Search Header Logo
ชุดกิจกรรมเศรษฐศาสตร์

ชุดกิจกรรมเศรษฐศาสตร์

Assessment

Presentation

Social Studies

8th Grade

Practice Problem

Hard

Created by

Thatsanee Mitjutikul

FREE Resource

46 Slides • 0 Questions

1

media

2

media

เรื่อง

หน้า

ค าน า

สารบัญ

ค าชี้แจงในการใช้ชุดกิจกรรม

1

องค์ประกอบของชุดกิจกรรม

2

แผนผังแสดงขั้นตอนการเรียน

3

ค าแนะน าในการใช้ชุดกิจกรรม :ส าหรับครู

4

ค าแนะน าในการใช้ชุดกิจกรรม :ส าหรับนักเรียน

6

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/สาระการเรียนรู้

7

จุดประสงค์การเรียนรู้

8

แบบทดสอบก่อนเรียน

9

ใบความรู้ที่ 1

12

ใบกิจกรรมที่ 1.1

24

ใบกิจกรรมที่ 1.2

25

ใบความรู้ที่ 2

26

ใบกิจกรรมที่ 2.1

30

ใบกิจกรรมที่ 2.2

31

ใบความรู้ที่ 3

32

ใบกิจกรรมที่ 3.1

33

ใบกิจกรรมที่ 4

34

แบบทดสอบหลังเรียน

35

บรรณานุกรม

38

ภาคผนวก

เฉลยแบบทดสอบก่อน - หลังเรียน
เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.1

เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.2

เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.1

เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.2

สารบัญ

3

media

ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง ด้วยเทคนิค Active

Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดท าขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลาง ผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ ได้ลงมือ
ปฏิบัติจริงในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งเอกสาร วารสาร และอินเทอร์เน็ต ได้ฝึก
กระบวนการคิดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ตัวและไกลตัว มีความยากง่ายเหมาะสมกับวัยและ
ความสามารถของผู้เรียน เหมาะสมกับเนื้อหาและจุดประสงค์การเรียนรู้ และสามารถนาความรู้ไปปรับ
ใช้ในชีวิตประจาวันได้

ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง ด้วยเทคนิค Active

Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย ชุดกิจกรรม จ านวน 5 ชุด

ชุดที่ 1 ตลาดเพื่อความพอเพียง
ชุดที่ 2 ท้องถิ่นพัฒนา
ชุดที่ 3 เกาะติดภารกิจรัฐบาล
ชุดที่ 4 รวมพลังสร้างเศรษฐกิจโลก
ชุดที่ 5 เศรษฐกิจไทยก้าวไกลสู่อาเซียน

ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง ด้วยเทคนิค Active

Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่ 1
ตลาดเพื่อความพอเพียง ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา ส 23103 สังคมศึกษา 6
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จ านวน 1 แผน เวลาเรียน 3 ชั่วโมง

ค าชี้แจงในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้

1

4

media

ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง ด้วยเทคนิค Active

Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุกกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่ 1
ตลาดเพื่อความพอเพียง ประกอบด้วย

1. แผนผังแสดงขั้นตอนการเรียน
2. ค าแนะน าการใช้ชุดกิจกรรม : ส าหรับครู
3. ค าแนะน าการใช้ชุดกิจกรรม : ส าหรับนักเรียน
4. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / สาระการเรียนรู้
5. จุดประสงค์การเรียนรู้
6. แบบทดสอบก่อนเรียน
7. ใบความรู้
8. กิจกรรม
9. แบบทดสอบหลังเรียน
10. บรรณานุกรม
11. ภาคผนวก
12.1 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน
12.2 เฉลย/แนวค าตอบกิจกรรม












องค์ประกอบของชุดกิจกรรม

2

5

media

แผนผังแสดงขั้นตอนการเรียน

1. ศึกษาค าชี้แจง / ค าแนะน าการใช้ชุดกิจกรรม

2. ทดสอบก่อนเรียน

3. ศึกษาชุดกิจกรรมโดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้

- ศึกษาใบความรู้

- ปฏิบัติกิจกรรม

- ทดสอบหลังเรียน

4. ตรวจค าตอบของแบบทดสอบก่อนเรียน – หลัง

เรียน และกิจกรรม จากเฉลย/แนวทางการตอบ

ไม่ผ่านเกณฑ์

การประเมิน

ผ่านร้อยละ 80

ผ่านเกณฑ์

5. ศึกษาชุดกิจกรรมชุดต่อไป

3

6

media




การจัดการเรียนรู้โดยใช้ ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง

ด้วยเทคนิค Active Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีขั้นตอนการจัด
กิจกรรมที่ผู้สอนต้องด าเนินการ ดังต่อไปนี้

1. ขั้นเตรียมการสอน

1.1 ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมอย่างละเอียดจนเข้าใจเป็นอย่างดี
1.2 ตรวจสอบชุดกิจกรรม สื่อการเรียนรู้
1.3 ในกรณีที่มีการแบ่งกลุ่ม ให้แบ่งกลุ่มนักเรียนโดยคละความสามารถ

(เก่ง ปานกลาง อ่อน) และคละเพศชาย-หญิง

1.4 ก าหนดบทบาทหน้าที่ให้สมาชิกในกลุ่มทราบถึงการปฏิบัติตน

2. ขั้นด าเนินกิจกรรมการเรียนรู้

2.1 ครูแจกชุดกิจกรรมให้กับนักเรียน
2.2 ครูชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมให้นักเรียนทราบก่อนลงมือปฏิบัติ
2.3 ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อศึกษาระดับความรู้พื้นฐาน

ของนักเรียน

2.4 ครูให้นักเรียนศึกษาชุดกิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ดังนี้

1) ศึกษาใบความรู้
2) ท ากิจกรรม

2.5 ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อศึกษาพัฒนาการการเรียนรู้ของ

นักเรียน

3. ขั้นประเมินผล

3.1 ครูตรวจสอบแบบทดสอบและกิจกรรม
3.2 บันทึกคะแนน ประเมินผลตามเกณฑ์การวัดผลและประเมินผล
3.3 หากมีนักเรียนคนใดยังท าแบบทดสอบหลังเรียนและกิจกรรมไม่ผ่านร้อยละ 80

ให้ศึกษาชุดกิจกรรมตามขั้นตอนใหม่อีกครั้ง





ค าแนะน าการใช้ชุดกิจกรรม : ส าหรับครู

4

7

media

บทบาทของครู

1. ด าเนินกิจกรรมตามที่ก าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้โดยค านึงถึงความสามารถในการรับรู้

ของนักเรียนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ตามแนวคิดเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ

2. สร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมและการเจรจาโต้ตอบที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี

กับผู้สอนและเพื่อนในชั้นเรียน

3. มีความเป็นกัลยาณมิตร แนะน า ให้ค าปรึกษา และเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม

ข้อสงสัยต่างๆ

4. ยอมรับในความสามารถในการแสดงออกและความคิดของที่ผู้เรียน
5. มีการเสริมแรงทางบวก เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาและกิจกรรม

ที่ก าลังเรียน

5

8

media





การจัดการเรียนรู้โดยใช้ ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง

ด้วยเทคนิค Active Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีขั้นตอนการจัด
กิจกรรมที่นักเรียนต้องด าเนินการ ดังต่อไปนี้

1. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ให้เข้าใจ
2. ตั้งใจเรียนรู้ตามล าดับขั้นตอนที่ก าหนดให้ ไม่ข้ามขั้นตอน
3. ศึกษาและลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดและมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดูเฉลย

ค าตอบก่อน

4. ขณะศึกษาหากมีข้อสงสัยหรือข้อข้องใจให้ถามครูเพื่อขอค าแนะน า
5. หลังจากศึกษาชุดกิจกรรมเสร็จจะมีการทดสอบด้วยกิจกรรม
6. หากนักเรียนคนใดยังท าแบบทดสอบและกิจกรรมไม่ผ่านร้อยละ 80 ให้ศึกษาชุดกิจกรรมตาม

ขั้นตอนใหม่อีกครั้ง หากยังไม่ผ่านหรือมีข้อสงสัยให้นักเรียนยืมชุดกิจกรรมไปศึกษานอกเวลาเรียนหรือ
ปรึกษาครูผู้สอน

ชุดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชา เศรษฐศาสตร์เพื่อความพอเพียง ด้วยเทคนิค Active

Learning วิชาสังคมศึกษา ส23103 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นี้ จะมีประโยชน์ต่อนักเรียน ถ้านักเรียน
ศึกษาตามล าดับขั้นตอนและมีความซื่อสัตย์ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก าหนดให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาในใบ
ความรู้และฝึกท ากิจกรรมหลายๆ ครั้ง แล้วกลับมาทดสอบอีกครั้ง เชื่อว่านักเรียนจะมีความเข้าใจอย่าง
ถูกต้อง มีความรู้ ความสามารถ ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

ค าแนะน าการใช้ชุดกิจกรรม : ส าหรับนักเรียน

6

9

media

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด / สาระการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจ และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต และการบริโภคการ

ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รวมทั้ง
เข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการด ารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ


ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.3/1 อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ

สาระการเรียนรู้

1. ความหมายและประเภทของตลาด
2. ความหมายและตัวอย่างของอุปสงค์อุปทาน
3. ความหมายและความส าคัญของกลไกราคาและการก าหนดราคาในระบบ
เศรษฐกิจ
4. หลักการปรับและเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ

7

10

media

1.ผู้เรียนสามารถอธิบายความหมาย ประเภท และความส าคัญของตลาดได้
2.อธิบายความหมายและความส าคัญของกลไกราคาได้

3.อธิบายหลักการก าหนดราคา การปรับและเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการได้

4.อธิบายการก าหนดราคาในทางปฏิบัติได้

5.ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของตลาดแต่ละประเภทได้

6. ผู้เรียนมีความสนใจ กระตือรือร้นในเรียนรู้ และมีความรับผิดชอบงานที่ได้รับ

มอบหมาย

จุดประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้ (K)

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

ด้านคุณลักษณะ (A)

8

11

media

ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบเป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ านวน 10 ข้อ

2. ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ 10 นาที ข้อละ 1 คะแนน
3. ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกที่สุดเพียงค าตอบเดียว แล้วท าเครื่องหมายกากบาท (X)
ในกระดาษค าตอบให้ถูกต้อง


1. “ตลาด” ตามความหมายของเศรษฐศาสตร์
หมายถึงอะไร

ก. สถานที่ในการซื้อขายสินค้า
ข. การซื้อขายสินค้าอย่างเป็นระบบ
ค. ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า
ง. สถานที่แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

2. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นตลาด
ประเภทใด

ก. ตลาดบริการ
ข. ตลาดเงิน
ค. ตลาดทุน
ง. ตลาดสินค้าผู้ผลิต

3. ข้อใดเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่
ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และผู้ซื้อกับผู้ขายเป็นผู้
ก าหนดราคาสินค้าด้วยตนเองโดยไม่มีปัจจัยอื่นๆ
เข้ามาแทรกแซง

ก. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
ข. ตลาดสินค้าเกษตรกรรม
ค. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์
ง. ตลาดสินค้าขายปลีกและขายส่ง


4. ข้อใดกล่าวถึงความหมายของอุปสงค์ได้ถูกต้อง
ก. ถ้าราคาสินค้าลดลง ปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อ
สินค้าจะมากขึ้น
ข. ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อ
สินค้าจะลดลง
ค. ถ้าราคาสูงขึ้น ปริมาณที่เสนอขายย่อม
มากขึ้น
ง. ข้อ ก และ ข ถูก
5. ข้อใดเป็นความหมายของราคาดุลยภาพ
ก. ราคาซื้อขายที่เท่ากันพอดี ณ ระดับ
ราคาใดราคาหนึ่ง
ข. ปริมาณความต้องการของคนซื้อ
มีเท่ากับจ านวนสินค้า ที่ต้องการขาย
ค. ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันก าหนดขึ้น
ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
6. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้กับใคร
ก. เกษตรกร
ข. ข้าราชการ
ค. นักเรียนนักศึกษา
ง. ประชาชนทุกคน

แบบทดสอบก่อนเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1

ตลาดเพื่อความพอเพียง

9

12

media

7. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง
ก. ปฏิบัติตามทางสายกลาง
ข. ลดการพึ่งพาผู้อื่น
ค. พัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
ง. ชุมชน/ท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง
ของการพัฒนา
8. จุดเน้นของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร
ก. ความพออยู่พอกิน
ข. ความพอประมาณ
ค. การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก
ง. การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
9. บุคคลใดต่อไปนี้น าหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
ในการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของตนเอง ได้
อย่างเหมาะสมที่สุด
ก. นายสมชายเป็นหนี้ ธกส. เมื่อเก็บเกี่ยว
ผลผลิตเสร็จแล้วจึงขายผลผลิตทั้งหมด
ที่ได้ เพื่อน าเงินไปใช้หนี้
ข. นายสมศักดิ์ ไม่มีหนี้สินเลย เพราะเป็น
คนที่ประหยัดอดออมมาก แม้แต่ผลไม้ที่
ตนเอง ชอบยังไม่เคยซื้รับประทาน
ค. นายสมบัติ เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ
ไม่ เคยใช้เงินเกินตัว หามาได้เท่าไหร่ก็
ใช้ไปเท่านั้น ไม่มีหนี้สินและไม่มีเงินเก็บ









ง. นายสมหมาย เป็นลูกจ้างเงินเดือนน้อย

ทุกสิ้นเดือน เขาจะแบ่งเงินเดือน

ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้จ่ายราย
เดือน ส่วนที่ 2 เก็บเป็นเงินฝากใน
ธนาคาร
10. ระบบสหกรณ์ของหมู่บ้านใดต่อไปนี้มี
แนวโน้มประสบความส าเร็จในการด าเนินกิจการ
มากที่สุด
ก. หมู่บ้านโคกโพธิ์ มีผู้จัดการสหกรณ์
ร้านค้าที่ จบการศึกษาระดับปริญญาโท
ข. หมู่บ้านโคกศิลา มีการบริหารจัดการ
สหกรณ์ โรงสีโดยใช้หลักการมี
ส่วนร่วมของสมาชิก
ค. หมู่บ้านโคกส าราญ มีชาวบ้านให้ความ
สนใจ และเข้าร่วมเป็นสมาชิก
สหกรณ์เลี้ยงหมูปุา เป็นจ านวนมาก
ง. หมู่บ้าน โคกมะตูม น าสมาชิกสหกรณ์
สวนกล้วย ไปฝึกอบรมและ ศึกษา
ดูงานทุกเดือน













10

13

media


ชื่อ-สกุล……………………………….…………………………………………..ชั้น......./...........เลขที่..................

