wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความผิดต่อร่างกาย

Total questions: 20

Worksheet time: 53mins

Name
Class
Date
1.
นายหนึ่งโกรธแค้นนางสองที่ทิ้งตัวเองไปมีแฟนใหม่ จึงไปดักรอนางสองบริเวรหน้าโรงงานเพื่อรอนางสองกลับบ้าน เมื่อปรากฎว่านางสองได้ขับจักรยานยนต์จากโรงงาน นายหนึ่งได้ติดตามไปจนทัน และได้ใช้เท้าถีบจักรยานยนต์ของนางสองล้ม โดยขณะที่ล้มนั้นความเร็วที่ขับมาประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รถของนางสองล้มและไถลไปป่าหญ้าข้างทาง ปรากฏว่านางสองได้รับบาดแผลถลอกและนิ้วมือมีรอยฉีกดังนี้
นายหนึ่งมีความผิดฐานใด
a)
ความผิดฐานพยายามฆ่า มาตรา 288 
b)
ความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 
c)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็๋นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มาตรา 295
d)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาตรา 296 
2.
นายแดงและนายดำ นักเรียนร่วมสถานบันเดียวกันบังเอิญไปพบนายขาวนักเรียนคู่อริ ที่กำลังนั่งรถประจำทางเพื่อไปเรียน นางแดงและนายดำจึงร่วมกันกระชากคอเสื้อนายขาวลงจากรถ และพาไปยังข้างทางซึ่งมีลักษณะเปรี่ยว  นายแดงพูดขู่บังคับให้นายขาวถอดเสื้อและเข็มขัดออก แต่นายนขาวไม่ยอม จึงถูกนายดำชกไปที่ใบหน้าหลายครั้ง ส่วนนายแดงได้ตะโกนบอกนายดำว่า "เอามันให้สลบก่อน" จากนั้นนายแดงและดำจึงช่วยกันรุมเตะและต่อยนายขาวจนกระทั้งนายขาวสลบไปเมื่อเห็นนายขาวสลบนายแดงและนายดำก็ได้พากันหนีไป ปรากฏว่านายขาวได้ฟื้นขึ้นหลังจากนั้น โดยมีรอยฟกช้ำตามลำตัวและต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนายถึง 1 เดือนดังนี้นายแดงและนายดำมีความผิดฐานใด
a)
ความผิดฐานพยายามฆ่า มาตรา 288
b)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
c)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 297 
d)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 298 
3.
นายแดงด้วยความคึกคะนองใช้ก้อนหินขนาดเท่าลูกปิงปองโยนลงไปบนเรือที่มีผู้โดยสารหลายคน ซึ่งกำลังแล่นผ่านใต้สะพานที่นายแดงยืนอยู่ โดยสะพานสูงจากเรือถึง 10 เมตร นายดำเห็นว่าก้อนหินกำลังจะถูกตัวเองจึงหลบก้อนหินที่นายแดงโยนมา ปรากฏว่านายดำหลบจนตัวเองเสียหลักมือไปฟาดข้างเรือจนเล็บฉีกเลือดออก
ดังนี้นายแดงมีความผิดฐานใดหรือไม่
a)
ความผิดฐานยพยายามฆ่า ม. 288 
b)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ม. 391 
c)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ม. 295 
d)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยมีเหตุฉกรรจ์ ม. 296 
4.
นายหนึ่งมีปากเสียงกับนายสอง นายหนึ่งจึงเตะนายสองไป 1 ทีจนนายสองปากแตก นายสองโกรธได้ใช้ไม้เท้าของตัวเองฟาดไปที่คอของนายหนึ่ง นายสามน้องชายของนายสองที่ขับรถผ่านมาเห็นนายสามถูกนายหนึ่งเตะจึงพลอยเจ็บแค้น วิ่งเข้าไปเตะนายหนึ่ง นายสองเห็นได้ที่จึงใช้ไม้เท้าฟากที่ศรีษะนายหนึ่งไป 1 ที จนนายหนึ่งสลบไป ต่อมานายหนึ่งถึงแก่ความตายเพราะเลือกครั่งในสมอง
ดังนี้นายสองมีความผิดฐานใด
a)
ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา มาตรา 288 
b)
ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา มาตรา 290
c)
ฐานฆ่าคนตายโดยประมาท 
d)
ไม่มีความผิด เพราะเป็นการป้องกันตัวโดยชอบ 
5.
