wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนบทเรียน

Total questions: 21

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

พืชที่ได้รับแสงสีใด จะมีอัตราการสร้างอาหารต่ำที่สุด

a)

ม่วง

b)

แดง

c)

น้ำเงิน

d)

เขียว

2.

รงควัตถุที่พบบนเยื่อไทลาคอยด์ ภายในคลอโรพลาสต์ของ

   พืชดอก คือข้อใด

          ก = คลอโรฟิลล์ เอ        ข = คลอโรฟิลล์ บี

          ค = คลอโรฟิลล์ ซี         ง = คลอโรฟิลล์ ดี        

จ. แคโรทีนอยด์

a)

ก ข ค

b)

ก ข ง

c)

ก ค ง

d)

ก ค จ

3.

โมเลกุลของรงควัตถุชนิดใด เป็นศูนย์กลางปฏิกิริยาแสงใน

   กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

a)

แคโรทีนอยด์

b)

คลอโรฟิลล์ ซี

c)

คลอโรฟิลล์ เอ

d)

คลอโรฟิลล์ บี

4.

ลำดับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนแบบไม่เป็นวัฏจักร

     ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นอย่างไร

a)

H2O ---> ระบบแสง I ---> ระบบแสง II ---> NADP+

b)

H2O ---> ระบบแสง II  ---> ระบบแสง I ---> NADP+

c)

NADP+ ---> ระบบแสง I ---> ระบบแสง II ---> H2O

d)

H2O ---> NADP+ ---> ระบบแสง I ---> ระบบแสง II   

5.

ในการสร้างน้ำตาล G3P (3C) จำนวน 1 โมเลกุล ต้องใช้

     พลังงานในวัฏจักรคัลวินเท่าใด

a)

6 ATP,  6 NADPH

b)

6 ATP,  9 NADPH

c)

9 ATP,  6 NADPH

d)

9 ATP,  9 NADPH

6.

ในการสร้างน้ำตาลกลูโคส (C6H12O6) จำนวน 1 โมเลกุล

     ต้องใช้พลังงานในวัฏจักรคัลวินเท่าใด

a)

12 ATP,  12 NADPH

b)

12 ATP,  18 NADPH

c)

18 ATP,  12 NADPH

d)

18 ATP,  18 NADPH

7.

การหายใจแสง (Photorespiration) เกิดจากปัจจัยใด

    a. O2              b. CO2

c. RuBP          d. เอนไซม์ Rubisco

a)

a, b

b)

b, c

c)

a, c, d

d)

a, b, d

8.

พืชชนิดใด เกิดการหายใจแสงมากที่สุด

a)

พืช C3 ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ

b)

พืช C4 ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ

c)

พืช C4 ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง

d)

พืช C3 ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง

9.

หากบรรยากาศของโลก มีปริมาณก๊าซ CO2  เพิ่มขึ้น

     จะส่งผลดีต่อพืชชนิดใด

a)

พืช C4

b)

พืช C3

c)

พืช CAM

d)

ถูกทุกข้อ

10.

ข้อใด เป็นหน้าที่ของดอกเพศเมีย

a)

สร้าง egg cell

b)

สร้างสเปิร์ม

c)

สร้าง microspore

d)

สร้าง megaspore

11.

วงชีวิตของพืชดอก มีระยะใดโดดเด่นสังเกตเห็นได้ชัดเจน

a)

แกมีโทไฟต์

b)

สปอร์โรไฟต์

c)

ไม่สามารถระบุได้ ขึ้นกับชนิดของพืชดอก

d)

สปอโรไฟต์ และ แกมีโทไฟต์มีความเด่นเท่ากัน

12.

ในพืชชั้นต่ำ มีระยะใดโดดเด่นสังเกตเห็นได้ชัดเจน

a)

แกมีโทไฟต์

b)

สปอร์โรไฟต์

c)

ไม่สามารถระบุได้

d)

ถูกทุกข้อ

13.

ข้อใดคือผลที่ได้จาก Sperm cell ตัวหนึ่งไป ผสมกับ Polar nuclei ใน Embryo sac

a)

Embryo จำนวนโครโมโซม = 3n                    

b)

Embryo จำนวนโครโมโซม = 2n                    

c)

Endosperm จำนวนโครโมโซม = 2n                   

d)

Endosperm จำนวนโครโมโซม = 3n                   

14.

จาวมะพร้าวคือส่วนประกอบใดของเมล็ด

a)

รังไข่

b)

เอ็มบริโอ

c)

ใบเลี้ยง

d)

เอนโดสเปิร์ม

15.

กะลามะพร้าวคือส่วนประกอบของผลในข้อใด

a)

ผนังผลชั้นนอก

b)

ผนังผลชั้นใน

c)

ผนังผลชั้นกลาง

d)

ผนังผลระหว่างชั้นกลางกับชั้นใน

16.

เมื่อนำมะม่วงสุก บ่มรวมกับมะม่วงที่ยังดิบ ปรากฏว่า

     มะม่วงสุกเร็วขึ้น ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

มะม่วงสุกปล่อยฮอร์โมนไซโทไคนิน

กระตุ้นให้

  มะม่วงดิบสุกเร็วขึ้น

b)

มะม่วงสุกปล่อยฮอร์โมนเอทิลีน

กระตุ้นให้

มะม่วงดิบสุกเร็วขึ้น

c)

มะม่วงสุกปล่อยฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน

   กระตุ้นให้มะม่วงดิบสุกเร็วขึ้น

d)

มะม่วงสุกปล่อยฮอร์โมนแอบไซซิก

   กระตุ้นให้มะม่วงดิบสุกเร็วขึ้น

17.

ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช จะใช้ฮอร์โมนชนิดใดกระตุ้น

ให้พืชแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นกลุ่มแคลลัส

a)

ไซโทไคนิน และจิบเบอเรลลิล

b)

ไซโทไคนิน

c)

ออกซิน

d)

ไซโทไคนิน และออกซิน

18.

เกษตรกรชาวสวนองุ่น จะใช้ฮอร์โมนพืชชนิดใด ในการ

     กระตุ้นให้ช่อดอกยาวขึ้น เพื่อทำให้ผลองุ่นมีขนาดใหญ่

a)

เอทิลีน

b)

ไซโทไคนิน

c)

กรดแอบไซซิก

d)

จิบเบอเรลลิน

19.

ข้อใดไม่ใช่การตอบสนองของพืชแบบ tropic movement

a)

การโค้งเบนเข้าหาแสงของยอดพืช

b)

การเจริญของรากพืชเข้าหาแหล่งน้ำ

c)

การเจริญของรากพืชตามแรงโน้มถ่วง

d)

การหุบและบานของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ

20.

การตอบสนองของพืชในข้อใด แตกต่างจากพวก

a)

การโค้งเบนเข้าหาแสงของยอดพืช

b)

การเจริญของรากพืชเข้าหาแหล่งน้ำ

c)

การเจริญของรากพืชตามแรงโน้มถ่วง

d)

การเจริญของยอดพืชในทิศทางตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วง

21.

วงชีวิตของพืชดอก มีระยะใดโดดเด่นสังเกตเห็นได้ชัดเจน

a)

แกมีโทไฟต์

b)

สปอร์โรไฟต์

c)

ไม่สามารถระบุได้ ขึ้นกับชนิดของพืชดอก

d)

สปอโรไฟต์ และ แกมีโทไฟต์มีความเด่นเท่ากัน