wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์

Total questions: 20

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

เสนาสูสู่สู้ ศรแผลง

ยิ่งค่ายหลายเมืองแยง แย่งแย้ง

รุกร้นร่นรนแรง ฤทธิ์รีบ

ลวงล่วงล้วงวังแล้ว รวบเร้าเอามา ข้อใดไม่ได้กล่าวถึง

a)

เล่นเสียงวรรณยุกต์

b)

เล่นเสียงพยัญชนะ

c)

เล่นเสียงสระ

d)

เล่นคำซ้ำ

2.

เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวัญอสัญหยา

โลมนางพลางกล่าววาจา จงผินมาพาทีกับพี่ชาย

ซึ่งสัญญาว่าไว้กับนวลน้อง จะคงครองไมตรีไม่หนีหน่าย

มิได้แกล้งกลอกกลับอภิปราย อย่าสงกาว่าจะวายคลายรัก

ปรากฏรสวรรณคดีใด

a)

เสาวรจนี

b)

นารีปราโมทย์

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

3.

“จะว่าโศกโศกอะไรที่ในโลก ก็ไม่โศกใจหนักเหมือนรักสมร


จะว่าหนักหนักอะไรในดินดอน ถึงสิงขรก็ไม่หนักเหมือนรักกัน”มีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ในข้อใด

a)

เล่นคำ

b)

ซ้ำคำ

c)

สัมผัส

d)

เสียงวรรณยุกต์

4.

ไผ่ซออ้อเอียดเบียดออด ลมลอดไล่เลี้ยวเรียวไผ่


ออดแอดแอดออดยอดไกว แพใบไล้น้ำลำคลอง ปรากฏภาพพจน์ใด

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

c)

อติพจน์

d)

สัทพจน์

5.

นัยหนึ่งพึ่งเฟ่าท้าว นฤบดี

อย่าใกล้นักศักดิศรี ท่านไท้

ทะนงจะจงมี ทวิโทษ

อย่าไกลนัยเนตรให้ นเรนทร์พร้องถามถึง

คำที่ขีดเส้นใต้คือคำชนิดใด

a)

สัมผัสอักษร

b)

คำไวพจน์

c)

อัพภาส

d)

สัญลักษณ์

6.

สงครามยุทธ์แย้งอย่า คิดขาม

บุกบั่นประจัญบานตาม ต่อด้วย

เข่นฆ่าอย่ากลัวความ มรณาศ

รุกร้นจนชีพม้วย จึ่งอ้างอาจองค์

บาทใดมีคำไวพจน์

a)

บาทที่ ๑ และ ๒

b)

บาทที่ ๒ และ ๓

c)

บาทที่ ๓ และ ๔

d)

บาทที่ ๑ และ ๔

7.

ข้อใดปรากฏภาพพจน์ปฏิพากษ์

a)

ดั่งองค์ทรงจักรลักษณ์ ก่ายเกล้า

b)

นักสนมกรมชะแม่แม้น สาวสวรรค์

c)

เป็นอิศวรไกรในดิน ทวีปนี้

d)

ว่าสนุกสุขเกษมเช้า ค่ำคุ้ยตะคุยนอน

8.

ข้อใดปรากฏภาพพจน์บุคคลวัต

a)

“แม้เธอเป็นดวงดารา ฉันจะเป็นฟ้ายามราตรีกาล”

b)

“หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวิจิตร”

c)

ถึงโลกแตกแหลกเป็นผงคลี รักเต็มปรี่ไม่มีรู้คลาย”

d)

“ขอกายเจ้าจงเป็นเช่นต้นไม้ ยืนอยู่ได้โดยภพสงบนิ่ง

9.

ข้อใดมีภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น

a)

“ความหวานชื่นอันขมขื่น”

b)

ใกล้หัวใจแต่ไกลสุดฟ้า”

c)

ในความมืดอันเวิ้งว้างสว่างไสว

d)

จะเอาโลกมาทำปากกา

10.

