wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

FINAL M.4

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดอธิบายความหมายของระบบนิเวศ (Ecosystems) ได้อย่างถูกต้อง (ว1.1 ม.4/1)

a)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดที่หนึ่ง

b)

ระบบนิเวศบนบก เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ทะเลทราย

c)

กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดเดียวกัน อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน

d)

สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารอินทรีย์ให้กลายเป็นสารอนินทรีย์ ทำหน้าที่สลายซากสิ่งมีชีวิต

2.

ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ กลุ่มสิ่งมีชีวิตขั้นสุดที่พบในสภาวะสมดุล จะไม่มีลักษณะในข้อใด (ว1.1 ม.4/2)

a)

มีสายใยอาหารที่ซับซ้อนมาก

b)

พบได้ตามป่าดงดิบ

c)

มีสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิด

d)

สภาพแวดล้อมค่อนข้างคงที่

3.

การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิตคือ (ว1.1 ม.4/2)

a)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตหนึ่งเมื่อตายแล้วถูกแทนที่อีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง

b)

การที่มนุษย์เข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่หนึ่ง

c)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว

d)

กลุ่มสิ่งมีชีวิตหนึ่งเข้าไปแทนที่อีกกลุ่มสิ่งมีชีวิตหนึ่งอย่างเป็นลำดับ

4.

ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาคือทางใดบ้าง (ว1.1 ม.4/3)

a)

ภูเขาไฟระเบิด

b)

สึนามิ

c)

แผ่นดินไหว

d)

ถูกต้องทุกข้อ

5.

เชื้อรา มนุษย์ และพืช จัดเป็นสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คืออะไรบ้าง (ว1.1 ม.4/1)

a)

ผู้ย่อยสลาย ผู้ผลิต ผู้บริโภค

b)

ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย ผู้ผลิต

c)

ผู้ย่อยสลาย ผู้บริโภค ผู้ผลิต

d)

ผู้ผลิต ผู้บริโภค ผู้ย่อยสลาย

6.

ข้อใดคือการเปลี่ยนแปลงแทนที่จากเหตุการณ์ที่เวลาน้อยที่สุด (ว1.1 ม.4/4)

a)

การตื้นเขินของทะเลสาบสงขลา

b)

ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกทำนากุ้ง

c)

การตื้นเขินของบึงบอระเพ็ด

d)

ไฟไหม้ป่า

7.

หากบริเวณที่เคยทำไร่เลื่อนลอยแล้วถูกทิ้งให้รกร้าง เหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต คือเหตุการณ์ใด (ว1.1 ม.4/4)

a)

สังคมชีวิตขั้นกลาง

b)

สังคมชีวิตขั้นสูง

c)

การแทนที่แบบปฐมภูมิ

d)

การแทนที่แบบทุติยภูมิ

8.

ทั้งสัตว์ทั้งฟังไจต่างก็สร้างอาหารเองไม่ได้ ต้องอาศัยแหล่งอาหารจากภายนอก เรียกสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้ว่าอะไร (ว1.1 ม.4/1)

a)

Hetorotroph

b)

Heterotroph

c)

Haterotroph

d)

Hotorotroph

9.

หากขาดผู้ย่อยสลาย โลกของเราจะเป็นเช่นไร (ว1.1 ม.4/4)

a)

ซากสิ่งมีชีวิตจะทับถมกันโดยไม่เน่าเปื่อย

b)

แร่ธาตุในดินจะลดน้อยลง ไม่มีการหมุนเวียนกลับลงไป

c)

ดินขาดธาตุอาหารในที่สุด

d)

ถูกต้องทุกข้อ

10.

พืชจัดเป็นผู้ผลิตในระบบนิเวศ ที่นอกจากจะสร้างอาหารเองได้แล้ว ประโยชน์ในแง่ของการดูดซับก๊าซชนิดใดในอากาศ (ว1.1 ม.4/4)

a)

ก๊าซออกซิเจน

b)

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

c)

ก๊าซมีเทน

d)

ก๊าซไนโตรเจน

11.

หากมีการทดสอบ นำใบสาหร่ายหางกระรอกมาหยดด้วยสารละลาย ก เวลาผ่านไป 5 นาที ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อหยดด้วยสารละลาย ข ผ่านไป 5 นาที ไซโทพลาซึมเกิดการเหี่ยว ผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์แยกตัวออก จากกันชัดเจน ข้อใดกล่าวถูกต้อง (ปรับ PAT2 ปี 55) (ว 1.2 ม.4/1)

a)

สารละลาย ก เป็นไอโซโทนิค สารละลาย ข เป็นไฮเพอร์โทนิค

b)

สารละลาย ก เป็นไอโซโทนิค สารละลาย ข เป็นไฮโปโทนิค

c)

สารละลาย ก เป็นไฮโปโทนิค สารละลาย ข เป็นไฮเพอร์โทนิค

d)

สารละลาย ก เป็นไฮเพอร์โทนิค สารละลาย ข เป็นไฮโปโทนิค

12.

