wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาควิชาSCM-403

Total questions: 30

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.
ข้อใดต่อไปนี้ที่อธิบายคำว่า "การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่ไม่ถูกต้อง
a)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เน้นในการกำหนดเป้าหมายระยะยาวขององค์การ
b)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกระบวนการในระดับหน้าที่
c)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เป็นการกำหนดกลยุทธ์ทั้งหมดขององค์การ
d)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ
e)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ
2.
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่มีความสำคัญในการ
a)
กำหนดแผนปฏิบัติการรายปี
b)
ตรวจสอบกิจกรรมการผลิต
c)
จัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า
d)
วางแผนงบประมาณปีถัดไป
e)
พัฒนาวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์การ
3.
ต่อไปนี้ให้ความหมายของคำว่า "การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่"ถูกต้องที่สุด
a)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่เป็นกระบวนการในการกำหนดแผนและวิธีการในการดำเนินงานของแผนกหรือฝ่ายต่าง ๆ ในองค์การในระดับที่ใกล้เคียงกับระดับปฏิบัติการ โดยเน้นการดำเนินงานเพื่อให้รับรู้เป้าหมายระยะยาวขององค์การและให้การสนับสนุนในการกระทำตามแผนนั้น.
b)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่หมายถึงกระบวนการประสานงานระหว่างทรัพยากรและการดำเนินงานในระดับที่ใกล้เคียงกับการจัดการองค์การใหญ่ โดยเน้นการปรับเปลี่ยนแผนการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับองค์การ.
c)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่หมายถึงกระบวนการการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างองค์การและลูกค้าในการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า.
d)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่หมายถึงการวางแผนงานและการประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ในองค์การเพื่อให้สร้างความร่วมมือและความเข้าใจในการกระทำตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์การ.
e)
การบริหารเชิงกลยุทธ์ระดับหน้าที่หมายถึงการกำหนดแผนการที่จะใช้ในการสร้างภาพลักษณ์และบ่อนทำลายภาพลักษณ์ขององค์การในตลาดและสู่สาธารณะ.
4.
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติคืออะไรและและมีความสำคัญอย่างไรข้อใดตอบได้ถูกต้อง
a)
การลดต้นทุน
b)
การทำงานเพื่อเพิ่มกำไร
c)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
d)
การสร้างภาพลักษณ์ขององค์การ
e)
การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ
5.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ปัจจัยในการใช้ตารางเมทริกซ์ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการกำหนดกลยุทธ์และการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัตินั้น
a)
ความสำเร็จ
b)
ความเสี่ยง
c)
ล้มเหลว
d)
ปัญหา
e)
ผลการดำเนินงาน
6.
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติเกี่ยวข้องกับขั้นตอนใดต่อไปนี้
a)
การวางแผนการตลาด
b)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
c)
การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
d)
การจัดการความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ
e)
การสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายต่าง ๆ
7.
กระบวนการการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติประกอบด้วยขั้นตอนใดต่อไปนี้เรียงลำดับที่ถูกต้อง?
a)
ประเมินโครงการ - กำหนดแผนปฏิบัติการ - ดำเนินงานตามแผน - ทำความเข้าใจกลยุทธ์
b)
ทำความเข้าใจกลยุทธ์ - กำหนดแผนปฏิบัติการ - ดำเนินงานตามแผน - ประเมินโครงการ
c)
ทำความเข้าใจกลยุทธ์ - กำหนดแผนปฏิบัติการ - ประเมินโครงการ - ดำเนินงานตามแผน
d)
กำหนดแผนปฏิบัติการ - ทำความเข้าใจกลยุทธ์ - ดำเนินงานตามแผน - ประเมินโครงการ
e)
ทำความเข้าใจกลยุทธ์ - ดำเนินงานตามแผน - ประเมินโครงการ - กำหนดแผนปฏิบัติการ
8.
ในกรอบ 7S ของ McKinsey's 7S, ส่วน "ปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์การและอะไรช่วยให้เกิดความเข้าใจในความสำคัญของปัจจัยเหล่านี้?
a)
แนวคิดบรรณาธิการ
b)
โครงสร้างองค์การ
c)
การจัดการทรัพยากรบุคคล
d)
วัฒนธรรมองค์การ
e)
กลยุทธ์องค์การ
9.
