wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

adult1_1st

Total questions: 60

Worksheet time: 3570secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน วิกฤต และเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ได้ถูกต้องที่สุด

a)

Acute illness เป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรง และเกิดขึ้นเร็ว ส่วนใหญ่จะรักษาหายขาด

b)

Chronic illness เป็นการเจ็บป่วยที่เป็นไปอย่างช้าๆ ต่อเนื่องเป็นปีๆ แต่สามารถกลับสู่ปกติได้

c)

Critical illness เป็นการดูแลเพื่อให้มีชีวิตรอด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

d)

Critical illnessเป็นการเจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องใช้งบประมาณในการดูแลมากกว่า Chronic illness

2.

พัฒนาการในวัยผู้ใหญ่ ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ผู้ใหญ่ตอนต้น: ร่างกายมีสมรรถภาพสูงสุด แต่ไม่มีความมั่นคงทางด้านอารมณ์

b)

ผู้ใหญ่ตอนต้น: ประสาทรับความรู้สึกต่างๆเริ่มลดลง รับผิดชอบในหน้าที่การงานมากขึ้น

c)

ผู้ใหญ่ตอนกลาง: หลอดเลือดยืดหยุ่นน้อยลง ฐานะเศรษฐกิจเริ่มมั่นคง

d)

ผู้ใหญ่ตอนกลาง: สายตาส่วนใหญ่จะสั้นลง เริ่มหาแนวทางชีวิตที่ตนต้องการและพอใจ

3.

ชายไทย อายุ 50 ปี ใช้สิทธิการรักษาบัตรทอง มีอาชีพรับจ้าง มีอาการปวดท้องเป็นๆหายๆ มาประมาณ 1 ปี ไม่เคยเข้ารับการรักษาที่ใด ต่อมามีอาเจียนและถ่ายเป็นเลือด จึงไปรักษาที่โรงพยาบาล ปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อการเจ็บป่วยครั้งนี้มากที่สุด

a)

เจตคติ

b)

การรับรู้

c)

ความเชื่อ

d)

อัตมโนทัศน์

4.

นางสาว ก. คิดว่าตนเองอ้วน ไม่มีความมั่นใจในตนเอง จึงแสวงหาวิธีออกกำลังกายและเลือกรับประทาน

อาหารที่ไม่มีไขมัน ปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของนางสาว ก. มากที่สุด

a)

เจตคติ

b)

การรับรู้

c)

ความเชื่อ

d)

อัตมโนทัศน์

5.

ปัญหาสุขภาพใดพบได้น้อยที่สุดในวัยผู้ใหญ่ตอนกลาง

a)

โรคไขมันสูง

b)

โรคต้อกระจก

c)

โรคมะเร็งทุกชนิด

d)

โรคหัวใจและหลอดเลือด

6.

ชายไทย อายุ 50 ปี อาชีพพนักงานของโรงงาน ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับลักษณะการเจ็บป่วยของผู้ป่วยรายนี้

a)

เสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพพลภาพ

b)

เป็นโรคไม่รุนแรง รักษาเมื่อมีอาการกำเริบ

c)

มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อย

d)

หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะมีโอกาสหายขาด

7.

ข้อใดเป็นการป้องกันสุขภาพระดับทุติยภูมิ (Secondary Prevention)

a)

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ

b)

การตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูก

c)

การสวมหน้ากากเพื่อป้องกันอันตราย

d)

การพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยขณะอยู่ในโรงพยาบาล

8.

ตามทฤษฎีรูปแบบความเชื่อด้านสุขภาพ (Health belief model) ของ Becker องค์ประกอบใดเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการป้องกันโรคของบุคคลน้อยที่สุด

a)

การรับรู้ถึงอุปสรรค

b)

การรับรู้ถึงความรุนแรงของโรค

c)

การรับรู้ในความสามารถของตนเอง

d)

การรับรู้ถึงโอกาสเสี่ยงในการป้องกันโรค

9.

ข้อใดเป็นบทบาทด้านการให้คำปรึกษาของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่

a)

สอนวิธีการเช็ดตัวลดไข้กับญาติผู้ป่วย

b)

ให้คำแนะนำผู้ป่วยเรื่องการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพักผ่อนนอนหลับ

c)

บอกให้ผู้ป่วยเลือกรับประทานเฉพาะผักสดและผลไม้เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

d)

เสนอแนวทางในการปรับตัวต่อการเริ่มออกกำลังกายครั้งแรกของผู้ป่วยเบาหวาน

10.

