wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาค ม.6

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

1. ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของระบบประสาทได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. ควบคุมเกี่ยวกับความคิดของมนุษย์

b)

ข. ควบคุมการทำงานของระบบประสาท

c)

ค. ควบคุมการทำงานของการจ่ายเลือดไปยังส่วนต่างๆ

d)

ง. ควบคุมและส่งความรู้สึกไปยังอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย

2.

2. ระบบประสาทแบ่งเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง

a)

ก. 2 ส่วน ได้แก่ระบบประสาทส่วนกลาง และระบบประสาทส่วนปลาย

b)

ข. 3 ส่วน ได้แก่ ระบบประสาทส่วนหน้า ระบบประสาทส่วนกลาง และระบบประสาทส่วนปลาย

c)

ค. 3 ส่วน คือ ระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย และระบบประสาทอัตโนมัติ

d)

ง. 2 ส่วน ได้แก่ ระบบประสาทส่วนกลาง และระบบประสาทส่วนปลาย

3.

3. ระบบประสาทส่วนกลางประกอบด้วยอวัยวะส่วนใดบ้าง

a)

ก. สมอง เส้นประสาท

b)

ข. สมอง ไขสันหลัง

c)

ค. เส้นเลือด ไขสันหลัง

d)

ง. สมอง อวัยวะต่างๆ

4.

4. “สามีภรรยาคู่หนึ่งอายุ 30 ปี แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 5 ปี ปรากฏว่าไม่มีบุตร จึงตัดสินใจไปพบคุณหมอ ได้ผลการตรวจออกมาดังนี้ ฝ่ายหญิงมีไข่ตกเดือนละ 1 ใบ ฝ่ายชายมีอสุจิประมาณ 3 หมื่นตัว ในการหลั่งแต่ละครั้ง” จากข้อมูลดังกล่าว สาเหตุใดที่ทำให้สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร

a)

ก. อายุ 

b)

ข. จำนวนไข่

c)

ค. จำนวนอสุจิ  

d)

ง. ความเครียด

5.

5. ข้อใดไม่ใช่การดำรงประสิทธิภาพของระบบสืบพันธุ์ที่ถูกต้อง

a)

ก. ไม่สำส่อนทางเพศ

b)

ข. ทาแป้งที่อวัยวะเพศ

c)

ค. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่  

d)

ง. ไม่เคร่งเครียดจนเกินไป

6.

6. อวัยวะที่รับความรู้สึกจากอวัยวะต่างๆไปยังสมอง และรับคำสั่งจากสมองไปยังอวัยวะต่างๆ คืออวัยวะใดต่อไปนี้

a)

ก. เส้นเลือด

b)

ข. เส้นประสาท

c)

ค. กล้ามเนื้อ

d)

ง. ไขสันหลัง

7.

7. พฤติกรรมใด ไม่ใช่ การทำงานของสมอง

a)

ก. สะดุ้งเมื่อถูกของร้อน

b)

ข. เหงื่อออกเมื่อรู้สึกร้อน

c)

ค. จามเมื่อร่างกายได้รับเชื้อโรค

d)

ง. หิวเมื่อไม่ได้รับประทานอาหาร

8.

8. การทรงตัวของร่างกายจะถูกควบคุมด้วยสมองส่วนใด

a)

ก. เซรีเบลลัม

b)

ข. เซรีบรัม

c)

ค. ก้านสมอง

d)

ง. ไฮโพทาลามัส

9.

9. หลังจากออกกำลังกายร่างกายเสียเหงื่อจำนวนมากจึงมีความกระหายน้ำความรู้สึกต้องการดื่มน้ำถูกควบคุมโดยสมองส่วนใด

a)

ก. เซรีเบลลัม

b)

ข. เซรีบรัม

c)

ค. ทาลามัส

d)

ง. ไฮโพทาลามัส

10.

10. พอนส์ อยู่ในสมองส่วนไหน

a)

ก. ส่วนหน้า

b)

ข. ส่วนกลาง

c)

ค. ส่วนท้าย

d)

ง. ส่วนล่าง

11.

11. หน้าที่ของสมองส่วนกลางคือข้อใด

a)

ก. ทาลามัส

b)

ข. เซรีบลัม

c)

ค. ไฮโปทาลามัส

d)

ง. พอนส์

12.

12. เส้นประสาทไขสันหลังมีทั้งหมดกี่คู่

a)

ก. 28 คู่

b)

ข. 29 คู่

c)

ค. 30 คู่         

d)

ง. 31 คู่

13.

13. ขณะที่น้ำฝนชงกาแฟถูกน้ำร้อนหกใส่มือ น้ำฝนกระตุกมือหนีทันที เราเรียกการกระตุกมือหนีทันทีนี้เรียกว่าอะไร

a)

   ก. ปฏิกิริยาอัตโนมัติ      

b)

ข. ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์

c)

ค. ปฏิกิริยาตอบสนอง

d)

ง. ปฏิกิริยากะทันหัน

14.