นายหนึ่งมีปากเสียงกับนายสอง นายหนึ่งจึงเตะนายสองไป 1 ทีจนนายสองปากแตก นายสองโกรธได้ใช้ไม้เท้าของตัวเองฟาดไปที่คอของนายหนึ่ง นายสามน้องชายของนายสองที่ขับรถผ่านมาเห็นนายสามถูกนายหนึ่งเตะจึงพลอยเจ็บแค้น วิ่งเข้าไปเตะนายหนึ่ง นายสองเห็นได้ที่จึงใช้ไม้เท้าฟากที่ศรีษะนายหนึ่งไป 1 ที จนนายหนึ่งสลบไป ต่อมานายหนึ่งถึงแก่ความตายเพราะเลือกครั่งในสมอง
ดังนี้นายสามมีความผิดฐานใด
a)
ตัวการร่วมในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ม. 288 
b)
ตัวการร่วมในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา มาตรา 290 
c)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายนแก่กายหรือจิตใจ มาตรา 295 
d)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 297 
6.
นายดำถูกร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์จับกุมในข้อหาขับรถประมาทหวาดเสียว โดยร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ ได้สั่งให้นาสดำขับนถคันดังกล่าวตามไปที่ ส.น.เพื่อทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย เมื่อไปถึง ส.น.นายดำโมโห จึงขับรถของตัวเองพุ่งชนท้ายรถยนต์คันที่รอยตำรวจเอกสมศักดิ์นั่งอยู่ จนรถกระแทกเป็นเหตุให้ร้อยตำรวจเอกสมศักด์ได้รับบาดเจ็บ 
ดังนี้นายดำมีความผิดฐานใด
a)
พยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา ม.288 
b)
พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ ม.289(2) 
c)
ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ม.295 
d)
ทำร้ายกายเจ้าพนักงานซึ่งกระมำตามหน้าที่ ม.296 
7.
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง 
a)
ความผิดตามมาตรา 295 ผู้กระทำมีเจตนาทำร้ายร่ายกายเช่นเดียวกับ มาตรา 391 
b)
ความผิดตามมาตรา 295 อาจเกิดขึ้นจากการใช้กำลังทำร้ายหรือไม่ใช้กำลังทำร้ายก็ได้ ส่วนมาตรา 391 ต้องใช้กำลังทำร้ายเท่านั้น 
c)
ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 295 ไม่มีความผิดฐานพยายาม
d)
มาตรา 295 ต้องเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ส่วนมาตรา 391 ต้องไม่ได้รับอันตรายต้แก่กายหรือจิตใจ 
8.
นางขาวถูกนายแดงทำร้ายร่างกายจนมีบาดแผลบริเวณโหนกแก้ม บวมช้ำเขียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์ 3 เซ็นติเมตร.มีรอยถลอกเป็นแนวยาว 1 เซ็นติเมตร.ใช้เวลารักษาประมาณ 10 วัน นายแดงมีความผิดฐานใด 
a)
ผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตัให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มาตรา 391 
9.
นายหนึ่งใช้ไม้ไผ่กลมยาวประมาณ 1 ศอก ตีที่ศีรษะผู้ของนายสอง เป็นหตุให้มีรอยช้ำที่บริเวณ ท้ายทอย ใช้เวลารักษาประมาณ 5 วัน รักษา ดังนี้นายหนึ่งมีความผิดฐานใด 
a)
ผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตัให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มาตรา 391 
10.
นายแดงได้ใช้มีดยาวประมาณ 1 เมตต ฟันนายดำโดยเจตนาจะให้นายดำแขนขาด แต่นายดำหลบทัน จึงไม่ได้รับอันตราย 
นายแดงมีความผิดฐานใด
a)
ผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ม.297 
c)
 ผิดฐานทำร้ายร่างกาย ม.295 
d)
ผิดฐานพยายามฆ่า ม.288
11.
นายแดงชกไปที่หน้าของนายดำ ปรากฏว่าถูกแว่นของนายดำแตก และกระจกเศษแว่นที่แตกไปถูกตาของนายดำ จนทำให้นายดำตาบอด
ดังนี้นายแดงมีความผิดฐานใด 
a)
ผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ม.297 
c)
ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ 
d)
ผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายสาหัส 
12.
นายหนึ่งเป็นคนชอบดื่มสุราและอาระวาด นายสองบิดาของนายหนึ่งจึงได้ว่ากล่าวตักเตือน นายหนึ่งโมโหที่ถูกบิดาว่ากล่าวจึงขว้างขวดสุราที่กำลังดื่มอยู่ไปถูกนายสองจนคิ้วแตก
ดังนี้นายหนึ่งมีความผิดฐานใด
a)
ทำร้ายร่ายกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มาตรา 295 
b)
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 296 
c)
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 297 
d)
ทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 
13.
