Worksheetsคัมภีร์ธาตุบรรจบ
Total questions: 48
Worksheet time: 24mins
Name
Class
Date
1.
คัมภีร์ธาตุบรรจบ กล่าวถึงสิ่งใด
a)
โรคที่เกิดในท้อง
b)
อาการท้องเสียเนื่องจากธาตุพิการ
c)
โรคอุจจาระธาตุและมหาภูตรูป
d)
ลักษณะอุจจาระธาตุ
e)
โรคระบบทางเดินอาหาร
2.
ข้อใดคือสาเหตุของโรคอุจจาระธาตุ
a)
เป็นไข้พิษ ตกถึงสันนิบาต แล้วเป็นเรื้อรัง
b)
รับประทานอาหารแปลก หรือน้อยเกินกำลังธาตุ
c)
จากเตโชธาตุวิปริตอาหารไม่ย่อย
d)
กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ
e)
กินอาหารไม่เป็นเวลา
3.
อุจจาระธาตุลามกระคนด้วยมหาสันนิบาต ให้โทษ ๑๕ ประการ ข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
บริโภคอาหารไม่ได้
b)
กลุ้มจิตระส่ำระสาย
c)
ร้อนในกระหายน้ำ
d)
ให้เวียนศีรษะอ่อนเพลีย
e)
เจรจาพรั่งพรู
4.
ที่เป็นโรคอุจจาระธาตุ มีสาเหตุเนื่องมาจากการรับประทานอาหาร ข้อใดถูก
a)
รับประทานอาหารอิ่มมากไป
b)
รับประทานอาหารมากเกินกำลังธาตุ
c)
รับประทานอาหารเผ็ดร้อนมากไป
d)
รับประทานอาหารแสลงกับโรค
e)
รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
5.
พัทธะ อพัทธะ กำเดา ทั้ง ๓ อย่างนี้เป็น พิกัดในกองสมุฏฐานใด
a)
กองสมุฏฐานเตโช
b)
กองสมุฏฐานอาโป
c)
กองสมุฏฐานวาโย
d)
กองสมุฏฐานปถวี
e)
กองสมุฏฐานธาตุไฟ
6.
ให้บริโภคอาหารไม่ได้เกิดเนื่องจากสิ่งใดกระทำโทษ
a)
ลมอังคมังคานุสารีวาตา
b)
ปัตคาตและสัณฑฆาต
c)
เส้นปิงคลา
d)
ลมอโธคมาวาตา
e)
เส้นสุมนา
7.
อุจจาระธาตุวิปริตไปต่างๆนั้น เหตุเนื่องจากสิ่งใดพิการ
a)
ลมอังคมังคานุสารีวาตา
b)
ปัตคาตและสัณฑฆาต
c)
เส้นปิงคลา
d)
ลมโกฏฐาสยาวาตา
e)
เส้นสุมนา
8.
ลักษณะอชินธาตุ ข้อใดไม่ถูกต้อง
a)
มลอะชินะ อุจจาระมีกลิ่นปลาเน่า
b)
วัฒฑะอชิน อุจจาระมีกลิ่น ศพเน่า
c)
วิวัฒฑอชิน อุจจาระมีกลิ่น ข้าวบูด
d)
อามะอชิน อุจจาระมีกลิ่น ปลาเน่า
e)
ถูกทุกข้อ
9.
โรคเก่าคร่าคร่าเรื้อรังหรือโรคธรรมดาก็ว่า บังเกิดเพราะบริโภคอาหารไม่ถูกกับธาตุ โรคดังกล่าวเรียกว่า
a)
อสาทิยะมรณันติกชวร
b)
อสาทิยะอชินชวร
c)
อสาทิยะโบราณชวร
d)
อสาทิยะปัจจุบันชวร
e)
อสาทิยะมรติกณันชวร
10.