ในแบบจำลอง 7S ของ McKinsey, ปัจจัยใดที่หมายถึงแนวทางการดำเนินงานขององค์การที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม?
a)
กลยุทธ์ (Strategy)
b)
โครงสร้าง (Structure)
c)
ระบบ (Systems)
d)
รูปแบบ (Style)
e)
บุคลากร (Staff)
10.
ในแบบจำลอง 7S, ปัจจัยใดที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานทั้งในลักษณะที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการขององค์การ?
a)
กลยุทธ์ (Strategy)
b)
โครงสร้าง (Structure)
c)
ระบบ (Systems)
d)
รูปแบบ (Style)
e)
บุคลากร (Staff)
11.
การนำกลยุทธ์ที่ดีไปปฏิบัติช่วยให้องค์การมีการจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง?
a)
เพิ่มการใช้ทรัพยากร
b)
ลดประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
c)
ทำให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น
d)
ไม่มีผลต่อการจัดการทรัพยากร
e)
ทำให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างเสี่ยงมากขึ้น
12.
การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทางการเมืองและเศรษฐกิจมีผลต่อกลยุทธ์ขององค์การอย่างไร?
a)
ไม่มีผลกระทบใดๆ
b)
ทำให้องค์การต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
c)
ทำให้กลยุทธ์เดิมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
d)
ไม่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
e)
ทำให้การวางแผนกลยุทธ์เป็นเรื่องยากขึ้น
13.
การสร้างการเปลี่ยนแปลง (Change Intervention) มีความสำคัญอย่างไรในบริบทของการพัฒนาทางเทคโนโลยี?
a)
ไม่มีความสำคัญเนื่องจากเทคโนโลยีพัฒนาเอง
b)
ช่วยให้องค์การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว
c)
ส่งผลให้เทคโนโลยีล้าสมัยเร็วขึ้น
d)
ทำให้องค์การลดการลงทุนในเทคโนโลยี
e)
ไม่จำเป็นต้องมีการสร้างการเปลี่ยนแปลง
14.
มโนทัศน์ของผู้บริหารและนักกลยุทธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงควรมีลักษณะอย่างไรเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน?
a)
ยึดติดกับวิธีการทำงานแบบเดิม
b)
มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
c)
ไม่สนใจเทรนด์ปัจจุบัน
d)
หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงทุกชนิด
e)
มุ่งเน้นเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเท่านั้น
15.
บทบาทหลักของตัวแทนการเปลี่ยนแปลงจากภายในองค์การคืออะไร?
a)
จัดการกับปัญหาทางการเงินขององค์การ
b)
นำหรือจัดการกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในองค์การ
c)
การจัดการกับลูกค้าและคู่ค้า
d)
ดูแลการตลาดและโฆษณา
e)
จัดการกับเทคโนโลยีข้อมูล
16.
การเปลี่ยนแปลงในองค์การมักเกิดขึ้นในลักษณะใด?
a)
การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
b)
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเท่านั้น
c)
ทั้งการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
d)
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
e)
การเปลี่ยนแปลงเฉพาะในด้านเทคโนโลยี
17.
สิ่งใดเป็นเป้าหมายหลักของการเปลี่ยนแปลงในองค์การตามความคิดของ Greiner และ Barnes?
a)
การเพิ่มผลกำไร
b)
การแข่งขันในตลาด
c)
การบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ
d)
การปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กร
e)
การเพิ่มศักยภาพของพนักงาน
18.
การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในบริบทของการเปลี่ยนแปลงองค์การหมายถึงอะไร?
a)
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ
b)
การเปลี่ยนแปลงแผนกลยุทธ์
c)
การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมภายนอก
d)
การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานภายใน
e)
การลดขนาดองค์กร
19.
ตามแบบจำลองของ Kurt Lewin, ขั้นตอนแรกในกระบวนการเปลี่ยนแปลงคืออะไร?
a)
การเคลื่อนย้ายระบบไปยังสถานะใหม่
b)
การปรับเปลี่ยนหรือการละลายจากสถานะเดิม
c)
การเน้นย้ำในสถานะใหม่ให้มั่งคง
d)
การวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง
e)
การจัดการกับแรงต่อต้าน
20.