ข้อ
ตัวเลือก

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ลงชื่อ.....ว่าที่ร..ต...................................................ผู้สอน

( ทิพย์รถ พุ่มไม้ )

กระดาษค าตอบ (แบบทดสอบก่อนเรียน)

เกณฑ์การประเมิน
ตอบถูก ข้อละ 1 คะแนน
ตอบผิด / ไม่ตอบ ข้อละ 0 คะแนน
หรือตอบมากกว่า 1 ข้อ
แปลผลคะแนน
8 - 10 คะแนน ดี
5 - 7 คะแนน พอใช้
0 - 4 คะแนน ปรับปรุง
สรุปผล
8 - 10 คะแนน
0 - 7 คะแนน

สรุปผลการประเมิน

รวม........................................คะแนน

ผ่าน ไม่ผ่าน

11

14

media

ตลาด (Market) หมายถึง สถานที่ใดสถานที่หนึ่งที่มี

การจัดจ าหน่ายสินค้า เป็นสถานที่ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายมาติดต่อซื้อ
ขายสินค้าและบริการกันได้
ตลาดในเชิงเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การที่ผู้ซื้อและ
ผู้ขายสามารถติดต่อตกลงซื้อขายกันได้ ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายอาจจะมี
โอกาสได้พบกันหรืออาจจะไม่ได้พบกันก็ได้ แต่การตกลงซื้อขาย
สินค้าและบริการรวมทั้งปัจจัยการผลิตสามารถเกิดขึ้นได้ ตลาด
จึงอาจมีขอบเขตได้ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศหรือระดับ
โลก โดยตลาดจะแบ่งออกเป็นหลายประเภท

ถ้าพูดถึง “ตลาด” ทุกคนทราบดี..เริ่ม ค าถามที่ 1 ทราบ

ไหมครับ..ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ ?

ใบความรู้ที่ 1 บัตรค า นิยามตลาด

12

15

media

ตลาดมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการแบ่ง
ว่าต้องการพิจารณาอะไรและใช้เกณฑ์ใด แต่ในทางที่นี้เราจะ
ศึกษาตลาดที่แบ่งตามลักษณะการแข่งขัน เนื่องจากเป็นตลาด
ในทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้


ค าถามที่ 2 ทราบไหมครับ...ตลาด มีกี่ประเภท ?

บัตรค า นิยามตลาด

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ราคาสินค้าถูกก าหนดด้วย
กลไกตลาด โดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย ในทางเศรษฐศาสตร์ถือ

ว่าเป็นตลาดในอุดมคติ

ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

เป็นตลาดที่มีการแข่งขันน้อยราย ผู้ซื้อและผู้ขายมี
อิทธิพลในการก าหนดราคาหรือปริมาณสินค้าในตลาด

13

16

media

ลักษณะตลาดแข่งขันสมบูรณ์ (perfect competition)

1. มีผู้ซื้อและผู้ขายจ านวนมาก
2. สินค้าที่ซื้อขายในตลาดมีลักษณะเหมือนกันทุกประการ
สามารถใช้ทดแทนกันได้
3. ผู้ซื้อและผู้ขายรู้ถึงสภาพการณ์ในตลาดเป็นอย่างดี เช่น รู้ราคา
ซื้อขาย ความต้องการสอนค้าในตลาด
4. การติดต่อซื้อขายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายสะดวกรวดเร็ว
5. หน่วยธุรกิจสามารถเข้า ออกได้โดยเสรีไม่มีข้อจ ากัดในการ
ด าเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ค าถามที่ 3ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะอย่างไร ?

บัตรค า นิยามตลาด

14

17

media

ข้อดี ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

ค าถามที่ 4ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีข้อดีอย่างไรบ้าง ?

บัตรค า นิยามตลาด

ด้านการผลิต : ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ต้นทุนต่ าที่สุด ให้ได้สินค้าราคาต่ าสุด เพื่อดึงดูดความสนใจ

ของผู้ซื้อ

ด้านการบริโภค : ผู้บริโภคได้รับพึงพอใจสูงสุดในการ

เลือกสินค้าและบริการ โดยเลือกสินค้าและบริการที่มี
คุณภาพสูงสุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

ด้านเศรษฐกิจโดยรวม : ท าให้การบริหารจัดการ

ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การกระจายรายได้
เสมอภาค

15

18

media

ข้อเสีย ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

ค าถามที่ 5ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีข้อเสียอย่างไร ?

บัตรค า นิยามตลาด

ในความเป็นจริง ผู้ผลิตจะไม่ลงทุนจ านวนมาก ในการผลิต

สินค้าที่มีก าไรน้อย เนื่องจากขาดแรงจูงใจด้านผลก าไร

ในความเป็นจริง ในระยะยาวผู้ผลิตจะลดลง เนื่องจาก

ก าไรน้อยหรือขาดทุน จึงไม่สามารถด าเนินธุรกิจต่อไปได้

ในความเป็นจริง ไม่มีการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตในการลด
ต้นทุนการผลิตอย่างแท้จริง เนื่องจากผู้ผลิตแต่ละรายมี

ความสามารถในการบริหารจัดการไม่เท่ากัน ผู้ผลิตต้นทุน
น้อยจึงต้องเลิกกิจการในที่สุด

16

19

media

ลักษณะตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ (nonperfect ompetition)

1. ผู้ขายจ านวนน้อยราย
2. สินค้าที่ซื้อขายในตลาดมีลักษณะผูกขาด ไม่มีสินค้าอื่น

ทดแทนกันได้

3. หน่วยธุรกิจหรือผู้ขายรายใหม่เข้าสู้ธุรกิจยาก

ค าถามที่ 6 ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์มีลักษณะอย่างไร ?

บัตรค า นิยามตลาด

17

20

media

ประเภทตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

โดยพิจารณาจากผู้ซื้อและผู้ขาย แบ่งได้ดังนี้

ตลาดผูกขาด (monopoly)เป็นตลาดที่มีผู้ผลิตเพียง

รายเดียวเท่านั้น ผู้ขายมีอิทธิพลเหนือราคา และไม่สามารถหา
สินค้าอื่นมาทดแทนสินค้านั้นๆได้ เช่น โรงงานยาสูบ สลากกิน
แบ่งรัฐบาล ไฟฟูา ประปา

ตลาดผู้ขายน้อยราย (oligopoly ) เป็นตลาดที่ผู้ขายมี

อ านาจผูกขาดสูง ในการก าหนดราคาและปริมาณ
สินค้าในตลาด เช่น ธุรกิจน้ าอัดลม บะหมี่กึ่งส าเร็จรูป

ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (monopolistic

competition) เป็นตลาดที่เราพบเห็นกันส่วนมากใน
ชีวิตประจ าวัน ผู้ซื้อและผู้ขายมีอิสระในการวางนโยบายการขาย
และซื้อของตนเอง มีสินค้าอย่างเดียวกันแต่หลายยี่ห้อ เช่น สบู่
ยาสีฟัน

ค าถามที่ 7 ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์มีกี่ประเภท ?

บัตรค า นิยามตลาด

18

21

media

ข้อดี ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

ค าถามที่ 8 ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์มีข้อดี อย่างไรบ้าง ?

บัตรค า นิยามตลาด

19

22

media

ข้อเสีย ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

ค าถามที่ 9 ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์มี ข้อเสียอย่างไรบ้าง?