โทษแห่งเส้นปัตตะฆาต สัณฑะฆาต รัตตะฆาต กระทำมิได้เป็นปกติ ระคนกันเป็นเถาวัลย์เกลียว อันเป็นผลจากโรคอุจจาระธาตุ ทำให้เกิดอาการใด
a)
กระทำให้วิปริตต่างๆ
b)
ให้ปวดท้อง ให้เสียวชายโครงและท้องน้อย
c)
นอนไม่หลับ
d)
อุจจาระปัสสาวะไม่สะดวก ให้แสบอกคับใจ
e)
ให้ร้อนในกระหายน้า กระวนกระวาย เจรจาพรั่งพรู
11.
ธาตุสมุฏฐานทั้ง ๔ นั้น มีธาตุอะไรเป็นที่ตั้งแห่งภูมิโรคทั้งหลาย
a)
ปถวีธาตุ
b)
อาโปธาตุ
c)
วาโยธาตุ
d)
เตโชธาตุ
e)
อากาศธาตุ
12.
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพิกัดสมุฏฐานมหาภูตรูปเต็มหมวดหมู่
a)
พัทธะปิตตะ อพัทธะปิตตะ กำเดา เป็นพิกัดในสมุฏฐานเตโช
b)
หทยัง อุทริยัง กรีสัง เป็นพิกัดในสมุฏฐานปถวี
c)
หทัยวาตะ สัตถกวาตะ สุมนาวาตะ เป็นพิกัดในสมุฏฐานวาโย
d)
ศอเสมหะ อุระเสมหะ คูถเสมหะ เป็นพิกัดในสมุฏฐานอาโป
e)
หทัยวัตถุ อุทริยะ กรีสะ เป็นพิกัดในสมุฏฐานปถวี
13.
จากกองพิกัดสมุฏฐานมหาภูตรูป ๔ สมุฏฐานกองใดได้นามว่า “มหาสันนิบาต หรือ สันนิบาตกองใหญ่”
a)
กองสมุฏฐานเตโช
b)
กองสมุฏฐานวาโย
c)
กองสมุฏฐานอาโป
d)
กองสมุฏฐานปถวี
e)
กองสมุฏฐานอากาศ
14.
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของโรคอุจจาระธาตุที่กล่าวถึงในคัมภีร์ธาตุบรรจบ
a)
อุจจาระวันละ ๒-๘ ครั้ง ไม่เป็นเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน
b)
อุจจาระบ้างหยาบ บ้างละเอียด
c)
อุจจาระดังมูลแมว มูลไก่ มูลแพะ
d)
อุจจาระมีสีดำ สีแดง สีขาว สีเขียว
e)
อุจจาระเป็นเมือกมันเปลวไต
15.
อุจจาระธาตุลามกระคนด้วยมหาสันนิบาต ถ้าให้ยาไม่ถูกกับโรค นานๆเข้าจะแปรไปเป็นสิ่งใด
a)
อสาทิยะอชินชวร
b)
อสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุ
c)
อสาทิยะโบราณชวร
d)
อสาทิยะมรณันติกชวร
e)
ไม่มีข้อใดถูก
16.
ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคอุจจาระธาตุ
a)
ถ่ายไม่เป็นเวลา ทั้งกลางวัน กลางคืน วันละ ๒-๓ ครั้ง
b)
ลักษณะอุจจาระคล้ายขี้ไก่ ขี้แมว ขี้เต่า
c)
มีเนื้อหยาบ หรือละเอียด
d)
มีสีดำแดงขาวเขียว
e)
เป็นเมือกมันเปลวไต
17.
อุจจาระธาตุมีลักษณะเป็นสีดำ แดง ขาว เขียว เรียกว่า
a)
อภิญญาณธาตุ
b)
อสุรินธัญญาณธาตุ
c)
อสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุ
d)
อุจจาระธาตุลามกระคนด้วยมหาสันนิบาต
e)
อุจจาระธาตุกำเริบ
18.
อุจจาระธาตุลามกระคนด้วยมหาสันนิบาตให้โทษกี่ประการ
a)
๕ ประการ
b)
๖ ประการ
c)
๗ ประการ
d)
๑๐ ประการ
e)
๑๕ ประการ
19.
