Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

OKR question

Total questions: 23

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

OKR มีองค์ประกอบที่สำคัญ ยกเว้นข้อใด

a)

เน้นในเรื่องที่สำคัญ

b)

ปรับองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน

c)

ประกอบการประเมินผล

d)

ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย

2.

ทำอย่างไรให้ OKR เป็นวัฒนธรรมในการทำงาน

a)

เริ่มใช้ทั้งบริษัทในคราวเดียว

b)

ตั้งเป้าหมายให้ท้าทาย

c)

ให้ทำในเรื่องที่เก่งและถนัด

d)

ติดตาม วัดผล อย่างต่อเนื่อง

3.

ข้อใดไม่ใช่ การเพิ่มแรงจูงใจในการทำ OKR

a)

ให้ความอิสระในการคิด OKR

b)

ทำในเรื่องที่ชอบ

c)

แสดงให้เห็นว่าทำแล้ว ช่วยเพื่อน ช่วยองค์กร ได้อย่างไร

d)

ทำในเรื่องที่สำเร็จได้ง่าย

4.

ถ้าตั้งเป้าแล้วมีแนวโน้มว่าจะทำไม่ได้ ควรทำอย่างไร

a)

ไม่ต้องคิดเยอะ ทำต่อไป

b)

เปลี่ยน Key Result ให้ง่ายขึ้น

c)

คิดก่อนว่ายังใช่สิ่งที่ Focus หรือไม่ ถ้าใช่ เดินต่อ

d)

เปลี่ยน Objective ไปทำเรื่องอื่น

5.

Key Result มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

a)

1 ประเภท วัดเป็นตัวเลข

b)

2 ประเภท วัดเป็น milestone กับ ตัวเลข

c)

2 ประเภท วัดเป็นเป้าหมาย กับ ผลลัพธ์

d)

2 ประเภท วัดเป็นผลงานองค์กร กับ ผลงานส่วนตัว

6.

OKR เหมาะกับงานประเภทใด

a)

งาน routine

b)

งานที่ท้าทาย

c)

งานที่เป็นไปไม่ได้

d)

งานเร่งด่วน

7.

OKR กับ KPI ต่างกันอย่างไร

a)

KPI เป็นการถ่ายทอดเป้าหมายขององค์กรลงมาในลักษณะ top down 

b)

OKR ส่งเสริมให้เกิดการทำงาน cross function

c)

OKR เน้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตั้งเป้ามากขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ

8.

ความถี่ที่เหมาะสมในการทำ OKR คือ

a)

ปีละครั้ง

b)

ปีละ 2 ครั้ง

c)

ไตรมาสละครั้ง

d)

ตามสะดวก

9.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของ OKR

a)

เน้นในเรื่องที่สำคัญ (Focus and Commitment to Priorities)

b)

ปรับองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกันและทำงานเป็นทีม (Align and connect for Team work)

c)

ตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้ (Set goals that can be achieved)

d)

มีผู้รับผิดชอบและติดตามได้ง่าย (Track for Accountability)

10.

ควรตั้ง Key Result ให้มีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จอยู่ที่กี่ %

a)

20%

b)

50%

c)

80%

d)

100%

11.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

การทำ OKR ที่ประสบผลสำเร็จต้องได้ผลลัพธ์ 100% เท่านั้น

b)

การทำ OKR ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการทำ KPI

c)

OKR เป็นเรื่องเดียวกับ KPI ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง

d)

การกำหนดตัวชี้วัดที่ดี จะต้องวัดผลได้

12.

ใครเป็นผู้เริ่มต้นแนวคิด OKR

a)

Andrew Grove

b)

Peter Drucker

c)

John Doerr

d)

Bill Gates

13.

พนักงานได้ประโยชน์จากการทำ OKR ยกเว้นข้อใด

a)

ได้ความภูมิใจในความสำเร็จ

b)

ช่วยให้เราเก่งขึ้น มีพัฒนาการต่อเนื่อง

c)

ช่วยให้ focus ในเรื่องสำคัญจริงๆ

d)

ทำงานเร่งด่วนให้จบได้ตามเวลา

14.