หญิงไทย อายุ 56 ปี ไม่ได้ประกอบอาชีพ ลูกออกไปทำงานนอกบ้านทุกวัน ควรส่งเสริมสุขภาพในหญิงไทยรายนี้อย่างไร

a)

แนะนำให้นอนหลับกลางวัน

b)

แนะนำให้มีกิจกรรมหรือการเข้าร่วมกลุ่มทางสังคม

c)

แนะนะไม่ควรเดินทางท่องเที่ยวเพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

d)

แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเนื่องจากเป็นวัยที่ไม่ต้องการพลังงานสูง

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับปัญหาโรคผิวหนัง

a)

โรคสะเก็ดเงิน ติดต่อได้โดยการสัมผัส

b)

อีสุกอีใส แพร่กระจายเชื้อทางหายใจ

c)

ผู้ป่วยที่เป็น Herpes simplex มีโอกาสเป็น Herpes zoster

d)

โรคกลาก และเกลื้อน บุคคลในครอบครัวสามารถใช้เสื้อผ้าร่วมกันได้

12.

ผู้ป่วยหญิงอายุ 30 ปี มีผื่นแดงและผิวหนังเป็นปื้นหนาที่หนังศีรษะ คัน ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวล พยาบาลควรแนะนำอย่างไรที่เหมาะสมที่สุด

a)

ให้สระผมทุกวัน และเช็ดให้แห้ง

b)

ให้ทายาตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

c)

ควรแยกอุปกรณ์ ของใช้ เพราะติดต่อทางการสัมผัส

d)

ควรสระผมด้วยน้ำเย็น เพื่อไม่ให้ผิวหนังแห้งเป็นขุย

13.

ผู้หญิงอายุ 25 ปี ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส และต้องการฉีดวัคซีน ควรแนะนำอย่างไร

a)

ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 12 เดือน

b)

ฉีดวัคซีน 3 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

c)

ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 2 เดือน

d)

ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

14.

ผู้ป่วยชายอายุ 65 ปี เป็นโรคเบาหวาน มา admitted ด้วยอาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ขาขวาส่วนล่าง ไข้สูง 38.8 องศาเซลเซียส ผล WBC 12,000 cell Neutrophil 90 % ข้อใดการพยาบาลที่สำคัญอันดับแรก

a)

ให้ยาปฏิชีวนะ ตามแผนการรักษา

b)

ประคบเย็นบริเวณขาขวา และวางขาบนหมอน

c)

ให้รับประทานยาแก้ปวดตามแผนการรักษา

d)

แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารโปรตีน

15.

ผู้ป่วยหญิงมีตุ่มน้ำขึ้นเป็นกลุ่มบริเวณอวัยวะเพศ มีอาการปวดและคัน ผู้ป่วยรายนี้มีอาการของโรคใด

a)

Chicken pox

b)

Herpes zoster

c)

Herpes simplex type 1

d)

Herpes simplex type 2

16.

ผู้ป่วยโรคผิวหนังชนิดใด ที่จำเป็นต้องแยกจากผู้ป่วยอื่น

a)

Psoriasis

b)

Cellulitis

c)

Tinea vesicolor

d)

Steven Johnson syndrome

17.

ผู้ป่วยชาย อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว มีตุ่มน้ำเม็ดเล็ก ๆ เป็นกลุ่ม ตามแนวประสาทไขสันหลัง ประมาณ 1 วัน คำแนะนำใดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยรายนี้

a)

ไปพบแพทย์เพื่อรับประทานยาปฏิชีวนะ

b)

ไปพบแพทย์เพื่อรับประทานยาต้านไวรัส

c)

อาบน้ำฟอกสบู่ยารักษาผิวหนัง ลดแบคทีเรีย

d)

ทายาสมุนไพรที่ช่วยให้ผิวเย็น เพื่อลดอาการปวด

18.

ผู้ป่วยเป็นหวัด และคออักเสบ ได้รับประทานยาปฏิชีวนะและมีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงทั่วตัว ผิวหนังตามตัวและเยื่อบุช่องปากลอกหลุด ปัสสาวะสีเข้ม ข้อใดเป็นการพยาบาลที่สำคัญที่สุด

a)

ดูแลให้อาหารอ่อนโปรตีนสูง

b)

ดูแลให้ดื่มน้ำบ่อย ๆ และห่มผ้ามิดชิด

c)

ทายารักษาอาการผิวหนังแดงอักเสบ

d)

ดูแลให้สารน้ำเพียงพอ และบันทึก I/O

19.

