NEW
Font size
Worksheetsกษัย
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
เป็นเสียงที่เกิดจากการปิดของลิ้น Mitral และ Tricuspid หาก
เราใช้มือจับชีพจรบริเวณข้อมือไปด้วยได้ยินชัดที่สุดที่ apex เสียงที่ได้ยินตรงกับชีพจร
S1
S2
S3
S4
เป็นเสียงที่เกิดจากการปิดของลิ้น Aortic และ Pulmonary เป็น
เสียงที่ค่อยแต่สูงกว่าเสียงแรก
S2
S1
S3
S4
กิดเพื่อน้ำเหลือง โดยกำลังวาโย
พัดให้เป็นฟองแล้วข้นเข้าเป็นก้อนกระทำให้
ท้องลั่นขึ้นลั่นลง ข้างขึ้นให้แดกอก
ข้างแรมให้ถ่วงหัวเหน่า ดังจะขาดใจตาย
กระษัยล้น
กระษัยราก
กระษัยท้น
กระษัยปู
เกิดเพื่อโลหิตคุมกัน เข้ากินอยู่ในกระเพาะข้าว ให้ ปวดขบท้องน้อยเป็นกำลัง บริโภคอาหาร ทับลงไปเมื่อใดค่อยสงบลง
ครั้นสิ้นอาหาร แล้วกระทำให้ขัดอยู่ในลำไส้ อันไปทั้ง ท้องเจ็บดังจะขาดใจ
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
กระษัยราก
บังเกิดเพื่อลมร้อง ให้อาเจียนลม เปล่า และให้ ลั่นอยู่
ในอุทรดังจ๊อก ๆ ให้ตึง ทั้งกายดุจบุคคลเอาเชือกมารัดไว้ให้ผู้นั้นร้อง ครางอยู่ทั้งวัน
ทั้งคืนมิได้ขาด ดังจะขาดใจตาย
กระษัยราก
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
มีกรดในกระเพาะมาก หรือมีแผลในกระเพาะ อาหาร หรือกระเพาะอาหารอักเสบ
- ลำไส้อุดตันบางส่วน เช่นพยาธิไส้เดือน หรือมี การติดกันของลำไส้
กระษัยราก
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
อาหารไม่ย่อย การย่อยไม่ดี มีลมซึ่งถูกลำไส้ บีบไล่ไปมา
ทำให้ปวดท้อง ลมที่ดันขึ้นนั้นจะดัน หัวใจและปอด ทำให้รู้สึกแน่นอึดอัดในอก
-มีกรดในกระเพาะมาก
-ลำไส้อักเสบ
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
กระษัยราก
-มีกรดในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหาร เป็นแผล (peptic ulcer)
-มีพยาธิ ในระบบทางเดินอาหาร หรือ พยาธิลำไส้
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
กระษัยราก
เกิดเพื่อบริโภคอาหาร เมื่อท้องว่างอยู่ และยังมิได้บริโภคอาหารก็สงบเป็นปกติดี ครั้น
บริโภคอาหารเข้าไปน้อยก็ดี มากก็ดี จึงกระทำให้ ท้นขึ้นมายอดอก บางทีให้อาเจียน
บางทีให้ แน่นอกและชายโครง ให้หายใจไม่ตลอดท้อง
ดังจะสิ้นใจ แล้วกระทำให้แน่นขึ้นมา แต่ท้องน้อย ชักเอากระเพาะข้าวแขวนขึ้น
กระษัยราก
กระษัยปู
กระษัยท้น
กระษัยล้น
โรคกระเพาะอาหารเป็นแผลอักเสบ หรือ ความเครียดทางจิตใจ ทำให้อาหารไม่ย่อยเกิดแก๊ส มาก
กระษัยราก
กระษัยท้น
กระษัยล้น
กระษัยปู
เกิดขึ้นเพื่อสัณฑะฆาต กระทำให้ปวดขบทรวงอกดังจะขาดใจตาย
เป็น แล้วหายไป ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน
ก็กลับเป็ นอีก เป็นอย่างนี้หลายครั้งหลายหน
ครั้นนานเข้าทำให้ผิวเนื้อขาวซีด และเผือดผอมแห้งลง
กระษัยปลวก
กระษัยจุก
กระษัยเสียด
กระษัยเหล็ก
เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
- วัณโรคปอด
กระษัยปลวก
กระษัยจุก
กระษัยเสียด
กระษัยเหล็ก
วาโยเดินแทงเข้าไปในเส้นเอ็นภายใน เป็นอาคันตุกวาตะ และให้เส้นนั้น พองขึ้นในท้อง ให้จุก ให้แดก
ดังจะขาดใจ นอนคว่ำร้องอยู่เป็นนิจ จะนอนหงายมิได้ ให้ ทุกขเวทนาเป็นกำลัง
กระษัยจุก
กระษัยเหล็ก
กระษัยปลวก
กระษัยเสียด
เทียบเคียงได้ -ลำไส้พอง อาจเนื่องจากลำไส้เคลื่อนไหวไม่ดี
-มีแผลในกระเพาะอาหารหรือ เป็นแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น
กระษัยเสียด
กระษัยปลวก
กระษัยจุก
กระษัยเหล็ก
เกิดเพื่อลมตะคริวขึ้นมาแต่แม่เท้า ขึ้นตามลำเส้นตะคริว ทำให้ปวด
สะดุ้ง ทั้งตัว แล้วขึ้นเสียดเอาชายโครงทั้ง ๒ ให้ร้องดังจะขาดใจ
บางทีให้ขบไปทั่วทั้งตัว ถ้าจะ รักษา ให้นวดเสียก่อนให้คลายแล้ว จึงแต่งยาให้กิน
กระษัยปลวก
กระษัยจุก
กระษัยเสียด
กระษัยเหล็ก
เทียบเคียงได้ - ภาวะขาดแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น แคลเซียม
ทำให้เป็นตะคริวหรือทำให้เส้นเลือด ตีบ
-ขาดวิตามิน
กระษัยเสียด
กระษัยเหล็ก
กระษัยจุก
กระษัยปลวก
มีอาการกระทำให้หัวเหน่าและ ท้องน้อยแข็งดุจดังแผ่นศิลา ให้ไหวตัวไปมามิได้
ครั้นแก่เข้าแข็งลามขึ้นไปถึงยอดอก ให้บริโภค อาหารไม่ได้ ให้ปวดขบดังจะขาดใจตาย
กระษัยเหล็ก
กระษัยเสียด
กระษัยจุก
กระษัยปลวก
เทียบเคียงได้ ในชาย -กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ในหญิง - การอักเสบของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น กระเพาะปัสสาวะ
กระษัยเหล็ก
กระษัยจุก
กระษัยปลวก
กระษัยเสียด
ตั้งขึ้นแต่หัวเหน่า หยั่งถึงหัวใจ แข็งดุจเหล็ก ให้แน่นชายโครงเป็นกำลัง
ให้จุก เสียด ให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ และให้ปัสสาวะดำเป็นมัน กระทำให้บริโภคอาหารมิได้ให้ อิ่มไปด้วยลม
ให้จับเป็นเวลา บางทีให้ร้อน บางทีให้หนาว ต่อนวดจึงคลายหน่อยหนึ่ง ถ้า มิได้นวดให้ตึง
จะย่อตัวก็ไม่ได้ ดุจบุคคลเอาเหล็ก มาเสียบไว้มีความเวทนาเป็นกำลัง
กระษัยเชือก
กระษัยดาน
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยเต่า
ตั้งอยู่ยอดอกแข็งดังศิลา ถ้าตั้งลามลงไปถึงท้องน้อยเมื่อใด กระทำให้ร้องครางอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน
ถูกเย็นเข้าไม่ได้ ถ้าถูกร้อน เข้าค่อยสงบลงหน่อยแล้วกลับปวดอีก ทำให้จุกเสียดแน่นหน้าอก
บริโภคอาหารมิได้ ถ้าลามลงถึงหัวเหน่าเมื่อใด เป็นอติสัยโรค รักษามิได้ ถ้าจะรักษาก็ต้องรักษาแต่ยังไม่ลงถึงหัวเหน่า
กระษัยเชือก
กระษัยดาน
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยเต่า
เทียบเคียงได้
– ท้องอืด
-แผลกระเพาะอาหาร
เยื่อบุช่องท้องอักเสบ
กระษัยดาน
กระษัยเชือก
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยเต่า
เกิดเพื่อโลหิตลิ่ม ติดอยู่ชายตับเป็นตัวแข็งยาวออกมาจากชายโครงด้านขวา
กระทำให้ครั่นตัวให้ร้อน ให้จับเป็นเวลา
ให้จุกให้แน่นอก บริโภค อาหารไม่ได ้ นอนไม่หลับเป็นนิจ
ให้กายซูบผอมแห้งไป ครั้นนานเข้า กระษัยแตกออกเป็น โลหิต น้ำเหลืองไหลซึมไปในลำ
ไส้ใหญ่ไส้น้อย ให้ไส้พองท้องใหญ่ ได้ชื่อว่า มานกระษัย
กระษัยเต่า
กระษัยเชือก
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยดาน
เกิดเพื่อดานเสมหะ ตั้งอยู่ที่ชายโครงซ้ายขวาเทาฟองไข่
แล้วลามขึ้นมาจุกอยู่ยอดอก
กระทำ ใหจับทุกเวลาน้ำขึ้น ให้กายซูบผอมผิวเนื้อเหลืองดังขมิ้น
ครั้นนานเข้าให้โลหิตตก ทวารหนัก ทวารเบา โทษทั้งนี้ คือ ตัวกระษัยแตกออกเป็นอสาทิยโรค
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยเต่า
กระษัยดาน
กระษัยเชือก
ครั้นนานเข้าจึงกระทำโทษ เอาหางชอนลงไปแทงเอาหัวเหน่า
และทวาร หนัก ทวารเบา แล้วให้ขัดอุจจาระ-ปัสสาวะ ให้ปัสสาวะเหลืองดังขมิ้น
บางทีแดงดังน้ำ ฝางต้ม ดังน้ำดอกคำ และตัวกระษัยนั้นพันขึ้นตาม
ลำไส้หัวนั้นหยั่งขึ้นไปถึงชายตับและ กระเพาะข้าว ถ้าบริโภคอาหารลงไปเมื่อใด
ตัวไกษยนั้นก็กินอาหารด้วยทุกเวลา ถ้ามิได้ บริโภคอาหารลงไป ตัวไกษยนั้นก็กัดเอาชายตับชายม้าม
เจ็บปวดยิ่งนัก บางทีให้ เมื่อยทุกข้อทุกกระดู บางทีให้ขนชูดุจจับไข้
กระษัยปลาไหล
กระษัยปลาหมอ
กระษัยปลาดุก
มีจิตวิญญาณเกิดขึ้นใน ลำไส้
ข้างขึ้นตัวกระษัยบ่ายศีรษะขึ้นมา กัด เอาชายตับ ชายม้าม และปอด ทำให้จุกแดก
ถ้าข้างแรมตัวกระษัยบ่ายศีรษะลงไปใน ท้องน้อยและหัวเหน่า ทำให้ขัดอุจจาระ ปัสสาวะ
ให้เจ็บปวดเวทนาเป็นกำลัง ให้ร้อง ครวญครางอยู่ ดังจะขาดใจตาย
กระษัยปลาหมอ
กระษัยปลาดุก
กระษัยปลาไหล
กิดขึ้นเพื่อโลหิตและน้ำเหลืองระคน เกิดขึ้นในกระเพาะข้าว ถ้าสตรีจับมดลูก
ให้มีสัณฐานดังหญิงตั้งครรภ์ได้ ๗-๘ เดือน บางทีแทงไปซ้ายไปขวา
ถ้าข้างขึ้นยันไปยอดอก ให้เจ็บอก ต้องลมมิได้ บางทีให้หอบ ให้สะอึก
ถ้า ข้างแรมเลื่อนลงมาท้องน้อยและหัวเหน่า
บางทีต่ำลง ไปกระดูกสันหลัง ตึงลงไปต้นขาทั้ง ๒ ข้าง มิทันรู้ก็ว่ามีครรภ์
กระษัยปลาไหล
กระษัยปลาหมอ
กระษัยปลาดุก
กระทำ ให้จับแต่เวลาบ่าย ให้จักษุแดง ให้เจ็บอยู่ยอดอก
มักเป็นฝีมะเร็งทรวง ให้บวมหน้า บวมท้อง ให้ตัวเย็น แต่ร้อนในดังไฟเผา
ตั้งเหนือสะดือ ๓ นิ้ว ให้จุกอก ให้แดกอก ให้เสียดสีข้างจะไหวตัวก็มิได้
จับเส้นปัตคาด ปวดขบเป็นก าลัง บริโภค อาหารเข้าไปให้ผะอืดผะอม
ให้ท้องขึ้นและไม่ผายลม ให้แน่น บริโภคอาหารไม่ได้ ให้เหงื่อตกทุกเส้นขน
กระษัยเพลิง(ไฟ)
กระษัยน้ำ
กระษัยลม
ถ้าสตรีตั้งใต้สะดือ ๓ นิ้ว (ถ้าสตรีแจ้งใน คัมภีร์มหาโชตรัต) ถ้าบุรุษตั้งเหนือสะดือ ๓ นิ้ว (บุรุษแจ้งในคัมภีร์มุจฉาปักขันทิกา)
กระษัยนี้ถ้าบังเกิดในผู้ใด ทำให้ปวดขบ ถึงยอด อกดังจะขาดใจ แล้วตั้งลามขึ้นไปดังฝีมะเร็ง ทรวงและฝีปลวก
กระษัยเพลิง(ไฟ)
กระษัยน้ำ
กระษัยลม
เป็นดานลมเข้าประมาณเท่าลูกในตาล เมื่อนานเข้าให้ แข็ง ไปทั้ง ๒ ข้าง ให้จุกเสียด แน่นในอก
เกิดเพื่อลมในล้ำไส้
เกิดเพื่อลมนอกล้ำไส้
เกิดเพื่อลมทั่วกาย
เกิดเพราะลมอุทรวาต
เกิดเพื่อลมที่พัดจากกระหม่อมถึงปลายเท้า
ให้แล่นเข้าในกระดูก ให้เมื่อยขบในกระดูก ดังจะแยก จากกัน
เกิดเพื่อลมในล้ำไส้
เกิดเพื่อลมนอกล้ำไส้
เกิดเพื่อลมทั่วกาย
เกิดเพราะลมอุทรวาต
เกิดเพื่อลมที่พัดจากกระหม่อมถึงปลายเท้า
ลมอันนั้นประมวลกันเข้า ตั้งอยู่เหนือสะดือเท่าลูกมะเดื่อ ให้จุกเสียดแน่นอกเป็นกำลัง
เกิดเพื่อลมในล้ำไส้
เกิดเพื่อลมนอกล้ำไส้
เกิดเพื่อลมทั่วกาย
เกิดเพราะลมอุทรวาต
เกิดเพื่อลมที่พัดจากกระหม่อมถึงปลายเท้า
เกิดแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ เมื่อจะเป็นแก่บุคคล
ลมนั้นพัดอยู่เพียงยอดอก แล่นเข้าลำไส้ ให้เป็นเม็ดในลำไส้ มักให้เป็นฝีรวงผึ้ง เจ็บปวดพ้นประมาณ
เกิดเพื่อลมในล้ำไส้
เกิดเพื่อลมนอกล้ำไส้
เกิดเพื่อลมทั่วกาย
เกิดเพราะลมอุทรวาต
เกิดเพื่อลมที่พัดจากกระหม่อมถึงปลายเท้า
หากพัดไม่ตลอด ตันอยู่แค่ไหน ให้เจ็บอยู่แค่นั้น
เกิดเพื่อลมในล้ำไส้
เกิดเพื่อลมนอกล้ำไส้
เกิดเพื่อลมทั่วกาย
