Font size
Worksheetsอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
ข้อใดที่แสดงว่าผิวสัมผัสมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ก. กระดาษฝอยติดไฟได้เร็วกว่ากระดาษแผ่น
ข. แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีจำนวนแผ่นตะกั่วมากกว่าให้กำลังไฟฟ้าสูงกว่าที่มีจำนวนแผ่นน้อยกว่า
ค. แผ่นสังกะสีปกติทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริกได้ช้ากว่าแผ่นสังกะสีที่มีลวดทองแดงพันอยู่
ง. เครื่องปฏิกิริยานิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เป็นแท่งยาวทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ใช้เป็นก้อนเล็กๆ
ปฏิกิริยาเคมีจะสามารถเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยสภาวะในข้อใด
A. อนุภาคของสารตั้งต้นชนกันในทิศทางที่เหมาะสม
B. มีการเติมตัวเร่งปฏิกิริยาลงไปเพื่อช่วยเร่งให้เกิดปฏิกิริยา
C. สารตั้งต้นต้องมีพลังงานสูงกว่าพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา
D. มีความดันที่มากพอที่จะทำให้สารอยู่ในสภาวะแก๊สซึ่งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาได้ง่ายขึ้น
A. และ B.
A. และ C.
B. และ D.
C. และ D.
สาร NaOH(aq) + CH3COOH(aq) —> CH3COONa(aq) + H2O(l) จากสมการการเกิดปฏิกิริยาเคมีข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. NaOH และ H2O เป็นสารผลิตภัณฑ์
ข. NaOH และ CH3COOH เป็นสารตั้งต้น
ค. CH3COOH และ H2O เป็นสารผลิตภัณฑ์
ง. CH3COOH และ CH3COONa เป็นสารตั้งต้น
HCl(aq) + NaOH(s) → NaCl(aq) + H2O(l) จากสมการการเกิดปฏิกิริยาเคมีข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. NaCl อยู่ในสถานะแก๊ส
ข. HCl อยู่ในสถานะของแข็ง
ค. H2O อยู่ในสถานะของเหลว
ง. HCl และ NaOH อยู่ในสถานะสารละลาย
ปัจจัยในข้อใด ที่ทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาช้าลง
ตัวเร่งปฏิกิริยา
อุณหภูมิ
ตัวหน่วงปฏิกิริยา
พื้นที่ผิวสัมผัส
แก๊สโพรเพน(C3H8) เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้กับแก๊สออกซิเจน(O2)ในอากาศ เกิดเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)และไอน้ำ(H2O) และความร้อน
C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g) + ความร้อน
C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)
C3H8(s) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l) + ความร้อน
C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l)
ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง
การใช้สารในลักษณะที่เป็นก้อนแทนสารที่เป็นผง
การเติมตัวเร่งปฏิกิริยา
การเพิ่มอุณหภูมิ
การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น
จากสมการที่กำหนดให้ต่อไปนี้
Al (s) + NaOH(aq) → Na3AlO3 (aq) + H2(g)
เมื่อทำการดุลสมการแล้วจำนวนโมลของ Al จะเป็นเท่าใด
2
3
4
5
การทดลองในข้อใดมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาที่สูงที่สุดที่อุณหภูมิเดียวกัน
ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl เข้มข้น 0.2 M
ใส่สังกะสีผงละเอียดหนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl เข้มข้น 0.1 M
ใส่แผ่นสังกะสี 2 ชิ้น หนัก 0.5 กรัม ลงในกรด HCl เข้มข้น 0.2 M
ใส่แผ่นสังกะสี 1 ชิ้น หนัก 1 กรัม ลงในกรด HCl เข้มข้น 0.1 M
ข้อใดเป็นตัวที่ทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็ว เกิดช้ามากขึ้น
1. ตัวเร่ง ตัวหน่วงปฏิกิริยา
2. อุณหภูมิ พื้นผิวของวัตถุ
3. ธรรมชาติของสารผลิตภัณฑ์
4. ความเข้มข้นของสาร
ข้อใดกล่าวถูก
ข้อ 1 และ 2
ข้อ 2 และ 3
ข้อ 1, 2 และ 4
ข้อ 1, 2, 3 และ 4
จากภาพ เป็นกราฟการดำเนินไปของปฏิกิริยาใด
ปฏิกิริยาเข้าสู่สมดุล
ปฏิกิริยาดูดความร้อน
ปฏิกิริยาคายความร้อน
ปฏิกิริยาแบบปิด
ปัจจัยในข้อใด ใช้ในการพิจารณาสารตั้งต้นที่เป็นของแข็ง
พื้นที่ผิวสัมผัส
อุณหภูมิ
ตัวเร่งปฏิกิริยา
ตัวหน่วงปฏิกิริยา
ปฏิกิริยานี้ดูดหรือคายความร้อน ปริมาณเท่าใด
ดูดความร้อน 180 J
ดูดความร้อน 320 J
คายความร้อน 180 J
คายความร้อน 320 J
ปฏิกิริยานี้ดูดหรือคายความร้อน ปริมาณเท่าใด
คายความร้อน 1,300 J
ดูดความร้อน 1,300 J
คายความร้อน 600 J
ดูดความร้อน 600 J
จากรูป คนที่จะเดินข้ามภูเขาได้ต้องแข็งแรงมากหรือมีพลังงานมาก ดังนั้นจำนวนคนที่จะเดินข้ามภูเขาได้ภายในเวลาที่กำหนด จึงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่สำคัญคืออะไร (ตอบได้ตอบได้มากกว่าหนึ่งข้อ)
จำนวนคนที่แข็งแรงหรือมีพลังงานมาก
ความสูงของภูเขา
ร่างกายแข็งแรง
น้ำหนัก
ปฏิกิริยาการสลายแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ (NO) ให้แก๊สออกซิเจนและแก๊สไนโตรเจนเกิดขึ้นช้ามากที่อุณหภูมิห้อง แต่เมื่อเติมสารประกอบโลหะบางชนิดลงไปในปริมาณเล็กน้อย ปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ก.สารตั้งต้นมีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น
ข.อัตราการชนกันของไนโตรเจนมอนอกไซด์มากขึ้น
ค.พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาลดลง
ง.สารประกอบโลหะที่เติมทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น
การเพิ่มอุณหภูมิมีผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
อนุภาคมีพลังงานศักย์เพิ่มมากขึ้น
อนุภาคมีพลังงานศักย์น้อยลง
อนุภาคมีพลังงานจลน์เพิ่มมากขึ้น
อนุภาคมีพลังงานจลน์น้อยลง
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของความเข้มข้นของสารกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งตนเพิ่มมากขึ้น จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น
ถ้าความเข้มข้นของสารเพิ่มมากขึ้น จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคลดลง
ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น
ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคเพิ่มมากขึ้น
ข้อใดไม่ถูกต้อง
ทุกปฏิกิริยาเคมีเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพลังงาน
ปฏิกิริยาคายความร้อนเกี่ยวข้องกับการเกิดพันธะ
ปฏิกิริยาดูดความร้อนเกี่ยวข้องกับการทำลายพันธะ
เมื่อพันธะเคมีถูกทำลาย พลังงานถูกปลดปล่อยออกมา
กราฟใดมีพลังงานก่อกัมมันต์มากกว่ากัน
ก
ข
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยของความเข้มข้นของสารกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ถ้าความเข้มข้นของสารตั้งตนเพิ่มมากขึ้น จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น
ถ้าความเข้มข้นของสารเพิ่มมากขึ้น จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคลดลง
ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้อนุภาคของสารชนกันมากขึ้น
ถ้าความเข้มข้นของสารลดลง จะทำให้พลังงานจลน์ของอนุภาคเพิ่มมากขึ้น
พลังงานก่อกัมมันต์คือข้อใด
พลังงานที่น้อยที่สุดที่ทำให้อนุภาคเคลื่อนที่
พลังงานที่ทำให้อนุภาคมีโอกาสชนกันมากขึ้น
พลังงานที่ทำให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดอย่างรวดเร็ว
พลังงานที่น้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้
การเพิ่มอุณหภูมิมีผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
อนุภาคมีพลังงานศักย์เพิ่มมากขึ้น
อนุภาคมีพลังงานศักย์น้อยลง
อนุภาคมีพลังงานจลน์เพิ่มมากขึ้น
มีอนุภาคมีพลังงานจลน์น้อยลง
A+B →C+D ΔE = -202kj/mol
จากสมการที่กำหนดให้ต่อไปนี้ พลังงานของปฏิกิริยาเป็นชนิดใด
พลังงานสร้างพันธะ
พลังงานดูดความร้อน
พลังงานการเปลี่ยนแปลงความร้อน
พลังงานคายความร้อน
1. ทฤษฎีใดที่สามารถใช้อธิบายความแตกต่างของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส (kinetic theory of gases)
ทฤษฎีออร์บิทัลเชิงโมเลกุล (molecular orbital)
ทฤษฎีสนามผลึก (Crystal Field Theory)
ทฤษฎีการชน (Collision Theory)
4. ทิศทางการชนในภาพใดแสดงถึงการชนที่มีความเหมาะสม
การที่มีพลังก่อกัมมันต์สูงจะมีผลอย่างไรกับปฏิกิริยาเคมี
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้ช้า
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดได้เร็ว
ปฏิกิริยาเคมีจะเกิดการสมดุล
จะเป็นฏิกิริยาดูดความร้อน
สถานะที่อนุภาคชนกันแล้วมีการจัดเรียงตัวกันที่เหมาะสมและมีพลังงานศักย์มากพอที่จะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ได้ คือข้อใด
สถานะของสาร
สภาวะสมดุล
สถานะแทรนซิชัน
สภาวะแข่งขัน
สภาวะที่สาร B และ D อยู่เรียกว่าสภาวะอะไร
สารเชิงซ้อมกัมมันต์
สภาวะแทรนซิชัน
สภาวะกัมมันต์
สารแทรนซิชัน
จากกราฟความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิริยา เมื่อเติมตัวเร่งปฏิกิริยาเข้าไปในปฏิกิริยานี้จะทำให้เกิดผลอย่างไร
ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้น มีผลทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ (Ea) ของปฏิกิริยาต่ำลง
ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้เร็วขึ้น มีผลทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ (Ea) ของปฏิกิริยาสูงขึ้น
ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้ช้าลง มีผลทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ (Ea) ของปฏิกิริยาต่ำลง
ปฏิกิริยาเคมีเกิดได้ช้าลง มีผลทำให้พลังงานก่อกัมมันต์ (Ea) ของปฏิกิริยาสูงขึ้น
