wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Quiz: การเกิดพิษในน้ำ+อากาศ

Total questions: 36

Worksheet time: 19mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือองค์ประกอบของแก๊สในชั้นบรรยากาศของโลกที่มีสัดส่วนมากที่สุดและน้อยที่สุดตามลำดับ จากตัวเลือกที่กำหนดให้

a)

อาร์กอน (<1%) และ ไนโตรเจน (78%)

b)

ออกซิเจน (21%) และ คาร์บอนไดออกไซด์ (0.03%)

c)

ไนโตรเจน (78%) และ ออกซิเจน (21%)

d)

ไนโตรเจน (78%) และ อาร์กอน (<1%)

2.

ในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงตามระดับความสูงอย่างไร

a)

อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น

b)

อุณหภูมิจะลดลงแล้วจึงเพิ่มขึ้นสลับกันไป

c)

อุณหภูมิจะคงที่ตลอดทั้งชั้น

d)

อุณหภูมิจะลดลงตามระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น

3.

ชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างไร

a)

เป็นชั้นที่เกิดปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศ เช่น เมฆ ฝน พายุ

b)

เป็นชั้นที่สะท้อนคลื่นวิทยุ ทำให้สามารถสื่อสารระยะไกลได้

c)

มีแก๊สโอโซน (O3​) หนาแน่นที่สุด ซึ่งช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต

d)

เป็นแหล่งของแก๊สออกซิเจนส่วนใหญ่ที่จำเป็นต่อการหายใจ

4.

กระบวนการใดที่อธิบายการเกิดโอโซน (O3​) ในชั้นสตราโตสเฟียร์ได้ถูกต้อง

a)

โมเลกุลน้ำ (H2O) แตกตัวเป็นไฮดรอกซิล แล้วรวมกับออกซิเจน

b)

รังสี UV-C ทำให้โมเลกุลออกซิเจน (O2​) แตกตัวเป็นอะตอมออกซิเจน (O) สองอะตอม จากนั้นอะตอมออกซิเจนจะรวมตัวกับโมเลกุลออกซิเจน (O2​) อีกตัวหนึ่ง

c)

ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2​) แตกตัวให้ O แล้วรวมตัวกับ O2

d)

โมเลกุลออกซิเจน (O2​) รวมตัวกับโมเลกุลไนโตรเจน (N2​) โดยมีรังสี UV-A เป็นตัวเร่ง

5.

การเคลื่อนย้ายของสารมลพิษในอากาศที่มีขอบเขตระยะทางระหว่าง 10 ถึง 100 กิโลเมตร จัดเป็นการเคลื่อนที่ในระดับใด

a)

Synoptic scale

b)

Microscale

c)

Mesoscale

d)

Global scale

6.

สารมลพิษที่ถูกปล่อยสู่บรรยากาศจะต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะสามารถเคลื่อนย้ายจากชั้นโทรโพสเฟียร์ (troposphere) ไปถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ (stratosphere) ได้

a)

มากกว่า 10 ปี

b)

มากกว่า 1 เดือน

c)

มากกว่า 5 วัน

d)

มากกว่า 2 ปี

7.

ปรากฏการณ์ลมบกลมทะเล ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ของอากาศในระดับ mesoscale เกิดจากปัจจัยหลักใด

a)

อิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นในมหาสมุทร

b)

ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นดินและพื้นน้ำในเวลากลางวันและกลางคืน

c)

แรงโคริออลิสจากการหมุนของโลก

d)

ความแตกต่างของความกดอากาศระหว่างขั้วโลกและเส้นศูนย์สูตร

8.

การที่สารมลพิษในอากาศรวมตัวกับหยดน้ำในก้อนเมฆหรือน้ำฝนแล้วตกลงสู่พื้นดิน เรียกว่ากระบวนการใด

a)

Dry deposition

b)

Wet deposition

c)

Occults

d)

Photolytic reaction

9.

สารเคมีใดในบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ที่ถือเป็นตัวทำปฏิกิริยาออกซิเดชันที่สำคัญที่สุดและมีบทบาทหลักในการเปลี่ยนรูปสารมลพิษต่างๆ

a)

อนุมูลไฮดรอกซิล (OH∙)

b)

คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)

c)

ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2​)

d)

โอโซน (O3​)

10.