เห็นเหตุที่ใกล้ไกล ก็เจนจบประจักษ์จริง ข้อความข้างต้นมีภาพพจน์เหมือนข้อใด

a)

ชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมสานต์

b)

หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว

c)

ชี้ทางพระนฤพาน อันพ้นโศกวิโยคภัย

d)

โปรดหมู่ประชากร มละโอฆกันดาร

11.

ข้อใดไม่ปรากฏภาพพจน์

a)

กำจัดน้ำใจหยาบ สันดานบาปแห่งชายหญิง

b)

สัตว์โลกได้พึ่งพิง มละบาปบำเพ็ญบุญ

c)

ลูกขอประณตน้อม ศิรเกล้าบังคมคุณ

d)

องค์ใดประกอบด้วย พระกรุณาดังสาคร

12.

ข้อใดมีภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น

a)

สัตว์ในน้ำจำแพ้แกผีเสื้อ เปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลัง

b)

ฝูงม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่น ขึ้นลอยเล่นเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน

c)

ถ้าแดดกล้าตามัวเป็นหมอกควัน จะผายผันล่วงทางไปกลางคืน

d)

พลางรำพึงถึงจะไปไม่ไกลนัก จะตามหักคอกินเหมือนชิ้นหมู

13.

"พงศ์กษัตริย์ตรัสชวนสินสมุทร สอนให้บุตรขอสมาอัชฌาสัย

พระทรงบ่าเงือกน้ำงามวิไล พระหน่อไทขอสมาขึ้นบ่านาง" ข้อใดมีการเลือกใช้คำเช่นบทประพันธ์ข้างต้น

a)

เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมา ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล

b)

ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่ ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองละอองฝน

c)

ฝูงพิมพาพาฝูงเข้าแฝงวน บ้างผุดพ่นฟองน้ำบ้างดำจร

d)

กระโห้เรียงเคียงกระโห่ขึ้นโบกหาง ลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน

14.

ข้อใดไม่ปรากฏภาพพจน์

a)

นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง โตดังหนึ่งยุคุนธร์ขุนไศล

b)

พี่ขอบุตรสุดใจเอาไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยเหมือนสุดามารศรี

c)

บรรลุทางกลางชลาได้ห้าคืน เห็นทะมื่นมาข้างหลังดังสะเทือน

d)

อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด แค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา

15.

ข้อใดไม่ปรากฏภาพพจน์

a)

อ่านแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งเดินดังเดินไปในที่เตียนราบ ไม่ต้องบุกหญ้ารก ไม่สะดุดขอนไม้ที่นอนขวางทาง

b)

ไม่ต้องอัดลมหายใจเพื่อจะเบ่งปัญญาให้รู้ความหมายของหนังสือ ไม่ต้องเดินทางคดเคี้ยวเป็นงูเลื้อย

c)

ไม่ทรงประดิดประดอยแต่ละประโยคให้เป็นประโยคทรงเครืองเปรียบเหมือนแต่งตัวธรรมดาเดินไปตามสบาย

d)

ไม่ใช่นุ่งหางหงส์ คาดเจียรบาด สวมชฎา เดินท่ายี่เกออกจากฉาก เมื่อจะตรัสว่ากระไรก็ตรัสออกมาตรงๆตามภาษาธรรมดา เราก็เข้าใจทันที

16.

ข้อใดไม่ปรากฏภาพพจน์

a)

แทบฝั่งธารที่เราเฝ้าฝันถึง

เสียงน้ำซึ่งกระซิบสาดปราศจากเสียง

จักรวาลวุ่นวายไร้สำเนียง

โลกนี้เพียงแผ่นภพสงบเย็น

b)

หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ

แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต

สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

c)

ลมระเริงลู่หวิวพลิ้วระลอก

สัพยอกยอดไม้ไปลิ่วล่อง

แล้วใบไม้ก็ไหวส่าย ขึงข่ายกรอง

ทอแสงทองทอดประทับซับน้ำค้าง

d)

ไม่ใยดีปรีดาประสาโลก

ไม่ทุกข์โศกเสียใจหรือไห้หวน

มีความสุขอยู่ทุกยามตามที่ควร

ไม่ปั่นป่วนไปตามความเร่าร้อน

17.

