wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สถิติศาสตร์และข้อมูล

Total questions: 30

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ความหมายของสถิติศาสตร์

a)

ค่าวัดที่แสดงลักษณะของประชากร ซึ่งเป็นค่าคงตัวที่คำนวณหรือประมวลจากข้อมูลทั้งหมดของประชากร

b)

ค่าที่คำนวณขึ้นมาจากตัวอย่าง เพื่อแสดงคุณลักษณะบางอย่างของข้อมูลชุดนั้น โดยทั่วไปจะนำค่าสถิติไปใช้ในการประมาณค่าพารามิเตอร์ของประชากร

c)

ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับหลักการและระเบียบวิธีการทางสถิติ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ 4 ขั้น ได้แก่ การเก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการตีความหมายของข้อมูล

d)

ตัวเลขที่แทนข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีบันทึกเอาไว้ติดต่อกันเป็นระยะหนึ่ง ซึ่งสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

2.

"กลุ่มย่อยของประชากรที่ถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของประชากร" เป็นความหมายของคำใด

a)

ประชากร

b)

ตัวอย่าง

c)

ตัวแปร

d)

ข้อมูล

3.

"กลุ่มของหน่วยทั้งหมดในเรื่องที่สนใจ อาจจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ" เป็นความหมายของคำใด

a)

ประชากร

b)

ตัวอย่าง

c)

ตัวแปร

d)

ข้อมูล

4.

"ค่าวัดที่ได้ จากข้อมูลทั้งหมดของประชากร ซึ่งเป็นค่าคงตัว" เป็นความหมายของคำใด

a)

ตัวแปร

b)

ข้อมูล

c)

พารามิเตอร์

d)

ค่าสถิติ

5.

"ค่าวัดที่ได้จากข้อมูลของตัวอย่าง ซึ่งเป็นค่าคงตัว" เป็นความหมายของคำใด

a)

ตัวแปร

b)

ข้อมูล

c)

พารามิเตอร์

d)

ค่าสถิติ

6.

"ข้อความจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สามารถใช้ในการสรุปผลในเรื่องที่สนใจศึกษา อาจเป็นได้ทั้งตัวเลขหรือไม่ใช่ตัวเลข หรืออาจหมายถึงค่าของตัวแปรที่สนใจศึกษา" เป็นความหมายของคำใด

a)

ตัวแปร

b)

ข้อมูล

c)

พารามิเตอร์

d)

ค่าสถิติ

7.

"สิ่งที่สนใจศึกษา" เป็นความหมายของคำใด

a)

ตัวแปร

b)

ข้อมูล

c)

พารามิเตอร์

d)

ค่าสถิติ

8.

"จากการสำรวจเกี่ยวกับเงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มาจำนวน 3,000 คน พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มีเงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท" ประชากรของสถานการณ์ข้างต้น คือข้อใด

a)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

b)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง

c)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนในจังหวัดหนึ่ง

d)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง จำนวน 3,000 คน

9.

"จากการสำรวจเกี่ยวกับเงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มาจำนวน 3,000 คน พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มีเงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท" ตัวอย่างของสถานการณ์ข้างต้น คือข้อใด

a)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

b)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง

c)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนในจังหวัดหนึ่ง

d)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง จำนวน 3,000 คน

10.

"จากการสำรวจเกี่ยวกับเงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มาจำนวน 3,000 คน พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มีเงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท" ตัวแปรของสถานการณ์ข้างต้น คือข้อใด

a)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

b)

จำนวนเงินออมในแต่ละเดือน

c)

จำนวนเงินออมในแต่ละเดือนของตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาได้

d)

เงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท

11.

"จากการสำรวจเกี่ยวกับเงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มาจำนวน 3,000 คน พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มีเงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท" ข้อมูลของสถานการณ์ข้างต้น คือข้อใด

a)

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

b)

จำนวนเงินออมในแต่ละเดือน

c)

จำนวนเงินออมในแต่ละเดือนของตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาได้

d)

เงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท

12.