บัตรค า นิยามตลาด

20

23

media

ความแตกต่าง

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ & ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

ลักษณะ
ตลาดแข่งขัน

สมบูรณ์

ตลาดแข่งขัน
ไม่สมบูรณ์

จ านวนผู้ขาย

มีจ านวนผู้ขายมาก

จ านวนผู้ขายน้อย

สินค้า
สินค้าเหมือนกันใช้

ทดแทนกันได้

ผูกขาดสินค้า ไม่มี
สินค้าอื่นทดแทน

การเข้าสู่ตลาด
เกิดนักธุรกิจ
หน้าใหม่ง่าย

เกิดนักธุรกิจ
หน้าใหม่ยาก

ค าถามที่ 10 ตลาดแข่งขันสมบูรณ์และตลาดแข่งขันไม่
สมบูรณ์แตกต่างกันอย่างไร ?

บัตรค า นิยามตลาด

21

24

media

ปัจจัยอื่นๆที่ก่อให้เกิดตลาดผูกขาด

1. ข้อจ ากัดด้านการซื้อปัจจัยการผลิต เช่น กระทรวงการคลัง

ก าหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกยาสูบต้องขายใบยาสูบให้
สถานีบ่มใบยาในเขตนั้นๆเท่านั้น และสถานีบ่มใบยาสูบต้อง
ขายให้โรรงงานผลิตยาสูบเท่านั้น จึงก่อให้เกิดผู้ผลิตรายเดียว

2. ข้อจ ากัดทางด้านกฎหมาย เช่น การให้สัมปทาน หรือ

สิทธิบัตรในการผลิต ก่อให้เกิดผู้ผลิตเพียงรายเดียว

3. ข้อจ ากัดทางด้านเงินทุน การผลิตสินค้าบางชนิดใช้เงิน

ลงทุนจ านวนมาก ท าให้บุคคลทั่วไปไม่สามารถด าเนินการ
ผลิตได้ ท าให้เกิดการผู้ขาดเพียงรายเดียว

4. ข้อจ ากัดด้านเทคโนโลยี การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ได้ส าเร็จ

ท าให้ธุรกิจมีอ านาจในการผูกขาดการผลิตเพียงรายเดียว

ค าถามที่ 11 ตลาดผูกขาดเกิดจากปัจจัยใดบ้าง ?

บัตรค า นิยามตลาด

22

25

media

หน้าที่ของตลาดในเชิงเศรษฐศาสตร์

1. จัดหาสินค้า (Assembling)
2. การเก็บรักษาสินค้า (Storage)
3. การขายสินค้า (Selling)
4. การเสี่ยงภัย (Risk)
5. การเงิน (Financing)
6. การขนส่ง (Transportation)
7. การก าหนดมาตรฐานของสินค้า (Standardization)

ค าถามที่ 12 จริงแล้วตลาดท าหน้าที่อะไรบ้าง ?

บัตรค า นิยามตลาด

23

26

media

ค าชี้แจง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนเติมค าหรือข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

1. ตลาด หมายถึง

..........................................................................................................................................

2. ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง

..........................................................................................................................................
ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะ
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................

3. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ มีลักษณะ

..........................................................................................................................................

4. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ แบ่งเป็น ...... ประเภท ได้แก่

..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................

5. ตลาดที่มีผู้ขายเพียงไม่กี่ราย ซึ่งแต่ละรายจะผลิตและจ าหน่ายสินค้าเป็นสัดส่วนมากใน
ตลาด คือ
................................................................................................................................................
7. สินค้าประเภท สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอกและแปูง จัดอยู่ในตลาดประเภท
.................................................................................................................................................
.8. ปูนซีเมนต์จัดอยู่ในตลาดประเภท
................................................................................................................................................
9. ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการผูกขาดตลาด คือ
................................................................................................................................................
10. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์และตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ มีความแตกต่างกัน คือ

.........................................................................................................................................

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1.1 ตลาดกลไกทางเศรษฐกิจ

24

27

media

ค าถาม
1. ข่าวนี้ให้ข้อมูลแสดงถึงตลาดสินค้าประเภทใด อธิบายเหตุผล

2. ตลาดในข่าวนี้จัดเป็นตลาดลักษณะใด และใช้อะไรเป็นเกณฑ์

3. นักเรียนคิดว่า ตลาดประเภทนี้มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร อธิบายเหตุผล

4. สภาพการณ์ในตลาด ตามข่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร

5. ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการก าหนดราคาตามข่าวมีอะไรบ้างอธิบายเหตุผล

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1.2 วิเคราะห์ตลาด

25

ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ
กรมส่งเสริมการส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ พร้อมเน้นการเพิ่มมูลค่า

สินค้าไทยรองรับค่าแรง 300 บาท จากการที่รัฐบาลมีนโยบายจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ าเป็น 300
บาทต่อวัน นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เผยว่า มีความเป็นไปได้ โดยทุก
ภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือกันท าเป็นขั้นตอนและอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาครัฐต้องมีการปรับ
ระบบการท างานบางส่วนที่ไม่จ าเป็น หรือลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลง เพื่อลดต้นทุน และมีการออก
มาตรการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้
ลงเพื่อน าเข้าเครื่องจักรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ฯลฯ ซึ่งมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วย และ
สมัครใจจ่ายค่าแรงในอัตราที่สูงกว่าที่ก าหนด เพื่อให้การผลิตดีขึ้น แต่ทางภาครัฐจะต้องใช้เวลาในการ
ท าความเข้าใจกับผู้ประกอบการเอกชนถึงผลดีระยะยาว

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/1291599

28

media

เรื่อง กลไกราคากับระบบเศรษฐกิจ

1. กลไกราคา หมายถึงภาวการณ์เปลี่ยนแปลงในระดับราคาสินค้าและบริการอันเกิด

จากแรงผลักดันของ อุปสงค์และอุปทาน เมื่อผู้ผลิตพยายามปรับปรุงการผลิตและบริการให้
สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้น จะเห็นได้ว่าราคาสินค้าและบริการเป็นตัวแปร
ส าคัญในการก าหนดอุปสงค์และอุปทาน ตลอดจนเป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนราคาให้เข้าสู่
จุดดุลยภาพ เช่น เมื่อราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วความต้องการซื้อหรือ อุป
สงค์ก็จะลดลง แต่อุปทานของสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้น เป็นต้น

กลไกราคาจะพบได้ในทุกตลาด ยกเว้นตลาดแบบผูกขาด เพราะกลไกราคาจะเกิดได้

เฉพาะตลาดที่มีการด าเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะของตลาดเสรีหรือประเทศที่ใช้
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือเสรีนิยม หรือระบบเศรษฐกิจแบบผสมเท่านั้น โดยระบบ
เศรษฐกิจเหล่านี้จะมีกลไกราคาเป็นตัวก าหนดว่าจะผลิตสินค้าปริมาณเท่าใดและราคาเท่าใด

การก าหนดราคาสินค้าและบริการในทางเศรษฐกิจ ก าหนดไว้ 2 วิธี คือ
1. ให้กลไกราคาเป็นเครื่องมือในการก าหนดราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไป

ตามแรงผลักดันของอุปสงค์และอุปทาน

2. รัฐบาลก าหนดราคาสินค้าและบริการด้วยการควบคุมและแทรกแซงราคาสินค้าและ

บริการด้วยวิธีก าหนดราคาเมื่อสินค้าที่จ าเป็นขาดตลาด เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค การประกัน
ราคา ขั้นต่ าเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต การพยุงราคาสินค้าไม่ให้ตกต่ ามากเกินไป เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต
หรือผู้ขายไม่ให้ขาดทุน

