wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Basic instruments

Total questions: 54

Worksheet time: 2hrs 3mins

Name
Class
Date
1.

1.ข้อใดเป็นหลักการการทำงานของเครื่องชั่ง

A --เมื่อวางน้ำหนักที่ต้องการวัดกดลงบนจานชั่งที่มีขดลวดซึ่งวางอยู่บนสนามแม่เหล็ก

B --photoelectric position indicator ส่งสัญญาณให้มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดที่วางอยู่ในสนามแม่เหล็ก ทำให้เกิดแรงยกขึ้นไปในตำแหน่งสมดุล

C-- ขดลวดที่มีกระแสไหลผ่านวางอยู่บนสนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงยกให้แท่นของเครื่องชั่งที่ไม่มีน้ำหนักอยู่ในภาวะสมดุล

D--แสดงค่าน้ำหนักจากจากกราฟที่อยู่ภายในเครื่องชั่ง

E--คำนวณค่า V= IR ของน้ำหนักที่ต้องการวัด หน่วยเป็นมิลลิโวลต์

a)

A—B—C—E—D

b)

B—C—E—A—B

c)

C—D—E—A—B

d)

C—A—B—E—D

2.

ข้อใดกล่าวผิด

a)

ภาพ A แสดงการปรับตั้งเครื่องชั่งก่อนการใช้งาน

b)

ภาพ A อาจใช้เป็น internal หรือ external calibration ก็ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องชั่ง

c)

ภาพ B แสดงการใช้เครื่องชั่งที่มีค่าอ่านละเอียดต่างกัน น้ำหนักที่ได้จะต่างกัน

d)

ภาพ C แสดงการหาค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่งจากการวางน้ำหนักไม่ตรงกลางจาน

3.

ตำแหน่งใดในภาพเป็นค่าที่ครอบคลุม mean±2*standard deviation

a)

ช่วง a-g

b)

ช่วง b-f

c)

ช่วง c-e

d)

ช่วง d

4.

การชั่งน้ำหนักตัวอย่างอาหารเพื่อตรวจนับเชื้อ Bacillus cereus. ตามวิธีมาตรฐาน BAM กำหนดให้ชั่งน้ำหนัก 50 g ±0.1% ดังนั้นน้ำหนักตัวอย่างต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินเท่าใด

a)

±0.1 g

b)

±0.5 g

c)

±0.001 g

d)

±0.05 g

5.

การชั่งน้ำหนักตัวอย่างอาหารเพื่อตรวจนับเชื้อ Bacillus cereus. ตามวิธีมาตรฐาน BAM กำหนดให้ชั่งน้ำหนัก 50 g ±0.1% เครื่องชั่งที่ใช้งานควรมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินเท่าใดตามข้อกำหนด ISO10012

a)

±0.03 g

b)

±0.05 g

c)

±0.003 g

d)

±0.005 g

6.

การชั่งน้ำหนักตัวอย่างอาหารเพื่อตรวจนับเชื้อ Bacillus cereus. ตามวิธีมาตรฐาน BAM กำหนดให้ชั่งน้ำหนัก 50 g ±0.1% เครื่องชั่งที่ใช้งานควรมีค่า readability เป็นเท่าใด

a)

0.1 g

b)

0.01 g

c)

0.001 g

d)

0.0001 g

7.

การชั่งน้ำหนักตัวอย่างอาหารเพื่อตรวจนับเชื้อ Bacillus cereus. ตามวิธีมาตรฐาน BAM กำหนดให้ชั่งน้ำหนัก 50 g ±0.1% เครื่องชั่งที่ใช้งานมีค่าความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักที่อ่านได้จากเครื่องชั่งเมื่ออุณหภูมิของเครื่องชั่งเปลี่ยนไปจากอุณหภูมิที่ปรับตั้งไว้ (sensitivity drift specification) เท่ากับ 8 ppm/ oC เครื่องชั่งนี้อยู่ในห้องทดสอบที่พบว่าในหนึ่งวันอุณหภูมิสูงสุดของห้องเท่ากับ 32oC และต่ำสุดเท่ากับ 24oC ดังนั้นเมื่อใช้เครื่องชั่ง น้ำหนักที่ชั่งได้มีค่าความคลาดเคลื่อนเท่ากับเท่าใด สามารถนำเครื่องชั่งนี้มาใช้งานได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

Error = ∆T *weight*Sensitivity drift/106

a)

ได้เพราะความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่งที่เกิดจากอุณหภูมิของห้องน้อยกว่าความคลาดเคลื่อนในข้อ 6

b)

ไม่ได้เพราะความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่งที่เกิดจากอุณหภูมิของห้องน้อยกว่าความคลาดเคลื่อนในข้อ 6

c)

ได้เพราะความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่งที่เกิดจากอุณหภูมิของห้องมากกว่าความคลาดเคลื่อนในข้อ 6

d)

ไม่ได้เพราะความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่งที่เกิดจากอุณหภูมิของห้องมากกว่าความคลาดเคลื่อนในข้อ 6

8.

