wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบหะดีษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

Total questions: 55

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

ในบริบทของหะดีษที่กล่าวถึงการห้ามการคุลวะห์ (อยู่ตามลำพังกับเพศตรงข้ามที่ไม่ใช่มะหฺร็อม) เหตุผลหลักที่อิสลามให้ความสำคัญกับการป้องกันการคุลวะห์คืออะไร?

a)

เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของทั้งสองฝ่าย

b)

เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดศีลธรรม

c)

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

d)

เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในสังคม

2.

หะดีษที่รายงานโดยท่านอิบนุอับบาสเกี่ยวกับ "เมื่อชายและหญิงอยู่ตามลำพัง ชัยฏอนจะเป็นที่สาม" มีบทเรียนหลักใดที่ควรนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน?

a)

หลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพังในสถานที่สาธารณะ

b)

ให้เกียรติเพศตรงข้ามด้วยการไม่คุยเล่นเกินความจำเป็น

c)

ยึดมั่นในความโปร่งใสและป้องกันสิ่งที่อาจนำไปสู่ความผิด

d)

ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมแบบเปิดเผย

3.

ทำไมการคุลวะห์ถึงถือเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในอิสลาม แม้จะยังไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น?

a)

เพราะถือเป็นการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อบาป

b)

เพราะการอยู่ตามลำพังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต

c)

เพราะสร้างความอึดอัดใจให้กับบุคคลที่สาม

d)

เพราะเป็นข้อห้ามที่ไม่มีข้อยกเว้น

4.

การป้องกันการคุลวะห์สามารถสอดคล้องกับหลักการของ "ซัดดุซซะรออิอ์" (การปิดกั้นช่องทางสู่ความผิด) ได้อย่างไร?

a)

การปิดโอกาสไม่ให้เกิดการพบปะกันของเพศตรงข้าม

b)

การป้องกันความเข้าใจผิดในระดับสังคม

c)

การป้องกันสิ่งที่อาจนำไปสู่ความผิดในอนาคต

d)

การส่งเสริมการกระทำที่ดีเพื่อให้เกิดผลดีในระยะยาว

5.

ในสถานการณ์ใดที่การคุลวะห์อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และมุสลิมควรทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดในสถานการณ์นั้น?

a)

ระหว่างเดินทางไกลที่ต้องนั่งข้างเพศตรงข้ามในที่สาธารณะ

b)

ระหว่างการทำงานร่วมกันในสำนักงาน

c)

ระหว่างการเรียนรู้ในชั้นเรียน

d)

ระหว่างการจัดประชุมหรือสัมมนาในกลุ่มใหญ่

6.

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานในอัลกุรอานและหะดีษ การห้ามการคุลวะห์สะท้อนถึงความสำคัญของการปกป้องสิ่งใดในอิสลาม?

a)

ศีลธรรมและความบริสุทธิ์ของจิตใจ

b)

ความสงบสุขของครอบครัว

c)

ความโปร่งใสและความไว้วางใจในสังคม

d)

ความสามัคคีในชุมชนมุสลิม

7.

หากมุสลิมต้องอยู่ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงการคุลวะห์ไม่ได้ เช่น การรักษาพยาบาล ควรปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับหลักชะรีอะฮ์?

a)

เลือกผู้รักษาเพศเดียวกันเสมอ

b)

ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการพูดคุยเกินความจำเป็น

c)

แจ้งให้บุคคลที่สามรับรู้หรืออยู่ร่วมด้วย

d)

ทำการอิสติฆฟารทันทีหลังเหตุการณ์

8.

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีทำให้การสื่อสารสะดวกขึ้น การป้องกันการคุลวะห์ในรูปแบบของการสนทนาออนไลน์ควรมีหลักการใด?

a)

หลีกเลี่ยงการพูดคุยนอกหัวข้อสำคัญ

b)

ใช้คำพูดที่สุภาพและเป็นทางการ

c)

ให้บุคคลที่สามสามารถตรวจสอบบทสนทนาได้

d)

ถูกทุกข้อ

9.

อิสลามไม่ได้เพียงห้ามการคุลวะห์ แต่ยังส่งเสริมหลักการใดเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อห้ามนี้?

a)

การแต่งงานที่เหมาะสม

b)

การอยู่ในสังคมที่มีความโปร่งใส

c)

การเสริมสร้างตักวา (ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์)

d)

ถูกทุกข้อ

10.