นายแดงโกรธแค้นนายดำจึงได้ไปดักรอนายดำอยู่หน้าโรงเรียน เมื่อเห็นนายดำมานายแดงได้ใช้มีดยาวประมาณ 1 เมตร ฟันนายดำโดยเจตนาทำร้าย ปรากฏว่านดำถูกฟันจนแขนขวาขาด ด้วยความตกใจนายดำจึงรีบคว้าแขนที่ขาดและรีบไปโรงพยาบาล ให้แพทย์ช่วยต่อแขนให้ แพทย์ได้ผ่าตัดและเย็บแขนติดกันดังเดิม
ดังนี้นายแดงมีความผิดฐานใด
 
a)
ผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 297 
c)
ผิดฐานทำร้ายร่ายร่างกายโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 296 
d)
พยายามฆ่า มาตรา 288 
14.
นายแดงใช้น้ำกรดสาดนายดำไปที่บริเวณหน้า ปรากฏว่าน้ำกรดถูกที่ดวงตาของนายดำ แต่ตาของนายไม่บอดเพียงแต่อักเสบ แต่บริเวณหน้าผากของนายดำนั้นมีรอยแดงที่เกิดจากน้ำกรดเป็นแผลไม่หาย ความกว้างประมาณ 3 c.m.
ดังนี้นายแดงมีความผิดฐานใด 
a)
ทำร้ายร่ายกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ม. 295 
b)
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยมีเหตุฉกรรจ์ ม. 296 
c)
พยายามทำร้ายร่างกาย มาตรา 297 
d)
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มาตรา 297 
15.
นายหนึ่งทำร้ายร่างกายนายสอง จนเล็บมือของนายสองหลุดไป
ดังนี้นายหนึ่งจะมีความผิดฐานใด
a)
ผิดฐานทำร้ายร่างกาย มาตรา 295 
b)
ผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ม.297 
c)
ผิดฐานทำร้ายร่ายร่างกายโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 296 
d)
ผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายสาหัส 
16.
ความผิดฐานทำให้แท้งลูก กฎหมายคุ้มครองสิ่งใด
a)
แม่ที่ตั้งครรภ์
b)
เด็ก
c)
ชีวิตในครรภ์มารดา
d)
แม่ที่ตั้งครรภ์และชีวิตในครรภ์
17.
นางขาวเข้าใจว่าตนเองตั้งครรภ์ แต่ความจริงนางขาวไม่ได้ตั้งครรภ์ นางขาวจึงไปซื้อยาขับเลือดมากิน นางขาวมีความผิดฐานใดหรือไม่
a)
มีความผิดฐานพยายามทำให้ตนเองแท้งลูก 301+80
b)
มีความผิดฐานพยายามทำให้ตนเองแท้งลูก 301+81
c)
ไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบภายนอก
d)
ไม่มีความผิด เพราะขาดเจตนา
18.
นางแดงได้หลอกเอายาพิษให้นางขาวกินเพื่อให้นางขาวแท้งลูก นางขาวเจ็บท้องอย่างหนัก และทำให้คลอดก่อนกำหนด ปรากฎว่า นางขาวคลอดลูกออกมา เด็กมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 ช.ม.ก็ถึงแก่ความตาย แดงผิดฐานใด
a)
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้แท้งลูก 297 (5)
b)
ทำร้ายร่างกาย 295
c)
ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงไม่ยินยอม 303
d)
พยายามทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงไม่ยินยอม 303+80
19.
นางเขียวทำให้นางขาวแท้งลูกโดยนางขาวยินยอม นางเขียวใช้มีรีดและกดไปที่ท้องของนางขาว จนนางขาวเลือดตก เมื่อกลับถึงบ้านนางขาวเลือดตกเยอะมากจึงไปหาหมอ ปรากฎว่า หมอตรวจแล้วเห็นว่านางขาวแท้งลูก และมดลูกติดเชื้อทำให้ต้องตัดออก นาวเขียวมีความผิดฐานใด
a)
ฐานทำร้ายร่างกายสาหัส แท้งลูก 297(5)
b)
ฐานทำร้ายร่างกายสาหัส แท้งลูก 297(5) และเสีย(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
c)
ิฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงยินยอม 302 วรรคแรก
d)
ฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงยินยอม เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสอื่น 302 วรรค 2
20.
บุคคลใดต่อไปนี้ไม่ต้องรับโทษ
a)
นายแดงพยายามทำให้นางขาวแท้งลูกโดยนางขาวไม่ยินยอม
b)
นายเขียวทำให้นางฟ้าแท้งลูกโดยฟ้ายินยอม แต่นางฟ้าไม่สามารถมีบุตรได้อีก
c)
นางขาวไปซื้อยาขับเลือดมากินเพื่อให้แท้งลูก แต่ยาไม่ได้ผล
d)
ถูกทุกข้อ