2. อุปสงค์ (Demand) หมายถึง ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการชนิดใดชนิด

หนึ่งของผู้บริโภคที่เต็มใจจะซื้อและซื้อหามาได้ ณ ระดับราคาต่างๆ ที่ตลาดก าหนดให้ กล่าวคือ
เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่จะซื้อสินค้าและบริการนั้นแล้ว ก็จะสามารถมีก าลังซื้อสินค้านั้นได้
แต่ถ้าผู้บริโภคไม่สามารถที่จะซื้อหรือไม่มีก าลังซื้อ ก็จะไม่ถือว่าเป็นอุปสงค์ตามความหมายในทาง
เศรษฐศาสตร์

2.1 กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) หมายถึง ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้า

และบริการในราคาต่ า (ราคาถูก) ในปริมาณมากกว่าซื้อสินค้าในราคาสูง (ราคาแพง)

ใบความรู้ที่ 2 อุปสงค์ อุปทาน สัญญาณทางเศรษฐกิจ

26

29

media

2.2 ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์ การที่ผู้บริโภคจะท าการซื้อสินค้าชนิด

ใดชนิดหนึ่งในขณะใดขณะหนึ่งเป็นจ านวนเท่าใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้

1. ราคาสินค้าและบริการ (ตามกฎของอุปสงค์)
2. รายได้ของผู้บริโภค
3. รสนิยมของผู้บริโภค
4. สมัยนิยม
5. การโฆษณาและเทคนิคการตลาด
6. ราคาสินค้าหรือบริการอื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมกันหรือแทนกันได้
7. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาของผู้บริโภค

8. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาของผู้บริโภค
9. พฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น ฤดูกาล การศึกษา
10. ภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นๆ

3. อุปทาน (Supply) หมายถึง ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ขายหรือผู้ผลิตยินดีขาย

หรือผลิตให้แก่ผู้ซื้อ ณ ระดับราคาต่างๆ ตามที่ตลาดก าหนดให้ กล่าวคือ เมื่อราคาสินค้าชนิด
ใดชนิดหนึ่งเพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตก็ยินดีที่จะเสนอขายมากขึ้น แต่ถ้าราคาสินค้าชนิดนั้นลดลง
ปริมาณของอุปทานก็จะลดลงตามไปด้วย

3.1 กฎของอุปทาน (Law of Supply) หมายถึงผู้ผลิตมีความต้องการเสนอขาย

สินค้าและบริการในราคาสินค้าและบริการที่สูง (ราคาแพง) ในปริมาณมากกว่าราคาสินค้าและ
บริการที่ต่ า (ราคาถูก)

3.2 ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปทาน การที่ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพื่อสนอง

ความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังนี้

1. ราคาสินค้าและบริการในขณะนั้นๆ (กฎของอุปทาน)
2. ต้นทุนการผลิตที่เปลี่ยนแปลง (วัตถุดิบ)
3. เทคโนโลยีการผลิตที่น ามาใช้
4. ฤดูกาล
5. สภาวะของตลาดและภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น
6. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาสินค้าและบริการของผู้ผลิต (การเกิดก าไร)
7. จ านวนผู้ผลิตที่เป็นคู่แข่ง

27

30

media

4. ดุลยภาพ (Equilibrium) หมายถึง กลไกราคาท างานโดยได้รับอิทธิพลจากทั้งผู้ผลิต

และผู้บริโภค ซึ่งเราจะสังเกตเห็นได้ว่า ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง ถ้าปริมาณความต้องการหรือปริมาณ
อุปสงค์ต่อสินค้าในตลาดมีมากเกินกว่าปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตจะยินดีขายให้ ราคาสินค้าก็มีแนวโน้ม
ที่จะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนของสินค้า แต่ถ้าปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตประสงค์จะขาย
ให้ผู้บริโภค หรือปริมาณอุปทานของสินค้ามีมากกว่าปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคประสงค์จะซื้อ ราคา
สินค้านั้นก็จะมีแนวโน้มลดต่ าลง เมื่อปริมาณอุปสงค์และปริมาณอุปทานเท่ากัน ราคาสินค้าจึงจะ
อยู่นิ่ง หรือที่เรียกว่า มีเสถียรภาพ ไม่ปรับขึ้นลงอีก ยกเว้นว่า จะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ท าให้ตลาดต้อง
เปลี่ยนแปลงไป
สรุป การท างานของกลไกราคาจะท าให้การจัดสรรทรัพยากรสามารถด าเนินไปได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ โดยที่รัฐบาลไม่จ าเป็นต้องเป็นผู้ตัดสินใจแทนผู้อื่น เพราะการแข่งขันระหว่างผู้ซื้อ
และผู้ขาย จะท าให้สินค้ามีราคาที่สะท้อนความขาดแคลนของสินค้าหรือทรัพยากรนั้นๆ ผู้ซื้อย่อม

ทราบดีถึงความต้องการที่แท้จริงของตน เช่นเดียวกับผู้ผลิต ก็ย่อมทราบดีกว่าผู้อื่นว่า ต้นทุนการ

ผลิตของตนเองเป็นอย่างไร และสมควรตอบสนองความต้องการสินค้าในท้องตลาดอย่างไร

ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th/angkana/sara3_files/page2_files/2.htm สืบค้นวันที่ 27 ม.ค. 2561

28

31

media














ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความจากข่าวต่อไปนี้แล้ววิเคราะห์และตอบค าถามให้ถูกต้อง
1. การปรับขึ้นราคาสินค้าตามข่าวเกิดจากปัจจัยใดบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………….……………….………………………………………………………………………………………………..
2. ผู้ประกอบการมีหลักในการก าหนดราคาสินค้าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การปรับขึ้นของราคาสินค้าดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………….……………….……………………………………………………………………………………………..
4. ในการก าหนดราคาสินค้าผู้ประกอบการควรค านึงถึงปัจจัยใดบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………….……………….………………………………………………………………………………………………
5. ผู้บริโภคควรปฏิบัติตนอย่างไรในสภาวะที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงเพื่อไม่ให้กระทบต่อการด าเนินชีวิต
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

“ขึ้นค่าแรง” MLM ขานรับ! จ่อปรับราคาสินค้าตามต้นทุน

นโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต ่า” ส่อส่งผลกระทบบริษัทเล็ก/ใหญ่ กอดคอจ่อขึ้นราคาตาม

ต้นทุนที่เพิ่ม “คังเซน-เคนโก”เตรียมถกผู้บริหาร หวังปรับราคาตามกระแสของแพง “กิฟฟารีน”
ขอตรึงราคา ปรับไม่ปรับขอเวลาวัดรายรับรายจ่ายด้าน TNI บอกสินค้าน าเข้าไร้ผลกระทบ
พร้อมมั่นใจค่าแรงเพิ่ม มนุษย์เงินเดือนเดินเข้าขายตรงเพิ่ม

“พาณิชย์” ไม่ห่วงของแพง คาดเดือนหน้าสินค้าปรับขึ้นอีก 10%


“พาณิชย์” ยอมรับราคาอาหารปรับขึ้นจริง สั่ง “ค้าภายใน” เร่งตรวจสอบ หวั่นถูก

เหมารวมสินค้าแพง ด้านนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกยอมรับ สินค้าบางรายการปรับขึ้นราคาไป
แล้ว คาดเดือนหน้าปรับขึ้นอีก 10% หลายรายการ