จากสมการ X= expansion factor *repeatability*100 /MPE ใช้ในการหาค่าใดของเครื่องชั่ง

a)

repeatability

b)

sensitivity drift error

c)

minimum weight

d)

maximum permissible error

9.

การควบคุมสิ่งแวดล้อมในการชั่งน้ำหนัก ข้อใดผิด

a)

ควรเลือกใช้ภาชนะที่เป็นแก้วแทนโลหะ หรือใช้พลาสติกแทนแก้ว

b)

หากชั่งตัวอย่างที่มีคุณสมบัติระเหยหรือดูดความชื้นได้เร็ว ควรเลือกใช้ภาชนะที่มีคอคอดหรือหาฝาปิดภาชนะในขณะชั่ง

c)

ควรติดตั้งเครื่องชั่งห่างจากสัญญาณรบกวนจากเครื่องมืออื่นๆ เช่นตู้อบที่ใช้ระบบการเหนี่ยวนำไฟฟ้า มือถือ

d)

ควรควบคุมอุณหภูมิตำแหน่งต่างๆในห้องเครื่องชั่งให้ใกล้เคียงกัน

10.

ข้อใดมีผลทำให้มีค่าน้ำหนักที่อ่านได้น้อยกว่าความเป็นจริง

a)

เมื่อชั่งตัวอย่างในห้องที่มีความชื้นสูง

b)

เมื่อชั่งตัวอย่างในห้องที่มีความชื้นต่ำกว่า 45%

c)

ใช้ภาชนะที่มีความเป็นฉนวนไฟฟ้าในการชั่งตัวอย่าง

d)

ชั่งตัวอย่างที่นำออกมาจากตู้อบทันที

11.

การสอบเทียบเครื่องชั่ง A โดยใช้ตุ้มน้ำหนักขนาด 100 g มีน้ำหนักที่แท้จริงเท่ากับ 100 g + 1.3 mg ผลที่ได้แสดงในตาราง

ตุ้มน้ำหนัก 100 g มีน้ำหนักที่แท้จริง (conventional mass) เท่ากับเท่าใด

a)

101.3 g

b)

100.13 g

c)

100.013 g

d)

100.0013 g

12.

เครื่องชั่ง A มีค่าความคลาดเคลื่อน (error) ในการชั่งน้ำหนักเท่ากับเท่าใด เมื่อ conventional mass เท่ากับ 100.0013 g

(error = น้ำหนักที่ชั่งได้ – น้ำหนักที่แท้จริง)

a)

-1.2822 g

b)

-0.1122 g

c)

0.0048 g

d)

0.0165 g

13.

จากภาพ A, B, C เป็นส่วนประกอบใด

a)

A = seal B = shaft C = tip ejector

b)

A = seal B = tip C = tip ejector

c)

A = piston B = tip C = tip ejector

d)

A = piston B = shaft C = tip ejector

14.

จากภาพ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

A แสดงลักษณะการทำงานของ positive displacement pipette

b)

B แสดงลักษณะการทำงานของ autopipette

c)

A แสดงลักษณะการทำงานของ air displacement pipette

d)

A แสดงลักษณะการทำงานของ syringe

15.

ภาพ แสดง pipette technique ที่มีผลกระทบต่อปริมาตร ข้อใดถูกต้อง

a)

A แสดง micrometer setting โดยการหมุนเพื่อตั้งปริมาตรไปในทิศทางเดียว ซึ่งมีผลกระทบต่อปริมาตรไม่มากนัก

b)

B แสดง tip immersion depth and angle โดยการตั้งปิเปตเอียงและจุ่มให้ลึกจะทำให้ได้ปริมาตรที่ถูกต้องที่สุด

c)

C.1 แสดงชนิดของ tip ที่ไม่เหมาะสมจะมีผลกระทบต่อปริมาตรมากที่สุด

d)

ถูกทุกข้อ

16.