"จากการสำรวจเกี่ยวกับเงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดหนึ่ง โดยสุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มาจำนวน 3,000 คน พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้มีเงินออมเฉลี่ยเดือนละ 700 บาท" ค่าสถิติของสถานการณ์ข้างต้น คือข้อใด

a)

จำนวนเงินออมในแต่ละเดือนของตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาได้

b)

เงินออมในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดนี้

c)

เงินออมเฉลี่ยในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งหมดในจังหวัดนี้

d)

เงินออมเฉลี่ยในแต่ละเดือนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่สุ่มมาจำนวน 3,000 คน ซึ่งเท่ากับ 700 บาท

13.

ข้อมูลสามารถแบ่งได้หลายประเภท ที่ได้เรียนมา ยกเว้นข้อใด

a)

แบ่งประเภทของข้อมูลตามแหล่งที่มาของข้อมูล

b)

แบ่งประเภทของข้อมูลตามบุคลิกของข้อมูล

c)

แบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จัดเก็บ

d)

แบ่งประเภทของข้อมูลตามลักษณะของข้อมูล

14.

"จำนวนประชากรในประเทศไทย ปี พ.ศ.2563"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด เมื่อแบ่งตามระยะเวลาที่จัดเก็บ

a)

ข้อมูลภาคตัดขวาง

b)

ข้อมูลอนุกรมเวลา

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลปฐมภูมิ

15.

"รายได้ของครอบครัว"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด เมื่อแบ่งตามลักษณะของข้อมูล

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลอนุกรมเวลา

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลภาคตัดขวาง

16.

"บริษัทแห่งหนึ่งสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด เมื่อแบ่งตามแหล่งที่มาของข้อมูล

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ

b)

ข้อมูลอนุกรมเวลา

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลทุติยภูมิ

17.

"จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ของแต่ละประเทศ"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด เมื่อแบ่งตามระยะเวลาที่จัดเก็บ

a)

ข้อมูลภาคตัดขวาง

b)

ข้อมูลอนุกรมเวลา

c)

ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลปฐมภูมิ

18.

"รายงานผลการเรียน (เกรด) ของนักเรียนเมื่อสิ้นภาคการศึกษา"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลอนุกรมเวลา

b)

ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลภาคตัดขวาง

c)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลอนุกรมเวลา

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลภาคตัดขวาง

19.

"ยอดขายรถยนต์รายเดือน"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลอนุกรมเวลา

b)

ข้อมูลเชิงปริมาณ ข้อมูลภาคตัดขวาง

c)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลอนุกรมเวลา

d)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ข้อมูลภาคตัดขวาง

20.

"สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทำการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในช่วงไตรมาสหนึ่ง"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลเชิงปริมาณ

b)

ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลเชิงคุณภาพ

c)

ข้อมูลทุติยภูมิ ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลทุติยภูมิ ข้อมูลเชิงคุณภาพ

21.

"นักเรียนสำรวจข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อนในห้อง"

จัดเป็นข้อมูลประเภทใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลเชิงปริมาณ

b)

ข้อมูลปฐมภูมิ ข้อมูลเชิงคุณภาพ

c)

ข้อมูลทุติยภูมิ ข้อมูลเชิงปริมาณ

d)

ข้อมูลทุติยภูมิ ข้อมูลเชิงคุณภาพ

22.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

สถิติศาสตร์พรรณนา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สถิติอ้างอิง” เป็นสถิติที่มุ่งศึกษาเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ ของกลุ่มประชากร (Population) กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ อาจเป็นกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กก็ได้ โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกทุกหน่วยในกลุ่มประชากรนั้น

b)

สถิติศาสตร์พรรณนา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สถิติบรรยาย” เป็นสถิติที่มุ่งศึกษาเพื่อหาข้อสรุปเรื่องราวของประชากร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มย่อยที่เรียกว่า กลุ่มตัวอย่าง (Sample) แล้วนำผลการศึกษาไปสรุปอ้างอิงถึงกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า กลุ่มประชากร (Population) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการศึกษา

c)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สถิติอ้างอิง” เป็นสถิติที่มุ่งศึกษาเพื่อหาข้อสรุปเรื่องราวของประชากร โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มย่อยที่เรียกว่า กลุ่มตัวอย่าง (Sample) แล้วนำผลการศึกษาไปสรุปอ้างอิงถึงกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า กลุ่มประชากร (Population) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการศึกษา

d)

สถิติศาสตร์อนุมาน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สถิติบรรยาย” เป็นสถิติที่มุ่งศึกษาเพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ ของกลุ่มประชากร (Population) กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ อาจเป็นกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กก็ได้ โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกทุกหน่วยในกลุ่มประชากรนั้น

23.

"ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งได้สำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในด้านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยสำรวจจากลูกค้าที่มาใช้บริการที่ห้างสรรพสินค้าในเดือนมกราคม พ.ศ.2562 ที่เลือกเป็นต้วอย่างจำนวน 142 คน สรุปผลได้ว่า ร้อยละ 50 ของลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการห้องสรรพสินค้าแห่งนี้มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด" จัดเป็นสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาหรือสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเหตุใด

a)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

b)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

c)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

d)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

24.

"จากการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ใน พ.ศ.2553 จังหวัดที่มีความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลี่ยสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร รองลงมา คือ จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครปฐม ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ตามลำดับ" จัดเป็นสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาหรือสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเหตุใด

a)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

b)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

c)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

d)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

25.

"โรงงานผลิตผลไม้กระป๋องผลิตเงาะกระป๋องล็อตละ 5,000 กระป๋อง ถ้าโรงงานเลือกตัวอย่างเงาะกระป๋องมาตรวจสอบ จำนวน 100 กระป๋อง แล้วพบว่าเงาะกระป๋องที่เลือกมาได้มาตรฐานตามข้อกำหนด โรงงานแห่งนี้จึงสรุปว่าเงาะกระป๋องทุกกระป๋องในล็อตนี้ได้มาตรฐาน" จัดเป็นสถิติศาสตร์เชิงพรรณนาหรือสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเหตุใด

a)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

b)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

c)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการวิเคราะห์และสรุปผลจากข้อมูลทั้งหมดที่เก็บมาเท่านั้น

d)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน เพราะเป็นการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่าง

26.

"การวิเคราะห์ข้อมูลที่สรุปสาระสำคัญของข้อมูลชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพหรือข้อมูลเชิงปริมาณ เพื่ออธิบายลักษณะหรือสภาพของข้อมูลชุดนั้นว่าเป็นอย่างไร" ตรงกับความหมายหรือคำอธิบายในข้อใด

a)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน (inferential statistics)

b)

สถิติศาสตร์ (statistics)

c)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา (descriptive statistics)

d)

ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data)

27.

"การวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ทฤษฎีที่เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะของประชากรโดยใช้ข้อมูลจากตัวอย่างที่ได้มาจากประชากรนั้น" ตรงกับความหมายหรือคำอธิบายในข้อใด

a)

สถิติศาสตร์เชิงอนุมาน (inferential statistics)

b)

สถิติศาสตร์ (statistics)

c)

สถิติศาสตร์เชิงพรรณนา (descriptive statistics)

d)

ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data)

28.

"ชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นและจัดเก็บตามลำดับเวลาต่อเนื่องกันไปตลอดช่วง ๆ หนึ่ง" ตรงกับความหมายหรือคำอธิบายในข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data)

b)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative data)

c)

ข้อมูลภาคตัดขวาง (cross-sectional data)

d)

ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data)

29.

"ข้อมูลที่บอกสถานะหรือสภาพของสิ่งที่สนใจ ณ จุดหนึ่งของเวลา" ตรงกับความหมายหรือคำอธิบายในข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data)

b)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative data)

c)

ข้อมูลภาคตัดขวาง (cross-sectional data)

d)

ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data)

30.

"ข้อมูลที่แสดงลักษณะประเภท สมบัติในเชิงคุณภาพ และอื่น ๆ ที่ไม่สามารถวัดค่าเป็นตัวเลขที่นำมาบวก ลบ คูณ หรือหารกันได้" ตรงกับความหมายหรือคำอธิบายในข้อใด

a)

ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data)

b)

ข้อมูลเชิงคุณภาพ (qualitative data)

c)

ข้อมูลภาคตัดขวาง (cross-sectional data)

d)

ข้อมูลอนุกรมเวลา (time series data)