ข้อใด จัดเป็นกระบวนการลำเลียงสารแบบ osmosis (ว 1.2 ม.4/1)

a)

การดูดน้ำในรากพืช

b)

น้ำหอมฟุ้งกระจายในอากาศ

c)

การแลกเปลี่ยนแก๊สที่ปอด

d)

ด่างทับทิมละลายในน้ำ

13.

ข้อใดเป็นการลำเลียงแบบ active transport (ว 1.2 ม.4/1)

a)

น้ำหอมฟุ้งกระจายในอากาศ

b)

การดูดน้ำในรากพืช

c)

ด่างทับทิมละลายในน้ำ

d)

การดูดเกลือ/ขับเกลือ ที่เหงือกของปลาน้ำจืด

14.

เหตุใดเซลล์เม็ดเลือดแดงจึงแตกเมื่อแช่ในสารละลายไฮโพโทนิค (ว 1.2 ม.4/1)

a)

เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียส

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีผนังเซลล์

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีคลอโรพลาสต์

d)

เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์

15.

หลังจากการออกกำลังกายกลางแดดนานๆ ร่างกายมีกลไกรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิอย่างไร (ว 1.2 ม.4/4)

a)

เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดขยายตัว

b)

เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดขยายตัว

c)

ลดอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดขยายตัว

d)

ลดอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดขยายตัว

16.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของน้ำและเกลือแร่ของปลาทะเล (ว1.2 ม.4/2)

a)

ปลามีเกล็ดป้องกันไม่ให้แร่ธาตุจากน้ำทะเลซึมเข้า

b)

ปลาขับปัสสวะที่เจือจางออกเป็นปริมาณมาก

c)

ปลาขับเกลือออกทางต่อมนาซัล

d)

น้ำทะเลเป็นไฮโพโทนิคต่อของเหลวในร่างกายปลา

17.

หัวใจเต้นแรง...หน้าแดงทุกที จากเนื้อเพลง เหมือนหรือต่างจากหน้าแดงจากการออกกำลังกายในแง่ของการรักษาดุลยภาพของร่างกายหรือไม่ อย่างไร (ว1.2 ม.4/4)

a)

เหมือนกัน เพราะหน้าแดงจากการรักษาสมดุลสมอง

b)

เหมือนกัน เพราะหัวใจเต้นแรงจากภาวะการหายใจที่เร็วขึ้น

c)

ต่างกัน เนื่องจากหน้าแดงเกิดจากร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน

d)

ต่างกัน เนื่องจากการวิ่งร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน

18.

เมื่อออกกำลังกายแล้วรู้สึกหายใจแรง และหอบ แปลได้ว่าร่างกายกำลังลดความเป็นกรดของกระแสเลือดอย่างไร (ว1.2 ม.4/3)

a)

ขับสารที่มีส่วนประกอบของ H+ ออกจากเลือด

b)

ขับ HCO3- ออกจากเลือด

c)

ลดการหายใจออกเพื่อขับ CO2

d)

ขับ Na+ ออกจากเลือด

19.

หลอดเลือดจะดูดสารที่มีขนาดโมเลกุลเล็กๆ สารชนิดใดบ้างจะไม่ถูกดูดกลับเข้าสู่หลอดเลือด (ว1.2 ม.4/2)

a)

น้ำ

b)

โปรตีน

c)

กรดอะมิโน

d)

ไอออนของเกลือแร่

20.

ส่วนประกอบใดของหน่วยไตทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด (ว1.2 ม.4/2)

a)

ท่อรวม

b)

ท่อหน่วยไต

c)

โบว์แมนส์แคปซุล

d)

รีนัลอาร์เตอรี

21.

วัคซีนที่ใช้ฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโคโรน่าไวรัส จัดเป็นสารชนิดใด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

แอนติบอดี

b)

แอนติเจน

c)

เอนไซม์

d)

แอนติไบโอติก

22.

การรณรงค์ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะหลังคลอดเนื่องด้วยเหตุผลสำคัญในข้อใด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

นมแม่มีโปรตีนสูง

b)

นมแม่มีแอนติบอดี

c)

นมแม่มีแอนติเจน

d)

นมแม่ไม่มีเชื้อโรค

23.

ข้อใดไม่จัดเป็นวิธีการป้องกันการติดเชื้อ HIV (ว.1.2 ม.4/7)

a)

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้อื่น

b)

หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

c)

หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

d)

หลีกเลี่ยงการตรวจเลือดทำการก่อนสมรส

24.

โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อประเภทใด (ว.1.2 ม.4/7)

a)

รา

b)

ยีสต์

c)

ไวรัส

d)

พยาธิ

25.

ข้อใดจัดเป็นการป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมทางกายวิภาค (ว.1.2 ม.4/5)

a)

การไอ จาม หรือขับเสมหะ

b)

การหลั่งเหงื่อของต่อมเหงื่อ

c)

การยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ในน้ำลาย

d)

การป้องกันเชื้อจุลินทรีย์จากการหลั่งน้ำตา

26.

สารในข้อใดต่อไปนี้ที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคได้รวดเร็วที่สุด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

เซรุ่ม

b)

ทอกซอยด์

c)

ทอกซิน

d)

วัคซีน

27.

อวัยวะใดทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือดแดง

b)

ผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือดขาว

c)

เซลล์เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด

d)

เซลล์เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด

28.

เชื้อโรคสามารถฝ่ากลไกการป้องกันต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้เนื่องจากเชื้อโรคมีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร (ว.1.2 ม.4/5)

a)

เชื้อโรคมีขนาดใหญ่

b)

เชื้อโรคไม่ทนต่อกรดหรือเอมไซม์

c)

เชื้อโรคมีขนาดเล็ก เพิ่มจำนวนได้เร็ว

d)

เชื้อโรคมีขนาดใหญ่ และไม่ทนต่อกรดหรือเอมไซม์

29.

การสร้างลิมโฟไซต์จัดเป็นกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบใด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

แบบจำเพาะ

b)

แบบจำเป็น

c)

แบบไม่จำเพาะ

d)

แบบไม่จำเป็น

30.

ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสารพิษที่นำมาทำเป็นวัคซีนได้เพราะอะไร (ว.1.2 ม.4/5)

a)

เชื้อโรคในวัคซีนตายแล้ว

b)

เชื้อโรคในวัคซีนมีฤทธิ์อ่อนลงมาก

c)

สารพิษในวัคซีนหมดความเป็นพิษแล้ว

d)

ถูกทุกข้อ

31.

หลักการทำงานของวัคซีนคืออะไร (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ใช้ทอกซินกระตุ้นการสร้างเซลล์ทีผู้ช่วย

b)

ใช้ทอกซินกระตุ้นการสร้างเซลล์พลาสมา

c)

ใช้เชื้อโรคที่แข็งแรงกระตุ้นการสร้างเซลล์เมมเมอรี

d)

ใช้เชื้อโรคที่ตายแล้วกระตุ้นการสร้างเซลล์เมมเมอรี

32.

วัคซีนกับเซรุ่มต่างกันอย่างไร (ว.1.2 ม.4/5)

a)

วัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง เซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

b)

เซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่ก่อเอง วัคซีนเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

c)

วัคซีนและเซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่ก่อเอง

d)

วัคซีนและเซรุ่มเป็นภูมิคุ้มกันที่รับมา

33.

ข้อใดกล่าวถึงระบบภูมิคุ้มกัน ถูกต้องที่สุด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ระบบการทำงานของเม็ดเลือดขาว

b)

ระบบที่ทำลายเชื้อโรค/สิ่งแปลกปลอม และเซลล์ตัวเอง

c)

ระบบน้ำเหลืองที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม

d)

ระบบที่ทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย

34.

กลไกการป้องกันและกำจัดเชื้อโรค “ด่านแรก” คือ (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ระบบน้ำเหลือง

b)

เยื่อบุผิวหนัง

c)

ระบบแอนติบอดี

d)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

35.

กลไกการป้องกันและกำจัดเชื้อโรค “ด่านสอง” คือ (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ระบบน้ำเหลือง

b)

เยื่อบุผิวหนัง

c)

ระบบแอนติบอดี

d)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

36.

สารในกระแสเลือดใด ทำหน้าที่ป้องกัน หรือกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรค (ว.1.2 ม.4/5)

a)

vaccines

b)

immunity

c)

antibody

d)

antigen

37.

เมื่อมีเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระบาด นักเรียนจะถูกแนะนำให้ไปรับการฉีดวัคซีน วัคซีน (vaccine) ในข้อใด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

แอนติบอดีที่อยู่ในรูปเซรุ่ม

b)

แอนติเจน และแอนติบอดีที่อยู่ในเซรุ่ม

c)

เชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์หรือตายลงแล้ว

d)

สารพิษที่แบคทีเรียสร้างขึ้นและถูกทำลายหมดฤทธิ์แล้ว

38.

คนถูกงูมีพิษกัด ควรรับสิ่งใดที่จะช่วยได้ (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ทอกซอยด์

b)

วัคซีน

c)

เซรุ่ม

d)

เม็ดเลือดขาว

39.

คนที่มีเลือดหมู่ A จะรับเลือดจากคนหมู่เลือด AB ได้หรือไม่เพราะเหตุใด (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ได้ เพราะผู้ให้เลือดไม่มีแอนติบอดีที่จะทำปฏิกิริยากับเเอนติเจนของผู้รับ

b)

ได้ เพราะผู้ให้และผู้รับมีแอนติเจนที่เหมือนกัน

c)

ไม่ได้เพราะแอนติเจนของผู้ให้ จะทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีของผู้รับและจับกันตกตะกอน

d)

ไม่ได้เพราะแอนติเจนของผู้รับ จะทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีของผู้ให้

40.

ข้อความใดแสดงถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ (ว.1.2 ม.4/5)

a)

ปันรับประทานยาที่แพทย์สั่งจนครบ

b)

อรหายหวัดได้เองโดยไม่ต้องไปพบแพทย์

c)

โป๊งเหน่งใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบปากแผลที่โดนมีดบาด

d)

เฟิร์สไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หลังป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดา