wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หลักการเขียนโปรแกรม

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจอยู่ในรูปแบบใด

a)

ภาษาธรรมชาติ

b)

สัญญาณคลื่นแม่เหล็ก

c)

รูปแบบค่าวงจรไฟฟ้า เป็น 0 และ 1

d)

ภาษาเครื่อง

2.

การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์คือข้อใด

a)

คำสั่งหรือชุดคำสั่ง ที่เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ปัญหา

b)

เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือช่วยในการแก้ปัญหา

c)

ภาษาคอมพิวเตอร์กำหนดลำดับการทำงาน

d)

ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถแก้ปัยหาได้ตามที่ต้องการ

3.

ภาษาคอมพิวเตอร์ประเภทใดที่พัฒนายากที่สุด

a)

ภาษาแอสแซมบลี

b)

ภาษาเครื่อง

c)

ภาษาสัญลักษณ์

d)

ภาษาระดับสูง

4.

ข้อใดบอกความหมายภาษาคอมพิวเตอร์ถูกต้อง

a)

กลุ่มของกฎเกณฑ์ ที่นำมาสร้างหรือเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

b)

กลุ่มของตัวอักษร สัญลักษณ์ ที่นำมาสร้างหรือเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

c)

กลุ่มของชุดคำสั่ง ที่นำมาสร้างหรือเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

d)

ถูกทุกข้อ

5.

หน้าที่สำคัญของคอมไพเลอร์หรืออินเตอร์พรีเตอร์คือข้อใด

a)

สร้างกฎเกณฑ์สำหรับภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อการเขียนโปรแกรม

b)

แปลชุดคำสั่งภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาซี

c)

สั่งงานโปรแกรมภาษาเครื่องให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

d)

แปลภาษาเพื่อการเขียนโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง

6.

ขั้นตอนใดในการเขียนโปรแกรมถือว่าสำคัญที่สุด

a)

การสร้างปัญหา (Problem)

b)

การเขียนโปรแกรม (Coding)

c)

การวิเคราะห์ปัญหา (Analysis)

d)

การทดสอบโปรแกรม (Testing)

7.

ข้อใดเป็นปัญหาที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

a)

การคำนวณพื้นที่วงกลม

b)

การคำนวณค่าเฉลี่ยของผลการเรียน

c)

การตอบปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อน

d)

การเปรียบเทียบความสูงของนักเรียน

8.

ขั้นตอนใดที่สำคัญที่สุดหากดำเนินการผิดพลาด จะส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ได้

a)

ขั้นตอนการประมวลผล

b)

ตัวแปรที่ใช้

c)

รูปแบบผลลัพธ์

d)

สิ่งที่โจทย์ต้องการ

9.

ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหาทางคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง

a)

1)สิ่งที่โจทย์ต้องการ 2)รูปแบบผลลัพธ์ 3)ข้อมูลนำเข้า 4)ตัวแปรที่ใช้ 5)ขั้นตอนการประมวลผล

b)

1)สิ่งที่โจทย์ต้องการ 2)ข้อมูลนำเข้า 3)รูปแบบผลลัพธ์ 4)ตัวแปรที่ใช้ 5)ขั้นตอนการประมวลผล

c)

1)สิ่งที่โจทย์ต้องการ 2)ข้อมูลนำเข้า 3)ตัวแปรที่ใช้ 4)รูปแบบผลลัพธ์ 5)ขั้นตอนการประมวลผล

d)

1)สิ่งที่โจทย์ต้องการ 2)ข้อมูลนำเข้า 3)ขั้นตอนการประมวลผล 4)ตัวแปรที่ใช้ 5)รูปแบบผลลัพธ์

10.

การคำนวณการเปลี่ยนค่าอุรหภูมิองศาเซลเซียสเป็นองศสฟาเรนไฮต์ ข้อใดคือข้อมูลนำเข้า

a)

องศาฟาเรนไฮต์

b)

องศาเซลเซียส และองศาฟาเรนไฮต์

c)

องศาเซลเซียส

d)

ถูกทุกข้อ

11.