สิ่งใดเป็นเป้าหมายหลักของการเปลี่ยนแปลงในองค์การตามความคิดของ Greiner และ Barnes?
a)
การเพิ่มผลกำไร
b)
การแข่งขันในตลาด
c)
การบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ
d)
การปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กร
e)
การเพิ่มศักยภาพของพนักงาน
21.
ขั้นตอนการละลาย (Unfreezing) ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ Kurt Lewin มุ่งเน้นไปที่อะไร?
a)
การปรับเปลี่ยนสถานะเดิม
b)
การเคลื่อนย้ายสู่สถานะใหม่
c)
การรักษาสถานะใหม่ให้มั่นคง
d)
การประเมินผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
e)
การสร้างแผนงานใหม่
22.
ในขั้นตอนการเคลื่อนย้าย (Movement), บทบาทของผู้นำควรเน้นที่อะไร?
a)
การประเมินความเสี่ยง
b)
การผลักดันระบบเข้าสู่สถานะใหม่
c)
การวางแผนทางการเงิน
d)
การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
e)
การติดตามและประเมินผล
23.
ข้อใดคือเหตุผลหลักที่ทำให้บุคคลต่อต้านการเปลี่ยนแปลง?
a)
ความกลัวที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่
b)
ความไม่มั่นคงในอนาคต
c)
การสูญเสียผลประโยชน์ส่วนตัว
d)
ความไม่เข้าใจในเทคโนโลยีใหม่
e)
ความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงต่ำ
24.
ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้บุคคลกลัวการเปลี่ยนแปลง?
a)
ความอดทนต่อการเปลี่ยนแปลงต่ำ
b)
ความสนใจส่วนบุคคล
c)
การขาดความเข้าใจและความเชื่อใจ
d)
การประเมินที่แตกต่างกัน
e)
ความชอบในการเสี่ยง
25.
ลักษณะการต่อต้านแบบมาตรฐานคืออะไร?
a)
การต่อต้านที่เกิดแบบผัดผ่อน
b)
การต่อต้านที่มีแบบแผนแน่ชัด
c)
การต่อต้านที่ไม่มีการแสดงออก
d)
การต่อต้านที่เกิดแบบคลุมเครือไม่แน่นอน
e)
การต่อต้านที่เกิดแบบละเอียดอ่อน
26.
การต่อต้านแบบไม่มีรูปแบบมักมีผลต่อองค์การอย่างไร?
a)
ลดลงความสนใจของพนักงานในงาน
b)
เพิ่มความมั่นคงในอนาคตของพนักงาน
c)
บรรลุผลกระทบที่เป็นบวกต่อองค์การ
d)
ส่งเสริมความกระตือรือร้นในการทำงาน
e)
ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีมงาน
27.
ปัจจัยภายนอกองค์การที่มีผลต่อวิกฤติขององค์การคืออะไร
a)
ความเคยชินในความสาเร็จในอดีต
b)
การเรียนรู้จากวิกฤติที่ผ่านมา
c)
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
d)
ความขาดความเข้าใจในเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง
e)
การเปลี่ยนแปลงการแข่งขัน
28.
ข้อใดเป็นตัวอย่างของปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อวิกฤติขององค์การ?
a)
คณะกรรมการบริหารไม่มีส่วนร่วม
b)
การดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม
c)
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
d)
วิสัยทัศน์แคบ
e)
ความขาดความเข้าใจในเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง
29.
กระบวนการควบคุมกลยุทธ์ประกอบด้วยกี่ขั้นตอน
a)
1 ขั้นตอน
b)
2 ขั้นตอน
c)
3 ขั้นตอน
d)
4 ขั้นตอน
e)
5 ขั้นตอน
30.
บริหารมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกลยุทธ์ขององค์การเนื่องข้อใด
a)
การดำเนินงานขององค์การไม่มีผลกระทบต่อผู้บริหาร
b)
การตัดสินใจของผู้บริหารไม่มีความสำคัญในกลยุทธ์
c)
การจัดการเชิงกลยุทธ์ขึ้นอยู่กับบุคลากรทั่วไป
d)
การตัดสินใจของผู้บริหารมีผลกระทบต่อความสาเร็จของกลยุทธ์
e)
ไม่มีข้อถูก