ข้อใดมีการเล่นคำ

a)

ก้านช่อดอกบอกกันว่าเป็นยาเบื่อ ใช้ฆ่าเเชื้อกำจัดให้สัตว์หนี พวกเขมรทำเป็นยาฆ่าหนอนดี ล้างท้องที่มีพยาธิฉกาจเกิน

b)

ระวังตัวกลัวตอตะเคียนขวางเปนเยี่ยงอย่างผู้เถ้าเล่าสนองว่าผีสางสิงนางตะเคียนคนองใครถูกต้องแตกตายลงหลายลำ

c)

งาหนึ่งเจ็ดสระโกสุม สระหนึ่งมีปทุมเกสร เจ็ดกอชูก้านอรชร กอหนึ่งบานสลอนเจ็ดผกา

d)

ฝ่ายฝรั่งพรั่งพร้อมต่างน้อมนบ ลงเรือรบเรียบร้อยลอยสลอน ทั้งโยธากล้าหาญคอยราญรอน ใส่เสื้อซ้อนเกราะกระสันกันศัสตรา

18.

ข้อใดมีคำถามเชิงวาทศิลป์

a)

สมภารได้ฟังก็ตอบไป มันมีผัวได้แล้วหรือหวา เมื่อปีกลายกูได้เห็นมันมา ยังอาบน้ำแก้ผ้าตาแดงแดง

b)

ครั้นรุ่งแจ้งแสงสางสว่างหล้า ทองประศรีตื่นตาหาช้าไม่ ล้างหน้าตำหมากใส่ปากไว้ นั่งเคี้ยวไบ่ไบ่แล้วตรองการ

c)

เดี๋ยวนี้สุขทุกข์อย่างไรหนอ พอทำมาหากินเป็นถิ่นฐาน หรือขัดสนจนใจด้วยภัยพาล ที่มาบ้านตูนี้ด้วยเหตุใด

d)

นัดแน่นะจงจำฉันอำลา ลงจากกุฎีหาช้าไม่ ครู่หนึ่งถึงบ้านขึ้นบันได แกจัดข้าวของไว้เป็นมากมาย

19.

ข้อใดมีอุปลักษณ์

a)

ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา

ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย

b)

อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส อีกดนตรีรำร่ายลวดลายไทย อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน

c)

และอย่าลืมจิตใจเป็นไทยแท้ เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์ ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย

d)

แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน เป็นของร่วมรวมไทยให้เป็นไทย นี่แหละประโยชน์ในประเพณี

20.

ข้อใดไม่ปรากฎภาพพจน์

a)

ความโกรธนั้นมันเหมือนทะเลบ้า คลื่นซัดซ่าสาดโครมโหมถลา ลมกระหน่ำซ้ำคลื่นครืนครืนมา เหมือนอุราพลุ่งโชติเพราะโกรธครัน

b)

ดังคลื่นลมมาระดมอยู่ในอก มันป่วนปั่นงันงกจนอกสั่น หน้าบึ้งแผดเสียงเยี่ยงกุมภัณฑ์ แยกเขี้ยวฟันเสียสง่าไม่น่าดู

c)

ขาดสตรตริตรองใจหมองมัว มักทำชั่วหุนหันพลันอดสู ถึงจะมีปรีชาปัญญาฟู หากมิรู้ระงับโกรธโทษร้ายจริง

d)

ควรคุมใจไว้ให้เหมือนทะเลสงบ จะประสบผลดีเป็นที่ยิ่ง ต้องใจเย็นเข้าไว้ไม่ไหวติง เขาชนะกันเพราะนิ่งมีถมไป