wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

Total questions: 69

Worksheet time: 2hrs 44mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องตาม พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

a)

กระทรวง ทบวง กรม เป็นราชการส่วนกลาง

b)

เทศบาล เป็นราชการส่วนท้องถิ่น

c)

ภาค จังหวัด อำเภอ เป็นราชการส่วนภูมิภาค

d)

กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เป็นราชการส่วนท้องถิ่น

2.

ข้อใดไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่น

a)

กระทรวงเป็นราชการส่วนกลาง

b)

อำเภอเป็นราชการส่วนภูมิภาค

c)

กรุงเทพมหานครเป็นราชการส่วนท้องถิ่น

d)

สำนักงานประกันสังคมเป็นราชการส่วนท้องถิ่น

3.

การจัดตั้งกรมใหม่ ให้ตราเป็นกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

ประกาศกระทรวง

4.

การเปลี่ยนชื่อกระทรวง ให้ตราเป็นกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

ประกาศกระทรวง

5.

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็นกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

พระราชกำหนด

6.

การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอ ให้ตราเป็นกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

พระราชกำหนด

7.

ข้อใดไม่ใช่การจัดระเบียบราชการในกระทรวง

a)

สำนักงานรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดกระทรวง

c)

สำนักนายกรัฐมนตรี

d)

กรม

8.

สำนักงานปลัดกระทรวง มีฐานะเป็นข้อใดต่อไปนี้

a)

กระทรวง

b)

กรม

c)

สำนักงานรัฐมนตรี

d)

สำนักนายกรัฐมนตรี

9.

ข้อใดเป็นการแบ่งส่วนราชการภายในกรม

a)

สำนักงานเลขานุการกรมและกอง

b)

สำนักงานรัฐมนตรีและกอง

c)

สำนักงานรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวง

d)

สำนักงานปลัดกระทรวงและกอง

10.

การแบ่งส่วนราชการภายในกรม ต้องตราเป็นกฎหมายตามข้อใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

ประกาศกระทรวง

11.

การแบ่งส่วนราชการภายในกรม ให้ตราเป็นกฎหมายใด โดยใคร

a)

พระราชบัญญัติ ,นายกรัฐมนตรี

b)

พระราชกฤษฎีกา, คณะรัฐมนตรี

c)

กฎกระทรวง ,รัฐมนตรีเจ้าสังกัด

d)

ประกาศกระทรวง, ปลัดกระทรวง

12.

ตาม พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การแบ่งส่วนราชการในสำนักงานรัฐมนตรี ต้องตราเป็นกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

ประกาศกระทรวง

13.

ใครต่อไปนี้เป็น ข้าราชการการเมือง

a)

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร

b)

เลขานุการรัฐมนตรี

c)

เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

d)

รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

14.

หน่วยงานใดมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไป ของสำนักนายกรัฐมนตรี

a)

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

b)

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

c)

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

d)

สำนักงานรัฐมนตรี

15.

หน่วยงานใดมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวง และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใด กรมหนึ่ง ในสังกัดกระทรวงโดยเฉพาะ

a)

สำนักรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดกระทรวง

c)

สำนักนายกรัฐมนตรี

d)

กรม หรือส่วนราชการอื่น ที่มีฐานะเป็นกรม

16.

ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ อยู่สังกัดกระทรวงใด

a)

กระทรวงการคลัง

b)

กระทรวงกลาโหม

c)

กระทรวงมหาดไทย

d)

สำนักนายกรัฐมนตรี

17.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชแผ่นดิน มีผลบังคับใช้ตามข้อใด

a)

1 สิงหาคม 2534

b)

2 สิงหาคม 2534

c)

4 กันยายน 2534

d)

5 กันยายน 2534

18.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

มี 4 ส่วน 57 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

b)

มี 5 ส่วน 57 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

c)

มี 4 ส่วน 75 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

d)

มี 5 ส่วน 75 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล

19.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีผลบังคับใช้เมื่อใด

a)

เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยเก้าสิบวัน

b)

เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

c)

นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

d)

เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

20.

พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ผู้ใดเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

a)

นายอานันท์ ปันยารชุน

b)

นายชวน หลีกภัย

c)

นายบรรหาร ศิลปอาชา

d)

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

21.