ค่า random error ข้อใดถูกต้อง

a)

random error มีความหมายเดียวกับ imprecision

b)

random error มีความหมายเดียวกับ inaccuracy

c)

random error คำนวณได้จาก 100*E/MV

d)

random error คำนวณได้จาก 100*SD/NV

17.

ค่า systematic error ข้อใดถูกต้อง

a)

systematic error มีความหมายเดียวกับ imprecision

b)

systematic error มีความหมายเดียวกับ inaccuracy

c)

systematic error คำนวณได้จาก 100*E/MV

d)

systematic error คำนวณได้จาก 100*SD/NV

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ piston operated volumetric apparatus ISO8655

a)

piston pipette type A คือ direct displacement pipette

b)

piston pipette type D คือ air displacement pipette

c)

variable piston pipette type A มีค่าความคลาดเคลื่อนทุกปริมาตรเท่ากับความคลาดเคลื่อนที่ปริมาตร maximum volume

d)

variable piston pipette type D1 มีค่าความคลาดเคลื่อนปริมาตรอื่นๆเป็น 2 เท่าของความคลาดเคลื่อนที่ปริมาตร maximum volume

19.

จากภาพ เป็นปิเปตชนิดใด

a)

single channel piston pipette fixed volume

b)

single channel piston pipette variable volume

c)

multi-channel piston pipette fixed volume

d)

multi-channel piston pipette variable volume

20.

จากภาพ ช่วงปริมาตรที่เหมาะสมที่สุดต่อการใช้งานเท่ากับเท่าใด

a)

10-200 µL

b)

20-200 µL

c)

35-200 µL

d)

ใช้ได้เฉพาะ 200 µL

21.

ข้อใดเป็นสภาวะแวดล้อมในการสอบเทียบ autopipette

a)

นำอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการสอบเทียบวางไว้ที่อุณหภูมิเดียวกันในห้องสอบเทียบเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

b)

ควบคุมอุณหภูมิ 21.5±1oC

c)

ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ 45-75%

d)

ถูกทุกข้อ

22.

การสอบเทียบ autopipette ตามมาตรฐาน ISO8655 ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

การสอบเทียบ autopipette ปริมาตร 1 µL สามารถใช้เครื่องชั่งที่มีค่าอ่านละเอียด 4 ตำแหน่งได้

b)

การสอบเทียบโดยวิธี forward mode ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของปริมาตร 2 ครั้ง

c)

การสอบเทียบโดยวิธี reverse mode ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของปริมาตร 2 ครั้ง

d)

ถูกทั้งข้อ ก และ ค

23.

autopipette นี้ใช้งานได้ตาม specification หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากไม่ผ่านการสอบเทียบทั้ง systematic error และ random error

b)

ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากผ่านการสอบเทียบ systematic error แต่ไม่ผ่าน random error

c)

ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากไม่ผ่านการสอบเทียบ systematic error แต่ผ่าน random error

d)

ใช้งานได้ เพราะผ่านทั้ง systematic error และ random error

24.

มาตรฐาน ISO8655 กำหนดให้ multi-channel piston pipette มีค่าความคลาดเคลื่อนเท่าใด

a)

มีความคลาดเคลื่อนเท่ากับ single channel piston pipette

b)

มีความคลาดเคลื่อนมากกว่า single channel piston pipette

c)

มีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า single channel piston pipette

d)

ไม่สามารถกำหนดได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต

25.

สารละลาย A มีความเข้มข้นของ H + เท่ากับ 0.00000001 molar สารละลายนี้มีพีเอชเท่ากับเท่าใด

a)

pH 6

b)

pH 7

c)

pH 8

d)

pH 9

26.

สารละลาย B มีความเข้มข้นของ OH- เท่ากับ 0.01 molar สารละลายนี้มีพีเอชเท่ากับเท่าใด

a)

pH 8

b)

pH 10

c)

pH 12

d)

pH 14

27.

ภาพแสดงส่วนประกอบของ electrode ของเครื่องวัดพีเอช

หมายเลขใดคือ electrolyte, pH buffer7 และ Ag/AgCl ตามลำดับ

a)

2,3,6

b)

7,6,3

c)

6,3,2

d)

4,3,2

28.

