Worksheetsสอบปลายภาค
Total questions: 29
Worksheet time: 29mins
1. ข้อใดเป็นลักษณะขององค์การ
ก . มีโครงสร้าง มีการบัญชา
ข. แบ่งงาน จัดสรรหน้าที่
ค. ทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องมีความสำพันธ์
ง. องค์กรที่มุ่งหวังผลกำไร
2. ข้อใดไม่ใช่ประเภทการจัดสร้างโครงสร้างขององค์การ
ก. ทีมทำงาน
ข. งานอนุกรม
ค. คณะกรรมการบริหาร
ง. คณะที่ปรึกษา
3. ข้อใดคือผลของการมอบหมายงาน
ก. ได้คน
ข. ได้งาน
ค. ได้เวลา
ง. ได้ลูกน้องเก่ง
จ. ได้ผลกำไร
4. ข้อใดมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคล
ก. บรรยากาศในองค์การ
ข. สถานศึกษา
ค. ครอบครัว
ง. การสร้างสัมพันธภาพ
5. ข้อใดไม่ใช่นิสัยแห่งคุณภาพใน 7 ประการของบุคลที่มีคุณภาพ
ก. การศึกษาและฝึกอบรม
ข. การมุ่งที่กระบวนการ
ค. ประกันภายใน
ง. ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
จ. การทำงานเป็นทีม
7. ข้อใดที่ไม่ใช่วิธีการปรับองค์การจะไปสู่คุณภาพหรือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้
ก. การเพิ่มต้นทุน
ข. การปรับปรุงคุณภาพ
ค. การเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
ง. การลดต้นทุน
จ. การพัฒนาคุณภาพบุคลากร
8. ข้อใดไม่ได้เป็นกลยุทธ์ในการบริหารงานคุณภาพที่ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วม
ก. 7 ส หรือ 5 S ข. ระบบ QQC
ค. วงจร PDCA ง. JIT
จ. ระบบการปรับรื้อ (Re-Engineering)
ก. 5 ส หรือ 5 S
ข. ระบบ QQC
ค. วงจร PDCA
ง. JIT
จ. ระบบการปรับรื้อ (Re-Engineering)
9. การที่บุคลากรในหน่วยงานขาดงานอาจมีสาเหตุมาจากที่ใด
ก. ความขัดแย้งระหว่างบุคลากร
ข. ความคิด
ค. ขาดความสามารถ
ง. การปรับตัว
จ. ขาดเทคนิคในการทำงาน
10. ข้อใดไม่ได้เป็นปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานเกิดความพึงพอใจ
ก. การทำงานเป็นทีม
ข. ค่าตอบแทน
ค. เวลาทำงาน
ง. งาน
จ. สวัสดิการ
11. ข้อใดคือผลดีของการศึกษาพฤติกรรมองค์การ
ก. ลดการขาดงาน
ข. ลดการลาออกจากงาน
ค. เพิ่มผลผลิต
ง. บริหารงานคล่องตัว
จ. เป็นพลเมืองดีขององค์การ
12. ข้อใดเป็นความสำคัญของวัฒนธรรมต่อองค์การ
ก. เกิดความมีเหตุผล
ข. เกิดความขัดแย้ง
ค. เกิดความพอประมาณ
ง. ไม่มีข้อถูก
13. ข้อใดคือองค์ประกอบหลักของวัฒนธรรมองค์การที่เป็นสากลและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจ
ก. จุดประสงค์ในองค์การ
ข. สร้างสิ่งจูงใจระหว่างพนักงาน
ค. สนับสนุนองค์การทำความดี
ง. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชุมชน
14. วัฒนธรรที่ส่งผลและมีความสัมพันธ์กับการบริหารภายในองค์การคือข้อใด
ก. ภาษา
ข. ธรรมชาติมนุษย์
ค. ความสนใจ
ง. ความแตกต่าง
จ. วิสัยทัศน์
15. ข้อใดเป็นสื่อหรือช่องทางในการนำสาร (Medium or Channel)
ก. ความคิดเห็น
ข. สถาบัน
ค. โทรทัศน์
ง. กลุ่มชน
ง. นกพิราบ
16. ข้อใดเป็นการติดต่อสื่อสารจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง (Downward communication)
ก. คำสั่ง
ข. ความคิดเห็น
ค. แก้ปัญหาร่วมกัน
ง. การร้องเรียน
จ. คำดุด่า
17. ข้อใดเป็นการสื่อสารสองทาง (Two-Way Communication)
ก. การสื่อสารผ่านสื่อ
ข. การพูดโทรศัพท์
ค. โทรทัศน์
ง. หนังสือพิมพ์
จ. วิทยุ
18. ข้อใดเป็นการสื่อสารจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง
ก. รองประธานรายงานประธาน
ข. หัวหน้างานสั่งงานพนักงาน
ค. พนักงานส่งเอกสารต่อผู้บริหาร
ง. ให้ข่าวสารระหว่างเพื่อนร่วมงาน
จ. ไม่มีข้อถูก
19. ลักษณะของการสื่อสารที่เป็นทางการ ( Formel Communition)
ก. ตอบสนองความต้องการ
ข. เป็นอิสระ