การห้ามการคุลวะห์เกี่ยวข้องกับแนวคิดใดในอิสลามเกี่ยวกับการควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์?

a)

การยึดมั่นในบทบัญญัติและการป้องกันบาป

b)

การพัฒนาความสัมพันธ์ทางสังคม

c)

การหลีกเลี่ยงการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม

d)

การส่งเสริมความเชื่อมั่นในชุมชน

11.

หะดีษที่กล่าวถึง "ผู้หญิงถูกเลือกแต่งงานด้วย 4 สิ่ง" มีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสิ่งใดในกระบวนการเลือกคู่ครอง?

a)

ความสมดุลระหว่างความศรัทธาและปัจจัยอื่น

b)

การให้ความสำคัญกับทรัพย์สินและฐานะทางสังคม

c)

การเลือกตามความเหมาะสมในสายตาของครอบครัว

d)

การลดความซับซ้อนในพิธีแต่งงาน

12.

จากคำสอนในหะดีษ "จงเลือกผู้หญิงเพราะศาสนาของนาง แล้วเจ้าจะมีความสุข" หมายถึงสิ่งใดในกระบวนการสร้างครอบครัวที่ยั่งยืน?

a)

การสร้างครอบครัวที่ยึดมั่นในศาสนา

b)

การเลือกภรรยาที่มีความสามารถทางปัญญา

c)

การมองหาคู่ครองที่ช่วยเสริมสร้างฐานะการเงิน

d)

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว

13.

ในมุมมองอิสลาม การให้ความสำคัญกับ "ศาสนา" ในการเลือกคู่ครองช่วยป้องกันปัญหาใดในครอบครัว?

a)

ความไม่เข้าใจกันในเรื่องศีลธรรม

b)

การขัดแย้งเรื่องฐานะทางสังคม

c)

การจัดการทรัพย์สินที่ไม่ลงตัว

d)

การขาดความไว้วางใจระหว่างคู่สมรส

14.

หากชายมุสลิมเลือกภรรยาด้วยเหตุผลเพียงเพราะความงาม แต่ละเลยเรื่องศาสนา อาจส่งผลกระทบใดต่อชีวิตสมรสในระยะยาว?

a)

เกิดความขัดแย้งในเรื่องความเข้าใจชีวิตคู่

b)

การเสื่อมถอยของความรักเมื่อเวลาผ่านไป

c)

ความล้มเหลวในการสร้างครอบครัวที่มั่นคง

d)

ถูกทุกข้อ

15.

ในหะดีษเกี่ยวกับการเลือกภรรยา มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิด "ตักวา" (ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์) อย่างไร?

a)

เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับสร้างครอบครัวที่ยำเกรงต่อพระเจ้า

b)

ช่วยให้คู่สมรสตัดสินใจโดยยึดมั่นในบทบัญญัติของอิสลาม

c)

ส่งเสริมการพัฒนาความศรัทธาร่วมกันในชีวิตคู่

d)

ถูกทุกข้อ

16.

ในมุมมองของอิสลาม การแต่งงานกับผู้หญิงที่มีฐานะทางการเงินสูงแต่ขาดความศรัทธาในศาสนา อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องใด?

a)

การมองเห็นความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์

b)

ความไม่ยั่งยืนของความสัมพันธ์

c)

การละเมิดหลักการศาสนาในชีวิตครอบครัว

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ในบริบทของหะดีษ การที่ชายเลือกหญิงด้วยเหตุผลด้านศาสนา สอดคล้องกับหลักการใดในอิสลาม?

a)

หลักการซอดะกอฮ์ (การบริจาคเพื่อพระเจ้า)

b)

หลักการศอดิกีน (การยึดมั่นในความจริง)

c)

หลักการอิหฺซาน (ความสมบูรณ์แบบในความดี)

d)

หลักการตะวักกัล (การมอบหมายต่ออัลลอฮ์)

18.

การเลือกภรรยาที่มีความศรัทธาในศาสนาอย่างแข็งแกร่ง สามารถช่วยสนับสนุนสามีในแง่มุมใดในชีวิตประจำวัน?

a)

การปฏิบัติอิบาดะฮ์ (การเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์)

b)

การสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบสุขในครอบครัว

c)

การแก้ปัญหาในชีวิตด้วยหลักการศาสนา

d)

ถูกทุกข้อ

19.