ชาวบ้านรับภาระเพิ่ม น ้ามันพืช-นมจืด ขยับขึ้นราคา

“ประชาชนรับภาระหนักอีกระลอก ของขึ้นราคาอีกหลายรายการ นมจืดขยับราคาขึ้น รวด

เดียว 12 บาทต่อขวดขณะที่น ้ามันพืชขยับ 3-5 บาท แถมตามห้างดังแทบไม่มีวางขาย หรือถ้ามีก็
จ ากัดจ านวนในการซื้อ ด้านอาหารกล่องส าเร็จรูปแบบ 3 เดือน ขยับราคาเพิ่มขึ้น 8 บาท

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2.1 วิเคราะห์ตลาด

30

32

media


ค าชี้แจง ให้นักเรียนใช้หลักการของอุปสงค์และอุปทานตอบค าถาม
1. อุปสงค์ หมายถึงอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การศึกษาเกี่ยวกับอุปสงค์มีเปูาหมายอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. กฎของอุปสงค์เป็นอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ในช่วงที่มะม่วงในฤดูกาลมีมาก ความต้องการซื้อของประชาชนมีลักษณะอย่างไร ให้นักเรียน อธิบาย
โดยใช้กฎของอุปสงค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ปัจจัยที่เป็นตัวก าหนดอุปสงค์มีอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. อุปทานหมายถึงอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. การศึกษาเกี่ยวกับอุปทานมีเปูาหมายอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. กฎของอุปทานเป็นอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. ในปัจจุบันคนไทยให้ความสนใจในสินค้าเทคโนโลยี ความต้องการของผู้ผลิตจะมีลักษณะอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. ปัจจัยที่เป็นตัวก าหนดอุปทานมีอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2.2 อุปสงค์ อุปทาน สัญญาณทางเศรษฐกิจ

31

33

media

ใบความรู้ที่ 3 บัตรภาพ ตลาดเจ้าปัญหา

32

34

media

บัตรค าถาม 7 แบบ

ค าถามข้อที่ 1 มะขามหวานในตลาดมีปริมาณเท่าใด (เกี่ยวกับปริมาณ)
แนวค าตอบ

มีมะขามหวานในตลาดปริมาณมาก

ค าถามข้อที่ 2

ถ้าชาวสวนน ามะขามหวานมาขายพร้อมกันทุกคนจะเป็นอย่างไร
(เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง)

แนวค าตอบ

มะขามหวานล้นตลาดและราคาถูก

ค าถามข้อที่ 3 ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร (เกี่ยวกับการท านาย)
แนวค าตอบ

ชาวสวนขาดทุน / เรียกร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เกี่ยวข้อง

ค าถามข้อที่ 4

ถ้านักเรียนเป็นชาวสวนมะขามหวานจะท าอย่างไร
(เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น)

แนวค าตอบ

ทยอยน ามะขามหวานมาขายโดยส ารวจปริมาณมะขามหวานในตลาดก่อน

ค าถามข้อที่ 5 ถ้านักเรียนเป็นชาวสวนมะขามหวานจะรู้สึกอย่างไร(เกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัว)
แนวค าตอบ

เสียใจที่ราคามะขามหวานถูก เพราะขาดทุน

ค าถามข้อที่ 6

หากชาวสวนมะขามหวานรวมตัวกันและขอการสนับสนุนจากภาพรัฐจัด
มหกรรมมะขามหวานหลานขึ้นแทนการวางขายปกติจะเกิดผลอย่างไร
(เกี่ยวกับความสัมพันธ์เปรียบเทียบ)

แนวค าตอบ

มีนักท่องเที่ยวมาซื้อมะขามหวานมาขึ้น ราคามะขามหวานจะสูงขึ้น

ค าถามข้อที่ 7

จากภาพ “ตลาดเจ้าปัญหา” สะท้อนให้เห็นค่านิยมและวิถีชีวิตของชาวสวน
อย่างไร(เกี่ยวกับค่านิยม)

แนวค าตอบ

มีค่านิยมที่เลียนแบบกันจะเห็นว่ามีชาวสวนมะขามหวานจ านวนมากที่ปลูก
ผลไม้ชนิดเดียวกันและแย่งตลาดกันเอง ส่งผลให้ราคาผลผลิตต่ า และสะท้อน
ให้ให้วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการด ารงชีวิต เห็นได้จากการ
ขนส่งผลิตผล

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 3.1 ตลาดเจ้าปัญหา

33

35

media

ค าชี้แจง นักเรียนสรุปความรู้ ความคิด และผลการปฏิบัติกิจกรรมลงในตาราง

ความรู้ใหม่ที่ได้

จากการเรียนรู้เรื่องนี้

.....................................

.....................................

.....................................

.....................................

.....................................

.............

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

ประโยชน์จาก

การเรียนรู้เรื่องนี้

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

......

ความรู้สึกต่อการเรียนรู้

เรื่องนี้

.....................................

.....................................

..

………………………

………………………

…………………..…

กิจกรรมที่ชอบ

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

เรื่องที่ยังสงสัย

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

...............................

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 4 สรุป ความรู้ ความคิด และผลการปฏิบัติกิจกรรม

34

36

media

ค าชี้แจง 1. แบบทดสอบเป็นข้อสอบแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ านวน 10 ข้อ

2. ใช้เวลาในการท าแบบทดสอบ 10 นาที ข้อละ 1 คะแนน
3. ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกที่สุดเพียงค าตอบเดียว แล้วท าเครื่องหมายกากบาท (X)
ในกระดาษค าตอบให้ถูกต้อง


1. “ตลาด” ตามความหมายของเศรษฐศาสตร์
หมายถึงอะไร

ก. สถานที่ในการซื้อขายสินค้า
ข. การซื้อขายสินค้าอย่างเป็นระบบ
ค. ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า
ง. สถานที่แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

2. ข้อใดกล่าวถึงความหมายของอุปสงค์ได้ถูกต้อง
ก. ถ้าราคาสินค้าลดลง ปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อ
สินค้าจะมากขึ้น
ข. ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อ
สินค้าจะลดลง
ค. ถ้าราคาสูงขึ้น ปริมาณที่เสนอขายย่อม
มากขึ้น
ง. ข้อ ก และ ข ถูก
3. ข้อใดเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่
ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และผู้ซื้อกับผู้ขายเป็นผู้
ก าหนดราคาสินค้าด้วยตนเองโดยไม่มีปัจจัยอื่นๆ
เข้ามาแทรกแซง

ก. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
ข. ตลาดสินค้าเกษตรกรรม
ค. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์
ง. ตลาดสินค้าขายปลีกและขายส่ง

4. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นตลาด
ประเภทใด

ก. ตลาดบริการ
ข. ตลาดเงิน
ค. ตลาดทุน
ง. ตลาดสินค้าผู้ผลิต


5. ข้อใดเป็นความหมายของราคาดุลยภาพ
ก. ราคาซื้อขายที่เท่ากันพอดี ณ ระดับ
ราคาใดราคาหนึ่ง
ข. ปริมาณความต้องการของคนซื้อ
มีเท่ากับจ านวนสินค้า ที่ต้องการขาย
ค. ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายร่วมกันก าหนดขึ้น
ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
6. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้กับใคร
ก. เกษตรกร
ข. ข้าราชการ
ค. นักเรียนนักศึกษา
ง. ประชาชนทุกคน

แบบทดสอบหลังเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1

ตลาดเพื่อความพอเพียง

35

37

media

7. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง
ก. ปฏิบัติตามทางสายกลาง
ข. ลดการพึ่งพาผู้อื่น
ค. พัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน
ง. ชุมชน/ท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง
ของการพัฒนา
8. จุดเน้นของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร
ก. ความพออยู่พอกิน
ข. ความพอประมาณ
ค. การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก
ง. การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
9. ระบบสหกรณ์ของหมู่บ้านใดต่อไปนี้มี แนวโน้ม
ประสบความส าเร็จในการด าเนินกิจการมากที่สุด
ก. หมู่บ้านโคกโพธิ์ มีผู้จัดการสหกรณ์
ร้านค้าที่ จบการศึกษาระดับปริญญาโท
ข. หมู่บ้านโคกศิลา มีการบริหารจัดการ
สหกรณ์ โรงสีโดยใช้หลักการมี
ส่วนร่วมของสมาชิก
ค. หมู่บ้านโคกส าราญ มีชาวบ้านให้ความ
สนใจ และเข้าร่วมเป็นสมาชิก
สหกรณ์เลี้ยงหมูปุา เป็นจ านวนมาก
ง. หมู่บ้าน โคกมะตูม น าสมาชิกสหกรณ์

สวนกล้วย ไปฝึกอบรมและ ศึกษา
ดูงานทุกเดือน
10. บุคคลใดต่อไปนี้น าหลักเศรษฐกิจพอเพียงมา
ใช้ในการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของตนเอง ได้
อย่างเหมาะสมที่สุด
ก. นายสมชายเป็นหนี้ ธกส. เมื่อเก็บเกี่ยว
ผลผลิตเสร็จแล้วจึงขายผลผลิตทั้งหมด
ที่ได้ เพื่อน าเงินไปใช้หนี้
ข. นายสมศักดิ์ ไม่มีหนี้สินเลย เพราะเป็น
คนที่ประหยัดอดออมมาก แม้แต่ผลไม้ที่
ตนเอง ชอบยังไม่เคยซื้รับประทาน
ค. นายสมบัติ เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ
ไม่ เคยใช้เงินเกินตัว หามาได้เท่าไหร่ก็
ใช้ไปเท่านั้น ไม่มีหนี้สินและไม่มีเงินเก็บ

ง. นายสมหมาย เป็นลูกจ้างเงินเดือนน้อย
ทุกสิ้นเดือน เขาจะแบ่งเงินเดือน

ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้จ่ายราย
เดือน ส่วนที่ 2 เก็บเป็นเงินฝากใน
ธนาคาร

36

38

media


ชื่อ-สกุล……………………………….…………………………………………..ชั้น......./...........เลขที่..................

ข้อ
ตัวเลือก

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ลงชื่อ.....ว่าที่ร..ต...................................................ผู้สอน

( ทิพย์รถ พุ่มไม้ )

เกณฑ์การประเมิน
ตอบถูก ข้อละ 1 คะแนน
ตอบผิด / ไม่ตอบ ข้อละ 0 คะแนน
หรือตอบมากกว่า 1 ข้อ
แปลผลคะแนน
8 - 10 คะแนน ดี
5 - 7 คะแนน พอใช้
0 - 4 คะแนน ปรับปรุง
สรุปผล
8 - 10 คะแนน
0 - 7 คะแนน

สรุปผลการประเมิน

รวม........................................คะแนน

ผ่าน ไม่ผ่าน

กระดาษค าตอบ (แบบทดสอบหลังเรียน)

37

39

media


กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. (2551). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ม. 3. กรุงเทพฯ :

อักษรเจริญทัศน์.

ฮัษมาน ธนวรกันต์ และคณะ. (2551). คู่มือเตรียมสอบ พิชิต O-NET สังคมศึกษา ศาสนา

และวัฒนธรรม ม. 3. กรุงเทพฯ :

อักษรเจริญทัศน์.

บรรณานุกรม

38

40

media

ภาคผนวก

41

media

แบบทดสอบก่อนเรียน
ข้อ

เฉลย

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อ

เฉลย

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1

ตลาดเพื่อความพอเพียง

42

media

ค าชี้แจง ตอนที่ 1 ให้นักเรียนเติมค าหรือข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง

1. ตลาด หมายถึง สถานที่ใดๆที่สามารถขายสินค้าหรือบริการกันได้
2. ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
3. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่ระหว่างผู้ซื้อ

กับผู้ขาย การก าหนดราคาสินค้าจึงเกิดขึ้นทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขาย

4. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ มีลักษณะ เป็นลักษณะตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายมีอิทธิพลใน

การก าหนดราคาหรือปริมาณสินค้าในตลาด เนื่องจากสินค้ามีลักษณะไม่เหมือนกัน

5. ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และ

ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

6. ตลาดที่มีผู้ขายเพียงไม่กี่ราย ซึ่งแต่ละรายจะผลิตและจ าหน่ายสินค้าเป็นสัดส่วนมาก

ในตลาด คือ ตลาดผู้ขายน้อยราย

7. สินค้าประเภท สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอกและแปูง จัดอยู่ในตลาดประเภท ตลาดกึ่ง

แข่งขันกึ่งผูกขาด

8. ปูนซีเมนต์จัดอยู่ในตลาดประเภท ตลาดผู้ขายน้อยราย
9. ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการผูกขาดตลาด คือ ข้อจ ากัดด้านการซื้อปัจจัยการผลิต

ข้อจ ากัดทางกฎหมาย ข้อจ ากัดทางเงินทุน และข้อจ ากัดทางเทคโนโลยี

10. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์และตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ มีความแตกต่างกัน คือ
- จ านวนผู้ขาย ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีผู้ขายมากกว่าตลาดแข่งขันมาสมบูรณ์

-ลักษณะสินค้าที่ขาย ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีสินค้าเหมือนกัน สามารถใช้ทดแทน
กันได้ แต่ในตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ที่เป็นตลาดผูกขาดไม่มีสินค้าทดแทนกันได้

-ความยากง่ายในการเข้าสู่ตลาดของผู้ขายรายใหม่ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ผู้ขายราย
ใหม่สามารถเข้ามาขายโยง่าย แต่ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์เกิดการผูกขาดสินค้า
ผู้ขายรายใหม่ไม่สามารถเข้าได้

เฉลยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1.1 ตลาดกลไกทางเศรษฐกิจ

43

media














ค าชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความจากข่าวต่อไปนี้แล้ววิเคราะห์และตอบค าถามให้ถูกต้อง
1. การปรับขึ้นราคาสินค้าตามข่าวเกิดจากปัจจัยใดบ้าง
ต้นทุนการผลิตและการจ าหน่ายเพิ่มขึ้น เช่น เกิดจากราคาน้ ามันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การ
ปรับเพิ่มอัตราค่าแรงงาน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากผู้ผลิตมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
2. ผู้ประกอบการมีหลักในการก าหนดราคาสินค้าอย่างไร
การก าหนดราคาโดยการบวกเพิ่มต้นทุน การก าหนดราคาเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุน และ
การก าหนดราคาขายต่างกัน เช่น การขายส่งที่ถูกกว่าขายปลีก
3. การปรับขึ้นของราคาสินค้าดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างไร
ท าให้ประชาชนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ในขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
4. ในการก าหนดราคาสินค้าผู้ประกอบการควรค านึงถึงปัจจัยใดบ้าง
สภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันของตลาด ต้นทุนการผลิต การจ าหน่าย กลุ่มเปูาหมาย
5. ผู้บริโภคควรปฏิบัติตนอย่างไรในสภาวะที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงเพื่อไม่ให้กระทบต่อการด าเนิน
ชีวิต
วางแผนการใช้จ่าย ไม่ใช้จ่ายฟุมเฟือย หารายได้เพิ่มเติม