. ผู้ป่วยมีตุ่มผื่นคันที่หลังเป็นผื่นแดง มีขอบนูนเป็นวงรอบๆ มีตุ่มน้ำใสๆ ควรแนะนำผู้ป่วยอย่างไร

a)

ควรทายาบริเวณผื่นอย่างต่อเนื่อง 7 วัน

b)

ควรพักหยุดงาน เพราะอยู่ในระยะแพร่เชื้อ

c)

ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น

d)

ควรรับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อลดการอักเสบ

20.

ผู้ป่วยหญิง อายุ 20 ปี คอ และหลอดลมอักเสบ รับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง เกิน 2 สัปดาห์ และรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ช่องคลอด แต่ไม่มี discharge ท่านคิดว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นอาการของโรคผิวหนังชนิดอะไร

a)

อาการของการติดเชื้อรา

b)

อาการของโรคกลากชนิดสังคัง

c)

อาการของการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์

d)

อาการของเริม herpes simplex type 2

21.

ผู้ป่วยหญิงเป็นโรคมะเร็งเต้านม และได้รับยาเคมีบำบัด มีอาชีพทำสวน มีเหงื่อออกมาก อาจมีโอกาสเกิดโรคผิวหนังติดเชื้อรา ข้อใดคือคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยรายนี้

a)

ทาโลชั่นให้ผิวชุ่มชื้น หลังอาบน้ำ

b)

ล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาขจัดเชื้อโรค

c)

อาบน้ำทุกวัน และไม่สวมเสื้อผ้าหมักหมม

d)

อาบน้ำฟอกสบู่ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

22.

ข้อใดถูกต้องในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะ respiratory alkalosis

a)

ดูแลให้ได้รับโซเดียมไบคาร์บอเนตทดแทนตามแผนการรักษา

b)

ในรายรู้สึกตัวสอนให้หายใจช้าๆลึกๆและให้หายใจโดยใช้ถุงครอบ

c)

ในรายที่เป็นรุนแรงให้เตรียมความพร้อมผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการทำ Dialysis

d)

ติดตาม monitor EKG เพื่อประเมินภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจากภาวะโปแตสเซียมสูง

23.

จากปฏิกริยา   H2O + CO2    \leftrightarrow  H2CO3    \leftrightarrow              HCO3 + H+   เกิดขึ้นที่ใด

a)

ไต

b)

ท่อไต

c)

ถุงลมปอด

d)

พลาสมา

24.

ผู้ป่วยมาด้วยอาการหายใจเหนื่อย มีประวัติเป็น COPD มา 10 ปี ผลเลือดพบค่า pH= 7.32 PCO2= 50 HCO3 = 28 ผู้ป่วยรายนี้เกิดภาวะใด

a)

Respiratory acidosis

b)

Respiratory alkalosis

c)

Metabolic acidosis

d)

Metabolic alkalosis

25.

ผู้ป่วยมาด้วยอาการหายใจเหนื่อย มีประวัติเป็น COPD มา 10 ปี ผลเลือดพบค่า pH= 7.32   PCO2= 50  HCO3 = 28 สาเหตุใดที่ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติของสมดุลกรดด่าง

a)

HCO3 ไม่ถูกดูดซึมกลับที่ไต

b)

มีการแตกตัวย้อนกลับของ H2CO3   \leftrightarrow      CO2  + H2O

c)

มีการรวมตัวของ  HCO3 + H+    \leftrightarrow       H2CO3

d)

มีการคั่งของ CO2 จากการระบายอากาศลดลง

26.

ผู้ป่วยหญิงไทยมาด้วยน้ำตาลในเลือดสูง 700 mg% มีประวัติปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก ตรวจพบระดับความรู้สึกตัวลดลง หายใจหอบลึก R= 26 ครั้ง/นาที poor skin torgor ผลทางห้องปฏิบัติการ K+ = 6 mmol/L Retained Foley cath urine ออก = 10-20 ซีซี/ชม. pH= 7.3 PCO2=35 HCO3= 18 ข้อใดไม่ใช่ปัญหาของผู้ป่วยรายนี้

a)

มีภาวะขาดน้ำ (dehydration)

b)

มีภาวะโปแตสเซียมสูง (hyperkalemia)

c)

มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia)

d)

มีภาวะคั่งของกรดจากการหายใจ (Respiratory acidosis)

27.

ผู้ป่วยหญิงไทยมาด้วยน้ำตาลในเลือดสูง 700 mg% มีประวัติปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก ตรวจพบระดับความรู้สึกตัวลดลง หายใจหอบลึก R= 26 ครั้ง/นาที poor skin torgor ผลทางห้องปฏิบัติการ K+ = 6 mmol/L Retained Foley cath urine ออก = 10-20 ซีซี/ชม. pH= 7.3 PCO2=35 HCO3= 18 ข้อใดถูกต้องในการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาความผิดปกติของผู้ป่วยรายนี้

ก.ดูแลให้ได้รับ 0.9% NaCL 100 cc rate 100 cc/hr

ข.ดูแลให้ได้รับ RI 10 U stat

ค.ผสม KCL ในสารน้ำและหยดเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ

ง.ดูแลให้ได้รับยาขับปัสสาวะ

a)

ก ข และ ค

b)

ก ข และ ง

c)

ข ค และ ง

d)

ก ข ค และ ง

28.

จากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบค่า Na= 163 mmol/L จะตรวจพบอาการและอาการแสดงอย่างไร

a)

มีความดันโลหิตต่ำ จากการสูญเสียน้ำออกนอกหลอดเลือด

b)

ซึม สับสนและอาจหมดสติได้ จากภาวะเซลล์สมองบวม

c)

มีอาการบวมตามร่างกายเนื่องจากเกิดการคั่งของน้ำระหว่างเซลล์

d)

ปากแห้ง ผิวแห้ง กระหายน้ำ และสับสน

29.

การให้ Kalemate เป็นการให้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อจับกับโปแตสเซียมและขับโปแตสเซียมออกทางอุจจาระ

b)

เพื่อแลกเปลี่ยนกับโซเดียมและขับโซเดียมออกทางไต

c)

เพื่อจับกับแคลเซียมและขับแคลเซียมออกทางไต

d)

เพื่อจับกับโซเดียมและโปแตสเซียมและขับออกทางไต

30.

ข้อใดเป็นอาการที่เกิดขึ้นในภาวะที่มีแคลเซียมต่ำ

a)

ชักเกร็ง มือจีบ อาจพบเลือดออกตามไรฟัน

b)

ปัสสาวะมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง

c)

เซื่องซึม สับสน หมดสติ

d)

เกิดอาการปวดท้องจากมีนิ่วในท่อไต

31.

. ผู้ป่วยมีภาวะที่มีแคลเซียมในเลือดต่ำ ควรให้การดูแลอย่างไร

a)

ดูแลให้ยา calcitonin

b)

ดูแลให้ corticosteroid

c)

ดูแลให้ flurosemide

d)

ดูแลให้ยา calcium gluconate

32.

การเตรียมผ่าตัดโดยการสวนอุจจาระ ใช้สำหรับผู้ป่วยผ่าตัดรายอะไร

a)

ผ่าตัดหลอดอาหาร

b)

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

c)

ผ่าตัดไส้เลื่อน (herniorrhaphy)

d)

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (total hip replacement)

33.

ผู้ป่วยหญิงอายุ 65 ปี แพทย์วินิจฉัยมีก้อนไทรอยด์โต มีประวัติรับประทานยา Wafarin แพทย์นัดผ่าตัดก้อนไทรอยด์ (subtotal thyroidectomy) การเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ข้อใดไม่เหมาะสม

a)

Prep skin and shave

b)

ให้เซ็นต์ยินยอมการรักษา

c)

งดยา Wafarin 7 วันก่อนผ่าตัด

d)

Blood group & cross match

34.

ผู้ป่วยมีเนื้องอกในสมอง แพทย์ set ผ่าตัดสมอง (craniotomy) ผลแลป Hb 13 gm/dl Hct 38 % Na 145 K 3.8 Cl. 102 HCO3 22 ผู้ป่วยรายนี้ควรได้รับการเตรียมก่อนผ่าตัดอย่างไร

a)

ใส่ NG tube

b)

Prep skin and shave

c)

สอนการไอบ่อยๆหลังผ่าตัด

d)

รายงานแพทย์เพื่อแก้ปัญหา K ผิดปกติ

35.