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ฉบับล่าสุดคือฉบับที่เท่าใด

a)

ฉบับที่ 5

b)

ฉบับที่ 6

c)

ฉบับที่ 7

d)

ฉบับ 8

22.

การบริหารราชการตาม พรบ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ต้องเป็นไปเพื่อสิ่งใด

a)

เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

b)

เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

c)

การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น

d)

ถูกทุกข้อ

23.

การแบ่งราชการออกเป็นส่วนต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ให้กำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนโดยคำนึงตามข้อใด

a)

ความสามารถของบุคลากร

b)

คุณภาพของส่วนราชการนั้นๆ

c)

ปริมาณงานของส่วนราชการนั้นๆ

d)

คุณภาพและปริมาณงานของส่วนราชการนั้นๆ

24.

การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลางให้จัดตามข้อใดต่อไปนี้ ยกเว้น

a)

สำนักนายกรัฐมนตรี

b)

สำนักงานกระทรวง

c)

กระทรวง หรือทบวงซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากระทรวง

d)

กรม หรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

25.

ถ้าไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้นให้ตราเป็น

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎกระทรวง

d)

ข้อบัญญัติ

26.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงบประมาณ มีหน้าที่ตามข้อใด

a)

ควบคุมมิให้มีการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่

b)

กำกับมิให้มีการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่

c)

ตรวจสอบดูแลมิให้มีการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่

d)

ถูกทุกข้อ

27.

การยุบส่วนราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และกรม ให้ตราเป็น

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

ข้อบัญญัติ

d)

กฎกระทรวง

28.

หน่วยงานใด ร่วมกันเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการแบ่งส่วนราชการภายในและในการกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการ

a)

สำนักงบประมาณ

b)

สำนักนายกรัฐมนตรี

c)

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

d)

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงบประมาณ

29.

การแบ่งส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันในทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

ข้อบัญญัติ

d)

กฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยหรือสถาบันนั้นๆ

30.

ส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรีบรรดาที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม มีฐานะตามข้อใด

a)

กรม

b)

ทบวง

c)

กระทรวง

d)

หน่วยงานของรัฐ

31.

การจัดระเบียบราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามกฎหมายใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎทบวง

d)

กฎหมายว่าด้วยปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม

32.

สำนักนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายตามข้อใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

พระราชกฤษฎีกา

c)

กฎทบวง

d)

กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม

33.

สำนักนายกรัฐมนตรีมีผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและกำหนดนโยบายของสำนักนายกรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดหรืออนุมัติ

a)

ปลัดกระทรวง

b)

รัฐมนตรี

c)

นายกรัฐมนตรี

d)

คณะรัฐมนตรี

34.

นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจหน้าที่ตามข้อใด

a)

กำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน

b)

บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม

c)

บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม

d)

ที่กล่าวมาเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

35.

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีผู้ใดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ

a)

รัฐมนตรี

b)

คณะรัฐมนตรี

c)

นายกรัฐมนตรี

d)

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

36.

เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นข้าราชการตามข้อใด

a)

ข้าราชการกรม

b)

ข้าราชการระดับสูง

c)

ข้าราชการพลเรือน

d)

ข้าราชการพลเรือนสามัญ

37.

การจัดระเบียบราชการของกระทรวงให้จัดตามข้อต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

a)

สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดกระทรวง

c)

สำนักงานข้าราชการ

d)

กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

38.

ในกระทรวงให้มีปลัดกระทรวงตามจำนวนในข้อใด

a)

หนึ่งคน

b)

สองคน

c)

สามคน

d)

จำนวนที่เหมาะสม

39.

การจัดระเบียบราชการในทบวงหนึ่งหนึ่งให้เป็นไปตามกฎหมายตามข้อใด

a)

พระราชบัญญัติ

b)

กฎทบวง

c)

พระราชกฤษฎีกา

d)

กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

40.

ทบวง นอกจากมีรัฐมนตรีว่าการทบวงและรัฐมนตรีช่วยว่าการทบวง ให้มีปลัดทบวงตามจำนวนในข้อใด

a)

หนึ่งคน

b)

สองคน

c)

สามคน

d)

จำนวนที่เหมาะสม

41.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแบ่งส่วนราชการตามข้อใด

a)

แบ่งส่วนราชการตามนายกรัฐมนตรี

b)

แบ่งส่วนราชการตามกฎทบวง

c)

แบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวง

d)

แบ่งส่วนราชการให้เหมาะสมกับราชการของตำรวจ

42.