ในการใช้งานเครื่องวัดพีเอชขณะรอการวัดสามารถเก็บ electrode ไว้ในสารละลายใด และเมื่อวัดเสร็จสิ้นต้องเก็บอิเลคโทรดไว้ในสารละลายใด

a)

0.6 M KCl, buffer pH 7

b)

น้ำกลั่น, 0.6 M KCl

c)

buffer pH 7, 0.6 M KCl

d)

0.6 M KCl, น้ำกลั่น

29.

จากภาพแสดงหลักการทำงานของเครื่องวัดพีเอช

ข้อใดถูกต้อง

a)

Electrode จุ่มในสารละลายที่เป็นกลาง pH 7 มี H+ = 10-7 Molar ซึ่งเท่ากับ H+ ที่อยู่ภายใน glass electrode ไม่เกิดการเคลื่อนที่ของอิออน วัดความต่างศักย์เท่ากับ 0 mv

b)

Electrode จุ่มในสารละลายที่เป็นกรด มี H+ < 10-7 Molar ซึ่งน้อยกว่าที่อยู่ภายใน glass electrode ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิออนจากสารละลายผ่านเข้าไปใน membrane เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นบวก

c)

Electrode จุ่มในสารละลายที่เป็นด่าง มี H+ >10-7 Molar ซึ่งมากกว่า H+ ที่อยู่ภายใน glass electrode ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิออนจากข้างใน glass electrode ผ่านออกมาในสารละลายเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นลบ

d)

ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข

30.

ปัญหาของการใช้เครื่องวัดพีเอชและวิธีการแก้ไข ข้อใดผิด

a)

วัดตัวอย่างเดิมซ้ำไม่ได้ค่าเดิม เกิดจาก membrane สกปรกและตัวอย่างไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ให้ทำความสะอาด membrane และควรคนสารให้เข้ากันในขณะวัด

b)

Calibrate แล้วขึ้น error แสดงว่า meter มีปัญหา ไม่สามารถอ่านค่าได้ต้องเปลี่ยนใหม่

c)

ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ Reference electrode อุดตันหรือตกผลึกของสาร ต้องทำความสะอาด

d)

ใช้เวลาในการอ่านค่านาน เกิดจาก KCl น้อยจึงนำไฟฟ้าได้น้อย ให้เติม KCl หรือเปลี่ยน KCl

31.

สารละลายใดๆมีพีเอชเท่ากับ 6 ควรวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่ากับเท่าใดที่อุณหภูมิที่ 20oC

a)

+58.19 mv

b)

58.19 mv

c)

+59.16 mv

d)

-59.16 mv

32.

สารละลายใดๆมีพีเอชเท่ากับ 5 ควรวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่ากับเท่าใดที่อุณหภูมิที่ 35oC

a)

+61.17 mv

b)

-61.17 mv

c)

+122.34 mv

d)

-122.34 mv

33.

สารละลายใดๆมีพีเอชเท่ากับ 9 ควรวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าเท่ากับเท่าใดที่อุณหภูมิที่ 35oC

a)

+61.17 mv

b)

-61.17 mv

c)

+122.34 mv

d)

-122.34 mv

34.

จากข้อมูลในตาราง ∆ mv เท่ากับค่าใด

a)

164 mv

b)

172 mv

c)

180 mv

d)

หาค่าไม่ได้

35.

จากข้อมูลในตาราง %slope เท่ากับค่าใด

a)

88.24

b)

92.54

c)

96.85

d)

หาค่าไม่ได้

36.

offset เท่ากับค่าใด

a)

+62.16 mv

b)

0 mv

c)

-8 mv

d)

ไม่มีข้อถูก

37.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) สอดคล้องกับ incubator ภาพใด

a)

incubator A

b)

incubator B

c)

incubator A และ B

d)

ไม่ใช่ทั้ง incubator A และ B

38.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) เมื่อนำมาใช้งานในห้องที่มีอุณหภูมิ 30oC อุณหภูมิน้อยที่สุดที่สามารถตั้งได้เท่ากับเท่าใด

a)

5 oC

b)

22 oC

c)

32 oC

d)

35 oC

39.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) หากต้องการใช้งานที่อุณหภูมิที่ 27oC ควรติดตั้งเครื่องมืออย่างไร

a)

ติดตั้งในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 5oC

b)

ติดตั้งในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 22oC

c)

ติดตั้งในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 25oC

d)

ติดตั้งในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 32oC

40.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) ค่า temperature fluctuation ตามมาตรฐาน DIN ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

ค่าความกวัดแกว่งสูงสุดของอุณหภูมิภายในตู้

b)

ค่าความกวัดแกว่งที่ตำแหน่งจุดกลางตู้

c)

ค่าความแตกต่างสูงสุดของอุณหภูมิภายในตู้เทียบกับจุดกึ่งกลาง ณ เวลาเดียวกัน

d)

ค่าความแตกต่างสูงสุดของอุณหภูมิภายในตู้ในเวลาเดียวกัน

41.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) ค่า fluctuation คือค่าใดตาม TLASG20

a)

accuracy

b)

uniformity

c)

variation

d)

stability

42.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) ค่า precision น่าจะหาได้จากค่าใด

a)

standard deviation

b)

error

c)

uncertainty

d)

uniformity

43.