ผู้ป่วยผ่าตัดเต้านมซ้ายออก เป็นโรคเบาหวาน 3 ปี รักษาโดยรับประทานยา ข้อใดเป็นการพยาบาลก่อนผ่าตัดที่เหมาะสม

a)

ให้สารน้ำบริเวณแขนซ้าย

b)

สอน Deep breathing Exercise

c)

รับประทานยาเบาหวานเช้าวันผ่าตัด

d)

สอนการบริหารแขนซ้ายหลังผ่าตัดใน day 0

36.

ผู้ป่วยรายใดต้องแก้ไขความผิดปกติก่อนการผ่าตัด

a)

Vital signs BP 150/ 98 mmHg PR 78/min RR 22/min

b)

Hct 35% Platelet 95,000 cell

c)

Na 142 K 4.2 Cl 102 HCO3 24

d)

EKG พบ sinus tachycardia HR 102/min

37.

ผู้ป่วยหญิงอายุ 45 ปี ได้รับการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดถุงน้ำดี ปวดแผล Pain score = 4 คะแนน เคาะท้องได้ยินเสียง hypertympany บ่นแน่นท้อง ข้อใดเป็นการพยาบาลหลังผ่าตัดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยรายนี้ ในช่วงหลัง 24 ชั่วโมงแรก

a)

กระตุ้น Early ambulation

b)

กระตุ้น Deep breathing exercise

c)

กระตุ้น ขยับแขนขาบนเตียงบ่อย ๆ

d)

กระตุ้นการไออย่างมีประสิทธิภาพ (effective cough)

38.

ผู้ป่วยอายุ 60 ปี หลังผ่าตัดไส้ติ่ง ปวดแผล Pain score 7 คะแนน หลังฉีดยา Morphine 3 mg Vein ประเมิน sedative score = 3 คะแนน RR 14 ครั้ง/ นาที ข้อใดเป็นการพยาบาลที่เหมาะสม

a)

รายงานแพทย์ เพื่อเตรียมยา Naloxone

b)

ให้ออกซิเจน และจัดท่าให้ทางเดินหายใจโล่ง

c)

ให้ผู้ป่วยนอนหลับ และพักผ่อนเต็มที่

d)

ประเมินสัญญาณชีพทุก 2 ชั่วโมง

39.

ผู้ป่วยผ่าตัดอวัยวะใด ที่ควรฟื้นฟูสภาพโดยให้ early ambulation and effective cough

a)

ผ่าตัดตา

b)

ผ่าตัดมดลูก

c)

ผ่าตัดเนื้องอกที่สมอง

d)

ผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังที่เท้า

40.

ผู้ป่วยชาย อายุ 45 ปี หลังผ่าตัดนิ่วในไตด้านซ้าย (Left neprolithotomy) ผู้ป่วยปวดแผลมาก หน้านิ่ว คิ้วขมวด และหายใจตื้นๆ นอนนิ่งๆ ผู้ป่วยรายนี้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนใดที่อันตรายมากที่สุด

a)

Pneumonia

b)

Bowel ileus

c)

Atelectasis

d)

Deep vein thrombosis

41.

ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดปอด หลายชั่วโมง และ on ICD 2 ขวด การพยาบาลหลังผ่าตัดเพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ขา (Deep vein thrombosis) จะต้องสอนผู้ป่วยอย่างไร

a)

ให้ผู้ป่วยดูด Triflow

b)

ให้ผู้ป่วยพลิกตะแคงตัวซ้ายขวาสลับกัน

c)

ให้ผู้ป่วยขยับขา เหยียด และงอขาทีละข้าง

d)

ให้ผู้ป่วยยกขาสูงขึ้นลง สลับกันทั้ง 2 ข้าง

42.

ผู้ป่วยหญิง อายุ 22 ปี ตั้งครรภ์ 3 เดือน มีเลือดออกในช่องท้องมาก BP 80/50 mmHg แพทย์ set ผ่าตัด Explore Laparotomy ผู้ป่วยรายนี้ควรได้รับยาสลบประเภทใด

a)

Spinal block

b)

Epidural block

c)

GA & Laryngeal mask

d)

GA & Endotracheal tube

43.

ผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี ผ่าตัดไส้เลื่อนที่ขาหนีบซ้าย (Left Herniorrhaphy) ได้รับยาระงับความรู้สึกชนิด spinal block การพยาบาลหลังผ่าตัดที่เหมาะสมในวันแรก (day 0) คือข้อใด

a)

ประเมินอาการท้องผูก

b)

ประเมินการอักเสบของแผลผ่าตัด

c)

ประเมินอาการคลื่นไส้ อาเจียน

d)

ประเมินระดับการชา และอาการปวด

44.

ผู้ป่วยชายอายุ 20 ปี หลังผ่าตัดไส้ติ่ง บ่นปวดแผล sedative score 2 คะแนน แพทย์มี order ให้ยา Morphine 3 mg V prn q 4-6 hr. ข้อใดคือการบริหารยาแก้ปวดที่เหมาะสม

a)

ให้ยา Morphine และนับการหายใจ

b)

ให้ยา Morphine และให้ O2 cannula

c)

ยังไม่ให้ยา Morphine เพราะผู้ป่วยยังง่วงมาก

d)

ยังไม่ให้ยา Morphine เพราะแผลผ่าตัดไส้ติ่งขนาดเล็ก

45.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (Anemia) น้อยที่สุด

a)

ขาดธาตุเหล็ก

b)

ไขกระดูกฝ่อ

c)

ขาดวิตามินบี 12

d)

การได้รับยา chloroquine

46.

การตรวจพิเศษข้อใดที่ให้ผลแม่นยำมากที่สุดในผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคทางระบบเลือด

a)

CT scan

b)

Ultrasound

c)

Lumbar puncture

d)

Bone marrow biopsy & aspiration

47.

ผู้ป่วยโรคใดมักมีภาวะซีดจากการพร่องฮอร์โมน erythropoietin

a)

เบาหวาน

b)

ไตวายเรื้อรัง

c)

ความดันโลหิตสูง

d)

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

48.

ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย และหายใจเหนื่อย BT 37.1ºc PR: 120 /min RR = 28 /min BP of 110/60 mmHg O2 Sat = 92 % ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ Hb = 8 g/dl, Hct = 24 % การพยาบาลข้อใดมีความสำคัญน้อยที่สุด

a)

ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนบนเตียง

b)

ดูแลให้เลือด Pack red cell ตามแผนการรักษา

c)

ดูแลให้ Oxygen cannula 3 LPM ตามแผนการรักษา

d)

ดูแลให้ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการักษา

49.

ข้อใดไม่ใช่อาการที่สำคัญในผู้ป่วยมีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6PD (G-6PD Deficiency)

a)

ซีดลงอย่างรวดเร็ว

b)

ภาวะไตวายเฉียบพลัน

c)

มีจุดจ้ำเลือดตามแขนขา

d)

ปัสสาวะเป็นสีน้ำโค้กหรือสีดำ

50.

ข้อใดเป็นการพยาบาลที่สำคัญที่สุดในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6PD (G-6PD Deficiency)

a)

แนะนำให้หลีกเลี่ยงยาและอาหารที่เป็นอนุมูลอิสระ

b)

แนะนำให้ผู้ป่วยรับวัคซีนป้องกันโรคที่พบบ่อยบางชนิด

c)

แนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำวันละ 1-2 ลิตร เพื่อฟื้นฟูการทำงานของไต

d)

แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาบำรุงเลือดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะซีด

51.

ผู้ป่วย Lymphoma ที่มี SVC Obstruction (superior vena cava obstruction) อาการสำคัญอะไรที่ผู้ป่วยต้องมารักษา

a)

แขนและขาบวม

b)

กลืนลำบาก ท้องโตตึง

c)

หน้าและแขนบวม หายใจลำบาก

d)

ปวดศีรษะ กลืนลำบาก ตาพร่ามัว

52.

ปัญหาที่สำคัญที่สุดในผู้ป่วย Lymphoma คือข้อใด

a)

ติดเชื้อเนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำลง

b)

กลืนลำบากเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโต

c)

ขาดสารน้ำ สารอาหาร เนื่องจากอาการคลื่นไส้อาเจียน

d)

ปวดตามร่างกายเนื่องจากมีอาการอักเสบของต่อมน้ำเหลือง

53.

ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลด้วยอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เยื่อบุตาล่างซีด มา 2 สัปดาห์ มีโรคประจำตัว คือ ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ WBC =102,000 cell/ml, Blast cell = 36.8%, Hct 20.6 %, Hb 6.8 gm%, Plt 60,000 cell/ml

ผู้ป่วยรายนี้น่าจะมีความผิดปกติในข้อใดมากที่สุด

a)

Lymphoma

b)

Iron deficiency anemia

c)

Acute myeloid leukemia

d)

Immune thrombocytopenia

54.

ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลด้วยอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เยื่อบุตาล่างซีด มา 2 สัปดาห์ มีโรคประจำตัว คือ ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ WBC =102,000 cell/ml, Blast cell = 36.8%, Hct 20.6 %, Hb 6.8 gm%, Plt 60,000 cell/ml วัตถุประสงค์การพยาบาลที่สำคัญในผู้ป่วยรายนี้คือข้อใด

ก.เพื่อป้องกันภาวะติดเชื้อ

ข.เพื่อให้เซลล์และเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนเพียงพอ

ค.เพื่อรักษาสมดุลของกรด-ด่างและอิเล็กโทไลท์ในร่างกาย

ง.เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย

a)

ข้อ ก และ ข

b)

ข้อ ข และ ค

c)

ข้อ ก ข และ ค

d)

ข้อ ก ข และ ง

55.

แพทย์มีคำสั่งให้เลือดดังนี้ Packed red cell (PRC) 1 unit vein in 4 hr. การพยาบาลข้อใด ไม่เหมาะสม

a)

สอบถามกลุ่มเลือดของผู้ป่วยก่อนให้

b)

ตรวจวัดสัญญาณชีพครั้งแรกหลังให้เลือด 60 นาที

c)

ตรวจสอบอัตราการไหลของเลือดเป็นระยะเพื่อให้ได้ตามแผนการรักษา

d)

หยุดให้เลือดทันทีและรายงานแพทย์เมื่อผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบ และหนาวสั่น

56.

ผู้ป่วยชายไทยมีภาวะ Immune Thrombocytopenia (ITP) มีเลือดออกตามไรฟัน และเลือดกำเดา แพทย์จะพิจารณาให้เลือดประเภทใดเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกผิดปกติในผู้ป่วยรายนี้

a)

Whole blood

b)

Pack red cell

c)

Fresh frozen plasma

d)

Platelet concentrate

57.

ผู้ป่วยชายไทย อายุ 70 ปี มีประวัติความดันโลหิตสูง มีจ้ำเลือด (Echymosis) ตามร่างกาย Platelet 9,500 cell/cu.mm ข้อใดคือการพยาบาลที่สำคัญที่สุด

a)

เฝ้าระวังภาวะเลือดออกในสมอง

b)

สังเกตตามร่างกายมีจุดเลือดออกเพิ่มขึ้นหรือไม่

c)

เตรียมผู้ป่วยเพื่อทำผ่าตัดม้าม ลดการทำลายเกร็ดเลือด

d)

ให้ Fresh frozen plasma ทันที ตามแผนการรักษา เพื่อเพิ่มปัจจัยการแข็งตัวของเลือด

58.

ผู้ป่วยชายไทย อายุ 70 ปี มีประวัติความดันโลหิตสูง มีจ้ำเลือด (Echymosis) ตามร่างกาย Platelet 9,500 cell/cu.mm การพยาบาลที่เหมาะสมในผู้ป่วยรายนี้คือข้อใด

ก.ห้ามฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ

ข.วัดสัญญาณชีพและระดับความรู้สึกตัว

ค.แนะนำให้นอนพักผ่อนบนเตียง ลดการทำกิจกรรม

ง.ใช้แปรงสีฟันที่ขนแปรงนิ่มที่สุด และแปรงด้วยความระมัดระวัง

a)

ข้อ ก และ ข

b)

ข้อ ข และ ค

c)

ข้อ ข ค และ ง

d)

ข้อ ก ข ค และ ง

59.

ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติข้อใดที่ยืนยันผลการวินิจฉัยของโรคตับแข็ง (cirrhosis)

a)

Platelet

b)

PT, PTT, INR

c)

White blood cells

d)

Hemoglobin และ Hematocrit

60.

แพทย์ส่งตรวจเลือดของผู้ป่วยรายหนึ่งพบค่า PT, PTT และ INR มากผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาให้เลือดประเภทใดเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกผิดปกติในผู้ป่วยรายนี้

a)

Whole blood

b)

Pack red cell

c)

Fresh frozen plasma

d)

Platelet concentrate