หน่วยงานใด มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของกรม และราชการที่มิได้แบ่งแยกให้เป็นหน้าที่ของกอง หรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ มีเลขานุการกรมเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ

a)

กรม

b)

สำนักปลัดทบวง

c)

สำนักงานเลขานุการกรม

d)

สำนักงานปัดกระทรวง

43.

กระทรวงทบวงกรมใด มีเหตุพิเศษจะตรากฎหมายตามข้อใด แบ่งท้องที่ออกเป็นเขตเพื่อให้มีหัวหน้าส่วนราชการประจำเขต แล้วแต่จะเรียกชื่อเพื่อปฏิบัติงานทางวิชาการก็ได้

a)

กฎทบวง

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกฤษฎีกา

d)

กฎกระทรวง

44.

การมอบอำนาจ ให้ทำตามข้อใด

a)

มอบด้วยวาจา

b)

ทำเป็นหนังสือ

c)

ทำเป็นลายลักษณ์อักษร

d)

ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี

45.

ในการมอบอำนาจ ให้ผู้มอบอำนาจพิจารณาเพื่อประโยชน์ตามข้อใด

a)

การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

b)

ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ

c)

การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของตำแหน่งของผู้รับมอบอำนาจ

d)

ทุกข้อที่กล่าวมา ล้วนต้องนำมาประกอบการพิจารณา

46.

รายได้หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ เป็นรายได้ที่ไม่ต้องนำส่งคลัง ตามกฏหมายตามข้อใด

a)

กฎกระทรวง

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกฤษฎีกา

d)

กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง

47.

ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรีหลายคนให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทน

a)

รัฐมนตรีคนใดคน

b)

ปลัดกระทรวง

c)

อธิบดีกรม

d)

ข้าราชการระดับสูง

48.

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีหลายคนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทน

a)

รัฐมนตรีคนไหนคนหนึ่ง

b)

ปลัดกระทรวง

c)

อธิบดีกรม

d)

ข้าราชการในกระทรวงคนหนึ่ง

49.

ให้ผู้รักษาราชการแทน ตามความในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีอำนาจหน้าที่ ตามข้อใด

a)

ต่ำกว่าผู้ซึ่งตนแทน

b)

เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

c)

เหนือกว่าผู้ซึ่งตนแทน

d)

แล้วแต่งานที่รับมาปฏิบัติ

50.

ความใน หมวด 6 ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มิให้บังคับใช้ใช้แก่ราชการในกระทรวง ที่เกี่ยวกับข้าราชการใด

a)

ตำรวจ

b)

ทหาร

c)

ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวง

d)

ข้าราชการพลเรือนสามัญ

51.

ความในหมวด 7 ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 คณะผู้แทนหมายความตามข้อใด

a)

บรรดาข้าราชการฝ่ายพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายทหารประจำการในต่างประเทศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล สถานรองกงสุล ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ

b)

ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าคณะแทน

c)

ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทน ตามระเบียบพิธีการทูต หรือระเบียบพิธีการกงสุล

d)

บุคคลที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฎิบัติหน้าที่ประจำองค์การระหว่างประเทศ ตามระเบียบพิธีการทูตหรือระเบียบพิธีการกงสุล

52.

ความในหมวดเจ็ดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. 2534 "หัวหน้าคณะผู้แทน" หมายความ

a)

บรรดาข้าราชการฝ่ายพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายทหารประจำการในต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่สถานกงสุล สถานรองกงสุล ส่วนราชการของกระทรวงการต่างประเทศ

b)

ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าคณะผู้แทน

c)

ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนตามระเบียบพิธีการทูต หรือระเบียบพิธีการกงสุล

d)

บุคคลที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฎิบัติหน้าที่ประจำองค์การระหว่างประเทศตามระเบียบพิธีการทูตหรือระเบียบพิธีการกงสุล

53.

ให้ผู้ใดต่อไปนี้เป็น ผู้รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลคณะรัฐมนตรีกระทรวง ทบวง กรม มาปฏิบัติการณ์ให้เหมาะสมกับการปฎิบัติราชการในต่างประเทศ และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบุคคลในคณะผู้แทน

a)

คณะผู้แทน

b)

หัวหน้าคณะผู้แทน

c)

รองหัวหน้าคณะผู้แทน

d)

บุคคลที่นายกรัฐมนตรีเด้อมาปฏิบัติหน้าที่และไว้วางใจ

54.

การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่งส่วนราชการตามข้อใด

a)

จังหวัด

b)

อำเภอ

c)

ตำบล

d)

ข้อก. และข้อข. ถูกต้อง

55.

ให้รวมท้องที่หลายหลายอำเภอตั้งขึ้นเป็นจังหวัดมีฐานะตามข้อใด

a)

สำนักงานอำเภอ

b)

นิติบุคคล

c)

ส่วนราชการอำเภอ

d)

หน่วยงานของรัฐ

56.

ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีผู้ใดทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการแผ่นดินในจังหวัดนั้นกับปฎิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายหรือมติของคณะรัฐมนตรีกำหนด

a)

ปลัดจังหวัด

b)

เลขารองผู้ว่าราชการจังหวัด

c)

คณะกรมการจังหวัด

d)

รองผู้ว่าราชการจังหวัด

57.

ผู้ใดทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรมการจังหวัด

a)

ปลัดจังหวัด

b)

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

c)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

d)

รองผู้ว่าราชการจัง

58.

ผู้ใดมีหน้าที่กำกับดูแลการปฎิบัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ยกเว้นข้าราชการทหารข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และข้าราชการครู

a)

ปลัดจังหวัด

b)

หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

c)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

d)

รองผู้ว่าราชการจังหวัด

59.

การยกเว้น จำกัด หรือตัดทอน อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการบริหารราชการในจังหวัด หรือให้ข้าราชการของส่วนราชการใดมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด จะกระทำได้โดยตราเป็น

a)

กฎทบวง

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกฤษฎีกา

d)

กฎกระทรวง

60.

ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีหน่วยงานราชการบริหารรองจากจังหวัด เรียกว่า

a)

อำเภอ

b)

สำนักงานจังหวัด

c)

สำนักงานอำเภอ

d)

ตำบล

61.

หน่วยงานใดประสานงานกับองค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมมือกับชุมชนในการดำเนินการให้มีแผนชุมชนเพื่อรองรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัด และกระทรวง ทบวง กรม

a)

อำเภอ

b)

สำนักงานจังหวัด

c)

สำนักงานอำเภอ

d)

สภาตำบล

62.

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งในอำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งผู้ใดตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็นผู้รักษาราชการแทน

a)

ปลัดอำเภอ

b)

หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโส

c)

ปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโส

d)

ข้าราชการระดับ 8 ขึ้นไป

63.

หน่วยงานใดมีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของอำเภอนั้นๆ มีนายอำเภอ เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบ

a)

อำเภอ

b)

สำนักงานปลัดอำเภอ

c)

สำนักงานอำเภอ

d)

สำนักงานปกครองอำเภอ

64.

การจัดการปกครองอำเภอ นอกจากที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายใด

a)

กฎกระทรวง

b)

พระราชบัญญัติ

c)

พระราชกฤษฎีกา

d)

กฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่

65.

ท้องถิ่นที่เห็นสมควรจัดให้ราษฎรมีส่วนในการปกครองท้องถิ่น ให้จัดระเบียบการปกครองตามข้อใด

a)

ราชการส่วนท้องถิ่น

b)

ราชการส่วนภูมิภาค

c)

สภาตำบล

d)

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

66.

การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นข้อใดต่อไปนี้ถูก

a)

องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด

b)

สภาตำบล สุขาภิบาล สภาตำบล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด

c)

เทศบาล สภาตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด

d)

เทศบาล สุขาภิบาล เทศบาล สุขาภิบาล สภาตำบล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด

67.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี

a)

3 ปี

b)

4 ปี

c)

5 ปี

d)

7 ปี

68.

เมื่อตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ว่างลงก่อนวาระให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภายในกี่วัน

a)

15 วัน

b)

30 วัน

c)

45 วัน

d)

60 วัน

69.

หน่วยงานใด เป็นส่วนราชการในสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของ ก.พ.ร. และหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายหรือ ก.พ.ร. กำหนด

a)

สำนักงานนายกรัฐมนตรี

b)

สำนักงานปลัดกระทรวง

c)

สำนักงานข้าราชการพลเรือน

d)

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