

บุรีรัมย์เมืองสันติสุข
Presentation
•
Social Studies
•
10th Grade
•
Practice Problem
•
Hard
nipasara srisawang
FREE Resource
22 Slides • 0 Questions
1
วิชา
บุรีรัมย์เมืองสันติสุข
ครูผู้สอน : นางสาวนิภัสรา ศรีสว่าง
2
แผ่นดินที�เราสู้ศัตรูพ่าย แผ่นดินที�ยิ�งใหญ่ในอิสาน
แผ่นดินแห่งลํานําและตํานาน แผ่นดินที�เบิกบานด้วยไมตรี
แผ่นดินที�ผู้คนต้องขวนขวาย แผ่นดินที�เกรียงไกรด้วยศักดิ�ศรี
แผ่นดินที�มีรักสามัคคี แผ่นดินที�รื�นรมย์สมเป็ นไทย
แผ่นดินนี�บุรีรัมย์จําหลักจิต แผ่นดินนี�มอบชีวิตไว้ให้
เราบํารุงบุรีรัมย์ให้อําไพ เราภูมิใจที�ได้อยู่บุรีรัมย์
เรารักชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เรายืนหยัดปั ดป� องผองอธรรม
เราคือเพชรอิสานใต้ค่าล�า คนบุรีรัมย์มีคุณธรรมประจําใจ
เพลงมาร์ชบุรีรัมย์
3
ประวัติความเป็ นมา
จากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัย
ของมนุษย์ในแถบนี�มาตั�งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่ที�พบ
มากที�สุดคือหลักฐานทางวัฒนธรรมของขอมโบราณ ไม่ว่าจะ
เป็ นทั�งปราสาทหิน ปราสาทอิฐต่างๆ หรือชิ�นส่วนโบราณวัตถุ
ประเภทภาชนะ เครื�องปั� นดินเผาต่างๆ ซึ�งหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ที�สําคัญจริงๆ ของบุรีรัมย์นั�นจะเริ�มประมาณ
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายโดยปรากฏชื�อว่าเป็ นเมืองขึ�นของ
เมืองนครราช�ีมา เรียกว่า เมืองแปะ
4
ประวัติความเป็ นมา (ต่อ)
รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตาก�ินมหาราชกรุงธนบุรี ครั�งนั�นพระยานางรอง
คบคิดเป็ นกบฏร่วมกับเจ้าโอ, เจ้าอิน และอุปฮาด เมืองจําปาศักดิ� จึงโปรดให้
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ� าจุฬาโลกมหาราช เมื�อยังดํารงตําแหน่ง
เจ้าพระยาจักรี เป็ นแม่ทัพไปปราบ และจับตัวพระยานางรองประหารชีวิต จาก
นั�นสมทบกับเจ้าพระยาสุร�ีห์ (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุร�ิงหนาท) คุม
กองทัพหัวเมืองฝ� ายเหนือยกไปตีเมือง จําปาศักดิ�, เมืองโขง และเมืองอัตตะปื อ
ได้ทั�ง 3 เมือง ประหารชีวิต เจ้าโอ, เจ้าอิน และอุปฮาด เมืองจําปาศักดิ� แล้ว
เกลี�ยกล่อมเมืองต่างๆ ใกล้เคียงให้สวามิภักดิ� ได้แก่ เขมรป� าดง, ตะลุง,
สุรินทร์, �ังขะ และเมืองขุขันธ์ รวบรวมผู้คนตั�งเมืองขึ�นในเขตขอม และให้
บุตรเจ้าเมืองผไทสมันต์แห่งพุทธไธสงขึ�นเป็ นเจ้าเมืองคนแรก
5
ประวัติความเป็ นมา (ต่อ)
ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2440 - 2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปขึ�นกับ
มณฑลนครราช�ีมาเรียกว่า "บริเวณนางรอง" ประกอบด้วย เมืองบุรีรัมย์
นางรอง รัตนบุรี ประโคนชัย และพุทไธสง พ.ศ. 2442 มีประกาศเปลี�ยน
ชื�อ ในคราวนี�เปลี�ยนชื�อ บริเวณนางรองเป็ น "เมืองนางรอง" มีฐานะเป็ น
เมืองจัตวา ตั�งที�ว่าการอยู่ที�เมืองบุรีรัมย์ แต่ตราตําแหน่งเป็ นตราผู้ว่าการ
นางรอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี�ยนชื�อเมืองเป็ น "บุรีรัมย์"
และเปลี�ยนตราตําแหน่งเป็ นผู้ว่าราชการเมืองบุรีรัมย์ ตั�งแต่วันที� 3
�ิงหาคม พ.ศ. 2444 เป็ นต้นมา จนกระทั�งสมัยปี พ.ศ.2476 ได้มีการจัด