โจทย์ปัญหา จงคำนวณหาผลรวมและค่าเฉลี่ยของตัวเลข 2 จำนวน

จากโจทย์ปัญหา ขั้นตอนแรกในการวิเคราะห์ปัญหาคือ ขั้นตอนใด และเขียนอย่างไร

a)

ข้อมูลนำเข้า : ค่าเฉลี่ยจากตัวเลขทั้ง 2 จำนวน

b)

สิ่งที่โจทย์ต้องการ : ผลรวมจากตัวเลขทั้ง 2 จำนวน

c)

ข้อมูลนำเข้า : ตัวเลข 2 จำนวน

d)

สิ่งที่โจทย์ต้องการ : คำนวณหาผลรวมและค่าเฉลี่ยของตัวเลข 2 จำนวน

12.

ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของผังงาน

a)

เป็นสื่อกลางในการประสานแนวความคิด

b)

นำมาใช้ทดสอบและทบทวนขั้นตอนการทำงาน

c)

แสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน

d)

เป็นเครื่องมือช่วนให้โปรแกรมทำงานเร็วขึ้น

13.

ข้อใด ไม่เกี่ยวข้อง กับผังงาน

a)

ใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษในการสื่อความหมาย

b)

ใช้สัญลักษณ์ที่มีความเป็นสากลและสื่อความหมายได้ดี

c)

เป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างผู้ใช้กับโปรแกรมเมอร์

d)

โปรแกรมเมอร์สามารถนำไปเขียนโปรแกรมได้ง่าย

14.

สัญลักษณ์ผังงานข้อใดที่แสดงถึงการทำงานแบบมีเงื่อนไข

a)
b)
c)
d)
15.

สัญลักษณ์ผังงานข้อใดที่แสดงถึงการแสดงผลลัพทธ์ออกทางจอภาพ

a)
b)
c)
d)
16.

สัญลักษณ์ผังงานข้อใดที่แสดงถึงประมวลผลข้อมูล

a)
b)
c)
d)
17.

สัญลักษณ์ผังงานข้อใดที่แสดงถึงการเริ่มต้นและสิ้นสุดการทำงาน

a)
b)
c)
d)
18.

ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของรหัสเทียม

a)

เป็นแนวทางการพัฒนาโปรแกรมที่เหมือนภาษาซี

b)

เป็นคำสั่งที่นำมาใช้เขียนเลียนแบบชุดคำสั่งแบบย่อๆ

c)

เป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาระดับสูง

d)

เป็นคำสั่งที่ไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง

19.

คำสั่งรหัสเทียมตามข้อใดนำมาใช้รับข้อมูลจากแฟ้มข้อมูล

a)

INPUT

b)

READ

c)

RECEIVE

d)

GET

20.

คำสั่งรหัสเทียมตามข้อใดส่งข้อมูลออกไปยังเครื่องพิมพ์

a)

DISPLAY

b)

OUTPUT

c)

PRINT

d)

WRITE

21.

คำสั่งรหัสเทียมใดใช้เพื่อเปรียบเทียบค่าและกำหนดทางเลือกตามเงื่อนไขได้

a)

IF...THEN...ELSE

b)

WHILE...ENDWHILE

c)

REPEAT...UNTIL

d)

FOR...NEXT

22.

โปรแกรมในลักษณะใดไม่เป็นการทำงานแบบตามลำดับ

a)

โปรแกรมตัดเกรดนักศึกษา

b)

โปรแกรมคำนวณพื้นที่วงกลม

c)

โปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขสามจำนวน

d)

โปรแกรมหาค่าผลบวกของตัวเลขสองจำนวน

23.

ข้อใดกล่าวถึงการทำงานแบบตามลำดับได้ถูกต้อง

a)

ฉันจะอ่านหนังสือสอบจนกระทั่ง 3 ทุ่ม

b)

หากปีนี้ยังคงมีน้ำท่วมอีก ฉันจะย้ายบ้าน

c)

เกิดแผ่นดินไหวกลางทะเล ทำให้เกิดสึนามิได้

d)

ตื่นนอน แปรงฟัง อาบน้ำ กินข้าว ไปโรงเรียน

24.

ประโยคเงื่อนไข if ตามข้อใดถูกต้อง ถ้ายอดขายตั้งแต่ 25,000 บาท ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50,000 บาท จะได้คอมมิชชันเท่ากับ 2.5%

a)

if (sale >= 25,000 || sale <= 50,000) rate = 0.025;

b)

if (sale >= 25,000 && sale <= 50,000) rate = 0.025;

c)

if(sale between 25,000 to 50,000) rate = 0.025;

d)

if(sale > 25,000 and sale <= 50,000) rate = 2.5%;

25.