หะดีษเกี่ยวกับการเลือกคู่ครองส่งเสริมแนวคิดใดในเรื่องความสำคัญของการสร้างครอบครัวในอิสลาม?

a)

การมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบทางวัตถุ

b)

การสร้างครอบครัวที่มีศรัทธาและศีลธรรม

c)

การเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและสังคม

d)

การปฏิบัติตามประเพณีท้องถิ่นที่สอดคล้องกับศาสนา

20.

การให้ความสำคัญกับ "ศาสนา" ของภรรยาในกระบวนการเลือกคู่ครอง สะท้อนถึงบทบาทใดของผู้หญิงในอิสลาม?

a)

บทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้สนับสนุนครอบครัว

b)

บทบาทของผู้หญิงในฐานะแม่ที่เลี้ยงดูบุตร

c)

บทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้ที่ช่วยสร้างสังคมที่ดี

d)

ถูกทุกข้อ

21.

เหตุใดอิสลามจึงห้ามชายมุสลิมสวมใส่ผ้าไหมและทองคำตามคำสอนในหะดีษ?

a)

เพื่อแสดงความเรียบง่ายและความถ่อมตน

b)

เพื่อป้องกันการลุ่มหลงในความหรูหรา

c)

เพราะเป็นสิทธิพิเศษที่อนุญาตสำหรับสตรี

d)

ถูกทุกข้อ

22.

หะดีษที่กล่าวว่า "ผู้ที่เลียนแบบกลุ่มชนหนึ่ง เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชนนั้น" มีความเชื่อมโยงกับหลักการใดในเรื่องเครื่องแต่งกาย?

a)

การป้องกันการละเมิดเอกลักษณ์ของมุสลิม

b)

การส่งเสริมการแต่งกายตามวัฒนธรรมท้องถิ่น

c)

การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในชุมชน

d)

การปฏิเสธแฟชั่นที่ไม่สอดคล้องกับศาสนา

23.

การสวมใส่เสื้อผ้าที่เผยให้เห็นส่วนอวัยวะต้องห้าม (เอาเราะฮ์) ของชายและหญิงในอิสลาม อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมอย่างไร?

a)

กระตุ้นความเสื่อมในศีลธรรม

b)

เพิ่มพฤติกรรมที่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนา

c)

ส่งเสริมค่านิยมที่ไม่เหมาะสมในสังคม

d)

ถูกทุกข้อ

24.

ในหะดีษ ท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ กล่าวถึงการห้ามชายสวมใส่เสื้อผ้าที่คล้ายกับหญิง และหญิงสวมเสื้อผ้าที่คล้ายชาย เนื่องจากเหตุผลใด?

a)

เพื่อป้องกันความคลุมเครือทางเพศ

b)

เพื่อรักษาความแตกต่างตามธรรมชาติ

c)

เพื่อป้องกันการละเมิดบทบาททางศาสนา

d)

ถูกทุกข้อ

25.

การห้ามการใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายหรือข้อความที่ไม่เหมาะสมในอิสลาม มีเป้าหมายเพื่อป้องกันสิ่งใด?

a)

การส่งเสริมความคิดที่ขัดต่อศาสนา

b)

การทำลายเอกลักษณ์ของมุสลิม

c)

การกระจายแนวคิดที่ผิดศีลธรรม

d)

ถูกทุกข้อ

26.

เหตุใดอิสลามถึงกำหนดให้สตรีสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปกปิดส่วนเอาเราะฮ์?

a)

เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรี

b)

เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของสตรี

c)

เพื่อสร้างความสงบสุขในสังคม

d)

ถูกทุกข้อ

27.

หะดีษที่กล่าวว่า "ผู้ชายที่สวมทองคำในโลกนี้ จะไม่ได้รับมันในอาคิเราะฮ์" สะท้อนถึงบทเรียนใดในเชิงศีลธรรม?

a)

การเลือกใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

b)

การหลีกเลี่ยงความฟุ่มเฟือยและความเย่อหยิ่ง

c)

การตระหนักถึงผลกระทบในโลกหน้า

d)

ถูกทุกข้อ

28.