ระเบียบภูมิภาคใหม่ จึงได้ชื�อจังหวัดบุรีรัมย์ ตั�งแต่นั�นเป็ นต้นมา
6
ข้อมูลด้านการปกครองของจังหวัด
การแบ่งเขตการปกครอง แบ่งออกเป็ น 23 อําเภอ 188
ตําบล 2,546 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ�น ประกอบ
ด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 2
แห่ง เทศบาลตําบล 46 แห่ง และองค์การบริหารส่วน
ตําบล 160 แห่ง
7
ตราประจําจังหวัดบุรีรัมย์
เป็ นรูปปราสาทเขาพนมรุ้งมีกําแพงล้อมรอบ ภายในเป็ นท้องพระ
โรง มีเทวสถานและรอยพระพุทธบาทจําลองประดิษฐานอยู่บนยอดเขา
แห่งนี�ด้วยภาพเทวดาร่ายรําหมายถึงดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ปราบ
ยุคเข็ญ และผู้ประสาทสุข
ท่าร่ายรํา หมายถึงความสําราญชื�นชมยินดี ซึ�งตรงกับการออกเ�ียง
พยางค์สุดท้ายของเชื�อจังหวัด
8
สัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์
ดอกไม้ประจําจังหวัด
ได้แก่ ดอกสุพรรณิการ์
หรือ ดอกฝ� ายคํา
ต้นไม้ประจําจังหวัด
ได้แก่ ต้นแป� ะ
ต้นไม้มงคลพระราชทาน
ได้แก่ ต้นกาฬพฤกษ์
9
1)ลักษณะทางภูมิศาสตร์
จังหวัดบุรีรัมย์ตั�งอยู่ทางตอนใต้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างเส้น
รุ้งที� 14 องศา 15 ลิปดาเหนือ กับ 15 องศา 45 ลิปดาเหนือ เส้นแวงที� 102
องศา 30 ลิปดาตะวันออก กับ 103 องศา 45 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจาก
กรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 385 กิโลเมตร ทางรถไฟ
ประมาณ 376 กิโลเมตร
2) อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสระแก้ว และราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครราช�ีมา
ข้อมูลด้านกายภาพของจังหวัด
10
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
นายสิงหชัย ผ่องบุรุษ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
นายจําเริญ แหวนเพ็ชร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
นายป� ยะ ป� จนํา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
นายสมบูรณ์ สุธีระกูล
รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
ทําเนียบผู้บริหาร
11
กลุ่มไทย โคราช
กลุ่มไทย ลาว
กลุ่มไทย เขมร
กลุ่มไทย กวย (ส่วย กูย)
วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์
12
กลุ่มไทย โคราช
วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์
กลุ่มไทยโคราชส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเขตอําเภอปะคํา นางรอง หนองกี�และลํา
ปลายมาศ ซึ�งมีอยู่ประมาณ ๑๕% ของประชากรในจังหวัดบุรีรัมย์การแต่งกายจะนุ่งโจง
กระเบนทั�งชายและหญิง เ�ื�อคอกลมผ้าขาวม้าพาดบ่าด้านซ้ายหญิงนิยมทัดดอกไม้ที�หูชาว
ไทยโคราชเป็ นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ว่านอนสอนง่ายเชื�อฟั ง พ่อ แม่ ปู� ย่า ตา ยาย และเชื�อ
ฟั งผู้นํา ไม่ประพฤติล่วงเกินคํา�ั�งสอนของผู้เป็ นบุพการีความเชื�อถือ การทําบุญใส่บาตร ส่ง
ผลบุญไปให้บรรพบุรุษ เป็ นประเพณีที�นิยมทํากันในระหว่างเดือน ๖ ไม่กําหนดวันที
แน่นอน เป็ นการทําบุญประจําหมู่บ้าน ซึ�งเชื�อว่าเป็ นการส่งผลบุญไปให้บรรพบุรุษที�ล่วงลับ