ถ้าต้องการตรวจสอบคะแนนนักศึกษา ถ้าคะแนนตั้งแต่ 50 ขึ้นไป แสดงคำว่า "Passed" ถ้าต่ำกว่า 50 แสดงคำว่า "Failed" ขั้นตอนการประมวลผลเขียนเช่นไร

a)

ถ้า (score >= 50) ถ้าใช่ print "Passed";

b)

ถ้า (score >= 50) ถ้าใช่ "Passed"; ถ้าไม่ใช่ print "Failed";

c)

ถ้า (score > 50) ถ้าใช่ "Passed"; ถ้าไม่ใช่ print "Failed";

d)

ถ้า (score > 50) ถ้าใช่ "Passed";

26.

ลูปประเภทใดมีการตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเสมอ

a)

repeat

b)

for

c)

do-while

d)

while

27.

ลูปประเภทใด ประมวลผลมีจำนวนรอบแน่นอน

a)

repeat

b)

for

c)

do-while

d)

while

28.

ขั้นตอนใดในการเขียนโปรแกรมภาษาซี มีการตรวจข้อผิดพลาดของโปรแกรม

a)

การสร้างโปรแกรม

b)

การสั่งรันโปรแกรม

c)

การเชื่อมโยงโปรแกรม

d)

การคอมไพล์โปรแกรม

29.

ชุดคำสั่งต่างๆ ในภาษาซีต้องเขียนอยู่ภายในเครื่องหมายใด

a)

{ }

b)

( )

c)

[ ]

d)

/* */

30.

การสะสมค่าด้วยนิพจน์ sum = sum + price ในภาษาซี สามารถลดรูปเขียนใหม่ได้ตามข้อใด

a)

+=sumprice

b)

sum+=price

c)

sum=+price

d)

sum+price

31.

เมื่อติดตั้งโปรแกรมสมบูรณ์ Icon ที่ใช้เปิดโปรแกรม Deb-Cpp เวอร์ชัน 5.4.1. เพื่อใช้งานคือข้อใด

a)

debcpp

b)

Turbo C++

c)

Deb-C++

d)

C++

32.

รูปแบบข้อมูลใดใช้กับข้อมูลจำนวนเต็ม

a)

%x

b)

%d

c)

%f

d)

%o

33.

หากต้องการรับข้อมูล 2 จำนวน โดยตัวแรกมีชนิดข้อมูลเป็นจำนวนเต็ม และตัวที่สองมีชนิดข้อมูลเป็นจำนวนจริง ทางแป้นพิมพ์ รูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

scanf ("%d %.2f", num1, num2);

b)

scanf ("%d %&f", &num, &num2);

c)

scanf ("%d %f", &num, &num2);

d)

scanf ("%d %f", num, num2);

34.

คำสั่งใดไม่นำมาใช้ในการเขียนโปรแกรมทำงานแบบตามลำดับ

a)

printf()

b)

if-else

c)

scanf()

d)

getch()

35.

หากต้องการบวกค่าตัวเลข digit กับ value และนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเก็บไว้ในตัวแปร total

a)

digit = value + total;

b)

new digit = value + total;

c)

total = digit + value;

d)

value = digit + total;

36.

ภายใน case ของแต่ละกรณีในประโยคคำสั่ง switch..case จำเป็นต้องใส่คำสั่งใดลงไป

a)

include

b)

break

c)

while

d)

{ }

37.

หากเงื่อนไขที่ตรวจสอบด้วย switch ไม่ตรงกับเงื่อยไขใดๆ เลย จะไปทำงานที่ส่วนใด

a)

else

b)

case

c)

break

d)

default

38.

ชุดคำสั่งนี้ทำงานกี่รอบ

for (k=1; k<10; k++)

a)

n รอบ

b)

10 รอบ

c)

9 รอบ

d)

ไม่ทำงานเลย

39.

ชุดคำสั่งนี้ทำงานกี่รอบ

for (i=0, i<=n; i++)

a)

n + 1 รอบ

b)

n รอบ

c)

10 รอบ

d)

0 รอบ

40.

int odd, sum = 0, n = 13;

for(odd = 1; odd < n; odd = odd + 2)

sum = sum + odd;

print ("%d is %d", n, sum);

ผลลัพธ์จากส่วนของโปรแกรม คือ ข้อใด

a)

12 is 30

b)

12 is 42

c)

13 is 25

d)

13 is 36