ยที่สวมทองคำในโลกนี้ จะไม่ได้รับมันในอาคิเราะฮ์" สะท้อนถึงบทเรียนใดในเชิงศีลธรรม?

a)

การเลือกใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

b)

การหลีกเลี่ยงความฟุ่มเฟือยและความเย่อหยิ่ง

c)

การตระหนักถึงผลกระทบในโลกหน้า

d)

ถูกทุกข้อ

29.

ในกรณีที่ชายหรือหญิงมุสลิมต้องการใส่เครื่องประดับเพื่อแสดงฐานะทางสังคม ควรปฏิบัติอย่างไรให้สอดคล้องกับบทบัญญัติศาสนา?

a)

ใช้เครื่องประดับที่เหมาะสมตามเพศ

b)

หลีกเลี่ยงการโอ้อวดและความฟุ่มเฟือย

c)

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องประดับไม่ขัดกับข้อห้ามทางศาสนา

d)

ถูกทุกข้อ

30.

การแต่งกายที่ไม่เหมาะสมและไม่ปฏิบัติตามหลักการศาสนา อาจนำไปสู่ผลกระทบในมิติใดของสังคม?

a)

การสูญเสียความน่าเชื่อถือของมุสลิม

b)

การเพิ่มความขัดแย้งทางวัฒนธรรม

c)

การลดทอนศีลธรรมในหมู่ประชากร

d)

ถูกทุกข้อ

31.

จากหะดีษที่กล่าวถึงการแต่งกาย ท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเรียบง่ายและความเหมาะสมในแง่มุมใด?

a)

การใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับศาสนา

b)

การรักษาความสงบและสมดุลในสังคม

c)

การสร้างความเคารพและความศรัทธาร่วมกัน

d)

ถูกทุกข้อ

32.

การปฏิบัติอิอฺติกาฟในเดือนรอมาฎอน มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร?

a)

เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า

b)

เพิ่มโอกาสในการอุทิศเวลาเพื่อการอิบาดะฮ์

c)

หลีกหนีจากกิจวัตรประจำวันเพื่อมุ่งสู่การทบทวนศาสนา

d)

ถูกทุกข้อ

33.

ตามคำสอนในหะดีษ การทำอิอฺติกาฟมีความเกี่ยวข้องกับความสำคัญของสิบคืนสุดท้ายในเดือนรอมาฎอนอย่างไร?

a)

เป็นโอกาสพิเศษในการแสวงหาคืนลัยละตุลก็อดรฺ

b)

เพื่อใช้เวลาสำหรับการขออภัยโทษจากอัลลอฮ์

c)

เพื่อเพิ่มพูนความสำคัญของการปฏิบัติศาสนกิจ

d)

ถูกทุกข้อ

34.

การปฏิบัติอิอฺติกาฟต้องกระทำในสถานที่ใดเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการศาสนา?

a)

ในมัสยิดที่ได้รับการรับรองสำหรับการละหมาดญะมาอะห์

b)

ในบ้านของตนเองเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

c)

ในพื้นที่ที่สงบและปราศจากการรบกวน

d)

ในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติเลือกตามความสะดวก

35.

หะดีษใดที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติอิอฺติกาฟในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมาฎอน?

a)

ผู้ใดที่ยืนละหมาดในคืนลัยละตุลก็อดรฺด้วยศรัทธาและหวังในผลบุญ บาปของเขาจะถูกอภัย

b)

อัลลอฮ์จะทรงอภัยบาปให้แก่ผู้ที่ปฏิบัติอิบาดะฮ์ในมัสยิดอย่างสม่ำเสมอ

c)

การปฏิบัติอิอฺติกาฟคือการสละเวลาของผู้ศรัทธาเพื่ออัลลอฮ์

d)

ท่านนบีมักจะปฏิบัติอิอฺติกาฟในสิบวันสุดท้ายของรอมาฎอน

36.

เหตุใดการปฏิบัติอิอฺติกาฟจึงถูกกำหนดให้ห่างไกลจากการงานทางโลกและมุ่งเน้นที่การอิบาดะฮ์?

a)

เพื่อให้จิตใจสงบและมีสมาธิในการขออภัยโทษ

b)

เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและความฟุ้งซ่านในชีวิต

c)

เพื่อแสดงความยำเกรงและอุทิศตนต่อพระเจ้า

d)

ถูกทุกข้อ

37.