จากข้อกำหนดคุณลักษณะ (specification) เครื่องควบคุมอุณหภูมินี้ น่าจะเป็นเครื่องมือใด

a)

Incubator

b)

Water bath

c)

Oven

d)

ถูกทุกข้อ

44.

จากข้อกำหนด (specification) เครื่องควบคุมอุณหภูมินี้ ควรจะเป็นเครื่องมือชนิดใด

a)

incubator

b)

water bath

c)

oven

d)

ถูกทุกข้อ

45.

จากข้อกำหนด (specification) วัสดุที่ใช้ทำฉนวนคือข้อใด

a)

สแตนเลส

b)

ใยแก้ว

c)

เซรามิก

d)

ถูกทุกข้อ

46.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการทำ calibration และการทำ intermediate check ของเครื่องควบคุมอุณหภูมิ

a)

การ calibration ของ incubator, oven และ water bath อย่างน้อยต้องวัดทั้ง 9 จุด

b)

การ calibration ต้องดำเนินการทุก 1 ปี ส่วนการทำ intermediate check ต้องดำเนินการทุกวัน

c)

standard thermometer สำหรับการทำ calibration ต้องเป็น digital thermometer และต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำกว่าเกณฑ์ของตู้ 3-10 เท่า

d)

ถูกทุกข้อ

47.

setting temp: 46.5oC interval time: 90s

A คือค่าใดของการสอบเทียบตู้ควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน TLASG20

a)

temperature uniformity

b)

temperature stability

c)

overall variation

d)

accuracy

48.

B คือค่าใดของการสอบเทียบตู้ควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน TLASG20

a)

temperature uniformity

b)

temperature stability

c)

overall variation

d)

accuracy

49.

C คือค่าใดของการสอบเทียบตู้ควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน TLASG20

a)

temperature uniformity

b)

temperature stability

c)

overall variation

d)

accuracy

50.

D คือค่าใดของการสอบเทียบตู้ควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน TLASG20

a)

temperature uniformity

b)

temperature stability

c)

overall variation

d)

accuracy

51.

ค่า correction ของตู้ควบคุมอุณหภูมินี้เท่ากับเท่าใด

a)

-0.7

b)

-0.5

c)

-1.4

d)

-1.8

52.

จากผลการสอบเทียบ เครื่องควบคุมอุณหภูมินี้ เมื่อทำ verification ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

ใช้ไม่ได้ตาม specification ที่กำหนด เพราะ accuracy และ uniformity เกินเกณฑ์ที่กำหนด

b)

ใช้ได้ตาม specification ที่กำหนด เพราะ accuracy และ uniformity อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

c)

ไม่สามารถบอกได้เพราะไม่ได้สอบเทียบที่อุณหภูมิ 50oC

d)

ผลการสอบเทียบไม่น่าเชื่อถือเพราะใช้ digital thermometer ไม่เหมาะสม

53.

setting temp: 42.0oC interval time: 90s

หากวิธีมาตรฐานกำหนดความคลาดเคลื่อนของอุณหภูมิไม่เกิน±2oC จะสามารถใช้งานเครื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ใช้ได้แต่ต้องตั้งอุณหภูมิใหม่

b)

ใช้ได้เพราะอุณหภูมิทุกตำแหน่งเท่ากัน

c)

ใช้ได้ที่อุณหภูมิ 46.0oC เท่านั้น

d)

ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข

54.

หากต้องการใช้คู้ควบคุมอุณหภูมินี้ ต้องทำอย่างไร

a)

กำหนดความคลาดเคลื่อนเท่ากับ ±4oC

b)

ตั้งอุณหภูมิจากการนำค่าแก้ รวมกับอุณหภูมิที่ต้องการ

c)

ปรับแก้ค่าใหม่หลังการสอบเทียบให้ถูกต้อง

d)

ถูกทุกข้อ