ปรากฏการณ์หมอกควันพิษโฟโตเคมิคอล (Photochemical smog) เกิดขึ้นจากปัจจัยใดบ้าง

a)

ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx), สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และแสงแดด

b)

ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2​) และความชื้นสูงในเวลากลางคืน

c)

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2​) และไอน้ำในบรรยากาศ

d)

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และอุณหภูมิผกผัน (temperature inversion)

11.

สารประกอบอินทรีย์กลุ่มใดมีความไวต่อการทำปฏิกิริยากับ OH∙ และ O3​ สูงที่สุด

a)

สารประกอบอะโรมาติก เช่น เบนซิน (C6H6​)

b)

กรดอินทรีย์และตัวทำละลายอินทรีย์

c)

สารประกอบที่มีพันธะคู่ เช่น อัลคีน (Alkene)

d)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว เช่น มีเทน (CH4​)

12.

อนุภาคของแข็งที่เกิดจากการควบแน่นของไอในระหว่างการหลอมโลหะ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก (0.001-1 ไมครอน) เรียกว่าอะไร

a)

ละออง (Mist)

b)

ฟูม (Fume)

c)

ควัน (Smoke)

d)

ฝุ่น (Dust)

13.

สภาพอากาศแบบใดที่เอื้อต่อการสะสมของมลพิษในอากาศมากที่สุด เนื่องจากอากาศไม่สามารถเคลื่อนที่ในแนวตั้งได้ดี

a)

สภาพอากาศแบบ Superadiabatic lapse rate

b)

สภาพอากาศแปรปรวน (Unstable atmosphere)

c)

สภาพอากาศนิ่งแบบอินเวอร์ชัน (Inversion)

d)

สภาพอากาศปกติ (Neutral stability)

14.

ปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat Island effect) ในเขตเมืองเกิดจากสาเหตุหลักใด

a)

การปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากโรงงานอุตสาหกรรม

b)

ลมพัดผ่านตึกสูงทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสี

c)

วัสดุก่อสร้างในเมือง เช่น คอนกรีตและแอสฟัลต์ ดูดซับและคายความร้อนได้ดี

d)

มลพิษทางอากาศในเมืองบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้ความร้อนถูกกักเก็บไว้

15.

ปัจจัยใดที่สามารถเร่งกระบวนการผุกร่อนของโลหะที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่น SO2​ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

a)

อุณหภูมิต่ำ

b)

ความเร็วลมต่ำ

c)

แสงแดดน้อย

d)

ความชื้นสัมพัทธ์สูง

16.

แก๊สโอโซน (O3​) ที่เป็นมลพิษในระดับพื้นดินส่งผลกระทบต่อพืชโดยทำลายเซลล์ส่วนใดเป็นหลัก

a)

พาริเซดเซล (Palisade cell) และคลอโรพลาสต์ (Chloroplast)

b)

ท่อลำเลียงน้ำและอาหาร (Vascular bundle)

c)

เซลล์คุม (Guard cells) บริเวณปากใบ

d)

เซลล์ชั้นผิวนอก (Epidermis)

17.

กลไกหลักที่ทำให้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เป็นพิษต่อมนุษย์คืออะไร

a)

ทำลายเซลล์ประสาทโดยตรง ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ

b)

ทำปฏิกิริยากับน้ำในร่างกายเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก ทำให้เลือดเป็นกรด

c)

จับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงได้ดีกว่าออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน

d)

ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและปอด

18.

ข้อใด ไม่ใช่ สารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของประเทศไทย

a)

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5​)

b)

แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2​)

c)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2​)

d)

แก๊สโอโซน (O3​)

19.

รังสีอัลตราไวโอเลตชนิดใด (UV) ที่มีบทบาทสำคัญในการสลายโมเลกุลโอโซน (O3​) ให้กลับไปเป็นโมเลกุลออกซิเจน (O2​) และอะตอมออกซิเจน (O) ในวัฏจักรโอโซน

a)

UV-B

b)

UV-A

c)

รังสีอินฟราเรด

d)

UV-C

20.