14. ข้อใดไม่อยู่ในระบบประสาทซิมพาเทติก

   

a)

ก. กระเพาะปัสสาวะคลายตัว

b)

  ข. ปอด หลอดลมขยายตัว

c)

ค. กระตุ้นการหลั่งเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร

d)

ง. รูม่านตาขยาย

15.

15. เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ร่างกายเพศหญิงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

ก. สะโพกใหญ่ขึ้น

b)

ข. มีขนขึ้นตามอวัยวะเพศ

c)

ค. นมขยายโตขึ้น

d)

ง. ถูกทุกข้อ

16.

16. อวัยวะส่วนใดมีหน้าที่สร้างตัว อสุจิ

       

a)

ก. ถุงน้ำอสุจิ 

b)

ข. ท่อนำตัวอสุจิ

c)

ค. องคชาต 

d)

ง. อัณฑะ

17.

17. หน้าที่สำคัญของถุงอัณฑะคือ

a)

ก. ช่วยให้อัณฑะสร้างฮอร์โมน

b)

ข. ช่วยปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะสำหรับสร้างตัวอสุจิ

c)

ค. ช่วยป้องกันอันตรายแก่อัณฑะ

d)

ง. ช่วยให้ผลิตน้ำอสุจิที่มีคุณภาพสูง

18.

18. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

a)

ก. ลูกอัณฑะ , ถุงน้ำอสุจิ , ต่อมลูกหมาก

b)

ข. ถุงอัณฑะ , หลอดน้ำเชื้ออสุจิ , กล้ามเนื้อหูรูด

c)

ค. ถุงน้ำอสุจิ , ท่อปัสสาวะ , ต่อมบาร์โทลิน

d)

ง. ลึงค์ , ลูกอัณฑะ , ทวารหนัก

19.

19. อุณหภูมิที่พอเหมาะกับการสร้างอสุจิ และทำให้อสุจิเจริญเติบโต

         

a)

ก. 33 องศาเซลเซียส   

b)

ข. 34 องศาเซลเซียส

c)

ค. 35 องศาเซลเซียส

d)

ง. 36 องศาเซลเซียส

20.

20. อวัยวะส่วนใดที่ทำให้เกิดประจำเดือน

    

a)

ก. รังไข่

b)

ข. ท่อนำไข่

c)

ค. ตัวมดลูก 

d)

ง. คลิตอริส

21.

21. ลักษณะใดแสดงให้เห็นชัดเจนว่าวัยรุ่นเพศชายได้พัฒนาการทางเพศสมบูรณ์แล้ว

 

a)

ก. มีฝันเปียก

b)

ข. มีสิวขึ้นที่หน้า

c)

ค. มีแขนและขายาวขึ้น

d)

ง. มีซิคแพค

22.

22. ต่อมเพศของเพศชายและเพศหญิงคือข้อใด

        

a)

ก. อัณฑะและรังไข่

b)

ข. องคชาตและเยื่อบุมดลูก

c)

ค. ถุงอัณฑะและไข่

d)

ง. อัณฑะและมดลูก

23.

23. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกของเพศหญิง 

       

a)

ก. รังไข่ ช่องคลอด 

b)

ข. ปากมดลูก แคมใหญ่

c)

ค. แคมใหญ่ คลิตอริส  

d)

ง. มดลูก คลิตอริส

24.

24. ข้อใดคือองค์ประกอบของอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายทั้งหมด

       

a)

ก. รังไข่ มดลูก ท่อนำไข่    

b)

ข. องคชาต มดลูก คลิตอริส

c)

ค. รังไข่ ท่อนำตัวอสุจิ อัณฑะ     

d)

ง. อัณฑะ องคชาต ต่อมลูกหมาก

25.

25. ข้อใดให้ความหมายของความขัดแย้งได้ถูกต้อง

a)

ก. น้อยโต้เถียงกับจิ๊บเกี่ยวกับการเมือง

b)

ข. จุลแสดงความคิดเห็นคล้อยตามนิดเรื่องแฟชั่น

c)

ค. บอมและบอยมีความเชื่อเกี่ยวกับศาสนาที่สอดคล้องกัน

d)

ง. บีมและออมสรุปความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกมาเป็นข้อตกลงร่วมกัน

26.

26. ข้อใดเป็นลักษณะเด่นที่สุดของวัยรุ่น

a)

ก. ใจเย็น

b)

ข. มีเหตุมีผล

c)

ค. รักครอบครัว

d)

ง. ใจร้อนและวู่วาม

27.

27. ข้อใด ไม่ใช่ สาเหตุของความขัดแย้งในวัยรุ่น

a)

ก.การซึมซับแบบอย่างที่ไม่ดี

b)

ข.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

c)

ค.การอบรมสั่งสอนที่ไม่ถูกต้อง

d)

ง.การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายจริยธรรม

28.

