พูด

b)

การสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟัง

c)

การประเมินคุณค่าของเนื้อหา

d)

การตัดสินความเหมาะสมของภาษา

2.

ข้อใดเป็นความสอดคล้องที่ถูกต้องระหว่าง พฤติกรรมการฟัง กับ ลักษณะคำถามในการสร้างเครื่องมือวัด

a)

ความเข้าใจให้จำคำศัพท์จากเรื่องที่ฟัง

b)

การวิเคราะห์ให้แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง

c)

การประเมินค่าให้บอกชื่อเรื่องที่ฟัง

d)

ความจำให้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่ฟัง

3.

หากเลือกใช้ข่าวจากสื่อมวลชนเป็นเนื้อหาในการวัดพฤติกรรมการฟัง คำถามใดเหมาะสมที่สุดกับการวัดการวิเคราะห์

a)

ข่าวนี้กล่าวถึงใครเป็นหลัก

b)

ข่าวนี้มีใจความสำคัญว่าอย่างไร

c)

ข่าวนี้มีข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร

d)

ผู้ฟังรู้สึกอย่างไรหลังจากฟังข่าว

4.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเลือกเนื้อหาเพื่อสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมการฟังด้านพุทธิพิสัย

a)

ควรเป็นเนื้อหาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

b)

ควรเป็นเนื้อหาที่เน้นการจำคำศัพท์

c)

ควรเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ด้านการฟัง

d)

ควรเป็นเนื้อหาที่ผู้เรียนคุ้นเคยมากที่สุด

5.

การให้ผู้เรียนประเมินคุณภาพของเรื่องที่ฟังโดยอ้างเหตุผล แสดงว่ากำลังวัดพฤติกรรมการฟังในระดับใด

a)

ความรู้

b)

ความเข้าใจ

c)

การวิเคราะห์

d)

การประเมินค่า

6.

การวัดพฤติกรรมด้านการพูดที่ถูกต้องและตรงที่สุด ต้องให้ผู้เรียนปฏิบัติอย่างไร

a)

วัดผ่านการสอบถามความพึงพอใจ

b)

วัดผ่านการเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้

c)

วัดด้วยการปฏิบัติจริงแล้วเทียบกับเกณฑ์

d)

วัดด้วยการปฏิบัติจริงแล้วใช้เครื่องมือเพื่อวัดและประเมิน

7.

พฤติกรรมใดที่ควรเน้นควบคู่ไปกับการวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยด้านการพูดเป็นสำคัญ

a)

พฤติกรรมการนำไปใช้และสังเคราะห์

b)

พฤติกรรมการเขียน

c)

พฤติกรรมการฟัง

d)

พฤติกรรมการประเมิน

8.

ใครคือผู้นิยามวิธีวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่เกี่ยวกับการพูด

a)

Gard

b)

Good

c)

Golf

d)

Grown

9.

เนื้อหาในต่อไปนี้ ไม่เหมาะ สำหรับนำมาสร้างเป็นเครื่องมือวัดพฤติกรรมพุทธิพิสัยด้านการพูด

มีการแก้ไข

a)

บทสนทนา

b)

การอภิปราย

c)

เรียงความ

d)

โต้วาที

10.

ข้อใดไม่สามารถวัดได้จากการใช้เครื่องมือวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยด้านการพูด ชนิดแบบเลือกตอบ

a)

ระยะเวลาในการพูด

b)

การพูดได้ถูกหลัก

c)

การพูดได้ตรงวัตถุประสงค์

d)

การพูดได้คล่องแคล่ว

11.

หากต้องการออกข้อสอบเพื่อวัดทักษะการเขียน เครื่องมือในข้อใดมีความเหมาะสมมากที่สุด

a)

ข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ

b)

ข้อสอบปรนัยแบบเติมคำ

c)

ข้อสอบอัตนัยโดยมีเกณฑ์กำหนด

d)

ข้อสอบอัตนัยแบบแสดงวิธีทำ

12.

ลักษณะข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบตามแนวคิดของ Educational Testing Service วัดทักษะการเขียนกี่ด้าน

a)

1 ด้าน

b)

2 ด้าน

c)

3 ด้าน

d)

4 ด้าน

13.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของการวัดทักษะการรวบรวมและจัดระเบียบความคิด

a)

การเรียงประโยคย่อยๆ ที่ปะปนกัน ให้เป็นเรื่องเดียวกันและได้ใจความสมบูรณ์

b)

การอ่านออกเสียงประโยคย่อยๆ ให้ถูกต้องตามอักขระวิธีและชัดเจน

c)

การท่องจำประโยคย่อยๆ ที่กำหนดให้ได้ทั้งหมดโดยไม่ผิดเพี้ยน

d)

การคัดลายตัวบรรจงจากประโยคที่กำหนดให้เพื่อความสวยงามและอ่านง่าย

14.

ข้อใดไม่ใช่การวัดความสามารถในการแสดงความคิด

a)

การปรับปรุงข้อความ

b)

การรวบรวมและจัดระเบียบความคิด

c)

การหาสิ่งที่บกพร่อง

d)

การพิจารณาความบกพร่อง

15.

