NEW
Font size
Worksheetsมาสนุกกับกาพย์เห่เรือกันเถอะ
Total questions: 15
Worksheet time: 8mins
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่เรือในพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร
กวีทรงพระนิพนธ์วรรณคดีเรื่องนี้ระหว่างเสด็จไปอยุธยาโดยทางเรือ
ลักษณะคำประพันธ์ประกอบด้วยโคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี 11 และร่ายยาว
เนื้อหาประกอบด้วยบทพรรณนาชมเรือ และชมธรรมชาติ โดยไม่คร่ำครวญถึงคนรัก
กวีทรงพระนิพนธ์เพื่อใช้เห่เรือพระที่นั่งของพระองค์เอง แต่ในยุคต่อมาถูกนำมาเห่เรือหลวงในพระราชพิธี
ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับการเห่เรือไม่ถูกต้อง
สันนิษฐานว่าการเห่เรือของไทยได้รับอิทธิพลจากอินเดีย
การเห่เรือ มี 2 ประเภท คือ การเห่เรือหลวง และการเห่เรือเล่น
ทำนองในการเห่เรือเมื่อเริ่มออกเดินทางจะใช้ทำนองสวะเห่
การเห่เรือแสดงถึงการให้จังหวะในการพายเรือและสร้างความรื่นรมย์ระหว่างการเดินทาง
ข้อใดไม่ปรากฏชื่อเรือ
กรีธาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล
สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา
สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
สมรรถชัยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร
จากเรื่องกาพย์เห่เรือ ข้อใดมีคำไม่เข้าพวก
สมรรถชัย คชสีห์ เลียงผา วาสุกรี
สร้อยทอง แขกเต้า สัตวา หางไก่
คางเบือน กระแห น้ำเงิน นวลจันทร์
พุทธชาด ลำดวน ประยงค์ พุดจีบ
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน คำว่า “เส้า” มีความหมายว่าอย่างไร
ไม้ที่ใช้เป็นเครื่องประดับเรือ
เสียงแห่งความเศร้า
ไม้ที่ใช้กระทุ้งจังหวะพายเรือ
เสียงปลุกระดมทำให้ฮึกเหิม
ยามสองฆ้องยามย่ำ ทุกคืนค่ำย่ำอกเอง “ยามสอง” คือเวลาประมาณใด
สองทุ่ม
เที่ยงคืน
ตีสอง
ตีสี่
ข้อใดกล่าวถึงชื่อพรรณไม้มากที่สุด
สาวหยุดพุทธชาด บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป
เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย
พิกุลบุนนาคบาน กลิ่นหอมหวานซ่านขจร
พุดจีบกลีบแสล้ม พิกุลแกมแซมสุกรม
ข้อใดมีการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ
พลพายกรายพรายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
ดุเหว่าเจ่าจับร้อง สนั่นก้องซ้องเสียงหวาน
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
เสียงปี่มีครวญเครง เหมือนเรียมร่ำคร่ำครวญนาน
ข้อใดโดดเด่นด้านการใช้คำบรรยายให้เกิดภาพเคลื่อนไหวมากที่สุด
แมลงภู่คู่เคียงว่าย เห็นคล้ายคล้ายน่าเชยชม
เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง
นกแก้วแจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคียงคู่สอง
หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน
ข้อใดสะท้อนภาพการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตอย่างชัดเจน
งามทรงวงดั่งวาด งามมารยาทนาดกรกราย
ปลาสร้อยลอยล่องชล ว่ายเวียนวนปนกันไป
คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพร้ิมพรายงาม
เพียนทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนน้องห่มตาดพราย
ข้อใดไม่มีคำที่หมายถึง “ผู้หญิง”
เหมือนพี่แอบแนบถนอม จอมสวาทนาฏบังอร
คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร
อิ่มทุกข์อิ่มชลนา อิ่มโศกาหน้านองชล
คิดคะนึงถึงนงราม ผิวเหลืองกว่าจำปาทอง
ข้อใดแฝงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของบุคคลได้อย่างแยบยลที่สุด
แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม
เนื้ออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เนื้อน้องหรืออ่อนทั้งกาย
รวยรินกลิ่นรำเพย คิดนั่งเคยเชยกลิ่นปราง
เหมือนพี่นี้ประคอง รับขวัญน้องต้องมือเบา
ข้อใดไม่มีการเล่นคำพ้อง
เรือชายชมมิ่งไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ
น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง
แก้มช้ำช้ำใครต้อง อันแก้มน้องช้ำเพราะชม
ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร
ข้อใดไม่มีการพรรณนาแบบนิราศ
เรื่อยเรื่อยมารอนรอน ทิพากรจะตกต่ำ สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้าเจ้าตาตรู
ปลากรายว่ายเคียงคู่ เคล้ากันอยู่ดูงามดี แต่นางห่างเหินพี่ เห็นปลาเคล้าเศร้าใจจร
มะลิวัลย์พันจิกจวง ดอกเป็นพวงร่วมเรณู หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นจิตคิดวนิดา
กรีธาหมู่นาเวศ จากนคเรศโดยสาชล เหิมหื่นชื่นกระมล ยลมัจฉาสารพันมี
ข้อใดสะท้อนทั้งค่านิยมและวัฒนธรรมไทยในสมัยนั้น
เรียมคะนึงถึงเอวบาง เคยแนบข้างร้างแรมนาน
นึกน้องกรองมาลัย วางให้พี่ข้างที่นอน
แก้วพี่นี้สุดนวล ดั่งนางฟ้าหน้าใยยอง
นึกถวิลกลิ่นบุหงา รำไปเจ้าเศร้าถึงนาง