การรักษาสภาพตัวอย่างน้ำด้วยการเติมกรดซัลฟิวริก (H₂SO₄) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของพารามิเตอร์กลุ่มใด

a)

COD, ไนโตรเจนทั้งหมด (TKN), และฟอสฟอรัสทั้งหมด (TP)

b)

ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และอุณหภูมิ

c)

แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม

d)

โลหะหนัก

21.

ข้อใดคือคำจำกัดความของ 'น้ำเสีย' ที่ครอบคลุมที่สุดตาม

a)

น้ำที่เกิดจากกิจกรรมในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น

b)

ของเสียในสภาพของเหลวที่มีการปนเปื้อนสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ จนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

c)

น้ำที่ใช้แล้วจากกิจกรรมการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน

d)

น้ำที่มีสีดำและมีกลิ่นเหม็นเท่านั้น

22.

ช่วง 'Recovery Zone' ใน Oxygen Sag Curve มีลักษณะเด่นอย่างไร

a)

A.ค่า DO เริ่มเพิ่มขึ้น และค่า BOD ยังคงสูงอยู่

b)

ค่า DO เริ่มเพิ่มขึ้น และค่า BOD ลดลงอย่างต่อเนื่อง

c)

ค่า DO อยู่ในระดับต่ำสุด และพบสิ่งมีชีวิตกลุ่มไม่ใช้ออกซิเจน

d)

ค่า DO และ BOD ต่างก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

23.

ปรากฏการณ์สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (Algal Bloom) ในแหล่งน้ำ มักมีสาเหตุหลักมาจากการปนเปื้อนสารใดที่มากับน้ำเสียเกษตรกรรม

a)

ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

b)

สารกำจัดศัตรูพืชและยาฆ่าแมลง

c)

โลหะหนักและสารเคมีที่เป็นพิษ

d)

ตะกอนดินและสารแขวนลอย

24.

ข้อใด ไม่ใช่ พารามิเตอร์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีคุณภาพน้ำ (WQI) ของแหล่งน้ำผิวดินในปัจจุบัน ตามข้อมูลที่ระบุ

a)

ฟอสฟอรัสทั้งหมด (Total Phosphorus, TP)

b)

แอมโมเนีย (NH3​-N)

c)

บีโอดี (BOD)

d)

ออกซิเจนละลาย (DO)

25.

จุดเก็บตัวอย่างน้ำที่เรียกว่า 'Reference Site' มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a)

เพื่อประเมินคุณภาพน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลหรือแหล่งรองรับน้ำอื่น

b)

เพื่อตรวจสอบการฟื้นตัวของแหล่งน้ำหลังจากผ่านจุดที่มีมลพิษ

c)

เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำในบริเวณที่มีการใช้ประโยชน์สูงสุด

d)

เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานของแหล่งน้ำในจุดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ

26.

หากต้องการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์ค่า Biological Oxygen Demand (BOD) จะต้องรักษาสภาพตัวอย่างด้วยวิธีใดเป็นหลัก

a)

เก็บในขวดสีชาและป้องกันไม่ให้โดนแสง

b)

แช่แข็งตัวอย่างทันที

c)

แช่เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส

d)

เติมกรดซัลฟิวริกเข้มข้นให้มี pH<2

27.

ในการรักษาสภาพตัวอย่างน้ำเพื่อส่งวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนัก (Heavy Metals) ควรเติมสารเคมีชนิดใดลงในขวดเก็บตัวอย่าง

a)

โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH)

b)

โซเดียมไธโอซัลเฟต (Na2S2O3​)

c)

กรดซัลฟิวริกเข้มข้น (conc. H2SO4​)

d)

กรดไนตริกเข้มข้น (conc. HNO3​)

28.

ก่อนทำการเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อน้ำบาดาลที่ติดตั้งปั๊ม ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นอันดับแรก

a)

วัดอุณหภูมิของน้ำที่ไหลออกมาทันทีแล้วจึงเก็บตัวอย่าง

b)

ทำความสะอาดปากปั๊มด้วยแอลกอฮอล์แล้วจึงเก็บตัวอย่าง

c)

เก็บตัวอย่างน้ำที่ไหลออกมาทันทีที่เปิดปั๊ม

d)

สูบน้ำทิ้งประมาณ 3-5 นาที จนการไหลคงที่แล้วจึงเก็บตัวอย่าง

29.

