NEW
Font size
Worksheetsแบบฝึกหัด เรื่อง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
Total questions: 25
Worksheet time: 1hrs 21mins
ศึกษาการเกิดปฏิกิริยาระหว่างลวดแมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอริก ตามสมการ Mg (s) + HCl (aq) -> MgCl2 (s) + H2 (g) แล้วเก็บแก๊ส H2 และจับเวลา ได้ผลดังตาราง ข้อใดไม่ถูกต้อง
ณ วินาทีที่ 40 อัตราการเกิด H2 เป็น 3/40 cm³/s
อัตราเร็วเฉลี่ยในการเกิด H2 ตลอดการทดลองเป็น 5/89 cm³/s
เวลาที่ใช้ในการเกิดก๊าซ H2 จำนวน 1 cm³ มากขึ้นเรื่อย ๆ
อัตราการเกิด H2 ในแต่ละวินาที ลดลงเรื่อยๆ
จากการติดตามการเปลี่ยนแปลงของปฏิกิริยา
A+B -> C+D โดยวัดปริมาณของ B ได้ผลดังกราฟ อัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยานี้ที่ 300 s เป็นเท่าใด
2.2 × 10-3 mol/dm3 / s
4.3× 10-3 mol/dm3 / s
6.2× 10-3 mol/dm3 / s
8.6× 10-3 mol/dm3 / s
เมื่อนำแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ (NO) ทำปฏิกิริยากับแก๊สคลอรีน (Cl2) ได้แก๊สไนโตรซิลคลอไรด์ (NOCl) เพียงอย่างเดียว ถ้าความเข้มข้นของแก๊สไนโตรฅิลคลอไรด์เพิ่มขึ้นด้วยอัตรา 0.030 mol/dm3 แล้วอัตราการหายไปของแก๊สคลอรีนในช่วงเวลาเดียวกัน มีค่าเท่าใด
0.015
0.030
0.060
0.100
ถ้าปฏิกิริยาระหว่างลวดแมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอริก ตามสมการ Mg (s) + HCl (aq) -> MgCl2 (s) + H2 (g) ถ้าใช้ Mg และ HCl จำนวนเท่ากัน การกระทำใดทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วที่สุด
ใช้โลหะแมกนีเซียมก้อนโตและกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 mol/l
ใช้โลหะแมกนีเซียมก้อนโตและกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 mol/l
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นเล็กๆ และกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.2 mol/l
ใช้โลหะแมกนีเซียมชิ้นเล็กๆ และกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 mol/l
เพราะเหตุใด การนำก๊าซกับก๊าซ ทำปฏิกิริยากันจึงเกิดได้เร็วกว่าการนำก๊าซกับของแข็ง ทำปฏิกิริยากัน
เพราะอนุภาคเคลื่อนที่ได้สะดวกจึงมีโอกาสชนกันได้มากกว่า
เพราะพื้นที่ผิวของก๊าซทั้งสองสัมผัสกันได้มาก
เพราะอนุภาคต่าง ๆ ของแก๊สอยู่ใกล้ชิดกันจึงมีโอกาสรวมตัวกันได้มากกว่า
เพราะพันธะในโมเลกุลแก๊สไม่แข็งแรงจึงสลายพันธะเดิมและสร้างพันธะใหม่ได้ง่าย
สาร X ทำปฏิกิริยากับสาร Y ได้สาร Z จากการทดลอง พบว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาเป็น 1/3 เท่าของอัตราการลดลงของ X และเป็น 2 เท่าของอัตราการลดลงของ Y และเป็น 1/2 เท่าของอัตราการเพิ่มขึ้นของ Z จงเขียนสมการเคมีดังกล่าวที่ดุลแล้ว
3X + 2Y -> Z
6X + Y -> 4Z
3X + 2Y -> 3Z
1/3 X +2Y -> 1/2 Z
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ปฏิกิริยา B เกิดได้เร็วสุด เพราะคายพลังงาน 40 kJ
ปฏิกิริยา A มีพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาย้อนกลับ 100 kJ
ปฏิกิริยา C เกิดได้ช้าสุด เพราะดูดพลังงาน 20 kJ
ปฏิกิริยา D มีพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาย้อนกลับ 65 kJ
ปฏิกิริยา X -> A + C อัตราการสลายตัวของ X = 0.5 mol s-1 เมื่อ X มีความเข้มข้น 0.10 mol/l ถ้าอัตราการสลายตัวของ X มีอันดับ 2 จงหาอัตราการสลายตัวของ X เมื่อ X มีความเข้มข้น 0.12 mol/l
0.05 mol l-1 s-1
0.072 mol l-1 s-1
0.36 mol l-1 s-1
0.72 mol l-1 s-1
การเผาไหม้ของน้ำตาลในอากาศต้องใช้อุณหภูมิสูง แต่น้ำตาลในร่างกายเผาไหม้ได้เพราะ?