“ขึ้นค่าแรง” MLM ขานรับ! จ่อปรับราคาสินค้าตามต้นทุน

นโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต ่า” ส่อส่งผลกระทบบริษัทเล็ก/ใหญ่ กอดคอจ่อขึ้นราคาตาม

ต้นทุนที่เพิ่ม “คังเซน-เคนโก”เตรียมถกผู้บริหาร หวังปรับราคาตามกระแสของแพง “กิฟฟารีน”
ขอตรึงราคา ปรับไม่ปรับขอเวลาวัดรายรับรายจ่ายด้าน TNI บอกสินค้าน าเข้าไร้ผลกระทบ
พร้อมมั่นใจค่าแรงเพิ่ม มนุษย์เงินเดือนเดินเข้าขายตรงเพิ่ม

“พาณิชย์” ไม่ห่วงของแพง คาดเดือนหน้าสินค้าปรับขึ้นอีก 10%


“พาณิชย์” ยอมรับราคาอาหารปรับขึ้นจริง สั่ง “ค้าภายใน” เร่งตรวจสอบ หวั่นถูก

เหมารวมสินค้าแพง ด้านนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกยอมรับ สินค้าบางรายการปรับขึ้นราคาไป
แล้ว คาดเดือนหน้าปรับขึ้นอีก 10% หลายรายการ

ชาวบ้านรับภาระเพิ่ม น ้ามันพืช-นมจืด ขยับขึ้นราคา

“ประชาชนรับภาระหนักอีกระลอก ของขึ้นราคาอีกหลายรายการ นมจืดขยับราคาขึ้น รวด

เดียว 12 บาทต่อขวดขณะที่น ้ามันพืชขยับ 3-5 บาท แถมตามห้างดังแทบไม่มีวางขาย หรือถ้ามีก็
จ ากัดจ านวนในการซื้อ ด้านอาหารกล่องส าเร็จรูปแบบ 3 เดือน ขยับราคาเพิ่มขึ้น 8 บาท

กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2.1 วิเคราะห์ตลาด

44

media

ค าถาม
1. ข่าวนี้ให้ข้อมูลแสดงถึงตลาดสินค้าประเภทใด อธิบายเหตุผล
ตลาดสินค้าบริโภค ประเภทสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม .
2. ตลาดในข่าวนี้จัดเป็นตลาดลักษณะใด และใช้อะไรเป็นเกณฑ์
ตลาดสินค้าผู้บริโภค ใช้เกณฑ์ การแบ่งตลาดตามวัตถุประสงค์ของการใช้สินค้า
ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ ใช้เกณฑ์ ลักษณะการแข่งขันที่มีอยู่ในตลาด
3. นักเรียนคิดว่า ตลาดประเภทนี้มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร อธิบายเหตุผล
ข้อดี คือ รัฐสามารถควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ข้อเสีย มีการแข่งขันน้อย เนื่องจากมีข้อจ ากัดด้านการซื้อปัจจัยการผลิต
4. สภาพการณ์ในตลาด ตามข่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร
การเพิ่มศักยภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน ในภาวการณ์แข่งขันของตลาดทั้ง
ภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล
5. ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการก าหนดราคาตามข่าวมีอะไรบ้างอธิบายเหตุผล
นโยบายของรัฐบาลในการก าหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ า 300 บาทส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
สินค้า

ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ
กรมส่งเสริมการส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ พร้อมเน้นการเพิ่มมูลค่า

สินค้าไทยรองรับค่าแรง 300 บาท จากการที่รัฐบาลมีนโยบายจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ าเป็น 300
บาทต่อวัน นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เผยว่า มีความเป็นไปได้ โดยทุก
ภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือกันท าเป็นขั้นตอนและอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาครัฐต้องมีการปรับ
ระบบการท างานบางส่วนที่ไม่จ าเป็น หรือลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลง เพื่อลดต้นทุน และมีการออก
มาตรการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้
ลงเพื่อน าเข้าเครื่องจักรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ฯลฯ ซึ่งมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วย และ
สมัครใจจ่ายค่าแรงในอัตราที่สูงกว่าที่ก าหนด เพื่อให้การผลิตดีขึ้น แต่ทางภาครัฐจะต้องใช้เวลาในการ
ท าความเข้าใจกับผู้ประกอบการเอกชนถึงผลดีระยะยาว

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1291599

เฉลยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1.2 วิเคราะห์ตลาด

45

media


ค าชี้แจง ให้นักเรียนใช้หลักการของอุปสงค์และอุปทานตอบค าถาม
1. อุปสงค์ หมายถึงอะไร
ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าในระยะเวลาหนึ่ง ณ ระดับราคาต่างๆ ของสินค้า
และบริการชนิดนั้น
2. การศึกษาเกี่ยวกับอุปสงค์มีเปูาหมายอย่างไร
เพื่ออธิบายพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้าและบริการ
3. กฎของอุปสงค์เป็นอย่างไร
ถ้าราคาสินค้าและบริการใดๆ เพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ จะลดน้อยลงตรงกันข้าม
ถ้าสินค้าหรือบริการใดๆ ลดลง ความต้องการซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ จะเพิ่มขึ้น
4. ในช่วงที่มะม่วงในฤดูกาลมีมาก ความต้องการซื้อของประชาชนมีลักษณะอย่างไร ให้นักเรียน อธิบาย
โดยใช้กฎของอุปสงค์
ความต้องการซื้อจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมะม่วงมีราคาถูก แต่ถ้าหากนอกฤดูกาลมะม่วงจะมีราคาเพิ่มขึ้นจะ
ท าให้การซื้อลดลง
5. ปัจจัยที่เป็นตัวก าหนดอุปสงค์มีอะไรบ้าง
เช่น ราคาสินค้า จ านวนประชากร รายได้ การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล การศึกษา และการโฆษณา
เป็นต้น
6. อุปทานหมายถึงอะไร
ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตหรือผู้ขายพร้อมที่จะผลิตออกขาย ณ ระดับราคาต่างๆ ภายในระยะ
เวลาที่ก าหนด
7. การศึกษาเกี่ยวกับอุปทานมีเปูาหมายอย่างไร
เพื่ออธิบายพฤติกรรมของผู้ผลิตเกี่ยวกับการผลิตสินค้าและบริการ
8. กฎของอุปทานเป็นอย่างไร
ถ้าราคาสินค้าและบริการใดๆ เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าออกมาจ าหน่ายเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามถ้าราคา
สินค้าและบริการใดๆ ลดลง ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าออกมาจ าหน่ายน้อยลง
9. ในปัจจุบันคนไทยให้ความสนใจในสินค้าเทคโนโลยี ความต้องการของผู้ผลิตจะมีลักษณะอย่างไร
มีการคิดค้นและผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีมากขึ้น
10. ปัจจัยที่เป็นตัวก าหนดอุปทานมีอะไรบ้าง
เช่น ราคาสินค้า ราคาปัจจัยการผลิต จ านวนผู้ผลิตหรือผู้ขาย สภาพดินฟูาอากาศ เป็นต้น

เฉลยกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2.2 อุปสงค์ อุปทาน สัญญาณทางเศรษฐกิจ

46

media
media

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 46

SLIDE