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ผู้ที่ทำอิอฺติกาฟสามารถออกจากมัสยิดได้ในกรณีใด?

a)

ออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญในครอบครัว

b)

ออกไปเพียงเพื่อการขับถ่ายหรืออาบน้ำ

c)

ออกไปพบปะญาติที่เดินทางมาเยี่ยม

d)

ออกไปทำธุระส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนา

38.

ติกาฟสามารถออกจากมัสยิดได้ในกรณีใด?

a)

ออกไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญในครอบครัว

b)

ออกไปเพียงเพื่อการขับถ่ายหรืออาบน้ำ

c)

ออกไปพบปะญาติที่เดินทางมาเยี่ยม

d)

ออกไปทำธุระส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนา

39.

การละทิ้งการปฏิบัติอิอฺติกาฟโดยไม่จำเป็น อาจส่งผลกระทบต่ออะไร?

a)

การขาดโอกาสในการเพิ่มพูนผลบุญในช่วงเดือนรอมาฎอน

b)

การลดความมุ่งมั่นในศาสนา

c)

การพลาดโอกาสพบคืนลัยละตุลก็อดรฺ

d)

ถูกทุกข้อ

40.

จากหะดีษที่กล่าวถึงการปฏิบัติอิอฺติกาฟ ท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของการทบทวนอัลกุรอานในช่วงเวลาดังกล่าวเพราะเหตุใด?

a)

เพื่อเชื่อมโยงจิตใจของผู้ศรัทธากับพระดำรัสของอัลลอฮ์

b)

เพื่อแสวงหาความรู้และปัญญาในศาสนา

c)

เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับอัลลอฮ์

d)

ถูกทุกข้อ

41.

หากผู้ปฏิบัติอิอฺติกาฟไม่สามารถอยู่มัสยิดครบกำหนดสิบวันสุดท้ายได้ สามารถกระทำอิอฺติกาฟในระยะเวลาที่สั้นกว่านี้ได้หรือไม่?

a)

ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 3 วัน

b)

ได้ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ

c)

ไม่ได้ เพราะต้องครบสิบวันตามแบบอย่างของท่านนบี

d)

ไม่ได้ หากไม่สามารถปฏิบัติให้ครบถ้วน

42.

อิอฺติกาฟ (การพำนักในมัสยิดเพื่อทำอิบาดะฮ์) มีเป้าหมายสำคัญที่สุดในแง่ใด?

a)

การแสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์

b)

การปลีกตัวจากความวุ่นวายในโลก

c)

การเพิ่มพูนการปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมาฎอน

d)

ถูกทุกข้อ

43.

การปฏิบัติอิอฺติกาฟในเดือนรอมาฎอนสะท้อนถึงความสำคัญของอะไรในมิติทางจิตวิญญาณ?

a)

การอุทิศตนอย่างเต็มที่เพื่อพระเจ้า

b)

การแสดงความเสียสละในชีวิตส่วนตัวเพื่อศาสนา

c)

การใช้ชีวิตตามแบบอย่างของท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ

d)

ถูกทุกข้อ

44.

ติกาฟในระยะเวลาที่สั้นกว่านี้ได้หรือไม่?

a)

ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 3 วัน

b)

ได้ โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ

c)

ไม่ได้ เพราะต้องครบสิบวันตามแบบอย่างของท่านนบี

d)

ไม่ได้ หากไม่สามารถปฏิบัติให้ครบถ้วน

45.

การทำอิอฺติกาฟในสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมาฎอนมีความสำคัญอย่างไรตามหะดีษ?

a)

เพื่อค้นหาค่ำคืนลัยละตุลก็อดรฺ

b)

เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮ์

c)

เพื่อเสริมสร้างจิตใจให้มั่นคงในศาสนา

d)

ถูกทุกข้อ

46.

หะดีษเกี่ยวกับอิอฺติกาฟกล่าวว่า ท่านนบีมูฮัมหมัด ﷺ มักจะทำอิอฺติกาฟในสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมาฎอนเป็นประจำ สะท้อนถึงบทเรียนใด?

a)

ความสำคัญของการให้เวลาแก่ศาสนา

b)

การเน้นย้ำถึงความสำคัญของช่วงเวลาสุดท้ายของรอมาฎอน

c)

การสร้างแบบอย่างแก่ประชาชาติในเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ

d)

ถูกทุกข้อ

47.