เกิดเพราะลมอุทรวาต
เกิดเพื่อลมที่พัดจากกระหม่อมถึงปลายเท้า
มื่อจะบังเกิดตั้งเป็นก้อนขึ้นที่หัวเหน่า ซ้ายหรือขวา แล้วเลื่อนลงมา อัณฑะกำเริบฟกขึ้นจับต้องเข้ามิได้
จะกระทบผ้านุ่งก็มิได้ ให้เจ็บเสียวตลอดถึงหัวใจ ให้ เสียวตามราวข้างและทรวงอก
ให้ปวดขบในทรวงอกเป็นกำลัง ให้เจ็บไปทั่วสรรพางค์ กาย
กระษัยกล่อนดิน
กระษัยกล่อนลม
กระษัยกล่อนเถา
กระษัยกล่อนน้ำ
กระษัยนี้เกิดขึ้นแก่บุคคลใดแล้ว ทำให้
ปวดขบยอดอก ให้เจ็บปวดดังจะขาดใจตาย บางทีตั้งลามขึ้นไปถึงตับและหัวใจ เป็นดุจฝี มะเร็งทรวงและฝี ปลวก
กระษัยกล่อนน้ำ
กระษัยกล่อนดิน
กระษัยกล่อนลม
กระษัยกล่อนเถา
เกิดเพื่อลมสัณฑะฆาตและปัตคาด แล่นเข้า ในลำไส้ให้เส้นพอง แข็งขวางอยู่หัวเหน่ามาบรรจบเกลียว ข้าง
ถ้าผู้ชายขึ้น ข้างขวา หญิงขึ้น ข้างซ้าย เสียดตามชาย โครงถึงยอดอก
ปวดขบในอก เสียวตลอดถึงลำคอ บางที อาเจียนแตน้ำลาย
ถ้าอาเจียนออกมาอาการปวดทุเลา ทำให้อาการดุจฝีปลวก ฝีมะเร็งทรวง
ผิดกันที่น้ำมูตร ถ้าเป็นกระษัย น้ำมูตรแดงติดจะเหลือง เอาถ้วยรองไว้ดู ถ้ามันนอนก้นสีดังน้ำ ปูนกินหมาก
กระษัยกล่อนน้ำ
กระษัยกล่อนดิน
กระษัยกล่อนลม
กระษัยกล่อนเถา
เมื่อกำเริบนนั้นข้างขึ้นข้างแรมเหมือนกันถ้าเวลาเช้า คลายสักหนอ่ยดุจคนดีเวลาบ่ายจึง กระทำให้จุกขึ้นมาแล้วกัดขบตอดใน ทรวงอกให้ร้อนในอกให้ตัวเย็นยิ่งนัก แล้วให้ปวดขบเป็นกำลัง ถ้าบริโภค อาหารสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งอันร้อน จะคลายสักหน่อย
กระษัยกล่อนน้ำ
กระษัยกล่อนดิน
กระษัยกล่อนลม
กระษัยกล่อนเถา
เทียบเคียงได้กับโรคตับโต ตับอักเสบ เหตุติดเหล้า พยาธิใบไม้ตับ
- โรคมะเร็งตับ
โรคตับแข็ง และมีอาการท้องมานน้ำในระยะสุดท้าย
- ถุงน้ำดีอักเสบ
กระษัยลิ้นกระบือ
กระษัยปลวก
กระษัยล้น
กระษัยเชือก
โรคตับ เช่น มะเร็ง หรือโรคพยาธิใบไม้ตับ
-มะเร็งหัวตับอ่อน
-ถุงน้ำดี อักเสบ มะเร็งถุงน้ำดี
-นิ่ว น้ำดีอุดตันท่อน้ำดี
-โรคเม็ดเลือดอายุสั้น และแตกง่าย ทำให้ตัวเหลืองและม้ามโต
กระษัยเต่า
กระษัยปลาไหล
กระษัยปลาหมอ
กระษัยปลาดุก
1.เป็นนิ่วระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วที่กรวยไต บางครั้ง
นิ่วหลุดออกมาตามท่อปัสสาวะลงสู่กระเพาะปัสสาวะทำให้ปวดมาก
2.กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง หรือระบบทางเดินปัสสาวะอักเสบ
กระษัยกล่อนดิน
กระษัยกล่อนเถา
กระษัยกล่อนน้ำ
กระษัยกล่อนลม