ไปแล้ว เป็ นการแสดงความกตัญ�ูต่อผู้มีพระคุณความเชื�อเกี�ยวกับการประกอบอาชีพ คือการ
ทํานา ทําไร่ เมื�อถึงฤดูการทํานาคือเดือน ๖ ทุกปี เมื�อก่อนจะลงนา ลงทําไร่ ไถนา จะต้อง
ประกอบพิธีแรกนา (แรกนาขวัญ) เพื�อความเป็ น�ิริมงคลแก่การประกอบอาชีพ
13
กลุ่มไทย ลาว
วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์
มักจะอยู่ทางเหนือแม่น�ามูล โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ คนพุทไธสง นาโพธิ� และบ้านใหม่ไชยพจน์ ที
ติดกับเขตจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดมหาสารคาม เป็ นเชื�อสายที�อพยพเนื�องจากการศึกสงครามสรุปได้
ว่าชาติพันธุ์ไทย-ลาว ซึ�งเป็ นชาวบุรีรัมย์ดั�งเดิม มาจากนครเวียงจันทน์และในแถบภูมิภาคนี�และกระจาย
กันไปในพื�นที�ต่างๆในจังหวัดบุรีรัมย์ เช่น ที�อําเภอลําปลายมาศ อําเภอหนองหงส์ ฯลฯ เป็ นต้น กลุ่ม
ไทย-ลาวในจังหวัดบุรีรัมย์ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตอําเภอพุทไธสง อําเภอนาโพธิ� อําเภอสตึก อําเภอลํา
ปลายมาศ อําเภอคูเมือง อําเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ อําเภอหนองกี� อําเภอแคนดง แต่ปั จจุบันได้
กระจัดกระจายเกือบทุกอําเภอ คนไทยเชื�อสายลาวมีประมาณ ๓๕ % ของประชากรในจังหวัดบุรีรัมย์
ลักษณะการแต่งกายชายนิยมแต่งกายแบบผ้าขาก๊วย หรือโสร่ง นิยมนุ่งผ้าหัวกูด (หัวกุด) เ�ื�อนิยมนุ่ง
เ�ื�อม่อฮ่อม ทอเอง ตัดเอง ส่วนมากเป็ น�ีคราม
14
กลุ่มไทย เขมร
วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์
จังหวัดบุรีรัมย์เป็ นจังหวัดหนึ�งที�มีประชากรชาวเขมรอาศัยอยู่มาก ทั�งนี�เพราะจังหวัดบุรีรัมย์มี
พื�นที�อยู่ติดกับพรมแดนประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยและจังหวัดสุรินทร์ ชาวไทย-เขมรในจังหวัด
บุรีรัมย์ส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ ประชากรที�พูดภาษาไทย เขมรส่วนใหญ่จะ
อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ อําเภอประโคนชัย อําเภอบ้านกรวด อําเภอปะคํา อําเภอ
ละหานทราย อําเภอกระ�ัง อําเภอพลับพลาชัย อําเภอสตึก และอําเภอเมืองบุรีรัมย์กลุ่มชาวไทย-เขมร
ในจังหวัดบุรีรัมย์ดําเนินชีวิตด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา เป็ น
เอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะด้านความเชื�อ เช่น ความเชื�อทางด้าน
ไสยศาสตร์ เครื�องรางของขลัง การเสกเป� า ยา�ั�ง และการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในวิถีชีวิตตั�งแต่เกิด
จนตาย ซึ�งมีการ�ืบต่อกันมาโดยมีผู้นํา�ืบทอดสู่ชนรุ่นหลังอย่างเหนียวแน่นสําหรับประเพณีเกี�ยวกับ
ความเชื�อ ชาวไทย-เขมรมีขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างหนึ�ง คือ การทําบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตาย
เรียกว่า การทําบุญโดนตา คือการทําบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตายไปแล้ว
15
กลุ่มไทย กวย
วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์
ปั จจุบันมีชาวไทย-กวย (ส่วนมากจะเรียกส่วย หรือกูย) กระจายอยู่ทั�วไปในพื�นที�ต่างๆ ของ
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราช�ีมา ศรีสะเกษ และบาง
ส่วนของจังหวัดมหาสารคาม ซึ�งได้อพยพไปจากจังหวัดสุรินทร์ และศรีสะเกษสําหรับชาวกวยในจังหวัด
บุรีรัมย์ซึ�งอพยพมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ เมื�อประมาณ ๑๐๐ ปี กว่ามา
แล้ว ได้เข้ามาอยู่ในเขตอําเภอเมืองบุรีรัมย์ หนองกี� ลําปลายมาศ กระ�ัง สตึกพลับพลาชัย บ้านด่าน
และประโคนชัยเป็ นส่วนใหญ่ชาวไทย-กวย พวกเขาจะเรียกตัวเองว่า กูย คําว่าส่วยเป็ นคําพูดเรียกชื�อที
ชนชาติอื�นเรียกพวกเขา ซึ�งปกติพวกเขาไม่ชอบคําว่า ส่วย ชนชาวกวยจะถือเคร่งในเรื�องการตอบแทนต่อ
ผู้มีพระคุณ เช่นในทุกปี ในช่วงสงกรานต์ พวกลูกหลานจะต้องหาบน�าไปให้พ่อ แม่ ปู� ย่า ตา ยาย อาบ
พร้อมทั�งหาเ�ื�อผ้าใหม่ๆ ให้ผลัดเปลี�ยนเป็ นประจําทุกปี เชื�อฟั งคํา�ั�งสอนของบิดา มารดาไม่ประพฤติ
นอกรีดนอกรอย ความเชื�อเกี�ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีส่วนมากจะคล้ายกับพวกเขมร เช่น การตาย
จะไม่นิยมเผาแต่จะฝังไว้ก่อนเป็ นต้น
16
เมืองปราสาทหิน ถิ�นภูเขาไฟ
ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม
เลิศล�าเมืองกีฬา
คําขวัญประจําจังหวัด
17
บุรีรัมย์นั�นมีสถานที�ท่องเที�ยวเชิงประวัติศาสตร์ที�สําคัญอยู่เป็ นจํานวนมาก เช่น ปราสาทหินเมืองต�า
รวมไปถึงโบราณสถานที�ขึ�นชื�อที�สุดของจังหวัด นั�นคือ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง นั�นเอง นอก
เหนือจากอารยธรรมโบราณแล้ว ปราสาทสายฟ� า บุรีรัมย์ สเตเดียม สุดยอดสนามกีฬาที�กว้างใหญ่
มาก สามารถจุได้ถึง 32,600 ที�นั�ง เรียกได้ว่ายิ�งใหญ่ และเหมือนสนามฟุตบอลของเมืองนอกเลยทีเดียว
เป็ นหนึ�งในความภาคภูมิใจของคนที�นี�
เมืองปราสาทหิน
ปราสาทสายฟ� า บุรีรัมย์ สเตเดียม
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ปราสาทหินเมืองต�า
18
ถิ�นภูเขาไฟ
จังหวัดบุรีรัมย์นับเป็ นดินแดนแห่ง “ภูเขาไฟ” ซึ�งมีลักษณะภูมิประเทศที�ราบสูงเกิดจากการระเบิดของ
ภูเขาไฟเมื�อประมาณ ๙ แสนถึง ๑ ล้านปี มาแล้ว โดยเป็ นจังหวัดที�มีภูเขาไฟมากที�สุดถึง ๖ ลูกด้วยกัน
ได้แก่ เขาพนมรุ้ง เขาอังคาร เขาไปรบัด เขาหลุบ เขากระโดง และเขาคอก
ภูเขาไฟพนมรุ้ง
ภูเขาไฟอังคาร
ภูเขาไฟกระโดง
19
ผ้าไหมสวย
จังหวัดบุรีรัมย์มีผ้าไหมลวดลายสวยงามหลายแบบ แต่ที�เป็ นที�รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ ผ้าไหมซิ�นตีนแดงและผ้าฝ� ายภูเขาไฟ ภูอัคนี ผ้าไหมลายทราย
ผ้าซิ�นตีนไหมแดง เป็ นผ้าไหมเอกลักษณ์ท้องถิ�นของชาวอําเภอพุทไธสงและอําเภอนาโพธิ� ที��ืบทอดมาเป็ นเวลา 200 กว่าปี ตามแบบผ้าซิ�นลาว คือ ทอ
ด้วยไหมทั�งผืน หัวซิ�นและตีนซิ�นเป็ น�ีแดงสด
ส่วนผ้าฝ� ายภูเขาไฟ ภูอัคนี เป็ นผ้าฝ� ายย้อมดินภูเขาไฟของชุมชนบ้านเจริญสุข อําเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยนําดินภูเขาไฟอังคารมาย้อม เป็ น�ีน�าตาลอ่อน
และน�าตาลแดง เนื�อผ้านุ่ม เบา เย็นสบายและ�ีคงทน
ผ้าไหมลายเนื�อลายมีความเป็ นเอกลักษณ์ของละหานทราย ในอดีตเขตพื�นที�อําเภอละหานทราย โดยเฉพาะเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยาจะพบ�ัตว์ป� า
ประเภทเนื�อทรายเป็ นจํานวนมาก และเป็ น�ัตว์�ัญลักษณ์ของอําเภอละหานทราย กลุ่มจึงออกแบบลายผ้ามัดหมี�ให้เป็ นรูปเนื�อทรายในผืนผ้าและออกแบบ
ลายประกอบเพิ�มเพื�อให้ผืนผ้ามีความสวยงาม โดยเน้นตัวเนื�อทรายให้โดดเด่นในแต่ละผืนผ้า
ผ้าฝ� ายภูอัคนี
ผ้าไหมลายเนื�อทราย
ผ้าซิ�นตีนไหมแดง
20
จังหวัดแห่งนี�ได้ผสมผสานความเป็ นชุมชนดั�งเดิม ที�เต็มเปี� ยมไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม
ที��ืบทอดกันมาเป็ นเวลายาวนาน และความทันสมัยของเทคโนโลยีกิจกรรมกีฬาสมัยใหม่ เข้ากัน
ได้อย่างลงตัว
ซึ�งกิจกรรมหรือประเพณีต่างๆ ของจังหวัดบุรีรัมย์นั�นก็มีมากมาย เช่น งานประเพณีขึ�นเขาพนมรุ้ง
งานประเพณีขึ�นเขากระโดง งานประเพณีกวนข้าวทิพย์และตักบาตรเทโว งานกาชาดและงาน
ประจําปี จังหวัดบุรีรัมย์ งานเทศกาลนมัสการพระเจ้าใหญ่วัดหงส์ งานมหกรรมว่าวอีสาน งานข้าว
มะลิหอม ปลาจ่อมกุ้ง ชมทุ่งนกประโคนชัย ฯลฯ
รวยวัฒนธรรม
21
จังหวัดบุรีรัมย์ในปั จจุบัน เป็ นเมืองกีฬา หรือ sport city ที�มี
เอกลักษณ์โดดเด่นในระดับประเทศ
มีสนามช้างอารีนา (เดิมคือ สนามฟุตบอลไอโมบาย สเตเดียม)
สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานระดับสากลของสโมสรฟุตบอล
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกแบบโดยการนําเทคโนโลยีและความทัน
สมัยของสโมสรฟุตบอลเชลซีกับเลสเตอร์ ซิตี� จากอังกฤษ มา
ประยุกต์ให้เข้ากับสภาพอากาศของเมืองไทย สามารถจุผู้ชมได้
32,600 คน
เลิศล�าเมืองกีฬา
22
สนามช้าง อินเตอร์เนชั�นแนล เซอร์กิต เป็ นสนามมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐานโลก บนพื�นที�กว่า 1,000 ไร่
มีระยะห่างต่อรอบยาวกว่า 4 กิโลเมตร จํานวน 12 โค้ง เป็ นสนามเดียวในไทยที�ได้รับรองมาตรฐาน
ระดับ FIA Grade 1 และ FIM Grade A และเป็ นสนามเดียวในโลกที�ผู้ชมบนแกรนด์สแตนด์สามารถ
มองเห็นภาพการแข่งขันได้ทุกโค้งสนามเลยทีเดียว
เลิศล�าเมืองกีฬา
วิชา
บุรีรัมย์เมืองสันติสุข
ครูผู้สอน : นางสาวนิภัสรา ศรีสว่าง
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 22
SLIDE
Similar Resources on Wayground
14 questions
การเตรียมข้อมูล
Presentation
•
9th - 12th Grade
11 questions
กฎหมาย 1
Presentation
•
10th Grade
25 questions
สมดุลเคมี 1
Presentation
•
10th Grade
24 questions
กฎหมายว่าด้วยบุคคล
Presentation
•
12th Grade
12 questions
สุริยุปราคา
Presentation
•
9th Grade
20 questions
วัดผลสังคม ม.5
Presentation
•
11th Grade
21 questions
ขนมไทย อะไรเอ่ย?
Presentation
•
9th Grade
10 questions
เหตุการณ์
Presentation
•
9th - 10th Grade
Popular Resources on Wayground
11 questions
Hallway & Bathroom Expectations
Quiz
•
6th - 8th Grade
10 questions
HCS SCI 03 Summer School Assessment 2
Quiz
•
3rd Grade
11 questions
Home Scope
Quiz
•
7th - 8th Grade
12 questions
2026 TAP Technology in the Classroom
Presentation
•
Professional Development
15 questions
HCS SCI 05 Summer School Assessment 2 Review
Quiz
•
5th Grade
15 questions
HCS SCI 04 Summer School Review 2
Quiz
•
4th Grade
59 questions
Geometry Unit 3 Review
Quiz
•
9th - 12th Grade
14 questions
FAST ELA READING SMAPLE TEST MATERIALS
Passage
•
3rd Grade