28. นักเรียนจะเลือกใช้ทักษะในข้อใดต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งกรณีที่เพื่อนในกลุ่มทะเลาะกันและคืนดีกัน ไม่สำเร็จ

a)

ก. การเปิดเผยและไว้ใจซึ่งกันและกัน       

b)

ข. การพูดจากันด้วยความประนีประนอม

c)

ค. การใช้คนกลางเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยปัญหา

d)

ง. การนำข้อขัดแย้งมาร่วมพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง

29.

29. ข้อใดคือความหมายของความขัดแย้งระหว่างบุคคลที่ถูกต้องที่สุด

       

a)

  ก. ความขัดแย้งระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไปทางด้านความคิดและทัศนคติส่วนตัว

b)

ข. ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มบุคคลสองกลุ่มขึ้นไปทางด้านความคิดและทัศนคติส่วนตัว

c)

  ค. ความขัดแย้งระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไปทางด้านค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติและเป้าหมายไม่สอดคล้องกัน

d)

ง. ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มบุคคลสองกลุ่มขึ้นไปทางด้านค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติและเป้าหมายไม่

สอดคล้องกัน

30.

30. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม

a)

   ก. โรคแพ้ภูมิตัวเอง   

b)

ข. โรคธาลัสซีเมีย

c)

      ค. โรคฮีโมฟีเลีย

d)

ง. โรคตาบอดสี

31.

31. ในปัจจุบันมารดาสามารถไปเจาะเลือดเพื่อตรวจโครโมโซมได้ตั้งแต่อายุครรภ์กี่สัปดาห์ขึ้นไป

       

a)

ก. 9 สัปดาห์ขึ้นไป

b)

ข. 10 สัปดาห์ขึ้นไป

c)

ค. 11 สัปดาห์ขึ้นไป

d)

ง. 12 สัปดาห์ขึ้นไป

32.

32. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคตาบอดสี

         

a)

ก. ผู้เป็นโรคตาบอดสี ไม่สามารถรักษาให้หายได้

b)

  ข. ผู้เป็นโรคตาบอดสี ไม่สามารถทำใบอนุญาตขับขี่รถได้

c)

ค. โรคตาบอดสีมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

d)

   ง. ผู้เป็นโรคตาบอดสีส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกสีเขียวและสีแดงได้

33.

33. ควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรม

         

a)

ก. ตรวจคัดกรองสภาพทางพันธุกรรมก่อนตัดสินใจมีบุตร

b)

ข. ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันวันละ 30 นาที

c)

ค. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

d)

ง. เข้ารับการตรวจสุขภาพทุกๆ 6 เดือน   

34.

34. ข้อใดไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

a)

ก. โรคดักแด้

b)

ข. โรคตาบอดสี

c)

ค. โรคธาลัสซีเมีย

d)

ง. โรคถุงลมโป่งพอง

35.

35. โรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหมายถึงในข้อใด

a)

ก. โรคดักแด้

b)

ข. โรคตาบอดสี

c)

ค. โรคลูคีเมีย

d)

ง. โรคธาลัสซีเมีย

36.

36. ฮอร์โมนอินซูลิน เกี่ยวข้องกับโรคในข้อใด

a)

ก. โรคดักแด้

b)

ข. โรคคนเผือก

c)

ค. โรคเบาหวาน

d)

ง. โรคธาลัสซีเมีย

37.

37. ข้อใดคืออาการของผู้ป่วย "โรคฮีโมฟีเลีย"

a)

ก. เลือดจาง

b)

ข. เลือดแข็งตัวช้า

c)

ค. ผิวหนังเป็นสะเก็ดแข็ง

d)

ง. เป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศ

38.

38. โรคใดต่อไปนี้ที่มีอาการแพ้ลูกเหม็น

    

 

a)

   ก. โรคตาบอดสี

b)

  ข. โรคฮีโมฟีเลีย

c)

     ค. ภาวะพร่องเอ็นไซม์จีซิกส์พีดี (G6PD)

d)

   ง. กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม

39.

39. เมื่อมีความผิดปกติที่ทำให้เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้แสดงว่าเราขาดโปรตีนชนิดใด

a)

ก. แฟคเตอร์

b)

ข. เมทไธโอนีน

c)

ค. นิลอะลานีน

d)

ง. ทริปโตแฟน

40.

40. โรคใดที่ร่างกายไม่สามรถเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานได้

       

a)

ก. ภาวะพร่องเอ็นไซม์จีซิกส์พีดี (G6PD)

b)

ข. โรคพันธุกรรมเมทาบอลิก

c)

ค. โรคเบาหวาน

d)

ง. โรคดักแด้