NEW
Font size
Worksheetsสรุปอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี partแรก
Total questions: 30
Worksheet time: 13mins
อัตราการเปิดปฏิกิริยา ณ ขณะหนึ่ง หมายถึงอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้าย
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคของสารมาปะทะกันหรือมาชนกัน
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารทั้งหมดในหนึ่งหน่วยเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเฉลี่ย หมายถึงอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้ายในเวลาที่กำหนด
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่ออนุภาคของสารตั้งต้นต้องมาปะทะกันหรือมาชนกัน
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่เร็วขึ้นเนื่องจากตัวเร่งจะช่วย
สามารถหาได้จากความชัน ณ จุดใดจุดหนึ่งของกราฟระหว่างความเข้มข้นของสารกับเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี หมายถึงอะไร
อุณหภูมิหนึ่ง โมเลกุลของแก๊สชนิดเดียวกันเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วแตกต่างกัน
อุณหภูมิหนึ่ง โมเลกุลของแก๊สหลายชนิดเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วแตกต่างกัน
ปริมาณของสารตั้งต้นที่ตัวทำปฏิกิริยาแล้วเปลี่ยนไปเป็นสารผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยเวลา
ความเร็วของสารตั้งต้นที่ตัวทำปฏิกิริยาเปลี่ยนไปเป็นสารผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเฉลี่ยของปฏิกิริยานี้ คือข้อใด
41.88 cm3
4.18 cm3
0.50 cm3
0.05 cm3
จงหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่าง 60 - 90 วินาที
0.07 cm3
0.04 cm3
0.25 cm3
12.46 cm3
ณ วินาทีที่ 150 อัตราการเกิดปฏิกิริยาเป็นเท่าใด
0.03 cm3
0.04 cm3
0.05 cm3
0.06 cm3
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเฉลี่ย คิดได้จากอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตลอดการเกิดปฏิกิริยา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถหาได้จากกราฟ นั่นคือ ค่าความชัน (slope) ของกราฟระหว่างปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงกับเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารในการเกิดปฏิกิริยา โดยถ้าเป็นสารตั้งต้นจะคิดจากอัตราการลดลง ส่วนถ้าเป็นสารผลิตภัณฑ์จะคิดจากอัตราการเพิ่มขึ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยา ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง คิดได้จากอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารในการเกิดปฏิกิริยา โดยถ้าเป็นสารตั้งต้นจะคิดจากอัตราการลดลง ส่วนถ้าเป็นสารผลิตภัณฑ์จะคิดจากอัตราการเพิ่มขึ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตลอดการเกิดปฏิกิริยา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถหาได้จากกราฟ นั่นคือ ค่าความชัน (slope) ของกราฟระหว่างปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงกับเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยา ณ จุดใดจุดหนึ่งของเวลา คิดได้จากอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถหาได้จากกราฟ นั่นคือ ค่าความชัน (slope) ของกราฟระหว่างปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงกับเวลา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารในการเกิดปฏิกิริยา โดยถ้าเป็นสารตั้งต้นจะคิดจากอัตราการลดลง ส่วนถ้าเป็นสารผลิตภัณฑ์จะคิดจากอัตราการเพิ่มขึ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี คิดได้จากอะไร
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตลอดการเกิดปฏิกิริยา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารในการเกิดปฏิกิริยา โดยถ้าเป็นสารตั้งต้นจะคิดจากอัตราการลดลง ส่วนถ้าเป็นสารผลิตภัณฑ์จะคิดจากอัตราการเพิ่มขึ้น
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่คิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารตั้งต้นที่ลดลง หรือผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งสามารถหาได้จากกราฟ นั่นคือ ค่าความชัน (slope) ของกราฟระหว่างปริมาณของสารที่เปลี่ยนแปลงกับเวลา
จากกราฟ จงบอกว่ากราฟ A และ กราฟ B เป็นกราฟของอะไร
กราฟ A เป็นสารตั้งต้นและกราฟ B เป็นสารผลิตภัณฑ์
กราฟ A เป็นผลิตภัณฑ์และกราฟ B เป็นสารตั้งต้น
กราฟ A และกราฟ B เป็นสารตั้งต้นทั้งคู่
กราฟ A และกราฟ B เป็นสารผลิตภัณฑ์ทั้งคู่
ทฤษฎีใดที่สามารถใช้อธิบายความแตกต่างของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส (kinetic theory of gases)
ทฤษฎีการชน (Collision Theory)
ทฤษฎีออร์บิทัลเชิงโมเลกุล (molecular orbital)
ทฤษฎีสนามผลึก (Crystal Field Theory)
ทิศทางการชนในภาพใดแสดงถึงการชนที่มีความเหมาะสม
ปัจจัยใดที่ทำให้อนุภาคของสารตั้งต้นมาชนกันแล้วเกิดปฏิกิริยา
ก. ทิศทางที่เหมาะสมในการชน
ข. พลังงานจลน์ที่เพียงพอ
ค. พลังงานของการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีค่าสูง
ข้อ ก เท่านั้น
ข้อ ข และ ก
ข้อ ข และ ค
ถูกต้องทุกข้อ
พลังงานก่อกัมมันต์ (Activation Energy) คืออะไร
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออก
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้อะตอมหลุดออก
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้การชนกันแล้วไม่เกิดปฏิกิริยาเคมี
พลังงานจำนวนน้อยที่สุดที่เกิดจากการชนของอนุภาคของสารตั้งต้นแล้วทำปฏิกิริยาเคมี
การที่มีพลังก่อกัมมันต์สูงจะมีผลอย่างไรกับปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้ช้า
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็ว
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดการสมดุล
จะเป็นฏิกิริยาดูดความร้อน
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็วสัมพันธ์กันอย่างไรกับพลังงานก่อกัมมันต์
จะเกิดพลังงานจลน์สูง
จะเกิดพลังงานจลน์ต่ำ
จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์สูง
จะเกิดพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำ
เมื่ออนุภาคของสารตั้งต้นชนกันจะเกิดสารที่ไม่เสถียร และมีพลังงานสูง โดยสารตัวนี้จะไม่อยู่ตัวและพร้อมที่จะเปลี่ยนไปเป็นสารผลิตภัณฑ์หรือกลับคืนเป็นสารตั้งต้นได้ ซึ่งสารตัวนี้เรียกว่าอะไร
สารเชิงซ้อนกัมมันต์
สารยืดหยุ่นเชิงซ้อน
สารตั้งต้นเชิงซ้อน
สารก่อกัมมันต์
สถานะที่อนุภาคชนกันแล้วมีการจัดเรียงตัวกันที่เหมาะสมและมีพลังงานศักย์มากพอที่จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ได้ คือข้อใด
สถานะของสาร
สภาวะสมดุล
สภาวะแข่งขัน
สถานะแทรนซิชัน
จากภาพด้านบนภาพใดคือภาพที่แสดงถึงปฎิกิริยาคายความร้อน
ก
ข
ถูกทั้ง ก และ ข
ไม่มีข้อใดถูก
ถ้าสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีพลังงานสูงกว่าสารตั้งต้น (สารผลิตภัณฑ์เสถียรกว่าสารตั้งต้น) จะทำให้เกิดสิ่งใด
ปฏิกิริยาคายความร้อน
ปฏิกิริยาดูดความร้อน
ปฏิกิริยาการแทนที่
ปฏิกิริยาการเติม
ค่าพลังงานของปฏิกิริยา(∆E) มีค่าเป็นบวกจะเป็นปฏิกิริยาแบบใด
จะเป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน
จะเป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน
จะเป็นปฏิกิริยาการเผาไหม้
จะเป็นปฏิกิริยาการเติม
จากกราฟข้อใดถูกต้อง
พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยานี้เท่ากับ 10 kJ
ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาดูดพลังงาน 45 kJ
ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยาคายพลังงาน 45 kJ
สารเชิงซ้อนกัมมันต์ของปฎิกิริยานี้ คือ B และ C
จากภาพกราฟ A และ B กราฟใดแสดงถึงปฏิกิริยาคายความร้อน และกราฟใดมีค่าพลังงานก่อกัมมันต์สูงกว่ากัน
A, A
B, A
A, B
B, B
กราฟต่อไปนี้มีค่าพลังงานของปฏิกิริยาเป็น บวกหรือลบ เพราะเหตุใด ?
บวก เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
บวก เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
ลบ เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
ลบ เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
จากภาพ ข้อใดเป็นปฏิกิริยาแบบหลายขั้นตอน
จากภาพ ขั้นใดเป็นขั้นกำหนดอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ?
Ea1
Ea2
Ea1+Ea2
ไม่มีข้อใดถูก
กฎอัตราหมายถึงอะไร
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นของสารตั้งต้นแต่ละตัว
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นกับเวลา
ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิดปฏิกิริยากับความเข้มข้นของสาร
จากสมการกฎอัตราข้างต้น ข้อใดกล่าวถูกต้อง
อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของ สาร B แต่อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้จะไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของสาร A
อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ไม่ขึ้นอยู่กับทั้งความเข้มข้นของสาร A และ B
อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร A แต่อัตราการเกิดปฏิกิริยานี้จะไม่ขึ้นกับความเข้มข้น ของสาร B
ในกรณีที่ปฏิกิริยาเกิดขึ้นหลายขั้นตอนค่า m และ n จะไม่เท่ากับสัมประสิทธิ์ของสารตั้งต้นในสมการที่ดุลแล้ว เพราะอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นอยู่กับขั้นตอนไหน
ขั้นตอนที่เร็วที่สุด
ขั้นตอนที่รวมกัน
ขั้นตอนแรกที่ช้าที่สุด
ขั้นตอนสุดท้ายที่ช้าที่สุด