การทำอิอฺติกาฟมีเงื่อนไขสำคัญในเรื่องสถานที่อย่างไร?

a)

ต้องอยู่ในมัสยิดที่จัดละหมาดญะมาอะฮ์

b)

ต้องอยู่ในมัสยิดที่มีอิหม่ามประจำ

c)

สามารถทำในบ้านได้หากจำเป็น

d)

ต้องอยู่ในมัสยิดที่มีผู้ทำอิอฺติกาฟคนอื่น

48.

ในช่วงการทำอิอฺติกาฟ การกระทำใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม?

a)

การสนทนาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา

b)

การออกจากมัสยิดโดยไม่มีเหตุผลที่จำเป็น

c)

การละเลยการละหมาดซุนนะฮ์

d)

ถู

49.

ในช่วงการทำอิอฺติกาฟ การกระทำใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม?

a)

การสนทนาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา

b)

การออกจากมัสยิดโดยไม่มีเหตุผลที่จำเป็น

c)

การละเลยการละหมาดซุนนะฮ์

d)

ถูกทุกข้อ

50.

หากมีเหตุจำเป็นต้องออกจากมัสยิดในช่วงทำอิอฺติกาฟ เช่น การเข้าห้องน้ำ การกระทำนั้นจะส่งผลต่ออิอฺติกาฟอย่างไร?

a)

ไม่เป็นการยกเลิกอิอฺติกาฟเพราะเป็นเรื่องจำเป็น

b)

ถือเป็นการยกเลิกอิอฺติกาฟทันที

c)

สามารถออกไปได้หากได้รับอนุญาตจากอิหม่าม

d)

ต้องชดเชยวันอิอฺติกาฟในวันอื่น

51.

ค่ำคืนลัยละตุลก็อดรฺ (ค่ำคืนที่ประเสริฐที่สุด) มีความสัมพันธ์กับการทำอิอฺติกาฟในแง่ใด?

a)

เพิ่มโอกาสในการแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮ์

b)

เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการขอดุอาอ์

c)

การทำอิอฺติกาฟช่วยเพิ่มความพร้อมในการแสวงหาค่ำคืนนี้

d)

ถูกทุกข้อ

52.

การทำอิอฺติกาฟในเดือนรอมาฎอนแตกต่างจากการทำในเดือนอื่น ๆ อย่างไร?

a)

การทำในรอมาฎอนมีความสำคัญมากกว่าเพราะเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความเมตตา

b)

การทำในเดือนอื่นสามารถลดระยะเวลาได้

c)

การทำในรอมาฎอนมุ่งเน้นค่ำคืนลัยละตุลก็อดรฺ

d)

ถูกทุก

53.

รอมาฎอนแตกต่างจากการทำในเดือนอื่น ๆ อย่างไร?

a)

การทำในรอมาฎอนมีความสำคัญมากกว่าเพราะเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความเมตตา

b)

การทำในเดือนอื่นสามารถลดระยะเวลาได้

c)

การทำในรอมาฎอนมุ่งเน้นค่ำคืนลัยละตุลก็อดรฺ

d)

ถูกทุกข้อ

54.

หะดีษที่กล่าวถึงความเมตตาของอัลลอฮ์ในเดือนรอมาฎอนและการปลดปล่อยจากไฟนรก มีความเกี่ยวข้องกับการทำอิอฺติกาฟอย่างไร?

a)

การทำอิอฺติกาฟเป็นวิธีการเพิ่มพูนความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์

b)

ช่วยสร้างโอกาสในการได้รับการอภัยโทษ

c)

การพำนักในมัสยิดช่วยป้องกันจากสิ่งชั่วร้าย

d)

ถูกทุกข้อ

55.

หะดีษที่กล่าวว่า "ผู้ใดทำอิอฺติกาฟด้วยความศรัทธาและหวังในผลบุญ เขาจะได้รับการอภัยโทษ" สะท้อนถึงบทเรียนใด?

a)

ความสำคัญของการมีความตั้งใจที่บริสุทธิ์

b)

การเน้นย้ำถึงการทำอิบาดะฮ์ในเดือนรอมาฎอน

c)

การให้คุณค่ากับความพยายามในการแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮ์

d)

ถูกทุกข้อ