ให้ปัสสาวะมิสะดวก และให้แสบอกคับใจ เป็นอาการให้โทษที่เกิดจากสิ่งใด
a)
โทษแห่งอัมพฤกษ์กระทำตลอดถึงสุมนา
b)
โทษแห่งกุจฉิสยาวาตาและโกฏฐาสยาวาตากำเริบขึ้นในลำไส้
c)
โทษแห่งเส้นปิงคลากระทำ
d)
โทษแห่งลมอังคะมังคานุสารีวาตาระคน
e)
โทษแห่งเส้นสุมนากระทำ
20.
อุจจาระมีกลิ่นเหม็นเหมือนหญ้าเน่า มีอาการอย่างไร
a)
เจ็บหน้าอก น้าลายไหล อุจจาระปัสสาวะไม่สะดวก
b)
เจ็บคอ คัดจมูก เมื่อยทั่วกาย
c)
เจ็บหน้าอก เจ็บในท้อง บวมทั่วกาย
d)
ปากแห้ง คอแห้ง วิงเวียน
e)
ให้เสียดแทง ให้ตะครั่นตะครอ
21.
กลิ่นอุจจาระเหม็นดังปลาเน่า เกิดเพราะกองสมุฏฐานใดเป็นเหตุ
a)
ปถวีธาตุ
b)
อาโปธาตุ
c)
วาโยธาตุ
d)
เตโชธาตุ
e)
อากาศธาตุ
22.
ให้ลงท้อง แปรเป็นกล่อน เป็นพรรดึก อุจจาระปัสสาวะไม่ออก ปวดท้องเป็นพรรดึก กลิ้งขึ้น ขัดสีข้าง ถ้าหญิงขัดซ้ายรักษายากนัก ให้เจ็บอก ร้อนหน้าตา เกิดเพราะสมุฏฐานใดเป็นเหตุ
a)
ปถวีธาตุ
b)
อาโปธาตุ
c)
วาโยธาตุ
d)
เตโชธาตุ
e)
อากาศธาตุ
23.
วาโยธาตุพิการ ลักษณะอุจจาระธาตุมีสีอะไร
a)
สีดำ
b)
สีแดง
c)
สีขาว
d)
สีเขียว
e)
สีน้ำตาล
24.
อุจจาระออกมาเป็นสีเขียว ลักษณะดังกล่าวเนื่องจากธาตุใดกระทำ
a)
เตโชธาตุ
b)
อาโปธาตุ
c)
วาโยธาตุ
d)
ปถวีธาตุ
e)
อากาศธาตุ
25.
ให้ร้อนปลายมือปลายเท้า ให้เจ็บปวดดุจปลาดุกยอก แปรไปให้สันหลังบวม ให้ผื่นขึ้นทั่วสรรพางค์กายดังผดและหัด ให้มือเท้าตาย แก้มิทันจะมรณะ อาการที่กล่าวมานี้ ลักษณะอุจจาระธาตุมีสีใด
a)
สีดำ
b)
สีแดง
c)
สีขาว
d)
สีเขียว
e)
สีน้ำตาล
26.
นายสิงห์มีอาการเสมหะเน่า เจ็บท้อง ท้องขึ้น ให้เสียดแทง มีเลือดออกทางทวารหนักและเบา กินอาหารไม่ได้ เกิดเพราะสมุฏฐานใด และอุจจาระมีสีอะไร
a)
สมุฏฐานเตโช สีเขียว
b)
สมุฏฐานวาโย สีขาว
c)
สมุฏฐานอาโป สีแดง
d)
สมุฏฐานอาโป สีดำ
e)
สมุฏฐานปถวี สีดำ
27.
ผู้ป่วยชายไทย อายุ ๓๙ ปี มาพบท่านด้วยอาการลงท้อง เจ็บหน้าอก อุจจาระปัสสาวะไม่ออก นอนไม่หลับ ขัดหัวเข่า ปวดท้องเป็นพรรดึก ท่านจะวินิจฉัยว่าอุจจาระธาตุพิการเกิดจากธาตุใด
a)
ปถวีธาตุ
b)
อาโปธาตุ
c)
วาโยธาตุ
d)
เตโชธาตุ
e)
อากาศธาตุ
28.