น้ำตาลในร่างกายถูกย่อยเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ ทำให้รวมตัวกับแก๊สออกซิเจนได้ง่าย
ในร่างกายความเข้นข้นของน้ำตาลมากกว่าในอากาศ
มีเอนไซม์ช่วยลดปริมาณก่อกัมมันต์ลง
ในร่างกายมีความชื้นช่วยลดอุณหภูมิ
กฎอัตราของปฏิกิริยานี้ คือ?
V = k[A][B]
V = k[A]2
V = k[B]2
V = k[B]
ค่าคงที่อัตรา k ของปฏิกิริยานี้ที่อุณหภูมิ 25oC มีค่าเท่าใด
2 × 10-1
2 × 10-2
2 × 10-5
2 × 10-3
ในการทดลองเพื่อหาอัตราของการเกิดปฏิกิริยา A + B -> C ได้ข้อมูลดังนี้ แล้วเทอมที่หายไปในการทดลองที่ 3 ซึ่งเขียนด้วย * มีค่าเท่าใด
1.1
2.2
3.3
4.4
การวัดอัตราเร็วเริ่มต้นของปฏิกิริยาได้ผลดังตาราง จงหาค่า x, y และ z ตามลำดับ
0.1, 0.16, 0.3
0.8, 0.13, 0.3
0.2, 0.40, 0.3
0.4, 0.40, 0.9
ในปฏิกิริยา A+B <--> C+D มีพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาไปข้างหน้าและย้อนกลับเป็น 80 และ 60 kJ/mol จงพิจารณาข้อ ก ข และ ค ข้อใดบ้างที่ถูกต้อง
ก และ ข
ก และ ค
ข และ ค
ก ข และ ค
จากกราฟ จงพิจารณาข้อความ
ก. จุด B, D และ F เป็นจุดของสารเชิงซ้อนที่ถูกกระตุ้น
ข. 🔺️H ของปฏิกิริยา A-> G เท่ากับ +10 kJ/mol
ค. Ea ของปฏิกิริยา A-> G เท่ากับ +50 kJ/mol
ง. ขั้นตอนที่เกิดเร็วที่สุดคือ C -> D
ข้อใดถูกต้องมากที่สุด
ก ข
ข ค
ค ง
ก ง
ปัจจัยใดส่งผลให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง
ก. การเพิ่มสารตั้งต้น
ข. การลดอุณหภูมิและความดัน
ค. การเติมเอนไซม์
ง. การใส่สารตั้งต้นให้เป็นก้อน
ก ข
ก ง
ค ง
ข ง
ถ้าต้องการให้ปฏิกิริยา 2KClO3 (s) -> 2KCl (s) + 3O2 (g) เกิดเร็วขึ้นควรทำอย่างไร
เพิ่มความเข้มข้นของ KClO3 และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
บด KClO3 ให้ละเอียดและใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา
ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาและเพิ่มความดัน
เพิ่มความเข้มข้นของ KClO3 และเพิ่มอุณหภูมิ
ข้อความใดถูกต้อง
C+D -> A+B เป็นปฏิกิริยาแบบดูดความร้อน
พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา A+B -> C+D คือช่วง a+b
A+B -> C+D ดูดความร้อนเท่ากับช่วง b
พลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยา C+D -> A+B คือช่วง d
ปฏิกิริยาใดเกิดง่ายและเร็วที่สุด
1
2
3
4
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับตัวเร่งปฏิกิริยา
ทำให้ได้สารใหม่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้นกว่าเดิม
ทำให้ขั้นตอนของปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงไป
ทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง
ฟอสฟอรัส P4 ทิ้งไว้ในอากาศติดไฟได้ทันทีเกิดเป็น P4O10 พลังงานของปฏิกิริยานี้คือ -2976.16 kJ/mol แผนภาพแสดงพลังงานของปฏิกิริยาเป็นดังหมายเลขใด
1
2
3
4
การเพิ่มอุณหภูมิ 10oC ทำให้อัตราการชนกันของโมเลกุลเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1% แต่เพราะเหตุใดอัตราการเกิดปฏิกิรืยาจึงเพิ่มขึ้น 2 เท่า
พลังงานการกระตุ้นลดลงจึงทำให้เกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น
อนุภาคอยู่ชิดกันมากขึ้นจึงรวมตัวกันง่ายขึ้น
จำนวนอนุภาคที่มีพลังงานสูงมีจำนวนมากขึ้น
อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงจึงมีโอกาสรวมตัวง่ายขึ้น
จากกราฟ ข้อใดสรุปถูกต้อง
ก และ ข
ข และ ค
ก ข และ ค
ก และ ค
ในปฏิกิริยา P -> T มี 2 ขั้นตอน คือ P -> R และ R -> T ปฏิกิริยาที่กำหนดควบคุมอัตราเร็วของปฏิกิริยา P -> T มี Ea เท่าใด
a + b
a + d
c + d
b + c
ในขณะที่ความเข้มข้นของ Hb เป็น 3.0 mol/dm3 และ CO เป็น 2.0 mol/dm3 อัตราการหายไปของ Hb เป็นกี่ mol/dm3.s
0.9
1.8
2.7
3.6