เมื่อต้องการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์หาปริมาณแบคทีเรีย (เช่น FCB, TCB) ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำนิ่งหรือแหล่งน้ำไหล ควรเก็บตัวอย่างที่ระดับความลึกเท่าใดจากผิวน้ำ

a)

ที่ระดับผิวน้ำพอดี

b)

ที่ระดับใกล้ท้องน้ำ

c)

ประมาณ 30 เซนติเมตร

d)

ที่ระดับกึ่งกลางความลึก

30.

ในการเก็บตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำไหล และมีความลึกไม่ถึง 2 เมตร เช่น แม่น้ำ เพื่อวิเคราะห์พารามิเตอร์ทั่วไป (ไม่รวมแบคทีเรีย) ควรเก็บที่ตำแหน่งใดเพื่อให้ได้ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีที่สุด

a)

บริเวณกึ่งกลางความกว้างของแหล่งน้ำ ที่ระดับกึ่งกลางความลึก

b)

บริเวณใกล้ฝั่ง ที่ระดับท้องน้ำ

c)

บริเวณใกล้ฝั่ง ที่ระดับ

d)

ผิวน้ำ

บริเวณกึ่งกลางความกว้างของแหล่งน้ำ ที่ระดับผิวน้ำ

31.

การเก็บตัวอย่างน้ำแบบผสมรวม (Composite Sampling) มีลักษณะสำคัญอย่างไร

a)

การเก็บตัวอย่างน้ำ ณ จุดเดียวกัน แต่ต่างช่วงเวลากัน แล้วนำปริมาตรที่คำนวณตามสัดส่วนอัตราการไหลมารวมกัน

b)

การเก็บตัวอย่างน้ำเพียงครั้งเดียว ณ จุดเดียวและเวลาเดียว

c)

การเก็บตัวอย่างน้ำที่ระดับความลึกต่างๆ กันในจุดเดียว แล้วนำมารวมกันทันที

d)

การเก็บตัวอย่างน้ำจากหลายๆ จุดพร้อมกันในเวลาเดียว แล้วนำมารวมกัน

32.

ในการประเมินคุณภาพน้ำทางชีวภาพ แบคทีเรียกลุ่มใดที่ใช้เป็นดัชนีบ่งชี้การปนเปื้อนอุจจาระของมนุษย์และสัตว์ในแหล่งน้ำ

a)

แบคทีเรียกลุ่มที่ผลิตซัลเฟอร์ (Sulfur-producing bacteria)

b)

แบคทีเรียกลุ่มที่ตรึงไนโตรเจน (Nitrogen-fixing bacteria)

c)

แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มและฟีคอลโคลิฟอร์ม (Coliform and Fecal Coliform bacteria)

d)

แบคทีเรียกลุ่มสร้างกรดแลคติก (Lactic acid bacteria)

33.

โรคอิไต-อิไต (Itai-Itai disease) มีสาเหตุมาจากการได้รับสารพิษโลหะหนักชนิดใดเข้าสู่ร่างกาย

a)

แคดเมียม (Cadmium)

b)

สารหนู (Arsenic)

c)

ตะกั่ว (Lead)

d)

ปรอท (Mercury)

34.

น้ำเสียประเภทใดที่มีโอกาสปนเปื้อนโลหะหนัก เช่น ปรอท แคดเมียม และสารเคมีสังเคราะห์ที่เป็นพิษได้มากที่สุด

a)

น้ำเสียชุมชน

b)

น้ำเสียเกษตรกรรมจากการเพาะปลูก

c)

น้ำเสียอุตสาหกรรม

d)

น้ำเสียเกษตรกรรมจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์

35.

ในช่วงใดของกราฟ Oxygen Sag Curve ที่ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) จะมีค่าต่ำที่สุด และกิจกรรมของแบคทีเรียจะสูง

a)

Septic Zone

b)

Decomposition Zone

c)

Clean Zone

d)

Recovery Zone

36.

ข้อใดคือปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ลดลง เมื่อปัจจัยอื่นคงที่

a)

ความดันบรรยากาศสูงขึ้น

b)

ค่าพีเอช (pH) ของแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นจาก 7 เป็น 8

c)

ความเข้มข้นของเกลือแร่ในน้ำสูงขึ้น

d)

อุณหภูมิของน้ำลดลง