"คำถามชนิดนี้ต้องการให้ผู้ถูกวัดพิจารณาว่าข้อความที่กำหนดให้บกพร่องหรือไม่ ถ้าบกพร่องก็ให้บอกได้ว่าเป็นความบกพร่องชนิดใด"

a)

ให้ปรับปรุงข้อความ

b)

ให้หาสิ่งที่บกพร่อง

c)

ให้เปลี่ยนสำนวนโวหาร

d)

ให้พิจารณาความบกพร่อง

16.

การอ่านออกเสียงตามลักษณะของเสียง แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

a)

การอ่านออกเสียงธรรมดา กับ การอ่านออกเสียงขั้นสูง

b)

การอ่านออกเสียงธรรมดา กับ การอ่านออกเสียงทำนองเสนาะ

c)

การอ่านออกเสียงธรรมดา กับ การอ่านออกเสียงวิพากย์วิจารณ์

d)

การอ่านออกเสียงทำนองเสนาะ กับ การอ่านออกเสียงขั้นสูง

17.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของข้อความที่นำมาใช้ออกข้อสอบด้านการอ่านในใจ

a)

ข้อความประเภทร้อยกรอง

b)

ข้อความประเภทร้อยเรียง

c)

ข้อความประเภทร้อยแก้ว (ที่ไม่ใช่บทสนทนา)

d)

ข้อความประเภทบทสนทนา

18.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ประเภทของข้อความที่นำมาใช้ออกแบบข้อสอบวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธพิสัยที่เกี่ยวกับการอ่านในใจ "ที่เป็นกลุ่มคำหรือประโยคเพียง 1 ประโยค"

a)

สำนวน

b)

คำขวัญ

c)

โฆษณา

d)

คติคำคม

19.

ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ประเภทของข้อความที่นำมาใช้ออกแบบข้อสอบวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธพิสัยที่เกี่ยวกับการอ่านในใจ "ที่เป็นกลุ่มคำหรือประโยคมากกว่า 1 ประโยค และเป็นข้อความตอนเดียว"

a)

โวหารประเภทอุปมาอุปไมย

b)

ปาฐกถา

c)

สุนทรพจน์

d)

บทความ

20.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธพิสัยที่เกี่ยวกับการอ่านในใจ

a)

อ่านแล้วบอกเจตนาของผู้ส่งสารได้

b)

อ่านแล้วแยกข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็นได้

c)

อ่านแล้ววินิจฉัยเรื่องที่อ่านได้อย่างมีเหตุผล

d)

อ่านแล้วสามารถจัดทำสื่อประกอบเรื่องที่อ่านได้

21.

ข้อใดอธิบายความหมายของ “ข้อสอบปรนัย” ได้ถูกต้องที่สุด

a)

เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบเท่านั้น

b)

เป็นแบบทดสอบที่สามารถเขียนคำตอบได้อย่างอิสระ

c)

เป็นแบบทดสอบที่สามารถออกแบบได้หลายรูปแบบ แต่จะมีคำตอบที่ถูกต้องเพียง 1 ข้อเท่านั้น

d)

เป็นแบบทดสอบแบบจับคู่

22.

ข้อใดไม่ใช่เนื้อหาที่นำมาใช้ในการสร้างเครื่องมือที่เกี่ยวกับภาษาและหลักภาษาไทย

a)

การผันวรรณยุกต์

b)

การแต่งประโยค

c)

การใช้พจนานุกรม

d)

การจับใจความและพูดแสดงความคิดเห็น

23.

ข้อใดบอกความหมายของ “เครื่องมือวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่เกี่ยวกับภาษาและหลักภาษา” ได้ครอบคลุมที่สุด

a)

เป็นเครื่องมือที่เน้นพฤติกรรมความรู้ความจำ ความเข้าใจ และการนำไปใช้ ที่เกี่ยวกับหลักภาษา

b)

เป็นเครื่องมือที่วัดพฤติกรรมทางด้านการเขียนเป็นหลัก เช่น ข้อสอบอัตนัย ข้อสอบปรนัยแบบตอบสั้น

c)

เป็นเครื่องมือที่เน้นพฤติกรรมความรู้ความจำ ความเข้าใจ และการนำไปใช้ ที่เกี่ยวกับอ่าน ทั้งการอ่านในใจและการอ่านออกเสียง

d)

เป็นเครื่องมือประเภท ‘ปรนัย’

24.

เครื่องมือชนิดใดไม่ควรนำมาใช้ในการสร้างเครื่องมือวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่เกี่ยวกับภาษาและหลักภาษา

a)

ข้อสอบปรนัย

b)

ข้อสอบแบบจับคู่

c)

ข้อสอบอัตนัย

d)

ข้อสอบแบบถูกผิด (True/False)

25.

“ข้อใดไม่ใช่ประโยค” โจทย์นี้เป็นเครื่องมือวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยที่เกี่ยวกับภาษาและหลักภาษาหรือไม่

a)

ไม่เป็น เพราะ เป็นข้อสอบปรนัยแบบตอบสั้น

b)

ไม่เป็น เพราะ โจทย์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาษาและหลักภาษา

c)

เป็น เพราะ เป็นการวัดด้านความรู้ความเข้าใจในการใช้ภาษาและหลักภาษา โดยการหาคำที่เหมาะสมกับบริบทมาเติมลงในช่องว่าง

d)

เป็น เพราะ เป็นข้อสอบอัตนัย