หญิงไทย อายุ ๔๕ ปี มีอาการปากแห้ง คอแห้ง หนักตัว วิงเวียน อุจจาระปัสสาวะไม่สะดวก เหงื่อไหลหยดย้อย อุจจาระกลิ่นดังหญ้าเน่า เกิดจากอสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุระคนด้วยสิ่งใด
a)
มลอชินะ
b)
วิวัฒฑอชินะ
c)
อามะอะชินะ
d)
วัฒฑะอชินะ
e)
อชินโทษ
29.
ให้เสียดแทง ให้เจ็บคอ ให้คัดจมูก ให้เมื่อยทั่วกาย ให้ตะครั่นตะครอ เป็นอาการให้โทษ ๕ ประการ ลักษณะอุจจาระธาตุจะมีกลิ่นใด
a)
กลิ่นหญ้าเน่า
b)
กลิ่นข้าวบูด
c)
กลิ่นปลาเน่า
d)
กลิ่นซากศพ
e)
กลิ่นหมาเน่า
30.
ลักษณะอุจจาระธาตุเกิดแต่กองเตโชสมุฏฐาน เป็นเหตุให้มีอาการปากแห้ง คอแห้ง ตัวหนักให้วิงเวียน อุจจาระปัสสาวะไม่สะดวก ให้เหงื่อไหลหยดย้อย อาการให้โทษ ๕ ประการนี้ อุจจาระเป็นกลิ่นอะไร
a)
กลิ่นข้าวบูด
b)
กลิ่นศพเน่า
c)
กลิ่นปลาเน่า
d)
กลิ่นหญ้าเน่า
e)
กลิ่นอ้อยบูด
31.
ลักษณะโรคอุจจาระธาตุที่เกิดจากอาโปธาตุสมุฏฐาน ทำให้เกิดโทษ ๓ ประการ คืออุจจาระปัสสาวะมิสะดวก ให้เจ็บอก ให้น้าลายไหล ระคนด้วยสิ่งใดเป็นเหตุ
a)
วัฒฑอชินะ
b)
อามะอะชินะ
c)
วิวัฒฑอชินะ
d)
มลอะชินะ
e)
วัฒฑนาอชินะ
32.
อาการโทษ ๓ ประการ คือให้เจ็บอก ให้เจ็บในท้อง ให้บวมมือ บวมเท้า บางทีบวมทั้งร่างกาย เป็นอสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุใด
a)
ปถวีธาตุสมุฏฐาน
b)
อาโปธาตุสมุฏฐาน
c)
วาโยธาตุสมุฏฐาน
d)
เตโชธาตุสมุฏฐาน
e)
เตโชและอาโปสมุฏฐาน
33.
“โรคบังเกิดเป็นโอปักกะมิกโรค คือตกลงมาจากที่สูงหรือต้องทุบถองโบยตี ต้องราชอาญา อหิวาตกโรค และโรคที่เกิดเป็นพิษขึ้นต่างๆ มีพิษดี พิษโลหิต และพิษเสมหะ เป็นต้น จะให้ยานั้นยากนัก” หมายถึงข้อใด
a)
อสาทิยะโบราณชวร
b)
อสาทิยะมรณันติกชวร
c)
อสาทิยะอชินชวร
d)
อสาทิยะปัจจุบันชวร
e)
อสาทิยะจะละนะ
34.
ข้อใดถือเป็นมัชฌิมะอสาทิยะพิกัดสมุฏฐาน
a)
นางสาวพิกุลชอบกินอาหารรสเผ็ดจัดเป็นประจา
b)
นางหนูนวลป่วยด้วยโรคเบาหวานและชอบกินอาหารแสลงทำให้อาการป่วยกำเริบ
c)
นายดาได้รับอุบัติเหตุจากรถชน อาการสาหัส สลบ ไม่ได้สติ
d)
นางซ่อนกลิ่นมักไปซื้อยามากินเองเวลาไม่สบาย
e)
นายมานะเจ็บออดๆแอดๆ สุขภาพไม่ดีเพราะอายุเยอะ
35.