ค. ใช้ภาษาง่ายๆ
ง. เส้นทางของการสื่อสารสั้นและตรงประเด็น
จ. ถูกทุกข้อ
20. การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการสื่อสารเพื่อการบรรลุประสิทธิผลขององค์การต้องปฏิบัติตามข้อใด
ก. พูดอย่างตั้งใจ
ข. ใช้เทคโนโลยีบางส่วนในการสื่อสาร
ค. ใช้การสื่อสารวิธีเดียว
ง. ให้ความสนใจกับภาษา
จ. ใช้การอบรมความรู้
21. ข้อใดเกิดอุปสรรคปัญหาขึ้นด้านผู้ส่งสาร
ก. มีความเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป ขาดการจะเพิ่มประสิทธิภาพและกาลลเทศะ
ข. ข่าวสารยากต่อการทำความเข้าใจ
ค. เวลาไม่เพียงพอที่จะรับสสารอย่างสมบูรณ์
ง. ข่าวสารไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน
จ. ไม่ใช้เทคนิคการช่วยจำ
22. ข้อใดเกิดอุปสรรคปัญหาขึ้นด้านผู้รับสาร
ก. ใช้วิธีการส่งสารที่ไม่เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ
ข. ไม่ใช้วิธีเทคนิคการช่วยจำ เช่นการจดบันทึกเพิ่มเติม
ค. ข่าวสารสั้นหรือน้อยเกินไปจนไม่สามารภแปลความหมายได้
ง. ขาดการวางแผนหรือขั้นตอนการส่งสารที่เหมาะสม
จ. มีคลื่นรบกวนขาดความชัดเจน
23. ข้อใดไม่ใช่ความหมายของสื่อสาร
ก. กระบวนการถ่ายทอดข่าวสาร ข้อมูล ความรู้
ข. ความเหมือนกันหรือร่วมกันในการรับรู้
ค. กระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคล โดยผ่านระบบสัญลักษณ์ สัญญาณ
ง. การให้และการรับความหมาย การถ่ายทอดและการรับสาร
จ. การใช้ระบบสัญลักษณ์ สัญญาณส่งผ่านข่าวสาร
24 . องค์ประกอบของการสื่อสารข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ผู้ส่งสาร (Sender)
ข. เนื้อหา (Message)
ค. ช่องทางส่งสาร
ง. สำคัญเท่าๆกัน
จ. ผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมาย (Receiver or Target Audience)
25. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธที่องค์การโดยทั่วไปมีกำหนดไว้
ก. ออกแบบวิธีการทำงาน ข. การออกแบบ
ค. จัดลำดับความสำคัญของงาน ง. นำการทำงาน
จ. จัดสรรทรัพยากร
ก. ออกแบบวิธีการทำงาน
ข. การออกแบบ
ค. จัดลำดับความสำคัญของงาน
ง. นำการทำงาน
จ. จัดสรรทรัพยากร
26. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักการบริหารการผลิต
ก. เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าในการผลิตต้องใช้ให้คุ้ม
ข. ไม่มีวิธีการที่ดีที่สุดในการควบคุมการผลิต
ค. องค์การใช้หลายระบบสำหรับการผลิตทุกรูปแบบ
ง. การวางแผนและการควบคุมการผลิตต้องซับซ้อน
จ. ผู้บริหารต่องมีความเด็ดขาด
27. การขับเคลื่อนวงจร PDCA ต้องเริ่มที่จุดใดก่อน
ก. P
ข. D
ค. C
ง. A
ง. เริ่มจุดใดก็ได้ขึ้นอยู่กับลักษณะและการใช้งานของแต่ละขั้นตอน
28. ข้อใดเป็นเทคนิควิธีการที่ใช้ในองค์การการผลิตของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งองค์การการผลิตและบริการนำมาปรับใช้ในการเพิ่มผลิตที่ เรียกว่า
( Kaizen Activity)
ก. 5 ส
ข. QCC
ค. QC
ง. ระบบปรับซื้อ
จ. การปรับปรุงเครื่องจักร
29. วงจรของการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวกันคือข้อใด
ก. ระบบข้อเสนอแนะ
ข. กิจกรรมกลุ่มคุณภาพ
ค. PDCA
ง. 5 ส
จ. TQM
30. องค์การจะต้องศึกษาเรื่องใดที่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตการออกแบบให้คะแนนคนและเครื่องจักรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ก. การทำงานของเครื่องจักร
ข. การทำงานของพนักงานที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร
ค. การเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน
ง. มีการวิจัยเพื่อกำหนดการทำงาน
จ. ถูกทุกข้อ