บริษัทเรามีแนวทางตั้ง Objective และ Key Result กี่ข้อ

a)

3 x 3

b)

3 x 5

c)

5 x 3

d)

5 x 5

15.

บริษัทไหนบ้าง ที่ใช้ OKR

a)

Oracle

b)

Huawei

c)

Google

d)

ถูกทุกข้อ

16.

หนังสือเล่มแรกที่พูดถึง OKR คือเล่มใด

a)

Measure what matters

b)

Radical focus

c)

Objective and Key Results

d)

ดิฉัน

17.

OKR มีใช้มาแล้วกี่ปี

a)

10 ปี

b)

20 ปี

c)

30 ปี

d)

50 ปี

18.

OKR ต่างกับ KPI ยกเว้นข้อไหน

a)

OKR เน้นท้าทาย ให้ได้เริ่มทำ

KPI เน้นควบคุม

b)

OKR เน้นทำในเรื่องสำคัญ

KPI วัดเยอะไปหมด

c)

OKR ไม่นำไปประเมินผล

KPI นำไปประเมินผล

d)

OKR ไม่ top down

KPI เป็น top down

19.

การกำหนด Objective ที่เหมาะสมควรมีกี่ข้อ

a)

กี่ข้อก็ได้ขึ้นอยู่กับความเกี่ยวเนื่องข้อมูล

b)

2 ข้อก็พอแล้ว

c)

3 ข้อ

d)

ยิ่งมากยิ่งดี

20.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ OKR

a)

Objective ที่ตั้งขึ้นมาแล้ว ควรจะทำให้รู้สึกท้าทายและอยากที่จะทำ

b)

Key result ต้องวัดผลได้ชัดเจน

c)

OKR เป็นระบบแบบ Top-down

d)

OKR เป็นเครื่องมือในการเพิ่มแรงจูงใจภายใน ในการทำงาน

21.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ OKR ที่บริษัทใช้อยู่

a)

Objective ที่สร้างขึ้นต้องสอดคล้องกับกลยุทธิ์ขององค์กร

b)

ควรมีจำนวน objective ประมาณ 3 - 5 ข้อเท่านั้น

c)

Objective ควรเป็นเป้าหมายที่วัดค่าเป็นตัวเลขได้ชัดเจน

d)

สามารถระบุได้ชัดเจนว่า objective ของเรามีความสัมพันธ์กับ Objective ในขั้นสูงขึ้นไปอย่างไร

22.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ OKR

a)

เป้าหมายที่ทำให้เราสามารถบรรลุและทำสำเร็จได้ 100% อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดี แต่อาจจะไม่ใช่การตั้งเป้าหมายที่ดี

b)

ควรตั้งเป้าหมายที่สูงให้มากที่สุด เพื่อเอาชนะและบรรลุมันให้สำเร็จ

c)

ตั้งเป้าหมายให้เว่อร์เข้าไว้ เพื่อให้ดูดีและสวยงาม

d)

การตั้งเป้าหมายต้องตั้งให้ต่ำเข้าไว้ จะได้บรรลุได้ง่ายไม่ยากจนเกินไป

23.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ OKR

a)

การกำหนด Objective ที่ไม่มีแรงจูงใจ ก็จะทำให้การบรรลุเป้าหมายขาดแรงจูงใจเช่นกัน

b)

การกำหนดตัววัดผลที่ท้าทาย จะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังในการเอาชนะเป้าหมายได้มากขึ้นด้วย

c)

เราสามารถกำหนดตัววัดผลใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ หากทำไม่ได้ก็เปลี่ยนตัววัดผลใหม่

d)

ควรมีการประเมินผลในการวัดผลประกอบด้วย เพื่อเช็คประสิทธิภาพของตัววัดผลว่าเหมาะสมหรือไม่