โรคเก่าคร่าคร่าเรื้อรังหรือโรคธรรมดาก็ว่า บังเกิดเพราะบริโภคอาหารไม่ถูกกับโรค โรคดังกล่าวเรียกว่า
a)
อสาทิยะมรณันติกชวร
b)
อสาทิยะอชินชวร
c)
อสาทิยะโบราณชวร
d)
อสาทิยะชวณชวร
e)
อสาทิยะมรติกณันชวร
36.
รับประทานยาเมื่อไม่ถูกกับไข้ ไข้นั้นมิได้ถอยและคลาย เป็นแต่ทรงอยู่และทรุดไป อาการเช่นนี้เรียกว่าอะไร
a)
อชินโรค
b)
อชินกรรม
c)
อชินโทษ
d)
อชินธาตุ
e)
อชินเสมหะ
37.
ข้อใดมิใช่ชื่อยารักษา โรคอุจจาระธาตุ
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
38.
ยามหาพรหมภักตร์ ใช้น้ำกระสายยาใด
a)
น้ำปูนใส
b)
น้าพิกัดเบญจกูล
c)
น้าโสฬสเบญจกูล
d)
น้าเปลือกมะรุมต้ม
e)
กะเพราทั้ง ๕ และฝักราชพฤกษ์ ๑๐ ฝัก ขยำเอาน้ำ
39.
ยารักษาโรคอุจจาระธาตุในข้อใดเป็นยาน้ำ
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ยาธาตุบรรจบ
40.
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์ ใช้น้ากระสายยาใด
a)
น้ำปูนใส
b)
น้ำพิกัดเบญจกูล
c)
น้ำเปลือกมะรุมต้ม
d)
น้ำเปลือกมะรุมต้ม
e)
น้ำฝางต้ม
41.
กะเพราทั้ง ๕ และฝักราชพฤกษ์ ๑๐ ฝัก ขยำเอาน้ำเป็นกระสายยาในตารับยาใด
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ยาธาตุบรรจบ
42.
ยางสลัดไดประสะ ไม่มีอยู่ในตารับยาใด
a)
พรหมภักตร์
b)
มหาพรมภักตร์
c)
มหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
อัศฎาธิวัค
e)
มีทุกตารับ
43.
ยาแก้อุจจาระธาตุพิการตารับใดมียางสลัดไดประสะเป็นส่วนประกอบ ๓๒ ส่วน
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ยาธาตุบรรจบ
44.
แก้จุกเสียด แก้อาเจียน บริโภคอาหารไม่ได้ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย และรักษาริดสีดวง เป็นสรรพคุณของตารับยาใด
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ยาธาตุบรรจบ
45.
ลูกสมอไทยและยาดำเป็นตัวยาที่มีในตำรับใด
a)
ยาพรหมภักตร์
b)
ยามหาพรหมภักตร์
c)
ยามหิทธิมหาพรหมภักตร์
d)
ยาอัศฎาธิวัค
e)
ถูกทุกข้อ
46.
ข้อใดคือสรรพคุณของยามหาพรหมภักตร์
a)
แก้อุจจาระธาตุไม่ปกติ
b)
แก้ท้องเสีย แก้โรคธาตุผิดปกติ
c)
แก้จุกเสียด แก้อาเจียน บริโภคอาหารไม่ได้ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย และรักษาริดสีดวงทวาร
d)
แก้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ แก้ธาตุไม่ปกติ
e)
แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง ขับลม
47.
การดำเนินของโรคอสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุ ถ้าปล่อยไว้นานวันเข้า จะแปรไปเป็นสิ่งใด
a)
ลำไส้อักเสบ
b)
ปัสสาวะพิการ
c)
มดลูกหย่อน
d)
อันตังพิการ
e)
อุจจาระธาตุพิการ
48.
การทานยาไม่ถูกกับโรค ทำให้โรคไม่หาย แต่ทรงอยู่และทรุดไป เรียกว่า
a)
อสาทิยะปัจจุบันชวร
b)
อสาทิยะโบราณชวร
c)
อสาทิยะมรณันติกชวร
d)
อสาทิยะอชินชวร
e)
อสาทิยะอุจจาระคันธารธาตุ
100 %
